ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,496 รายการ

ชื่อเรื่อง : อนุสรณ์งานฌาปนกิจศพนางเจิม สันธินาค ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส 13 พฤศจิกายน 2515 ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2515 สถานที่พิมพ์ : นครหลวงฯ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์มิตรสยาม จำนวนหน้า : 130 หน้าสาระสังเขป : ประวัติโดยย่อนางเจิม สันธินาค นำเรื่องราวจากจากหน้า 5 หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ของคึกฤทธิ์ ปราโมช เรื่องราวเกี่ยวกับคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า และเรื่องเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์กับกฎหมายและรัฏฐาภิปาลโนบาย


        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ชวนมาสะสม ตราประทับลายพิเศษ Stamp Here • Spread Happiness ที่เปิดตัวครั้งแรก! ในงานวันศิลป์ พีระศรี 15 กันยายน 2568 นี้ พบกับมุมตราประทับที่รอให้คุณมาสะสมและส่งต่อความสุข ในนิทรรศการ ศิลป์นิยาม “ความรัก • ความงาม • ความสุข” แล้วมาเก็บความสุขกลับบ้านไปด้วยกัน สามารถร่วมกิจกรรมได้ระหว่างวันที่ 15 – 25 กันยายน 2568 เวลา 09.00–16.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร  (ปิดวันจันทร์–อังคาร ยกเว้นวันจันทร์ที่ 15 เปิดเป็นกรณีพิเศษเนื่องในวันศิลป์ พีระศรี) อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 240 บาท พิเศษ! วันที่ 15 กันยายน เข้าชมฟรี  -------------------------------------------------- Stamp Here • Spread Happiness  Collect the special stamp design making its debut! at Silpa Bhirasri Day, september 15 Visit the stamp corner waiting for you to collect and share happiness, at the exhibition Art Defined: “Love • Beauty • Joy”. Take home a piece of happiness with you September 15–25, 2025 09:00–16:00  The National Gallery of Thailand (Closed on Mondays and Tuesdays, except Monday, September 15, which will be specially open for Silpa Bhirasri Day) Admission:  • Thai visitors: 30 THB  • Foreign visitors: 240 THB Special! Free admission on September 15  


องค์ความรู้ประจำเดือนตุลาคม ๒๕๖๘: "มกร กับกระแสโลกาภิวัฒน์ในประวัติศาสตร์” (๑) ปฏิทินสากลและอารยธรรมกรีกโรมัน



าไม้ฉลุลวดลาย ประดับตัวเรือนธาตุ "ธรรมาสน์" วัดป่าข่า ต.นาคำใหญ่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ​"ธรรมาสน์" แห่งนี้ เป็นผลงานอันวิจิตรของสกุลช่างเวียดนามโดย "ครูองเวียง" ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๖๓–๒๔๖๕ จนถึงปัจจุบันมีอายุยืนยาวมาร่วม ๑๐๐ กว่าปี ถือเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของท้องถิ่น ​จากการสำรวจอย่างละเอียดก่อนเริ่มดำเนินการอนุรักษ์ พบว่าลวดลายไม้ฉลุเขียนสีบางส่วนหักหลุดหายไป ทำให้ขาดความต่อเนื่องของลายกนก เทวดา และสัตว์หิมพานต์ และการเขียนสีสมัยใหม่ทับลวดลายเดิม นอกจากนี้เนื้อไม้มีการแตกแยกตัวตามเสี้ยนไม้ เนื่องจากการยืดหดตัวตามสภาพอากาศและความชื้น ส่งผลให้โครงสร้างขาดความมั่นคงแข็งแรง ​การรักษาและสืบทอดธรรมาสน์หลังนี้ จึงไม่ใช่แค่การรักษาวัตถุ แต่คือการรักษา "จิตวิญญาณของครูช่าง" ที่หลอมรวมผู้คนต่างวัฒนธรรมไว้ในศรัทธาเดียวกัน ​ภาพถ่าย : ก่อนการอนุรักษ์ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘




ใกล้รุ่ง: Klai Rung (Near Dawn) เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๔           เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๔ ทรงพระราชนิพนธ์ในพุทธศักราช ๒๔๘๙ ขณะทรงเป็นสมเด็จพระอนุชา  ธิราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ประพันธ์คำร้องภาษาไทย โดยมีพระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงช่วย ส่วนคำร้องภาษาอังกฤษ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ประพันธ์ขึ้นและพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงช่วยแก้ไขแล้วพระราชทานให้วงดนตรีสุนทราภรณ์ นำออกมาบรรเลงครั้งแรกทางสถานีวิทยุกรายเสียงกรมโฆษณาการ  (กรมประชาสัมพันธ์ปัจจุบัน) เมื่อเดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๘๙   Royal Composition Number 4           The Fourth royal composition was written in 1946 while His Majesty was entitled the Royal Younger Brother. He granted it to Professor Dr. Prasert Na Nagara to write the lyrics in Thai, with the assistance of His Royal Highness Prince Chakrabhand Pensiri, and the lyrics in English by Thanpuying Nopakhun Thongyai Na Ayudhya, with His Royal Highness Prince Chakrabhand Pensiri’s help in refining the version. It was granted to the Suntharaporn Band to be performed for the first time on the Radio Broadcasting Station of the Department of Publicity (the present Public Relations Department) in July 1946. < ย้อนกลับ  





วัสดุ สำริด แบบศิลปะ ศิลปะเขมรในประเทศไทย อายุสมัย ประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 สถานที่พบ พบในเขตอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด กระดิ่งหล่อจากสำริด ตัวกระดิ่งและด้ามแยกออกจากกันได้ ตัวด้ามทำเป็นปล้องคล้ายลูกมะหวด ยอดทำเป็นแฉก 4 แฉก ด้านในร้อยแท่งเหล็กกลม เวลาสั่นจะเกิดเสียง กระดิ่ง (ฆัณฏา) เป็นเครื่องมงคลที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทั้งในศาสนาพราหมณ์และศาสนาพุทธ เช่น ใช้ร่วมกับวัชระในพิธีทำวัตรในศาสนาพุทธมหายาน นิกายวัชรยาน


๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๒ นางตรีทิพย์ บัวริน หัวหน้าหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ฯ ตรัง เข้าร่วมประชุมวิชาการ ประจำปี ๒๕๖๒ หัวข้อ "Innovations Start @Library ห้องสมุด...จุดเริ่มต้นนวัตกรรม" โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็น ประธานพิธีเปิดและบรรยายพิเศษเรื่องวัฒนธรรมการอ่าน:การส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านในสังคมไทย" ณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี


   โครงการแบ่งบันความรู้สู่ชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2556  ครั้งที่ 1 ณ โรงเรียนบ้านโคกกลาง อ.เรณูนครพนม จ. นครพนม  วัน ที่ 18 ตุลาคม 2555 ร่วมกับโครงการจังหวัดเคลื่อนที่  กิจกรรมที่จัดได้แก่  จัดแสดงนิทรรศการเผยแพร่ความรู้เรื่องเอกสารโบราณ (หนังสือคัมภีร์ใบลาน) พร้อมสาธิตวิธีการดูแลรักษา  การทำความสะอาด การจัดเก็บด้วยวิธีที่ถูกต้องเพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น  และแจกเอกสารเผยแพร่ความรู้ที่น่าสนใจ อาทิ การเลี้ยงจิงหรีด การเลี้ยงปลาดุก  การเลี้ยงกบ  การทำความสะอาดคราบเปื้อนต่างๆ  พืชสมุนไพรใกล้ตัว เป็นต้น


          เรื่องตำหนักแพ  เป็นคำใหม่ไม่ใช่คำโบราณ  ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงอธิบายว่าคำที่เรียกตำหนักแพ คือ ท่าที่ประทับเรือพระที่นั่งของพระเจ้าแผ่นดิน หรือพระมหาอุปราช  แต่ก่อนมีชื่อว่าพระฉนวนน้ำประจำท่าพระราชวังหลวงหรือพระราชวังบวรฯ           ทรงกล่าวถึงพระฉนวนน้ำประจำท่าพระราชวังหลวงว่ามีมาแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา  สมัยกรุงธนบุรีก็มีการสร้างพระฉนวนน้ำประจำท่าพระราชวังหลวงที่เหนือปากคลองบางกอกใหญ่ เรียกกันว่า ตำหนักน้ำ           ครั้นเมื่อสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระฉนวนน้ำพระราชวังหลวงให้เจ้าพนักงานทำแพลอยหนุนไม้ไผ่ ราษฎร เรียกกันว่า ตำหนักแพ  ทรงเล่าว่าครั้งหนึ่งกรมพระราชวังในรัชกาลที่ 1 เสด็จลงมาประทับที่พระตำหนักแพลอย พร้อมด้วยพระสนมข้างใน เพื่อทอดพระเนตรกระบวนกฐินเรือในพระราชวังหลวง ครั้งนั้นเกิดลมพายุใหญ่พัดมาต้องพระตำหนักแพลอยเสาหัก ขณะนั้นพระสนมชื่อชู ทรงครรภ์ครบถ้วนทศมาสเฝ้าอยู่ในพระตำหนักแพลอยด้วย ได้ประสูตรพระกุมารองค์หนึ่ง คือ พระองค์เจ้าเพชรหึง  ภายหลังรับสั่งให้เลิกถอนพระตำหนักแพลอย  ก่อสร้างเป็นพระตำหนักน้ำแทน แต่ราษฎรยังคงเรียกขานกันว่า ตำหนักแพ




black ribbon.