ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,163 รายการ

แบบฟอร์ม กบส.๑ และ กจบ.๓ การขอทําสําเนาเอกสารจดหมายเหตุ


ชื่อเรื่อง : คู่มือสนทนาภาษาเยอรมันหัวเรื่อง : ภาษาเยอรมัน -- บทสนทนาและวลี            ภาษาเยอรมัน -- ตำราสำหรับชาวต่างชาติคำค้น : ภาษาเยอรมัน รายละเอียด : - ผู้แต่ง : ฮอพท์มันน์แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรีหน่วยงานที่รับผิดชอบ : โรงพิมพ์เจริญธรรมปีที่พิมพ์ : 2510วันที่เผยแพร่ : 4 กุมภาพันธ์ 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ : - รูปแบบ : PDFภาษา : ภาษาไทยประเภททรัพยากร : หนังสือหายากตัวบ่งชี้ : -รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือสนทนาภาษาเยอรมัน ที่บรรจุคำศัพท์และประโยคสนทนาสำหรับผู้เดินทางในดินแดนที่ใช้ภาษาเยอรมัน ซึ่งมีคำอ่านอักษรไทยกำกับทุกบทเลขทะเบียน : น. 33 บ. 2576 จบ.เลขหมู่ : 438.3495911            ฮ11ค



ชื่อเรื่อง : ศัพท์สังคีต หัวเรื่อง : ดนตรีไทย -- พจนานุกรม             ดนตรีไทย -- ศัพท์ คำค้น : คำศัพท์ดนตรีไทย           หน้าพาทย์แผลง รายละเอียด : รวบรวมผลงานจากที่คุณมนตรี ตราโมท เคยเขียนลงในหนังสือพิมพ์ศิลปากร ตั้งแต่เล่มที่ 1 ปีที่ 1 ประจำเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2480 จนถึง พ.ศ. 2481 ซึ่งถูกนำไปรวมเป็นหนังสือดุริยางคศาสตร์ไทย ภาควิชาการ มาปรับปรุงแก้ไข และจัดเรียงตามอักขรานุกรม ผู้แต่ง : มนตรี ตราโมท, 2443-2538. แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ : กรมศิลปากร ปีที่พิมพ์ : 2507 วันที่เผยแพร่ :  27 มีนาคม 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ :  - รูปแบบ : PDF ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสือกรมศิลปากร ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : รวบรวมคำศัพท์ทางวิชาการที่ใช้ในวงการดุริยางคศิลป์ไทยมาอธิบายความหมาย โดยบัญญัติชื่อว่า “ศัพท์สังคีต” ซึ่งเป็นการนำผลงานเดิมมาเรียบเรียงใหม่ แก้ไขข้อผิดพลาด เพิ่มเติมคำอธิบายศัพท์ และเรียงคำศัพท์ตามอักขรานุกรมเพื่อให้ค้นหาง่าย ส่วนคำบอกหน้าพาทย์แผลงซึ่งเป็นศัพท์สังคีตอีกส่วนหนึ่ง ได้แยกรวมไว้ในตอนท้ายเป็นส่วนหนึ่งต่างหาก เลขทะเบียน : น. 55 บ. 65890 จบ. (ร) เลขหมู่ : 780.3            ม151ศ


กรมศิลปากรเปิดให้เข้าฟรีอุทยานประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในวันอนุรักษ์มรดกไทย ๒ เม.ย.นี้ พร้อมชวนประชาชนร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี              กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จัดกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๘ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ ในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๘    จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย ร่วมฟังการเสวนาทางวิชาการ และชมการแสดงนาฏศิลป์ - ดนตรี ระหว่างวันที่ ๒ – ๘ เมษายน ๒๕๖๘ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร               ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ กำหนดให้วันที่ ๒ เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐา ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็น “วันอนุรักษ์มรดกไทย” เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีคุณูปการอย่างอเนกอนันต์และทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติตลอดมา กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ในฐานะหน่วยงานที่เป็นสถาบันหลักด้านการอนุรักษ์ พัฒนา และสร้างสรรค์มรดกวัฒนธรรมของชาติ ได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงและมีส่วนร่วมในการดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรม โดยในพุทธศักราช ๒๕๖๘ มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้               ๑. เปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทุกแห่ง โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๘              ๒. จัดกิจกรรมรณรงค์การดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติทั่วประเทศ ร่วมกับเครือข่ายในท้องถิ่น อาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนในพื้นที่ โดยกรุงเทพมหานคร กำหนดจัดกิจกรรม ณ วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร เขตภาษีเจริญ               ๓. จัดงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๘ ระหว่างวันที่ ๒ – ๘ เมษายน ๒๕๖๘ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ให้ประชาชนเข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย                           - การเสวนาทางวิชาการ ระหว่างวันที่ ๓ – ๘ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๕.๐๐ น. ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ อาทิ เรื่อง การแสดงโขนนั่งราว เรื่อง มนุษย์โบราณแห่งเทือกเขาสามร้อยยอด: ข้อมูลหลักฐานใหม่จากการขุดค้นทางโบราณคดี เรื่อง มนุษย์โนนพลล้าน: ประวัติศาสตร์บทใหม่บนพื้นที่เมืองเก่านครราชสีมา                           - การแสดงนาฏศิลป์และดนตรี โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ระหว่างวันที่ ๒ – ๗ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ เวทีกลางแจ้ง มีการแสดงที่น่าสนใจ เช่น การแสดงโขนนั่งราว เรื่องรามเกียรติ์ ชุดนาคบาศ – ยกรบ การแสดงละคร เรื่อง สังข์ทอง ตอน หาปลา การแสดงละคร เรื่อง เลือดสุพรรณ                           - การแสดงคอนเสิร์ต “เพชรในเพลง” ในวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ เวที กลางแจ้ง พบกับศิลปินแห่งชาติและศิลปินที่ได้รับรางวัล "เพชรในเพลง" อาทิ วิรัช อยู่ถาวร วินัย พันธุรักษ์ กาญจนา มาศิริ ใบเฟิร์น สุทธิยา บรรเลงดนตรี โดยวงดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต                           ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกคนซึ่งล้วนมีส่วนเป็นเจ้าของมรดกวัฒนธรรมของชาติเข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๘ ทั้งนี้ กรมศิลปากรหวังว่า การจัดกิจกรรมต่างๆ จะกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมของชาติ และมีส่วนร่วมในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ ตลอดจนถ่ายทอดความรู้ ปลูกฝังความรักและความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมไทยให้แก่ลูกหลาน เพื่อรักษาไว้เป็นมรดกล้ำค่าให้ยั่งยืนสืบไป


ชื่อเรื่อง                    สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี, ธาตุกถา-มหาปฏฐาน) อย.บ.                       100/7ขหมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               32 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                   เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด  ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก วัดประดู่ทรงธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน)อย.บ.                       130/4ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               46 หน้า กว้าง 5.2 ซม. ยาว 54.5 ซม..หัวเรื่อง                     พระอภิธรรมปิฎก                              พระปุคคลบัญญัติบทคัดย่อ/บันทึก           เป็นคัมภีร์ใบลาน  ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


            สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด วานรเกสรทมาลา เนื่องในการจัดการแสดงด้านนาฏดุริยางคศิลป์ ณ โรงละครแห่งชาติภูมิภาค วันเสาร์ที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต, กำกับการแสดงโดย ปกรณ์  พรพิสุทธิ์, อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต             บัตรราคา ๘๐, ๖๐, ๔๐ บาท เริ่มจำหน่ายบัตรช่องทางออนไลน์ ในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไป (ในวันและเวลาราชการ) ซื้อบัตรได้ที่ไลน์ทางการ ID : @840rbrjv หรือ https://lin.ee/Wz0nlWs สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (ในวันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๕๑๑๔ , ๐ ๓๕๕๓ ๕๑๑๖ Facebook : โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี https://www.facebook.com/twsont/


ที่ระลึกพิธีเปิดสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา. กรุงเทพฯ: ป.สัมพันธ์พาณิชย์, 2523.เลขทะเบียน  0802


เลขทะเบียน : นพ.บ.702/6ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 50 หน้า ; 4.5 x 50 ซ.ม. : ชาดทึบ-ทองทึบ-รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 224 (280-289) ผูก 6 (2568)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


       แสงโสม ดารากร, ม.ล. ชีวประวัติ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์. พระนคร : โรงพิมพ์ไทยเขษม, 2501.       หนังสือเล่มนี้หม่อมแสงโสม ดารากร เขียนและพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ มหาเสวกเอก เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาธิบดี (ม.ร.ว. มูล ดารากร) เนื้อหารวมรวบชีวประวัติชีวิตตั้งแต่ปฐมวัย มัชฌิมวัย และปัจฉัมวัยของเจ้าพระยาศรีพิพัฒน์      


เลขทะเบียน  นม.บ.18/3


ขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษ “๑๐๐ ปี พระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล  พระอัฐมรามาธิบดินทร”           กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ มูลนิธิสิริวัฒนภักดี และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษ “๑๐๐ ปี พระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ครบ ๑๐๐ ปี ๒๐ กันยายน ๒๕๖๘ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร           นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า นิทรรศการฯ จัดแสดงภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ เอกสารหลักฐานต้นฉบับ สื่อสิ่งพิมพ์ และศิลปวัตถุ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในรัชสมัย เพื่อน้อมถวายความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘ แห่งราชวงศ์จักรี พระมหากษัตริย์ยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย ผู้ทรงเป็นดุจแสงสว่างและความหวังของคนไทยทั้งชาติ เสมือนการเดินทางกลับไปสู่ช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพื่อศึกษาพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ซึ่งแม้จะทรงครองสิริราชสมบัติเป็นเวลาเพียง ๑๒ ปี แต่พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยนั้น ยังคงปรากฏอยู่บนผืนแผ่นดินไทยตราบจนถึงปัจจุบัน โดยแบ่งการนำเสนอเนื้อหาออกเป็น ๘ ช่วงระยะเวลา ตลอดพระชนม์ชีพ ได้แก่ ๑. หม่อมเจ้าอานันทมหิดล ๒. “เจ้านายเล็ก ๆ” ในวังสระปทุม ๓. สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ๔. ทรงราชย์เพื่อแผ่นดิน ๕. นิวัตเป็นมิ่งขวัญพระนคร พ.ศ. ๒๔๘๑ ๖. ยุวกษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย ๗. ราชาเป็นสง่าแห่งแว่นแคว้น  และ  ๘. ธำรงไว้ในดวงใจแห่งแผ่นดิน ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสิ่งของและหลักฐานทางปะวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า อาทิ หนังสือพิมพ์จากหอสมุดแห่งชาติซึ่งตีพิมพ์เหตุการณ์สำคัญในช่วงเวลานั้น สมุดลงพระปรมาภิไธยเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ต้นแบบพระบรมรูปซึ่งประดิษฐานในปราสาทพระเทพบิดร           นิทรรศการพิเศษ “๑๐๐ ปี พระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ครบ ๑๐๐ ปี  ๒๐ กันยายน ๒๕๖๘ เปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันที่ ๒๔ กันยายน - ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. (ปิดวันจันทร์ - วันอังคาร) ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 


        กรมศิลปากร ขอเชิญชวนร่วมสืบเสาะแหล่งโบราณคดีใต้พิภพในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ไปกับ สุภมาศ ดวงสกุล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนางานโบราณคดี และ อิสราวรรณ อยู่ป้อม นักโบราณคดีชำนาญการ กองโบราณคดี ในรายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ในตอน “โบราณคดีกับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร” วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๑๙.๐๐ น. - ๑๙.๔๕ น. ผ่านช่องทาง Facebook : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม https://www.facebook.com/FineArtsDept และ Facebook : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/prfinearts    แล้วคุณจะได้รู้ว่าใต้พิภพแห่งเมืองฟ้าอมร ยังมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ให้ศึกษาอีกมากมาย            ทั้งนี้ รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” ได้เปลี่ยนเวลาจากเดิม เป็นทุกวันพฤหัสบดีที่ ๑ และ ๓ ของเดือน เวลา ๑๙.๐๐ น. - ๑๙.๔๕ น. ประเดิมเวลาใหม่ครั้งแรกวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๙ โดยยังคงมีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร รวมทั้งข้อมูลข่าวสาร กิจกรรมที่น่าสนใจของหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร สามารถติดตามชมทาง Facebook fanpage กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และกลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๘ - กันยายน ๒๕๖๙


สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธียกเสาพระเมรุมาศ ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง          วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 14.07 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธียกเสาพระเมรุมาศ ในการ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ท้องสนามหลวง โดยมีท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการกรมศิลปากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้า ฯ รับเสด็จ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลรายงาน จากนั้นสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ ฯ ไปยังมณฑลพิธีบวงสรวง ทรงจุดเทียนทอง เทียนเงิน และธูป แล้วทรงปักธูปหางที่เครื่องบวงสรวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ อ่านโองการบวงสรวงเทพยดา และดวงพระวิญญาณสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ในการก่อสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ เมื่ออ่านโองการบวงสรวง จบแล้ว สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ หลั่งน้ำเทพมนตร์ เจิมและวางใบมะตูมที่เสาพระเมรุมาศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปิดทอง และผูกผ้าสีชมพูที่เสาพระเมรุมาศ           สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ ฯ ไปยังมณฑลพิธียกเสาพระเมรุมาศ ทรงถือสายสูตรยกเสาพระเมรุมาศขึ้นตั้ง ทรงโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่โต๊ะบวงสรวง แล้วจึงเสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทอดพระเนตรการรําบวงสรวง บรรเลงเพลงช้าเพลงเร็ว จากนั้นเสด็จ ฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จ ฯ ไปทรงคมที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ เสด็จออกจากพลับพลาพิธี เสด็จพระราชดําเนินกลับ          สำหรับเสาที่ยกในพิธี ได้แก่ เสาที่มุมอาคารทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการยกชิ้นโครงสร้างเสาเหล็กถัก โดยใช้เครน 2 ตัว ยกขึ้นตั้งให้ได้ระดับ แล้วจึงขันน็อตที่โคนเสาให้ยึดติดกับฐานราก จากนั้นขึงสลิงให้เสาตั้งได้อย่างมั่นคง เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้ว กรมศิลปากรจะทำการยกเสาโดยเวียนประทักษิณหรือเวียนขวาไปจนยกเสาขึ้นครบทั้ง 4 มุม คือจะใช้เครนยกเสาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นเป็นเสาที่ 2 และวนไปตามเข็มนาฬิกา จนครบทั้ง 4 ต้น หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งโครงสร้างเครื่องยอด และโครงสร้างส่วนอื่น ๆ ของพระเมรุมาศต่อไป และในส่วนของ สถาปนิก วิศวกร และช่างศิลปกรรม จะเริ่มขั้นตอนสำคัญคือ "การขยายแบบ" หรือการเขียนแบบขยายด้วยมาตราส่วนเท่าของจริงทุกองค์ประกอบ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นลวดลายองค์ประกอบสถาปัตยกรรมและองค์ประกอบศิลปกรรม โดยได้มีการจัดสร้างโรงขยายแบบขึ้น ณ ท้องสนามหลวง เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการเขียนแบบองค์ประกอบขนาดใหญ่ ซึ่งงานก่อสร้างและงานขยายแบบจะดำเนินงานคู่ขนานกันไปจนกว่าจะแล้วเสร็จตามกำหนดในเดือนตุลาคม 2569 นี้           การออกแบบโครงสร้างและการเลือกใช้วัสดุในการก่อสร้างพระเมรุมาศ ยึดแนวคิดสำคัญในลักษณะของ “สถาปัตยกรรมชั่วคราว” นอกจากจะต้องมีความแข็งแรง ปลอดภัย ตามมาตรฐานการออกแบบวิศวกรรมแล้ว ยังต้องคำนึงถึงระยะเวลาการก่อสร้างที่จำกัด ความสะดวกรวดเร็วในการติดตั้ง ตลอดจนความสามารถในการรื้อถอน และการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี ซึ่งกรมศิลปากรได้น้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งการออกแบบพระเมรุ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในปี 2551 ที่ได้พระราชทานแนวคิดสำคัญเกี่ยวกับการเลือกใช้วัสดุ โดยทรงมีพระราชดำริให้ลดการใช้ไม้ให้น้อยที่สุด เนื่องจากไม้เป็นทรัพยากรที่หาได้ยากในปัจจุบัน และควรเลือกใช้วัสดุสมัยใหม่ที่ช่วยให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างรวดเร็ว แข็งแรง และสามารถรื้อถอนเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเหมาะสมกับยุคสมัย กรมศิลปากรจึงเลือกใช้โครงสร้างเหล็ก ทดแทนไม้ และนำวัสดุและวิธีการสมัยใหม่มาผลิตองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ชิ้นงานตกแต่งทางสถาปัตยกรรมอย่าง ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ กระจัง เฟื่อง และลวดลายประดับต่าง ๆ ซึ่งผลิตด้วยวัสดุสังเคราะห์ทดแทนไม้ ทั้งนี้ ได้ยึดหลักความงดงามถูกต้องตามลักษณะสถาปัตยกรรมไทยประเพณี รวมถึงความแข็งแรง มั่นคง และปลอดภัยในการใช้งานตามหลักวิศวกรรม


black ribbon.