ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 53,204 รายการ

                    หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา โดย “ห้องค้นคว้า” ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเรียนรู้และทำความเข้าใจภารกิจด้านการอนุรักษ์และบูรณะปราสาทหินในประเทศไทย ซึ่งมิใช่เพียงงานช่าง หากเป็นการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมและอธิปไตยของชาติ   หลักการบูรณะปราสาทหิน: ศาสตร์และศิลป์แห่งการอนุรักษ์                     การบูรณะปราสาทหินเป็นงานที่ต้องอาศัยองค์ความรู้จากหลากหลายสาขา ทั้งโบราณคดี สถาปัตยกรรม วิศวกรรม และการอนุรักษ์ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมศิลปากร ตามพระราชบัญญัติโบราณวัตถุ โบราณสถาน ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504                     หลักการสำคัญที่สุดในการบูรณะคือการคงไว้ซึ่ง “คุณค่าดั้งเดิม” และ “ความเป็นของแท้” (Authenticity) ของโบราณสถาน โดยยึดแนวปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล วิธีการบูรณะหลักที่ใช้กับปราสาทหินในประเทศไทย คือการบูรณะแบบ อนัสติโลซิส (Anastylosis) ซึ่งเป็นการนำชิ้นส่วนหินเดิมที่พังทลายกลับไปประกอบในตำแหน่งเดิมให้มากที่สุด หากจำเป็นต้องเสริมชิ้นส่วนใหม่ จะต้องแยกแยะจากของเดิมได้อย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถตรวจสอบและทำความเข้าใจการบูรณะในอนาคต                     ก่อนการดำเนินงานบูรณะ จำเป็นต้องมีการขุดค้นและศึกษาทางโบราณคดีอย่างละเอียด มีการจัดทำผัง บันทึก และวิเคราะห์ชิ้นส่วนที่พังทลาย เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการถอดแบบและฟื้นฟูรูปแบบดั้งเดิม ควบคู่กับการเสริมความมั่นคงของโครงสร้าง เพื่อป้องกันการทรุดตัวและการเสื่อมสภาพของวัสดุตามกาลเวลา ผู้สนใจสามารถศึกษาวิธีการบูรณะแบบอนัสติโลซิสเพิ่มเติมได้ที่ https://youtu.be/idtIw7enmyk?si=VEPxpQO92J2p2N-N ปราสาทตาควาย: โบราณสถานกับมิติอธิปไตยและความมั่นคง                     ปราสาทหินตาควายตั้งอยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา และได้รับความเสียหายจากเหตุปะทะทางทหารในช่วงความขัดแย้งที่ผ่านมา จากการให้สัมภาษณ์ของ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ยืนยันว่า โบราณสถานในเขตชายแดน รวมถึงปราสาทตาควาย สามารถบูรณะซ่อมแซมได้ตามหลักวิชาการ และมิใช่สิ่งที่เกินขีดความสามารถของกรมศิลปากร อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานต้องคำนึงถึงความมั่นคงของพื้นที่และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นสำคัญ                     ในฐานะที่โบราณสถานเหล่านี้ตั้งอยู่ในเขตอธิปไตยของราชอาณาจักรไทย กรมศิลปากรมีหน้าที่โดยตรงในการคุ้มครองและอนุรักษ์ พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง การบูรณะจะสามารถดำเนินการได้เมื่อสถานการณ์ตามแนวชายแดนกลับสู่ความสงบ   การดูแลของสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา                     ปราสาทหินตาควายอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา นายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่าง ๆ ว่า ปราสาทตาควายสามารถบูรณะให้กลับสู่สภาพเดิมได้ โดยใช้กระบวนการมาตรฐานเช่นเดียวกับโบราณสถานอื่น ได้แก่ การสำรวจ ขุดค้น จัดทำแบบ และจัดทำรายการบูรณะ ทั้งนี้ การดำเนินงานจำเป็นต้องรอให้สถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนยุติลง เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างปลอดภัยและถูกต้องตามหลักวิชาการ   ภารกิจกรมศิลปากรหลังความขัดแย้ง                     ภายหลังเหตุการณ์สงครามหรือความขัดแย้ง ภารกิจหลักของกรมศิลปากรคือการคุ้มครอง อนุรักษ์ และฟื้นฟูมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ การสำรวจและประเมินความเสียหายของโบราณสถาน รวมถึงการดำเนินการอนุรักษ์ฉุกเฉินเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม โดยต้องประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานด้านความมั่นคง                     การบูรณะปราสาทหินตาควายจึงมิใช่เพียงการฟื้นฟูโบราณสถานที่ได้รับความเสียหายจากสงคราม หากเป็นบทพิสูจน์ถึงบทบาทของกรมศิลปากรและสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ในการใช้หลักวิชาการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม และยืนยันอำนาจหน้าที่ในการดูแลโบราณสถานบนผืนแผ่นดินอธิปไตยของไทย   เรียบเรียงข้อมูลและแนะนำโดย นางแพรว ธนภัทรพรชัย เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญงาน ออกแบบกราฟิกโดย นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย บรรณารักษ์ปฏิบัติการ   อ้างอิง กฎหมายและระเบียบ •  พระราชบัญญัติโบราณวัตถุ โบราณสถาน ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504. [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 12 ธันวาคม 2568, จาก: https://www.finearts.go.th/.../waPq1hqGWYZrrrJg367QGOd1W1... •  "ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง โครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของกรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ."  ราชกิจจานุเบกษา.   เล่ม 115 ตอนพิเศษ 66 ง.  (31 กรกฎาคม 2541): 23.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 12 ธันวาคม 2568, จาก: https://www.ratchakitcha.soc.go.th/.../PDF/2541/E/066/23.PDF   บทสัมภาษณ์และข่าวสาร (กรณีปราสาทตาควาย) •  พนมบุตร จันทรโชติ.  ‘กรมศิลป์’ ซ่อมได้!! พร้อมหนุนกองทัพ ไม่เสียแผ่นดิน ไม่สิ้นปราสาท.   ไทยโพสต์.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 12 ธันวาคม 2568, จาก: https://www.facebook.com/watch/?v=1369268394642287 •  ทศพร ศรีสมาน.  ฟังจากสำนักศิลปากรที่ 10 ปราสาทตาควาย ซ่อมแซมได้หรือไม่ ?.  อมรินทร์ทีวี.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 12 ธันวาคม 2568, จาก: https://youtu.be/me2ZoaoD_Wg •  ทศพร ศรีสมาน. “ศิลปากรยืนยัน ‘ปราสาทตาควาย’ ซ่อมแซมได้.” สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT HD.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 12 ธันวาคม 2568, จาก: https://youtu.be/HF3QiXF0QdU •  สำนักศิลปากรที่ 10 พูดแล้ว หลังมีภาพปราสาทตาควายเกิดความเสียหายจากการสู้รบ.   [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 12 ธันวาคม 2568, จาก: https://today.line.me/th/v3/article/7N9ogQl   ข้อมูลบทบาทและหน้าที่ •  กรมศิลปากร.  บทบาทและหน้าที่.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 12 ธันวาคม 2568, จาก: https://www.finearts.go.th/main/categorie/about


          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ขอเชิญชมนิทรรศการ Exhibition, Painting & Poetry “หนึ่งคำ ล้ำหมื่นภาพ หนึ่งภาพ ล้ำหมื่นคำ” เมื่อ “ภาพ” และ “ถ้อยคำ” สนทนากันผ่านงานศิลปะ ชวนทุกท่านมาสัมผัสนิทรรศการศิลปกรรมที่หลอมรวมจิตรกรรมและบทกวี สะท้อนชีวิต ความทรงจำ และจิตวิญญาณของศิลปินไทยผู้ทรงคุณค่า จัดแสดงระหว่างวันที่ 4 – 30 มกราคม 2569 เปิดวันพุธ - วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์และวันอังคาร) เวลา 09.00 - 16.00 น.  ณ อาคารนิทรรศการ 4 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 240 บาท โดยมีพิธีเปิดนิทรรศการ วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น. ขอเชิญผู้รักศิลปะทุกท่านมาร่วมเปิดมุมมองใหม่ผ่านภาพ เส้น สี และถ้อยคำ ที่จะพาคุณเดินทางไปสู่โลกแห่งสุนทรียะ __________________________________________ Exhibition, Painting & Poetry When "Paintings" and “Poetry” converse through art. You are invited to experience an art exhibition that brings together painting and poetry, reflecting life, memories, and the spirit of distinguished Thai artists. 4 – 30 January 2026 (Closed on Mondays and Tuesdays) 09.00 – 16.00 hrs. Exhibition Building 4, The National Gallery of Thailand Admission fee: Thai nationals 30 THB | Foreign visitors 240 THB Opening Ceremony Saturday, 10 January 2026 at 4.00 p.m. All art lovers are warmly invited to discover new perspectives through painting, lines, colors, and words— a journey into the world of aesthetic beauty.



         สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมการบรรเลง - ขับร้องวงดุริยางค์สากล “ลมหวน ชวนคิดถึง เพลงวันวาน” เนื่องในโครงการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 17.30 น. ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร บรรเลงและขับร้องโดย วงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร อำนวยเพลงโดย ธนู รักษาราษฎร์ ผู้อำนวยการกลุ่มดุริยางค์สากล อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. 0 2221 6532, 0 2224 1342         ทั้งนี้ รายการดนตรีสำหรับประชาชน ณ สังคีตศาลา เป็นรายการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม ที่สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อนำเสนอการบรรเลง ขับร้อง และการแสดงที่หลากหลาย ซึ่งล้วนแสดงออกถึงเอกลักษณ์ที่มีคุณค่าอันควรแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติ สำหรับปีนี้ กำหนดจัดการแสดงทุกวันอาทิตย์ รวม 6 ครั้ง ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 17.30 น. - 19.30 น. โดยมีรายการแสดงโขน การแสดงละคร การแสดงวิพิธทัศนา การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย การบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล สลับสับเปลี่ยนกันไปทุกอาทิตย์          ขอเชิญผู้สนใจชมการแสดงรายการ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ค่าเข้าชมการแสดงคนละ 20 บาท (จำหน่ายบัตรหน้างานก่อนการแสดง 1 ชั่วโมง) นำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดิน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏดุริยางคศิลป์ของชาติ ให้คงอยู่และแพร่หลายอย่างกว้างขวางสืบไป    


องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ประจำเดือนมกราคม ๒๕๖๙เรื่อง : พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะอยุธยาตอนต้น แบบอู่ทองรุ่นที่ ๒ พบจากวัดมหาธาตุ เมืองโบราณสุโขทัย


รายงานการสำรวจทางโบราณคดีแหล่งโบราณคดีโนนตาเถร บ้านลำเชิงไกร ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาโดย นายสมเดช ลีลามโนธรรมกลุ่มโบราณคดีสำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมากรมศิลปากร ปีงบประมาณ 2558


การสรงน้ำพระพุทธรูป ถือเป็นประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ในช่วงเทศกาล "วันสงกรานต์" ซึ่งเปรียบเสมือนวาระแห่งการเริ่มต้นปีใหม่ไทย พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่นิยมเข้าวัดสรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว พร้อมทั้งทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ และรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ​ประเพณีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทำนุบำรุงศาสนา แต่ยังเป็นกุศโลบายที่ช่วยสร้างความรัก ความอบอุ่น และความสมัครสมานสามัคคีให้เกิดขึ้นภายในครอบครัว ตลอดจนส่งผลดีต่อสังคมและประเทศชาติให้ร่มเย็นเป็นสุขสืบไป ​ภาพประกอบ: จิตรกรรมฝาผนัง วัดยางทวง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม


"ความสำคัญของลูกปัดในอดีต" ทำไมเราต้องรักษาลูกปัดโบราณเอาไว้ ?       ลูกปัดโบราณทุกเม็ดคือ "เอกสารทางประวัติศาสตร์" ที่สูญหายไปแล้วหาคืนไม่ได้ เมื่อลูกปัดเม็ดหนึ่งถูกนำออกจากแหล่งขุดค้นโดยไม่ผ่านการศึกษาอย่างถูกต้อง ข้อมูลทั้งหมดที่ลูกปัดบรรจุไว้ก็หายไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นลูกปัดถูกฝังอยู่ใกล้กับอะไร บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนอะไร หรือแม้แต่เชื่อมโยงกับเส้นทางการค้าสายใด       แหล่งโบราณคดีเขาสามแก้วและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชุมพรจึงมีความสำคัญมาก เพราะเป็นสถานที่ที่เก็บรักษาและถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ให้คนรุ่นปัจจุบันและอนาคตได้รับรู้ ลูกปัดที่วางอยู่ในตู้กระจกของพิพิธภัณฑ์นั้นไม่ใช่แค่ "ของเก่า" แต่คือตัวแทนของยุคสมัยที่ชุมพรเคยเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่เชื่อมถึงกันจากอินเดียไปจนถึงจีน จากโรมันโบราณจนถึงทะเลจีนใต้ และนั่นคือมรดกอันล้ำค่าที่พวกเราทุกคนควรภาคภูมิใจและช่วยกันดูแลรักษาไว้       นอกจากนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร ได้จัดนิทรรศการพิเศษ  เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ปี ๒๕๖๙ เรื่อง “แหล่งโบราณคดีเขาเสก” จัดแสดงโบราณวัตถุที่พบจากแหล่งโบราณคดีเขาเสก อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร โดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๙ และสามารถเข้าชมทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. สอบถามโทร ๐๗๗-๖๓๐๗๕๘   จัดทำโดย : นางสาวกานต์รวี พัฒนบุรี นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สาขาวิชาเอกประวัติศาสตร์ วิชาโทภาษาไทย  คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ อ้างอิง : จันทิมา อำมโภช. (2556). ลูกปัดโบราณ. เข้าถึงเมื่อ 15 พฤษภาคม 2569. เข้าถึงได้จาก https://janthimablog.wordpress.com/category บัญชา พงษ์พานิช และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (2562). สุวรรณภูมิ ภูมิอารยธรรมเชื่อมโยงโลก. กรุงเทพ:บริษัท ศิริวัฒนา อินเตอร์พริ้นท์ จำกัด(มหาชน).  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร. (2548). ลูกปัด:เครื่องประดับที่ไม่เคยเสื่อมความนิยม. เข้าถึงเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569. เข้าถึงได้จาก https://www.gotoknow.org/posts/5718



        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ จังหวัดนครราขสีมา ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรม พิพิธภัณฑ์พาเดิน ครั้งที่ 9 “ศรัทธานำทาง 9 วัด ตามรอยประวัติศาสตร์ ผ่านเส้นทางแห่งศรัทธา”  วิทยากรโดย คุณไพบูลย์ พฤกษ์พนาเวศ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ในวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 – 11.00 น.ร่วมออกเดินทางย้อนรอยอดีต เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และความเชื่อ ผ่านเส้นทางวัดสำคัญภายในเมืองนครราชสีมา         เปิดรับสมัครผู้สนใจทุกเพศ ทุกวัย สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยสแกน QR Code หรือกดลิงก์ https://forms.gle/87kiCyXxMhZRYSig9 รับจำนวนจำกัดเพียง 20 ท่านเท่านั้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานโบราณคดีเมืองนครราชสีมากับนักโบราณคดีตัวจริง เสียงจริง บอกเล่าบทสรุปครั้งสำคัญไปด้วยกัน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4424 2958


ชื่อเรื่อง                    วัดมหาธาตุ ชน. ส.48ไข้เนื้อสันนิบาต ประเภทวัสดุ/มีเดีย      สมุดไทยขาวหมวดหมู่                  เวชศาสตร์ลักษณะวัสดุ              154; หน้า : ไม่มีภาพประกอบหัวเรื่อง                    เวชศาสตร์                  ภาษา                       ไทยอักษร                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก         ว่าด้วยยาแก้สันนิบาต เช่น ยาต้มแก้สันนิบาต ยาสิบสองสันนิบาต เป็นต้นประวัติ                      ต้นฉบับจัดเก็บที่ วัดมหาธาตุ ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท




องค์ความรู้ด้านการสำรวจสถาปัตยกรรมเพื่อการอนุรักษ์โบราณสถาน (อาคารเรือนทรงไทย) บทที่ 10-12


ภูมิปัญญาไทยภาคกลาง จัดแสดงภูมิปัญญาไทยพื้นถิ่น สิ่งของเครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น เตาเชิงกราน หม้อดินเผา กระจ่า กระบวย ฯลฯ  เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำนา เช่น ไถ คราด ฯลฯ  เครื่องประกอบอาชีพเสริม เช่น อุปกรณ์ปั้นหม้อดินเผา เครื่องทอผ้า เครื่องหีบอ้อย ฯลฯ  เครื่องมือในการประมง เช่น ชะนาง สุ่ม ตุ้ม ข้อง กระชัง ฯลฯ และพาหนะในการเดินทาง เช่น เกวียน หรือระแทะ เป็นต้น


พิพิธิภัณฑสถานแห่งชาติเสมือนจริง สตูล : http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/satun     พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สตูล ตั้งอยู่ ซอย 5 ถนนสตูลธานี ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ซึ่งได้ปรับปรุงขึ้นมาจากคฤหาสน์กูเด็น ที่สร้างขึ้นโดย พระยาภูมินารถภักดีหรือตนกูบาฮารุดดิน บินกูแม้ะ เจ้าเมืองสตูล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นอาคารลักษณะสถาปัตยกรรมยุโรปแบบโคโรเนียล สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวเสด็จปักษ์ใต้ แต่มิได้มาประทับแรม ต่อมาจึงใช้เป็นบ้านพักเจ้าเมืองและศาลาว่าการเมืองสตูล จนกระทั่งในสงครามโลกครั้งที่ 2 ราวปี พุทธศักราช 2484 อาคารหลังนี้ใช้เป็นกองบัญชาการทหารญี่ปุ่น ใช้เป็นศาลากลางจังหวัดสตูล ตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2490 - 2506 เป็นที่ว่าการอำเภอเมืองสตูล ในปี พุทธศักราช 2508 - 2509 เป็นอาคารเรียนและใช้เป็นอาคารสำนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ตามลำดับ     ด้วยความสำคัญทางประวัติศาสตร์และรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่มีความโดดเด่นกรมศิลปากรจึงได้ประกาศขึ้นทะเบียนคฤหาสน์กูเด็นเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2532    กรมศิลปากรได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงอาคารโบราณสถานคฤหาสน์กูเด็นขึ้นเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมืองเป็นแหล่งรวบรวมและจัดแสดงประวัติศาสตร์เมืองตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีและวิถีชีวิตชาวสตูลซึ่งนโยบายการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติดังกล่าวมีความสอดคล้องกับความต้องการของจังหวัดสตูลที่มีความประสงค์จะมีศูนย์เก็บรวบรวมอนุรักษ์ จัดแสดง และเผยแพร่มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดสตูล    ในระหว่างปี พุทธศักราช 2537 - 2538 กรมศิลปากรโดยหน่วยศิลปากรที่ 9 จึงได้ดำเนินการบูรณะอาคารคฤหาสน์กูเด็น ต่อมาในปีงบประมาณ 2540 - 2543 กรมศิลปากรโดยสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 10 สงขลา ได้ดำเนินการจ้างเหมาจัดแสดงนิทรรศการถาวรในอาคารและบูรณะซ่อมแซมอาคารพร้อมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบอาคาร และติดตั้งระบบสาธารณูปโภค ระบบปรับอากาศ    สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2543 และได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมและบริการด้านการศึกษา เป็นต้นมาและในวันที่ 12 ตุลาคม 2544 อาคารคฤหาสน์กูเด็นได้รับการยกย่องเป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี 2544 โดย สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์    ลักษณะทางกายภาพ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สตูล (คฤหาสน์กูเด็น) เป็นอาคาร 2 ชั้น หลังคาทรงปั้นหยา ผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส อาคารชั้นล่างแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ ระเบียง ห้องโถงกลาง ห้องปีก 2 ข้าง และห้องโถงด้านหลัง มีบันไดขึ้นชั้นบนที่ห้องโถงกลางและโถงหลัง ชั้นบนแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือมุขหน้า ห้องโถงกลาง และห้องปีกสองข้าง ห้องด้านหลังและดาดฟ้า    มีพื้นที่ทั้งหมด 1 ไร่ 3 งาน 15 ตารางวา พื้นที่จัดแสดงทั้งหมด 689.363 ตารางเมตร


black ribbon.