ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 53,186 รายการ

แคทลีน เซียร์ส.  สภาพอากาศ 101 = Weather 101.  กรุงเทพฯ: แอร์โรว์, 2568.           หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือพื้นฐานเกี่ยวกับสภาพอากาศและภูมิอากาศ อธิบายตั้งแต่สาเหตุและองค์ประกอบของสภาพอากาศ ชั้นบรรยากาศและวัฏจักรน้ำ ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพอากาศกับอารยธรรมและสงคราม ไปจนถึงการพยากรณ์อากาศและเครื่องมือที่ใช้ เช่น เรดาร์ตรวจสภาพอากาศชนิดดอปเพลอร์และเทคโนโลยีฮาร์ป รวมถึงปรากฏการณ์สภาพอากาศต่าง ๆ การเตรียมพร้อมรับมือภัยธรรมชาติ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและรูปแบบการนำเสนอที่สนุกสนาน         551.6        ซ548ส ห้องหนังสือทั่วไป 1


วันที่อังคารที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๙ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ขอขอบคุณกลุ่มประชาชนจิตอาสาที่ร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ดอกชบาทิพย์ เพื่อน้อมถวายความอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการนี้หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ จะทำการรวบรวมและส่งมอบให้ทางจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป


        ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๙ ถือเป็นวาระครบรอบ ๑๐๐ ปี ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิด “พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร” ด้วยมีพระราชประสงค์จะทรงบำรุงพิพิธภัณฑสถานให้สมเกียรติยศของประเทศ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชมนเทียรสถาน ตลอดทั้งบริเวณพระราชวังบวรสถานมงคล ให้จัดเป็นพิพิธภัณฑสถานและหอพระสมุดสำหรับพระนคร          “พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร” นับเป็นก้าวสำคัญของกิจการพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย ภายใต้การดูแลของราชบัณฑิตยสภา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงปรับปรุงการจัดแสดงวัตถุในพิพิธภัณฑสถาน ให้เป็นพิพิธภัณฑสถานประเภทโบราณคดีและศิลปะ ทรงรวบรวมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และสมบัติวัฒนธรรมของชาติ มาจัดแสดงภายในหมู่พระวิมานและพระราชมนเทียรของวังหน้า โดยจำแนกโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ออกเป็นหมวดหมู่ สำหรับจัดแสดงภายในห้องต่าง ๆ ได้แก่ ประติมากรรมสัมฤทธิ์-เครื่องใช้สัมฤทธิ์ ประติมากรรมศิลา พระราชยานคานหาม พระแท่นเศวตฉัตร-เครื่องสูง เครื่องการละเล่นและการมหรสพ เครื่องพระตำหนัก เครื่องถ้วย เครื่องบรรณาการ อาวุธโบราณ  เครื่องไม้จำหลัก เครื่องยุทธภัณฑ์ เครื่องใช้พระสงฆ์ ผ้าโบราณ และเครื่องดนตรี ซึ่งถือเป็นพัฒนาการด้านรูปแบบการจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ และเป็นรากฐานแห่งการพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย          เมื่อรัฐบาลได้จัดตั้งกรมศิลปากรขึ้นอีกครั้งใน พ.ศ. ๒๔๗๖ จึงได้ประกาศตั้ง “พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร” เป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร” สังกัดกรมศิลปากร ตลอด ๑๐๐ ปีที่ผ่านมาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงมาโดยลำดับ วัตถุจัดแสดงหลายชิ้น ได้ถูกเคลื่อนย้ายไปจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในภูมิภาคที่จัดสร้างขึ้นใหม่ รวมถึงวัตถุจัดแสดงบางรายการก็ได้เคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาในคลัง  อาทิ  พัดงาสาน-ธารพระกร ของสมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร), ป้ายตัวหวย กข, ป่านว่าวปักเป้าพร้อมตะกร้า ของพระยาภิรมย์ภักดี (บุญรอด เศรษฐบุตร), รูปปั้นช้างเผือก-ช้างสีประหลาด, เครื่องแต่งกายเต็มยศมหาเสวก ของพระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์)         กรมศิลปากร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จึงจัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “๑๐๐ ปี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร” เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ ปี แห่งการจัดแสดงโบราณวัตถุ ณ อาคารหมู่พระวิมาน โดยนำทุกท่านย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของชาติไทย และเป็นโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาของไทย ผ่านโบราณวัตถุที่ได้รับการรวบรวม และเคยจัดแสดงใน “พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร” และหวนกลับมาจัดแสดงต่อสายตาสาธารณชนอีกครั้งในรอบ ๑๐๐ ปี ที่ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร” จัดแสดงให้ชมตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๙ เปิดวันพุธ - วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๐๐ น. ณ พระที่นั่งภิมุขมณเฑียร อาคารหมู่พระวิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒, ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓ Facebook:   Education.National Museum Bangkok เที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร https://www.facebook.com/eduNMB 


       สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกิจกรรมในงาน "มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31" เตรียมพบกับกิจกรรมมากมายที่ทางสำนักหอสมุดแห่งชาติจัดเตรียมไว้เพื่อคนรักการอ่านโดยเฉพาะ ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ         กิจกรรมไฮไลต์ที่คุณไม่ควรพลาด!        - นิทรรศการ “เรียงร้อยอักษรา พัชรกิติยาภานุสรณ์” จัดแสดงข่าว บทความ พระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ วารสาร ตั้งแต่พุทธศักราช 2521 เป็นต้นมา ร่วมสนุกกับกิจกรรม Workshop "เย็บหนังสือ สมุดทำมือ" และการสะสมตราประทับมากกว่า 10 แบบ พิเศษสุดกับตราประทับ “หนังสือตราหอ” พบกันที่ บูธ S07 บริเวณหน้าฮอลล์ 6        - เติมแรงบันดาลใจผ่านวงเสวนา “Read / Work / Inspire: เปลี่ยนวันว่างเป็นวันสร้างแรงบันดาลใจที่หอสมุดแห่งชาติ” ร่วมเปิดมุมมองกับ BookToker จากช่อง anotherpingp, zonoazolo และ runoneonethree แล้วมาค้นหาไอเดียเปลี่ยนวันว่างให้เป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้และสร้างสรรค์ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11.00 - 12.00 น. ณ เวที Author’s Salon         สำหรับนักเขียนและสำนักพิมพ์ สามารถนำส่งหนังสือและสิ่งพิมพ์ที่ขอรับเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN) ตามพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 ได้ที่ บูธ M10 ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วลา 10.00 - 21.00 น. มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจและเติมเต็มความรู้ไปด้วยกัน 


สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ดำเนินการขายทอดตลาดครุภัณฑ์ที่ชำรุดและเศษซากที่หมดความจำเป็นในการใช้งาน จำนวน 55 รายการ (532 หน่วย) โดยวิธีเฉพาะเจาะจง เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา


วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2569 นายธนภัทร จิตสุทธิผล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เป็นประธานในการประชุมสำนักฯ ครั้งที่ 1/2570 ร่วมกับหัวหน้าหน่วยงาน กลุ่ม/ฝ่าย ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อมอบนโยบายการทำงานและมอบหมายงาน ณ ห้องประชุมสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา



สรุปผลการดำเนินโครงการขุดตรวจทางโบราณคดีแนวกำแพงเมืองนครราชสีมา ด้านตะวันออก (พลล้านต้านปัญจา) โดยความร่วมมือระหว่าง สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมาและ เทศบาลนครนครราชสีมา #พร้อมเผยข้อมูลใหม่จากหลักฐานทางโบราณคดี ! . ผลจากการขุดตรวจทางโบราณคดี ในระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม - 8 สิงหาคม และ 28 สิงหาคม - 3 กันยายน พ.ศ. 2569 ซึ่งพื้นที่การดำเนินงานในปีนี้ตั้งอยู่ทางด้านเหนือและเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งโบราณคดีโนนพลล้านหลักฐานที่พบสะท้อนให้เห็นถึงร่องรอยการใช้พื้นที่ของมนุษย์มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยเหล็ก อาทิ ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาแบบพิมายดำ ชิ้นส่วนขวานหินขัด ชิ้นส่วนเครื่องมือเหล็ก ชิ้นส่วนสำริด และกระสุนดินเผา โดยผลจากการรกำหนดอายุสมัยด้วยวิธีเรืองแสงความร้อน ณ ห้องปฏิบัติการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่า มนุษย์ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยเหล็ก ที่พบจากการขุดค้นทางโบราณคดีเมื่อ พ.ศ. 2569 มีอายุอยู่ในช่วงระหว่าง 2,383-1,967 ปีมาแล้ว โดยกิจกรรมที่เก่าที่สุดมนุษย์ในวัฒนธรรม #ยุคก่อนประวัติศาสตร์ #สมัยเหล็ก คือการพบ ร่องรอยการฝังศพที่พบจากการขุดค้นทางโบราณคดีเมื่อ พ.ศ. 2567 ซึ่งกำหนดอายุอยู่ในช่วง 2,479-2,221 ปีมาแล้ว ดังนั้นเมื่อพิจารณาการกำหนดอายุสมัยของมนุษย์ในวัฒนธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่สมัยสำริดซึ่งเป็นระยะแรกเริ่มต่อเนื่องถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยเหล็ก จึงมีอายุอยู่ในช่วง 2,544-1,530 ปีมาแล้ว . เมื่อเข้าสู่ #ยุคประวัติศาสตร์ โนนพลล้าน ยังคงปรากฏร่องรอยการใช้พื้นที่ของมนุษย์ใน #วัฒนธรรมเขมรโบราณ ดังปรากฏให้เห็นผ่านหลักฐานประเภท เครื่องถ้วยที่ตกแต่งด้วยวิธีเคลือบน้ำเคลือบจากแหล่งเตาพนมกุเลน ปัจจุบันอยู่ในประเทศกัมพูชา กำหนดอายุสมัยอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17-18 และชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อแกร่ง ตกแต่งด้วยวิธีเคลือบน้ำเคลือบสีน้ำตาล จากแหล่งเตาบ้านกรวด ซึ่งกำหนดอายุสมัยอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15-18 ทั้งนี้ผู้ศึกษาสันนิษฐานว่า ศูนย์กลางของวัฒนธรรมเขมรโบราณในพื้นที่บริเวณนี้ คงอยู่ที่ปราสาทพนมวัน ซึ่งปรากฏศาสนสถานมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 15 และอยู่ห่างจากโนนพลล้านเพียง 10 กิโลเมตร โดยบริเวณที่ตั้งของปราสาทพนมวัน เคยเป็นแหล่งฝังศพของยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยสำริดต่อเนื่องถึงสมัยเหล็กมาเช่นเดียวกับแหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน จากการขุดตรวจไม่พบชั้นวัฒนธรรมเขมรโบราณที่ชัดเจน หลักฐานทั้งหมดปะปนกับหลักฐานในชั้นวัฒนธรรมสมัยอยุธยาซึ่งสัมพันธ์กับการเข้ามาใช้พื้นที่เพื่อก่อร่างสร้างเมืองในพื้นที่บริเวณนี้ในสมัยอยุธยา เมื่อเข้าสู่ #สมัยอยุธยา พบร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์ผ่านหลักฐานทางโบราณคดี มาตั้งแต่ปลายพุทธศตวรรษ 20 โดยผลการกำหนดอายุชั้นวัฒนธรรมสมัยอยุธยาด้วยวิธีเรืองแสงความร้อนสะท้อนให้เห็นถึงร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์ในระหว่าง พ.ศ. 1961-2230 ซึ่งจัดจำแนกออกเป็น 3 กิจกรรม มีรายละเอียดดังนี้ 1. ชั้นดินทางวัฒนธรรมที่พบหลักฐานทางโบราณคดีซึ่งสะท้อนกิจกรรมมนุษย์ สมัยอยุธยา มีอายุอยู่ระหว่าง พ.ศ. 1983-2063 . 2. #ชั้นเตรียมฐานรากสำหรับสร้างกำแพงเมืองสมัยอยุธยา สะท้อนให้เห็นการการเตรียมพื้นที่ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการสร้างกำแพงเมือง ใน 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ช่วงระหว่าง พ.ศ. 1961-1997 และระยะที่ 2 ช่วงระหว่าง พ.ศ. 2138-2230 ซึ่งอาจเกิดขึ้นในลักษณะการซ่อมแซมกำแพงเมืองหรือสร้างขึ้นทดแทนของเดิมซึ่งอิฐในระยะดังกล่าวอาจถูกรื้อทำลายลงจะไม่หลงเหลือหลักฐานที่จะเชื่อมโยงความสัมพันธ์การจัดเตรียมพื้นที่ในระยะที่ 2 . 3. #อิฐจากกำแพงเมืองสมัยอยุธยา สะท้อนให้เห็นอายุของอิฐที่ผลิตใน 2 ช่วงเวลา ได้แก่ 1) ช่วงเวลาระหว่าง พ.ศ. 2,010-2,032 และ 2) ช่วงเวลาระหว่าง พ.ศ. 2104-2116 . จากผลค่าอายุพบว่า เมืองนครราชสีมา เริ่มดำเนินการการเตรียมชั้นฐานรากสำหรับสร้างกำแพงเมืองนครราชสีมา ระยะที่ 1 ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 1961-1997 ซึ่งในขณะนั้นอาจเป็นเพียงกำแพงคันดินเช่นเดียวกับเมืองอื่น ๆ ที่มีอายุร่วมสมัยกัน โดยในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการลดบทบาทเมืองพิมาย ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) (พ.ศ. 1967-1991) ดังความที่ปรากฏในจารึกขุนศรีไชยราชมงคลเทพ เมื่อ พ.ศ. 1974 ซึ่งพบบริเวณพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอลำสนธิและอำเภอด่านขุนทด สัมพันธ์กับและร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์สมัยอยุธยาที่พบจากการขุดตรวจ ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วง พ.ศ. 1983-2063 . ในเวลาต่อมา #เมืองนครราชสีมา เริ่มก่อสร้างกำแพงอิฐเป็นครั้งแรก โดยอ้างอิงค่าอายุของอิฐซึ่งมีอายุในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2104-2116 ค่าอายุดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากเหตุการณ์ที่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิโปรดเกล้าฯ ให้สร้างกำแพงกรุงศรีอยุธยาโดยใช้อิฐเป็นวัสดุหลัก เมื่อ พ.ศ. 2092 และยังพบร่องรอยการเตรียมชั้นฐานรากสำหรับสร้างกำแพงเมือง ระยะที่ 2 ช่วงระหว่าง พ.ศ. 2138-2230 ซึ่งอาจสะท้อนให้เห็นถึงการก่ออิฐเพิ่มเติมหรือซ่อมแซมแนวกำแพง เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช – สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2133-2231) เมืองนครราชสีมาอาจอยู่ในช่วงศึกสงครามและสะท้อนถึงความเป็นเมืองหน้าด่านด้านตะวันออกที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยา ดังปรากฏทั้งชื่อและแผนผังของเมืองผ่านบันทึกและแผนที่ของชาวต่างชาติที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีในช่วงพุทธศตวรรษที่ 24 ทั้งนี้ไม่สามารถพิสูจน์อิฐที่ก่อเพิ่มหรือเสริมในระยะนี้ได้เนื่องจากกำแพงเมืองนครราชสีมา ด้านตะวันออก ถูกรื้อลงแล้วทั้งหมด โดยเฉพาะการทำให้เสื่อมสภาพจากการสร้างสถานที่ราชการและบ้านพักเจ้าหน้าที่นับตั้งแต่ ทศวรรษ 2500 เป็นต้นมา . ทั้งนี้ผู้ศึกษาตั้งข้อสังเกตผลค่าอายุของอิฐ (ตัวอย่างที่ 1 (A2455)) ซึ่งผลการกำหนดสมัยด้วยวิธ๊เรืองแสงความร้อนพบว่ามีอายุอยู่ในช่วง ระหว่าง พ.ศ. 2010-2032 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ระบุถึงการสร้างกำแพงเมืองด้วยอิฐ ส่งผลให้ขาดบริบททางประวัติศาสตร์ จึงไม่สามารถนำมาใช้วิเคราะห์ร่วมกับหลักฐานทางอื่น ๆ ในครั้งนี้ แต่น่าสนใจว่าค่าอายุอิฐในช่วงเวลานี้ สัมพันธ์กับหลักฐานการปรากฏชื่อเมืองนครราชสีมาเป็นครั้งแรกในกฎมณเฑียรบาล ในฐานะเมืองพระยามหานครของกรุงศรีอยุธยามา เมื่อ พ.ศ. 2011 ซึ่งต้องสืบค้นหลักฐานทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์ร่วมกันต่อไป ผลค่าอายุสมัยและการศึกษาในครั้งนี้จึงยังไม่มีข้อสรุป . สุดท้ายนี้สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ขอขอบพระคุณเทศบาลนครนครราชสีมา ประชาสัมพันธ์ เทศบาลนครนครราชสีมา ที่สนับสนุนงบประมาณ บุคลากร และเครื่องจักรสำหรับการดำเนินงานทางโบราณคดี จนสำเร็จลุล่วงลงได้ด้วยดี, ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี NRRU และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) SLRI ทุกหน่วยงานเป็นภาคีเครือข่ายทางโบราณคดีที่สำคัญของสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมาของเรา ที่สนับสนุนให้การดำเนินงานทางโบราณคดีในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ทุกประการอีกครั้งเป็นปีที่ 3 . เรียบเรียงนำเสนอโดย นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการ







พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เปิดให้บริการแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ ๑๓-๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๙ มีผู้เข้าชมทั้งสิ้น ๑๗๔ คน/รูป


วันที่ ๑๒-๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๙ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ร่วมกับโรงเรียนสุรวิทยาคาร จังหวัดสุรินทร์ จัดกิจกรรมสนับสนุนให้นักเรียนเข้าฝึกทักษะและประสบการณ์ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เพื่อให้นักเรียนได้ค้นหาตัวเองตามความถนัด ความสนใจ ได้พัฒนาศักยภาพของตน มีข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพในอนาคต นักเรียนชั้นมัธยมศึษาปีที่ ๔/๑๖ ทั้ง ๔ ราย นางสาวกลนัฐา ยอดดี นายภูดิศ ลุนพรม นายสรนันท์ อยู่นาน และนายไชยอนันต์ สำราญ ที่มาเรียนรู้ ฝึกประสบการณ์ มีความสนใจงานพิพิธภัณฑ์ และงานโบราณคดี ขอให้น้องๆมีความสำเร็จดังที่ตั้งใจทุกคน


black ribbon.