ค้นหา


รายการที่พบทั้งหมด 38,376 รายการ

ชื่อเรื่อง                      ธมฺมปทวณฺณนา ธมฺมปทฏธกถา ขุทฺทกนิกายฏธกถ (ธมฺมปทขั้นต้น, คาถาธมฺมปท)อย.บ.                           244/12หมวดหมู่                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                52 หน้า : กว้าง 4.7 ซม. ; ยาว 53.5 ซม.หัวเรื่อง                        พุทธ                                      ศาสนา                                                           บทคัดย่อ/บันทึก     เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด


          หนังสือ : สาปรักสาปเลือด : Immanuel's Veins           ผู้เขียน  : Ted Dekker (เท็ด เด็กเกอร์)           ผู้แปล   : ขีดขิน จินดาอนันต์           นี่คือเรื่องเล่าอันแสนอันตรายของเรื่องราวในอดีต เรื่องรักที่เต็มไปด้วยการล่อลวง เรื่องราวของความปรารถนาอันแสนร้าวรานและการอุทิศตัวอันหาญกล้า จุมพิตเดียว เพียงจุมพิตเดียว...ความชั่วร้ายจักกระชากฉีกทั้งร่างกาย จิตวิญญาณ และหัวใจ นี่คือเรื่องราวสำหรับทุกคน แต่โปรดจำไว้...ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถอ่านเรื่องนี้ได้             ห้องบริการ 1 หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ           เลขหมู่ :  813.54 ด819ส


            ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้วันที่ 19 กันยายนของทุกปี เป็นวันพิพิธภัณฑ์ไทย กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ได้จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และในปีนี้  กรมศิลปากรได้ร่วมกับเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ไทย จัดงานมหกรรมวันพิพิธภัณฑ์ไทย 2566 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ประกอบด้วย             กิจกรรมเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย 2566 Thai Museum Day 2023 ภายใต้หัวข้อ “การจัดการคลังและวัตถุพิพิธภัณฑ์สู่ความยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 17 - 19 กันยายน 2566 เวลา 09.30 – 19.30 น. ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยภายในงานจะได้พบกับกิจกรรมหลากหลายจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ไทยทั่วประเทศ ได้แก่              - นิทรรศการ “Museum Unveiling” เรื่องลึก เบื้องหลังพิพิธภัณฑ์ไทย : พบกับวัตถุหาชมยาก เรื่องราวเชิงลึกของวัตถุพิพิธภัณฑ์ที่ไม่เคยเปิดเผย และเบื้องหลังความสมบูรณ์แบบของวัตถุพิพิธภัณฑ์จากหลายพิพิธภัณฑ์             - พิพิธภัณฑ์เสวนา (Museum Talk) หัวข้อ”การจัดการคลังและวัตถุพิพิธภัณฑ์สู่ความยั่งยืน” :  การบรรยายแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้บริหารระดับสูงและนักวิชาชีพพิพิธภัณฑ์ในหลายมิติ ได้แก่ Museum Technology เทคโนโลยีการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์, Collection Care การดูแลรักษาวัตถุพิพิธภัณฑ์, Storage Engagement ถอดบทเรียนจากการบริหารจัดการคลังช่วงวิกฤตโควิด, Museum Storage มองคลังคนละมุม             - กิจกรรมเวิร์คช็อปการอนุรักษ์วัตถุพิพิธภัณฑ์ (Conservation Lab) : พบการสาธิตการอนุรักษ์วัตถุพิพิธภัณฑ์จากนักอนุรักษ์มืออาชีพ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ลงมือปฏิบัติและเรียนรู้ด้วยตัวเอง             - การออกร้านจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ (Museum Fair) : พบสินค้าและนวัตกรรมต่อยอดจากพิพิธภัณฑ์ ต้นแบบความสำเร็จตามแนวเศรษฐกิจสร้างสรรค์             - เปิดการนำชมพิเศษ “ยลพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน” (Night at the Museum) ภายในหมู่พระวิมานจำนวน 2 รอบ เวลา 17.00 น. และ 18.00 น. (เปิดลงทะเบียนล่วงหน้าเวลา 16.15 น.)             กิจกรรม “มหาคณปติบูชา” เนื่องในเทศกาลคเณศจตุรถีและวันพิพิธภัณฑ์ไทย 2566 ในวันที่ 16 กันยายน 2566 เวลา 09.00 – 16.00 น. และวันที่ 17 – 19 กันยายน 2566 เวลา 09.00 – 20.00 น. ร่วมสักการะขอพรพระคเณศ ณ เทวาลัยชั่วคราว ห้องศรีวิชัย อาคารมหาสุรสิงหนาท และการนำชมรอบพิเศษ เรื่อง “กำเนิดพระคเณศ” วันที่ 17 – 19 กันยายน เวลา 18.00 น. (เปิดลงทะเบียนล่วงหน้าเวลา 17.30 น.) ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานมหกรรมวันพิพิธภัณฑ์ไทย 2566 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร   


           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ขอเชิญชมนิทรรศการ "ความทรงจำอันงดงาม" โดยศาสตราจารย์เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ.2549 ซึ่งรวบรวมผลงานสร้างสรรค์กว่า 50 ชิ้น มาจัดแสดงให้ชมทั้งผลงานประเภทวาดเส้น สีน้ำ สีน้ำมันและสีอะคริลิค อันเป็นผลงานที่เกิดจากการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ  เช่น การพานักศึกษาไปทัศนศึกษานอกสถานที่ การเดินทางท่องเที่ยวไปในต่างประเทศ จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานขึ้นเป็นความทรงจำที่งดงาม อันเป็นที่มาของชื่อนิทรรศการดังกล่าว              นิทรรศการ "ความทรงจำอันงดงาม" จัดแสดงระหว่างวันที่ 5 ตุลาคม - 26 พฤศจิกายน 2566 ณ อาคารนิทรรศการ 4 เปิดให้เข้าชมวันพุธ - อาทิตย์ ตั้งเเต่เวลา 09.00 - 16.00 น. (ปิดให้บริการวันจันทร์ - อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท นักเรียน นักศึกษา ผู้มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และนักบวชทุกศาสนา เข้าชมฟรี




ปาฐกถาบางเรื่องของท่านปรีดีฯ จัดพิมพ์จำหน่ายโดย นายสุพจน์ ด่านตระกูล เกี่ยวข้องกับความยุติธรรมของสังคมและประชาธิปไตย รวมถึงวิถีทางที่จะได้มาซึ่งประชาธิปไตย โดยนำบทปาฐกถาในการชุมนุมสนทนาที่สามัคคีสมาคม (สมาคมนักเรียนไทย) ประเทศอังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2516 และปาฐกถาเรื่อง “จะมีทางได้ประชาธิปไตยโดยวิธีสันติหรือไม่” แสดงในงานประชุมประจำปีของนักเรียนไทยในสหพันธรัฐเยอรมัน เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2516 มาจัดพิมพ์


จารึกโคมป่องทรงปราสาท โคมป่องทรงปราสาทสำหรับจุดไฟบูชาพระธาตุ เป็นทรงปราสาท ฐานสูง รองรับตัวเรือนธาตุซึ่งลฉลุโปร่งเป็นลวดลาย โดยด้านหน้าทำเป็นประตูขนาดเล็ก ฉลุลายดอกไม้และลายกระหนก สองข้างประตูทำเป็นรูปบุคคลยืนเหนือฐานแสดงอัญชลี (พนมมือ) ส่วนอีกสามด้าน ตรงกลางทำเป็นกรอบสี่เหลี่ยมและภายในฉลุลวดลายดอกไม้สี่กลีบ มุมทั้งสี่ประดับด้วยนาคมีปีกและขาทอดตัวลงมาตามแนวสันหลังคา ถัดขึ้นไปเป็นหลังคาซ้อนกัน ๒ ชั้น ส่วนยอดทำเป็นดอกบัวตูม ที่ขอบฐานชั้นบน มีจารึกตัวอักษรฝักขาม ระบุ พ.ศ. ๒๐๕๑ นอกจากโคมป่องทรงปราสาทที่อยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย นี้แล้ว ที่มุมทั้ง ๔ ทิศของกำแพงรั้วพระธาตุหริภุญไชย ยังมีโคมป่องทรงปราสาทที่มีการประดับประดาตกแต่งอย่างงดงาม มีรูปแบบศิลปะที่คล้ายคลึงกันกับโคมป่องใบนี้ อาจสร้างขึ้นในระยะเวลาใกล้เคียงกันเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแก่พระธาตุหริภุญไชย จารึกโคมป่องกำหนดทะเบียนจารึกเป็น ลพ. ๔๒ อยู่บริเวณขอบฐานด้านบน มีจำนวน ๔ ด้าน จารึกด้วยอักษรฝักขาม ความว่า "ศักราชได้ ๘๗๐ ตัว ตรงกับ พ.ศ. ๒๐๗๑ รัชกาลพระเมืองแก้ว  พระรัตนปัญญาเป็นประธานพร้อมด้วยพระมหาสามีศรีวิสุทธิ์วัดต้นแก้ว ชักชวนศรัทธาชาวยางหวานทั้งหลายที่อยู่ทิศตะวันตก ตะวันออก ทิศใต้และทิศเหนือ ได้รวบรวมทองสัมฤทธิ์หล่อเป็นปราสาทหลังนี้ หนัก ๕๘๐๐๐  สำหรับจุดไฟ บูชาพระมหาธาตุเจ้าตราบจนถึง ๕,๐๐๐ ปี" นอกจากนี้ด้านในโคมยังมีจารึกที่แผ่นรองด้านใน ทางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย   จะได้นำภาพถ่ายมาให้ทุกท่านชมในโอกาสต่อไป อ้างอิง ก่องแก้ว วีระประจักษ์ (และคนอื่นๆ). จารึกล้านนา ภาค ๒ เล่ม ๑-๒ : จารึกจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ :กรมศิลปากร, ๒๕๕๑.ณัฏฐภัทร จันทวิช (บรรณาธิการ). โบราณวัตถุและศิลปวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย . กรุงเทพฯ :ส.พิจิตรการพิมพ์, ๒๕๔๘.


วิทยาจารย์ ปีที่ 49 มีนาคม 2493 ฉบับที่ 3 จัดพิมพ์โดยคุรุสภา เรื่องราวในเล่มประกอบด้วย พระพุทธศาสนากับวัฒนธรรม, นำเที่ยวสงขลา, สังเขปรายงานการประชุมกรรมการอำนวยการคุรุสภา, กำหนดแบบเรียนในชั้นสามัญศึกษา 2493 และสรุปข่าวในวงการศึกษาของเรา


องค์ความรู้สุพรรณบุรี เรื่อง ประเพณีการแต่งงานของลาวโซ่ง-ไทยทรงดำผู้เรียบเรียง : นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ


ชื่อเรื่อง                    สพ.ส.63 คาถาอาคมประเภทวัสดุ/มีเดีย       สมุดไทยขาวISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                  ไสยศาสตร์ลักษณะวัสดุ              18; หน้า : ไม่มีภาพประกอบหัวเรื่อง                    คาถาอาคม                    ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก                   ประวัติวัดพยัคฆาราม ต.ศรีประจันต์  อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี มอบให้หอสมุดฯ วันที่ 15 ส.ค..2538


         แผ่นทองคำสลักดุนรูปกิเลน            พุทธศตวรรษที่ ๒๑          ได้จากวัดเจดีย์สูง ตำบลฮอด อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๗          ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องล้านนา อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร          แผ่นทองคำกลม ดุนรูปกิเลนยืนเหนือผิวน้ำ ท่ามกลางก้อนเมฆ ด้านบนเจาะรูเล็ก ๆ หนึ่งรู ส่วนขอบชำรุดไปบางส่วน          กิเลน หรือ ฉิหลิน (ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) เป็นสัตว์วิเศษ ๑ ใน ๔ (ประกอบด้วย มังกร กิเลน หงส์ และเต่า) ซึ่งสามารถขจัดสิ่งชั่วร้ายและภูตผีปีศาจได้ ตามความเชื่อในวัฒนธรรมจีน กิเลนเกิดขึ้นจากธาตุทั้งห้าคือดิน น้ำ ไฟ ไม้และโลหะ สามารถเดินบนน้ำและในอากาศได้ อีกทั้งมีอายุอยู่ได้นับพันปี จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งคุณงามความดีและความมีอายุยืน* ชาวจีนนิยมทำยันต์รูปกิเลนหรือประติมากรรมกิเลนตั้งหันหน้าออกนอกถนนหรือทางแยก เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายที่อาจเข้ามายังที่อยู่อาศัย กิเลนมีศีรษะคล้ายสุนัขป่า** มีเขา ลำตัวมีเกล็ด ขาทั้งสี่มีกีบเท้าคล้ายกับม้า หางเหมือนวัว นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกตามเพศด้วย หากเป็นตัวผู้มีคำเรียกว่า “กิ” หากเป็นตัวเมียมีคำเรียกว่า “เลน” ดังนั้นเมื่อเรียกรวมกันจึงเรียกว่า “กิเลน”          คนไทยคงรู้จักกิเลนจากการติดต่อค้าขายกับจีน และนำมาประยุกต์ใช้ในงานศิลปกรรม อย่างน้อยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ดังปรากฏหลักฐานบนตู้พระธรรมวัดเซิงหวาย และน่าจะจัดให้กิเลนเป็นหนึ่งในสัตว์หิมพานต์ ดังหลักฐานจากสมุดภาพ เลขที่ ๑๙๗ “สมุดรูปสัตว์ต่าง ๆ” มีข้อความระบุว่าวาดขึ้นเมื่อ จ.ศ. ๑๑๙๗ (พ.ศ. ๒๓๗๘)*** ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งหน้าต้นที่ ๔๙-๕๐ ปรากฏเป็นภาพกิเลนลายเส้นสีดำ นอกจากนี้สันนิษฐานว่า กิเลน ยังเป็นแรงบันดาลใจให้สุนทรภู่ สร้างตัวละครคือ “ม้านิลมังกร” ในเรื่องพระอภัยมณี ดังความตอนหนึ่งที่สุดสาครพบม้านิลมังกรว่า          “พอพบม้าหน้าเหมือนมังกรร้าย  แต่กีบกายนั้นเป็นม้าน่าฉงน หางเหมือนอย่างหางนาคปากคำรน กายพิกลกำยำดูดำนิล”   *พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ) ให้คำอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า กิเลนเป็นสัตว์ทิพย์ ปรากฏขึ้นเมื่อใดก็เป็นสวัสดิมงคล เพราะฉะนั้นจึงมักปรากฏตัวเมื่อบ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขหรือผู้มีบุญมาเกิด นอกจากนี้ในวรรณกรรมจีนปรากฏ “กิเลน” ในเนื้อเรื่อง เช่น ไคเภ็ก และห้องสิน เป็นต้น **ในคำอธิบายของพรพรรณ จันทโรนานนท์ ระบุว่ามีศีรษะคล้ายหมูป่า ดูใน พรพรรณ จันทโรนานนท์. ฮก ลก ซิ่ว. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๓๗. ***หน้าต้นมีข้อความระบุไว้ดังนี้ “๏ วันอังคาร ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือนสาม (กุมภาพันธ์-นับเดือนตามจันทรคติ) จุลศักราช ๑๑๙๗ [พ.ศ. ๒๓๗๘] ปีมะแมสัพศก ข้าพระพุทธจ้าวพรหมประกาศิต เขียรรูปสัตว์ต่าง ๆ ข้าพระพุทธิจ้าวนายฉายจำลองชุปเส้นอักสรทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ขอเดชะ ๚ะ”     อ้างอิง กรมศิลปากร. สมุดภาพสัตว์หิมพานต์. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๖๑. พรพรรณ จันทโรนานนท์. ฮก ลก ซิ่ว. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๓๗. สมบัติ พลายน้อย. สัตว์หิมพานต์. พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรุงเทพฯ: พิมพ์คำ, ๒๕๕๒.








Messenger