ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,483 รายการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.664/9ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 44 หน้า ; 3.5 x 51 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 214 (174-184) ผูก 9 (2568)หัวเรื่อง : ปาราษิก--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.742/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4 x 51 ซ.ม. : ทองทึบ-ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม้มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 230 (341-348) ผูก 3 (2568)หัวเรื่อง : เตปทุมมา--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อเรื่อง ภูมิศาสตร์วัดโพธิ์ผู้แต่ง/ผู้เรียบเรียง กาญจนาคพันธิุ์ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ หนังสือรวบรวมความรู้ทั่วไป สารานุกรมเลขหมู่ 030.9593สถานที่พิมพ์ กรุงเทพมหานครสำนักพิมพ์ บุรินทร์การพิมพ์ปีที่พิมพ์ 2517ลักษณะวัสดุ 624 หน้า หัวเรื่อง สารานุกรม
ภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก
หนังสือ "ภูมิศาสตร์วัดโพธิ์" ไม่ได้อ้างอิงถึงภูมิศาสตร์ของสถานที่จริง แต่เป็นหนังสือที่เขียนโดย กาญจนาคพันธุ์ ซึ่งนำเสนอความรู้หลากหลายด้าน เช่น ประวัติศาสตร์, โบราณคดี, วรรณคดี, ภาษาศาสตร์, ศาสนคดี และนิทาน โดยอธิบายผ่านเนื้อหาที่กล่าวถึงชาติพันธุ์ต่างๆ 32 ชาติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมลงพื้นที่อยุธยาติดตามสถานการณ์น้ำท่วม กำชับกรมศิลป์เฝ้าระวังใกล้ชิด พร้อมบูรณาการทุกภาคส่วนป้องโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
วันที่ 10 ตุลาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบที่มีต่อโบราณสถาน พร้อมรับฟังรายงานสรุปภาพรวมการป้องกันโบราณสถานจากเหตุอุทกภัย ปัจจุบันพื้นที่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นพื้นที่โบราณสถานสำคัญสูงสุดยังไม่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ตลอดจนเส้นทางคมนาคมยังสามารถเข้าถึงได้ตามปกติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางของประเทศไทย ส่งผลให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับผลกระทบ จึงได้เดินทางมาตรวจติดตามสถานการณ์น้ำยังโบราณสถานสำคัญในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งกรมศิลปากร โดยอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้รายงานสถานการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำท้ายเขื่อนที่ 2300 ลบ.ม/วินาที ระดับน้ำตามจุดต่างๆ ลดลง ประมาณ 10-15 เซนติเมตร แต่ยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าตลิ่ง จึงกำชับให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันโบราณสถาน ซึ่งมีโบราณสถานที่รับผิดชอบ จำนวน 394 แห่ง เป็นโบราณสถานในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา 189 แห่ง และนอกเกาะเมือง 205 แห่ง อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้ดำเนินการป้องกันโบราณสถานร่วมกับวัดหรือเจ้าของ/ผู้ครอบครองโบราณสถาน มณฑลทหารบกที่ 18 สระบุรี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะโบราณสถานสำคัญ อาทิ วัดไชยวัฒนาราม ดำเนินการติดตั้งแผงป้องกันน้ำท่วมแบบพับเก็บได้ และทำคันดินกั้นน้ำด้านหลังวัด โบราณสถานป้อมเพชร ดำเนินการเสริมแนวกระสอบทรายให้สูงขึ้น 3 ชั้น ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้บรรจุแผนงานมาตรการลดผลกระทบจากภัยพิบัติไว้ในแผนปฏิบัติการการอนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พุทธศักราช 2566 - 2575 มีการบริหารจัดการเป็นขั้นตอนในทุกปี
สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้ นางสาวซาบีดา ได้เดินทางไปยังโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม โบราณสถานป้อมเพชร ตรวจเยี่ยมแนวป้องกันน้ำท่วมด้านตะวันตกของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ณ โบราณสถานเจดีย์ศรีสุริโยทัย พร้อมทั้งมอบสิ่งของให้ผู้ประสบภัย ณ วัดศาลาปูนวรวิหาร จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ณ มัสยิดดารุซซุนนะห์
สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ ขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษ "THE KINGDOM'S BLACKSMITH ลัวะ : เหล็ก : ล้านนา" ที่จะชวนคุณมองอดีตของอาณาจักรล้านนา ผ่านมุมมองของทรัพยากรและผู้คน จัดแสดงระหว่างวันที่ 14 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2569 วันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ หอกลางเวียง ชั้น 2 ศูนย์มรดกเมืองเทศบาลนครเชียงใหม่ (หลังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์) จังหวัดเชียงใหม่
เรียนรู้และรับชมหลักฐานจากอดีต ที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนและทรัพยากรที่อยู่เบื้องหลังการกำเนิดอาณาจักรล้านนา
- ภาพถ่ายโบราณจารึกหลาบเงินบ้านอมพาย และจารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวง รวมถึงกลุ่มช่างเหล็กชาวลัวะในอดีต
- ภาพถ่ายบอกเล่าเรื่องราวกลุ่มช่างเหล็กชาวลัวะที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบัน
- แร่เหล็ก จากบ่อเหล็กแหล่งสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของล้านนา
- หลักฐานการทำเหล็ก ของชุมชนช่างเหล็กชาวลัวะในอดีต
- ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกต้นแบบ การนำองค์ความรู้โบราณของชาวลัวะทำเหล็ก มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม
พิเศษ! เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 5322 2262 หรือ Facebook เพจ: สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ทั้งนี้ นิทรรศการพิเศษครั้งนี้ ได้รับความกรุณาสนับสนุนภาพถ่ายบางส่วน ซึ่งหาชมยาก จาก The Journal of the Siam Society สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ และเพจแอ่วดี-Review
กรมศิลปากร ขอเชิญชวนทุกท่านติดตามชม “ศิลป์ stories“ คนกรมศิลป์มีเรื่องเล่า เพราะทุกเรื่องราวมีชีวิต และทุกเทคนิคมีความหมาย รายการ Podcast ที่สนุกและได้ความรู้จากกรมศิลปากร วันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 14.00 - 15.00 น. ในตอน "การแสดงสมโภชเนื่องในโอกาสสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์" โดย จรัญ พูลลาภ นักวิชาการละครและดนตรี (ด้านการสังคีต) สำนักการสังคีต กรมศิลปากร และยุทธนาวรากร แสงอร่าม ภัณฑารักษ์ชำนาญการ สำนักพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ดำเนินรายการโดย สุทธิ สุทธิรักษ์ นาฏศิลปินอาวุโส สำนักการสังคีต สามารถรับชมได้ผ่านทาง Facebook : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม https://www.facebook.com/FineArtsDept และ Facebook : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/prfinearts และช่อง Youtube : กรมศิลปากร https://www.youtube.com/@finearts.d
ระบบศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรมสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร นำเสนอข้อมูล : การจัดสร้างโต๊ะวางเครื่องสักการะบูชา ในพระอุโบสถบวรสถานสุทธาวาส (วังหน้า) เทคนิคงานแกะสลักลงรักปิดทองประดับกระจก ดำเนินการโดย กลุ่มประณีต สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
โต๊ะวางเครื่องสักการะบูชา ในพระอุโบสถบวรสถานสุทธาวาส (วังหน้า) ลักษณะงานเป็นงานลงรัก “ปิดทองร่องกระจก” หมายถึง การลงรักลงบนงานศิลปวัตถุต่างๆ ประเภทที่ทำขึ้นด้วย ปูนปั้น ไม้แกะสลัก ดินเผาแล้วปิดทองคำเปลวทับ ลักษณะคล้ายกันกับงานลงรักปิดทองทึบ แต่จะมีลักษณะเฉพาะของงานนี้อยู่ที่มีการ “ร่องกระจก” เพิ่มขึ้นมา “ร่องกระจก” คือการใช้กระจกสีต่างๆ แผ่นบาง รูปสี่เหลี่ยม นำมาตัดย่อยเป็นชิ้นเล็กรูปร่างต่างๆ ตามประสงค์ให้เหมาะสมแก่งานและพื้นที่ นำมาติดลงในช่องไฟของสิ่งที่ได้ปิดทองขึ้นในที่นั้น ความประสงค์ “ร่องกระจก” ก็เป็นไปเช่นเดียวกับการปิดทองล่องชาด คืออาศัยกระจกที่เป็นวัตถุมีสีและความมันวาวถมปิดลงไปในร่อง เพื่อหนุนหรือขับลวดลาย หรือสิ่งที่ปิดทองซึ่งนูนขึ้นจากพื้นหลังให้เป็นที่ดูเด่นชัด เห็นกระจะตานั่นเอง (การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย, ๒๕๔๐: ๑๐๒) งานประดับกระจกแวว เป็นการประดับกระจกตกแต่งในเกสร หรือไส้ลายรูปต่างๆ ถือเป็นการประดับกระจกที่ใช้สำหรับสอดประดับตกแต่งตัวลายแบบต่างๆ ด้วยวิธีการตัดกระจกให้เป็นรูปวงกลมหรือหยดน้ำตามสีหรือขนาดให้เหมาะสมกับลวดลาย เห็นได้ตามกระจังต่างๆ ของบุษบก ตามลวดลายปูนปั้น หรือการแกะสลักไม้
ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมข้อมูลกระบวนการการจัดสร้างโต๊ะวางเครื่องสักการะบูชาได้ทางระบบศูนย์ข้อมูลงานศิลปกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ทางลิ้งค์
-----------
https://datasipmu.finearts.go.th/portfolio/1132
------------
.
#กลุ่มประณีตศิลป์ #ศูนย์ศิลปะและการช่างไทย #สำนักช่างสิบหมู่ #กรมศิลปากร
องค์ความรู้มองขยะ (จากอดีต) ผ่านเลนส์ เมื่อ “ตะกรัน” เปรียบเสมือนกล่องดำ ที่บันทึกภูมิปัญญา พฤติกรรม และทักษะของช่างถลุงเหล็กสมัยโบราณ.เรียบเรียงโดย นายยอดดนัย สุขเกษม นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่.ตะกรัน (Slag) เป็นหนึ่งในผลผลิตที่เกิดขึ้นจากกระบวนการถลุงเหล็กสมัยโบราณ ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ขยะจากอดีต" ด้วยไม่ได้เป็นผลผลิตอันดับหนึ่ง (โลหะบริสุทธิ์) ที่คนโบราณต้องการ จึงถูกทิ้งเกลื่อนกลาดทั่วไปในแหล่งผลิตโลหกรรม หลงเหลือมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้.อย่างไรก็ตามถึงแม้ตะกรัน จะดูเหมือนเป็นขยะไร้มูลค่าจากอดีต แต่ด้วยความก้าวหน้าของงานวิทยาศาสตร์โบราณคดีในปัจจุบัน ส่งผลให้ตะกรันกลายเป็นหลักฐานอันทรงคุณค่า ที่บันทึกเรื่องราวข้ามกาลเวลา เปรียบเสมือน “กล่องดำ” ที่บันทึกข้อมูลการบินและพฤติกรรมของนักบินตั้งแต่ Take off จนกระทั่ง Landing ฉันใดก็ฉันนั้น.เพื่อไขปริศนาเรื่องราวภูมิปัญญา พฤติกรรม และทักษะของกลุ่มช่างถลุงเหล็กโบราณใต้ลานพิธีกรรมเลี้ยงดงผีปู่แสะ ย่าแสะ เมืองเชียงใหม่ ทีมนักโบราณคดี ได้เก็บตัวอย่างตะกรันและแร่เหล็ก จากแหล่งกลุ่มถลุงเหล็กโบราณดอยคำ-ดอยเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ไปศึกษาวิเคราะห์เชิงลึกในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ด้วยเทคนิคขั้นตอน ดังนี้.1. การวิเคราะห์ลักษณะและโครงสร้างของโลหะ (Metallography) พบลักษณะโครงสร้างภายในเนื้อของตะกรัน ประกอบด้วย 1) เม็ดโลหะเหล็กขนาดเล็ก ตกค้างอยู่ภายในเนื้อตะกรันจำนวนมาก 2) ผลึกของวูชไทต์ ที่มีโครงสร้างแบบ Dendrites กระจายตัวอย่างหนาแน่นภายในเนื้อตะกรัน 3) ผลึกฟายาไลต์ โครงสร้างค่อนข้างเล็กและเรียวจำนวนมาก และ 4) ผลึกของแก้ว .2. การวิเคราะห์วัสดุด้วยกล้องจุลทัศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดและอุปกรณ์วิเคราะห์ธาตุ (Scanning electron microscope: SEM - EDS) พบว่า โครงสร้างต่าง ๆ ภายในเนื้อตะกรัน มีปริมาณธาตุเหล็ก ดังนี้ 1) เม็ดโลหะเหล็กขนาดเล็ก มีปริมาณเหล็ก 96.88 wt% 2) ผลึกของวูชไทต์ มีโครงสร้างแบบ Dendrites มีปริมาณเหล็ก 77.5 wt% และ 3) ผลึกฟายาไลต์ มีปริมาณเหล็ก 24.19 wt% ตามลำดับ.3. การวิเคราะห์วัสดุด้วยรังสีเอ็กส์ โดยเทคนิค X-ray fluorescence spectroscopy (XRF) พบว่า ตะกรัน มีปริมาณเหล็กออกไซด์ ค่าMAX 62.5 wt% ค่าMIN 58.5 wt% และค่าMEAN 60.2 wt% ส่วนแร่เหล็กที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ เป็นแร่กลุ่มฮีมาไทต์ (Hematite) ที่มีปริมาณเหล็กออกไซด์ ค่าMAX 69.6 wt% ค่าMIN 61.8 wt% และค่าMEAN 65.7 wt%.ผลจากการศึกษาด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3 วิธีข้างต้น ให้ผลสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถให้ข้อสังเกตและตีความเบื้องต้นเกี่ยวกับภูมิปัญญา พฤติกรรม และทักษะของช่างถลุงเหล็กสมัยโบราณ ได้ดังนี้1) เทคนิคการถลุงเหล็ก รูปแบบผลึกและโครงสร้างที่ปรากฏภายในเนื้อตะกรัน บ่งชี้ว่าเป็นการถลุงเหล็กโดยเทคนิคแบบทางตรง (Direct Iron Smelting Process)2) ผลผลิตที่ได้ น่าจะเป็นก้อนโลหะเหล็ก (Bloom) แบบมีรูพรุน ซึ่งจะต้องนำไปผ่านกระบวนการตีไล่มลทินก่อนตีขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์3) ชุดองค์ความรู้ของช่างถลุง จากโครงสร้างภายในทั้งหมดบ่งชี้ว่าตะกรันทุกตัวอย่างก่อตัวภายใต้การจัดการเตาในลักษณะเดียวกัน หรือไม่แตกต่างกันอย่างมีนัย บ่งชี้ว่าช่างในอดีตที่แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ มีองค์ความรู้ชุดเดียวกันในกระบวนการถลุงเหล็ก4) พฤติกรรมการถลุง โครงสร้างภายในตะกรันทุกตัวอย่างแสดงถึงนัยการเย็นอย่างรวดเร็วภายหลังจากการได้รับความร้อนสูง บ่งชี้ว่า ช่างน่าจะระบายตะกรันหรือทุบเตาทันทีหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการถลุงเหล็ก โดยไม่ได้ทิ้งให้เตาถลุงค่อย ๆ เย็นตัวลง 5) ประสิทธิภาพการถลุง การพบโครงสร้างเม็ดโลหะเหล็ก ผลึกของวูชไทต์ กระจายตัวอยู่ในเนื้อตะกรันจำนวนมาก ทั้งโครงสร้างต่าง ๆ ยังมีปริมาณออกไซด์เหล็กที่สูง แสดงให้เห็นถึงปริมาณเหล็กออกไซด์ที่ยังคงตกค้างหลงเหลือในตะกรันจำนวนมาก บ่งชี้ว่าประสิทธิภาพการถลุงเหล็กทำได้ไม่ดีมากนัก .ในส่วนประเด็นประสิทธิภาพการถลุง เมื่อนำผลการวิเคราะห์ XRF ตัวอย่างตะกรันและแร่เหล็ก จากกลุ่มแหล่งถลุงเหล็กโบราณดอยคำ-ดอยเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ไปเปรียบเทียบกับผลการวิเคราะห์ XRF ตัวอย่างตะกรันและแร่เหล็ก จากกลุ่มแหล่งถลุงเหล็กโบราณแม่โถ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ จะพบข้อสังเกตว่า กลุ่มแหล่งถลุงเหล็กโบราณดอยคำ-ดอยเหล็ก สามารถแยกสกัดโลหะเหล็กออกมาได้ 5.5% ส่วน กลุ่มแหล่งถลุงเหล็กโบราณแม่โถ สามารถแยกสกัดโลหะเหล็กออกมาได้ 18.1% ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อสังเกตหรือนัยที่ทำให้ตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่า กลุ่มช่างผลิตเหล็กโบราณดอยคำ-ดอยเหล็ก ซึ่งเป็นกลุ่มช่างที่เข้ามาทำการผลิตใกล้ราชธานีเชียงใหม่แบบเฉพาะกิจ อาจมีประสิทธิภาพ ทักษะหรือความชำนาญด้านการถลุงเหล็กที่น้อยกว่ากลุ่มช่างผลิตเหล็กที่ดอยแม่โถ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเหล็กมหาศาลให้กับอาณาจักรล้านนามาอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตามประเด็นที่กล่าวมานี้ ยังไม่ถือว่าเป็นที่ยุติ ควรมีการศึกษาตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อการตีความที่ชัดเจนยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต.สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ขอขอบพระคุณกองโบราณคดี กรมศิลปากรคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ชื่อเรื่อง หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 9 ฉบับที่ 585 (20 ส.ค. 2510)
ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
สถานที่พิมพ์ สุพรรณบุรี
สำนักพิมพ์ มนัสการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ 2510
ลักษณะวัสดุ 8 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม.
ภาษา ไทย
***บรรณานุกรม***
สกุลสิงหเสนีและเครือญาติ
พระนคร
โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม
2504
บรรยากาศนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ซึ่งงดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมตามนโยบายของกรมศิลปากร เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลและถวายความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช