ค้นหา


รายการที่พบทั้งหมด 38,294 รายการ

หญิงลักษณาเลิศ  พรพิมล.  กล้วยไม้.  พิมพ์ครั้งที่ 1. ธนบุรี: เกษมบรรกิจ, 2499.           กล้วยไม้หรือเอื้อง ปาล์มหรือหมาก ชื่อวงศ์ของไม้ ชื่อชนิดของพันธ์ไม้ ไม้ที่กำเนิดในต่างประเทศ ลักษณะมีกลีบใหญ่เรียกว่ากลีบนอก ส่วนกลีบรอบในเรียกว่ากลีบใน ใบกว่าขั้วของดอก มีสีหลากหลาย ขาว แดง ม่วง ฯลฯ กล้วยไม้ปลูกได้ในอากาศเรียกว่ากล้วยไม้อากาศและปลูกลงดิน การขยายพันธุ์ใช้วิธีขยายแขนง การแบ่ง และการเพาะเมล็ด อาหารคือน้ำและแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น แคลเซียม ไนโตรเย็น ฟอสฟอรัส กำมะถัน และแร่ธาตุอื่น ๆ กระถางสำหรับปลูกแล้วแต่รูปทรง ความสูงอาจจะ 10 หรือ 12 ซ.ม. รองพื้นด้วยหญ้ามอส กาบมะพร้าวที่แช่น้ำ แสงสว่างมากให้มีร่มเงาเพื่อเป็นกำบังแดด การให้น้ำให้รดทั้งราก ใบ ดอก กล้วยไม้มีหลายตระกูล เช่น ตระกูลวันดา หวาย แคทลียา ฟาเลนน็อพซีส คาลันเท ลาเลีย เรนันเทอรา ฯลฯ


ชื่อเรื่อง                         ธมฺมบทวณฺณนา ธมฺมบทฏฺฐกถา (ขุทฺทกนิกายฏฺฐกถา) อย.บ.                            327/11 หมวดหมู่                       พุทธศาสนา ลักษณะวัสดุ                   54 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 53 ซม. หัวเรื่อง                         พระธรรมเทศนา                                                                       บทคัดย่อ/บันทึก           เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา


วัดหัวเวียง แม่ฮ่องสอน         วัดหัวเวียง เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามประวัติวัดระบุว่าวัดหัวเวียง คือวัดหัวเมือง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๓๐๙  จากนั้นจึงสร้างวัดหัวเวียงขึ้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๖ ไม่ทราบนามผู้สร้างวัด ทราบเพียงว่าเป็นวัดแห่งที่สองของเมืองแม่ฮ่องสอน ชาวเมืองแม่ฮ่องสอนจะเรียกว่าวัดกลางเวียง โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๙         ภายในวัดประกอบด้วยศาสนาสถานสำคัญ อาทิ วิหารพาราละแข่ง พระเจ้าพาราละแข่ง (พระมหามัยมุนีจำลอง) ศาลาจำศีลอาคารไม้ เจดีย์ อุโบสถวัดหลังใหม่ เป็นต้น โดยมีรูปแบบงานสถาปัตยกรรมศิลปะไทใหญ่ ผสมผสานศิลปะพม่า และศิลปะตะวันตก ซึ่งมีการทำนุบำรุงรักษา รวมทั้งการบูรณะให้คงความสมบูรณ์ ด้วยความร่วมมือของชุมชนและหน่วยงานภาครัฐเสมอมา         อาคารที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ คือวิหารพระเจ้าพาราละแข่ง รูปแบบศิลปกรรมไทใหญ่ เป็นอาคารไม้ แบ่งพื้นที่อาคารเป็น ๒ ส่วน ยอดหลังคาซ้อนชั้นเหมือนปราสาทจำนวน ๒ ยอด ยอดแรกเป็นปยาทาดแบบพม่า อีกยอดหนึ่งเป็นปยาทาดโดยมีโดมด้านบน มุงด้วยสังกะสี สลักลวดลายสังกะสีประกอบทุกชั้นหลังคา ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป พระเจ้าพาราละแข่ง จำลองจากพระมหามัยมุนี เมืองมัณฑะเลย์ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐ โดยหล่อจำลอง ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า แยกเป็น ๙ ส่วน แล้วอัญเชิญล่องมาตามแม่น้ำสาละวิน ขึ้นที่ท่าเรือบ้านท่าโป่งแดง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จากนั้นนำไปประกอบที่วัดพระธาตุดอยกองมู และอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดหัวเวียงจนถึงปัจจุบัน#แม่ฮ่องสอน#วัดในแม่ฮ่องสอนเรียบเรียง นายวีระยุทธไตรสูงเนิน นักจดหมายเหตุ ชำนาญการภาพ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่อ้างอิงกรมการศาสนา. ๒๕๓๓. ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักรไทย เล่ม ๙. โรงพิมพ์กรมศาสนา : กรุงเทพมหานคร ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม และคณะ. ๒๕๕๓ รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการ "การออกแบบเบื้องต้นและการศึกษาความเป็นไปได้สำหรับพิพิธภัณฑ์มีชีวิตของเมืองแม่ฮ่องสอน". สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)


วันพุธที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๓๐ น. นางปริญญา สุขใหญ่ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ มอบให้นพรัศม์ เมธีวราธนานันท์ ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ และอาภาภรณ์ เปล่งปลั่งศรี นักวิชาการวัฒนธรรม เข้าตรวจสอบพื้นที่ (โคกครึ หนองหงส์) บ้านโคกเจริญ หมู่ที่ ๑๒ ตำบลจารพัต อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งได้รับการประสานงานจากนายชน ช่อจันทร์ ผู้ใหญ่บ้าน ว่าพบโบราณวัตถุในพื้นที่ และคาดว่าพื้นที่ดังกล่าวจะมีโบราณสถานตั้งอยู่ จึงให้กรมศิลปากรตรวจสอบ เพื่อการดำเนินการที่เหมาะสมต่อไป


           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จัดกิจกรรม “มหาคณปติบูชา” เนื่องในเทศกาลคเณศจตุรถีและวันพิพิธภัณฑ์ไทย ๒๕๖๖ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วันเสาร์ที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. และวันอาทิตย์ - วันอังคารที่ ๑๗ - ๑๙ กันยายน ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๒๐.๐๐ น.            พบกับกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้            - เปิดเทวาลัยชั่วคราว ณ ห้องชวา - ศรีวิชัย เพื่อสักการะขอพรพระคเณศ            - Talk & Touch พูดคุยและทำเวิร์กชอปสนุก ๆ แต่งองค์พระคเณศก่อนเชิญเข้าบ้าน และเรียนรู้การทำพระพิมพ์ผง “ภัทรบูชา”             - DIY สายมู ระบายสีมุสิกะและร้อยเครื่องประดับชาร์มพระคเณศ            - เปิดตลาดอาร์ตทอยครบเครื่องเรื่องพระคเณศจากศิลปิน/สตูดิโอต่าง ๆ            - กาชาปองที่ระลึก “นวคเณศ” รุ่น ๒ โดยศิลปินอาร์ตทอย ๒๙ แบบ           - เก้าแต้มควิซ ตามล่าหาดอกไม้สำคัญในการสักการะพระคเณศเพื่อรับของรางวัลพิเศษสุด            - สนุกกับลายเส้นจากพี่ ๆ ขายหัวเราะ            - นำชมยามค่ำรอบพิเศษ ๑๗ - ๑๙ กันยายน “กำเนิดพระคเณศ” วันละ ๑ รอบเท่านั้น            นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ๒๕๖๖ จากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ระหว่างวันที่ ๑๗ - ๑๙ กันยายนนี้ อีกด้วย           ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม “มหาคณปติบูชา” สามารถติดตามรายละเอียดของแต่ละกิจกรรม ได้ทาง Facebook : Education.National Museum Bangkok เที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 


          วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐ น. พระธรรมวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีสวดพระพุทธมนต์อุทิศถวายพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช“ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๖ โดยมี นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช คู่สมรส นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้นำองค์การศาสนา ศาสนิกชน องค์กรเครือข่าย ประชาชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมในพิธี ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร


ชื่อเรื่อง                                รวมกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินผู้แต่ง                                   กรมที่ดินประเภทวัสดุ/มีเดีย                 หนังสือหายากISBN/ISSN                            -หมวดหมู่                               วรรณคดีภาษาฝรั่งเศส ภาษาโรมานซ์เลขหมู่                                  846.043สถานที่พิมพ์                          พระนครสำนักพิมพ์                             กรมที่ดินปีที่พิมพ์                                2503ลักษณะวัสดุ                          336 หน้าหัวเรื่อง                                  ที่ดิน -- กฎหมายและระเบียบข้อบังคับภาษา                                    ไทย


ฝึกหัดครูชั้นสูง ฉบับประถมฤกษ์ 2495 เป็นหนังสือของโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงที่จัดทำขึ้นเอง มีบทความและสาระน่ารู้ต่าง ๆ อาทิ ประวัติโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง ถนนประสานมิตร, ค้าถ่านสมัยใหม่, รู้ไว้ใช่ว่า, เล็ก ๆ น้อย ๆ จากห้องสมุด, กิจการภายในโรงเรียน, กีฬาของเรา เป็นต้น


๕ พฤศจิกายน วันคล้ายวันถึงแก่พิราลัย  เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้าย ถึงแก่พิราลัย เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๖สิริชันษาได้ ๖๘ ปี เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ พระราชทานนามสกุล ณ ลำภูน (ปัจจุบันใช้คำว่า ณ ลำพูน) เขียนเป็นตัวอักษรโรมันว่า na Lambhun  ภาพถ่ายและเครื่องแต่งกายของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าพงศ์ธาดา ณ ลำพูน โอรสองค์ใหญ่มอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๐ อ้างอิง จ ค นะ ลำพูน ตัวตายดีกว่าชื่อตาย. พิมพ์แจกไนงานพระราชทานเพลิงสพ พลตรี เจ้าจักรคำขจรสักดิ เจ้าผู้ครองนครลำพูน นะ เมรุสุสาน นะ บ้านหลวย ๒๔ ธันวาคม ๒๔๘๖. พระนคร: พระจันท, ๒๔๘๖.พิเชษฐ์ ตันตินามชัย. เจ้าหลวงลำพูน. เชียงใหม่: วิทอินดีไซน์, ๒๕๕๘.


วิทยาจารย์ ปีที่ 50 กันยายน 2494 ฉบับที่ 9 จัดพิมพ์โดยคุรุสภา เรื่องราวในเล่มประกอบด้วย กลอนคติ, โรงเรียนสำหรับฝึกพี่เลี้ยง, ประเทศอินโดจีนฝรั่งเศส, คำถาม - คำตอบพีชคณิตวิชาชุดครูมัธยม 2493, สำนวนภาษาอังกฤษ เป็นต้น


เรื่อง พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ ผู้เรียบเรียง : นางสาวลักษมณ ประจวบมูล บรรณารักษ์ปฏิบัติการ


ชื่อเรื่อง                                  ประวัติย่อพระบรมธาตุสวีและตำนานเมืองสวีผู้แต่ง                                     -ประเภทวัสดุ/มีเดีย                  หนังสือหายากISBN/ISSN                            -หมวดหมู่                                ภาษาเลขหมู่                                   294.3135สถานที่พิมพ์                           พระนครสำนักพิมพ์                             โรงพิมพ์บุญสินธุ์ปีที่พิมพ์                                 2509ลักษณะวัสดุ                           36 หน้า หัวเรื่อง                                  ภาษาภาษา                                    ไทย


         รางวางธูปประดับมุก          สมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕          สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ประทานยืม          ปัจจุบันจัดแสดง ณ พระที่นั่งพรหมเมศธาดา (ชั้นล่าง) หมู่พระวิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร          รางวางธูปประดับมุกรูปมังกร ส่วนหัวมังกรเชิดหน้าขึ้น มองขึ้นด้านบน ตาเบิกโพลง จมูกสั้น อ้าปาก ลำตัวตรง กลางลำตัวเป็นช่องสี่เหลี่ยมทาชาด รองรับด้วยฐานสี่เหลี่ยมแกะเป็นรูปขาและอุ้งเท้ามังกร ส่วนปลายเป็นหางมังกร          รางวางธูปรูปมังกรชิ้นนี้ สันนิษฐานว่าแต่เดิมอาจเป็นส่วนประกอบหนึ่งหรือสร้างตามแรงบันดาลใจมาจาก “นาฬิกาธูป” (Incense Clock) ในวัฒนธรรมจีนถือเป็นเครื่องบอกเวลาชนิดหนึ่ง กล่าวคือ ธูปจะวางไว้ตามแนวรางรูปจากนั้นจึงแขวนลูกตุ้มเอาไว้ และด้านล่างมีถาดเหล็กรองรับอยู่ เมื่อใช้งานจึงจุดธูปให้เผาไหม้ไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่แขวนลูกถ่วง ลูกถ่วงจะตกลงไปในถาดเหล็กเกิดเป็นเสียงกระทบดังขึ้น เชื่อกันว่าแต่เดิมนาฬิกาธูปนี้เป็นเสมือนนาฬิกาตั้งปลุก และเปรียบส่วนรางธูปว่า “เรือมังกร” (dragon boat)          นอกจากนี้ประมาณช่วงคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ (พุทธศตวรรษที่ ๒๔) พบว่าในกลุ่มชาวจีนกวางตุ้งยังใช้นาฬิกาธูปสำหรับเป็นที่จุดยาสูบ ภายหลังจากทานอาหารเย็นอีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับในทะเบียนบัญชีโบราณวัตถุระบุว่าชิ้นนี้คือ “รางวางธูปสำหรับที่จุดบุหรี่ของสมเด็จเจ้าพระยา”          มังกร หรือ หลง* (ในภาษาจีนกลาง และ เล้ง ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) เป็นสัตว์มงคล มีฤทธิ์มาก (บางตำรากล่าวว่าเป็นสัตว์อมตะ หรือมีอายุยืนนับพันปี) อีกทั้งเป็นสัตว์วิเศษ ๑ ใน ๔ (ประกอบด้วย มังกร กิเลน หงส์ และเต่า) สามารถขจัดสิ่งชั่วร้ายและภูตผีปีศาจได้ ลักษณะของมังกรสื่อถึงการเป็นสัตว์ผสม สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงมีความเห็นว่ามังกรนั้นเอาไปแบบอย่างมาจากจระเข้ ดังลายพระหัตถ์ ถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ลงวันที่ วันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ.๒๔๘๓ ความว่า          “...ทางจีนที่เขาทำมังกรหน้าตะเข้นั้นตัวสั้นๆ ก็เคยเห็นรูปฉลองพระองค์ของพระเจ้ากรุงจีนมีแต่เป็นของเก่า แม้มังกรของเราที่เก่า เช่นพระราชลัญจกรซึ่งพระราชทานแก่โบราณคดีสมาคมเป็นต้น หน้าก็ยาวตัวก็สั้นทำให้ท้าวสะเอวเสียด้วย เป็นพวกตะเข้มากกว่าพวกงู แต่ทีหลังก็ทำเลื่อนไปเป็นพวกงูจึงหลงว่าเป็นนาค ความหลงนั้นไม่ใช่มาหลงในเมืองเรา หลงมาแต่ทางจีนแล้ว ทำเป็นงูพันเทียนพันเสาอะไรเล่นตามชอบใจ ซ้ำแก้หน้าเป็นสิงโตกลายๆ เสียด้วย เพราะเหตุดังนั้นที่เขาเขาเขียนดรากอนเป็นตะเข้จึงได้ชอบใจนัก ด้วยมีความเห็นว่า เดิมเขาจะนึกผูกมาจากตะเข้ ลางคนก็ว่าเหรา เหราจะเป็นตัวอะไรก็ไม่ทราบ ภาษาอะไรก็ไม่ทราบได้พบชื่อนั้นอยู่บ่อยๆ คำเทียบแม่ ก กา ในมูลบท**ก็มีว่า “จระเข้เหราคร่าไป” จะเป็นกลอนพาไปก็ได้ หรือจะเป็นคำซ้ำ เช่น “เพิ่มเติม” “ถูกต้อง” ก็ได้ กิ้งก่ายักษ์ซึ่งเขาจับเอามาไว้ในสวนเลี้ยงสัตว์ที่ชวา ฝรั่งเขาว่าเทือกเถาเหล่ากอมังกร จะอย่างไรก็ดี มังกรนั้นคิดมาจากสัตว์พวกตะเข้ ไม่ใช่งูเป็นแน่…”          ในปัจจุบันเชื่อกันว่ามังกรประกอบด้วย ๙ ลักษณะ ได้แก่ เขาเหมือนกวาง หัวเหมือนอูฐ ตาเหมือนปีศาจ คอเหมือนงู ท้องเหมือนหอยแครง เกล็ดเหมือนปลา เล็บเหมือนนกอินทรี ฝ่าเท้าเหมือนเสือ และหูเหมือนวัว สำหรับมังกรตัวผู้จะมีเคราและหนวด ลักษณะดังกล่าวนี้ทำให้มังกรต่างจากพญานาคของไทยคือ มีเขา และมีเท้า ซึ่งพญานาคไม่ปรากฏ*** ทั้งนี้มังกรแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันออกไป บางชนิดมีปีก และมีจำนวนเล็บไม่เท่ากัน ในวัฒนธรรมจีนเชื่อว่ามังกรอาศัยอยู่ในท้องทะเลครอบครองมุกและพลอย นับถือว่ามังกรที่มีกรงเล็บห้าเล็บเป็นหัวหน้ามังกรทั้งปวง   *ในคำอธิบายของพรพรรณ จันทโรนานนท์ ยังแบ่งจำแนกชื่อมังกรตามคุณลักษณะต่าง ๆ อาทิ ว่ามังกรไม่เขาเรียกว่า “ชีหลง” หากมีเขาเรียกว่า “ฉิวหลง” มังกรที่ได้ขึ้นสวรรค์เรียกว่า “ผันหลง” มังกรที่ชอบเล่นน้ำเรียกว่า “ชิงหลง” มังกรที่พ่นไฟได้เรียกว่า “หัวหลง” ดูใน พรพรรณ จันทโรนานนท์. ฮก ลก ซิ่ว. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๓๗. หน้า ๒๘. **หมายถึง มูลบทบรรพกิจ เรียบเรียงขึ้นโดย พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจาริยางกูร) เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๔ (สมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)เป็นหนังสือแบบเรียนภาษาไทย ***พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ) อธิบายถึงลักษณะของมังกรต่างออกไปว่า “ศีรษะคล้ายอูฐ เขาคล้ายกวาง ตาคล้ายกระต่าย หูคล้ายวัว คอคล้ายงู ท้องคล้ายเหี้ย เกล็ดคล้ายปลาหลี่ฮื้อ เล็บค้ายนกอินทรี อุ้งเล็บคล้ายเสือ เกล็ดมีจำนวน ๘๑ เกล็ด เสียงคล้ายเสียงฆ้อง สองข้างปากมีหนวดเครา ใต้คางมีมุกดา ใต้คอมีเกล็ดย้อน หายใจเป้นเมฆ บางทีก็แปรเป็นฝนหรือเป็นไฟ”     อ้างอิง กรมศิลปากร. สมุดภาพสัตว์หิมพานต์. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๖๑. นริศรานุวัดติวงศ์, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยา และ ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. สาส์นสมเด็จ  เล่ม ๑๙.  พระนคร: องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๐๕. พรพรรณ จันทโรนานนท์. ฮก ลก ซิ่ว. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๓๗. สมบัติ พลายน้อย. สัตว์หิมพานต์. พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรุงเทพฯ: พิมพ์คำ, ๒๕๕๒. Bedini, Silvio A. "The Scent of Time. A Study of the Use of Fire and Incense for Time Measurement in Oriental Countries". Transactions of the American Philosophical Society. Philadelphia, Pennsylvania: American Philosophical Society. ๕๓, ๕  (๑๙๖๓), ๒๕–๒๗.


แซว่ ในพระพุทธรูปล้านนา พระพุทธรูปล้านนาหลายองค์ที่มีขนาดใหญ่ การสร้างพระพุทธรูปจึงไม่สามารถหล่อขึ้นมาทั้งองค์ได้ ช่างโบราณจึงได้มีวิธีการหล่อแบบแยกชิ้นส่วน แล้วนำมาประกอบกันโดยมีสลัก ในภาษาท้องถิ่นภาคเหนือเรียกว่า แซว่  (สะกดตามพจนานุกรมภาษาล้านนา สถาบันภาษาศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๐)  หมายถึงพระพุทธรูปที่ประกอบด้วยสลักยึดเป็นจำนวนมากนับไม่ถ้วน บางองค์ถึงกับมีชื่อเรียกเฉพาะว่าพระเจ้าแสนแซว่ เนื่องจากมีขนาดใหญ่ ต้องมีการหล่อหลายชิ้นมาประกอบกัน อย่างเช่นพระพักตร์พระเจ้าแสนแซว่ วัดยางกวง เมืองเชียงใหม่ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ และพระพักตร์พระพุทธรูปศิลปะล้านนา พบที่วัดดอนแก้ว จังหวัดลำพูน พระเจ้าแสนแสว้ (แซว่)พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะล้านนายุคแรก พุทธศตวรรษที่ ๑๙ ตามทะเบียนโบราณวัตถุศิลปวัตถุพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ระบุว่าย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญชัยเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขมวดพระเกศาใหญ่ พระพักตร์กลม แย้มพระโอษฐ์ พระวรกายอวบ ชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน ประทับนั่งขัดสมาธิราบ แตกต่างจากพระพุทธรูปล้านนาในระยะแรกมักนั่งขัดสมาธิเพชร ศาสตราจารย์ชอง บวสเซอร์ลิเยร์ ได้ให้เหตุผลว่า เดิมเคยเข้าใจกันว่าพระพุทธรูปในระยะแรกนั้น ต้องประทับนั่งขัดสมาธิเพชร แต่จากหลักฐานที่พบพระพุทธรูปในระยะแรกนี้ ไม่จำเป็นต้องนั่งขัดสมาธิเพชรเสมอไป  การนั่งขัดสมาธิราบนั้น ปรากฏร่วมกันอยูแล้วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลักษณะรูปแบบของพระพุทธรูปนั้น มีความใกล้เคียงศิลปะปาละ ที่ส่งอิทธิพลทางรูปแบบศิลปะพุกามของพม่าและเป็นต้นแบบให้กับพระพุทธรูปสมัยหริภุญไชย เรื่อยมาจนถึงสมัยล้านนายุคแรก ถึงแม้พระพุทธรูปองค์นี้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็เป็นพระพุทธรูปที่มีวิธีการสร้างโดยการหล่อแยกส่วนหลายชิ้นนำมาประกอบกันตามแบบของพระพุทธรูป ในศิลปะล้านนา พบรอยต่อในลักษณะของการเข้าสลักเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู บริเวณต่างๆของพระพุทธรูป ได้แก่ส่วนพระเศียรถึงต้นพระศอ พระพาหาด้านขวา พระพาหาด้านซ้าย พระวรกายส่วนล่างตั้งแต่บั้นพระองค์ลงไปจนถึงสาวนพระชงฆ์ที่ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานเขียง ในส่วนที่เชื่อมต่อกันนั้นมีการนำโลหะมาปิดรอยบริเวรดังกล่าวและลงรักปิดทองเพื่อความสวยงาม อ้างอิง ณัฏฐภัทร จันทวิช (บรรณาธิการ). โบราณวัตถุและศิลปวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย . กรุงเทพฯ :ส.พิจิตรการพิมพ์, ๒๕๔๘.ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะล้านนา. กรุงเทพฯ: มติชน, ๒๕๕๖.อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว. พระพุทะรูปตามคติชาวล้านนา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพืแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๕๘.



Messenger