ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,635 รายการ

         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ขอเชิญผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการ "สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ กับเมืองราชบุรี" ณ อาคารสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ตึกเหลือง) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี ตั้งแต่วันพุธที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เป็นต้นไป เปิดวันพุธ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๒๓๒ ๑๕๑๓          สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในสมัยรัชกาลที่ ๕ สมเด็จเจ้าพระยาคนสุดท้ายในแผ่นดินสยาม ขุนนางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคสมัย ผู้มีคุณูปการอย่างมากมายกับเมืองราชบุรี ปรากฏหลักฐานร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ทั้งทำเนียบสมเด็จเจ้าพระยาฯ วัดวาอาราม รวมถึงช่องทางคมนาคม อาทิ คลองดำเนินสะดวก ถนนศรีสุริยวงศ์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความเติบโตของเมืองรองอย่างเมืองราชบุรีตั้งแต่ครั้งอดีตกาลที่ส่งผลมาจวบจนถึงปัจจุบัน


        สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ขอเชิญผู้สนใจร่วมรับฟังเสวนาทางวิชาการ ภายใต้โครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน กิจกรรมอยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย เรื่อง "อู่ข้าว - อู่น้ำ กรุงศรีอยุธยาพหุโภชนาแห่งวัฒนธรรมอาหาร" โดยวิทยากร ศาสตราจารย์กิตติคุณสุกัญญา สุจฉายา และ ผศ. เพชรรุ่ง เทียนปิ๋วโรจน์ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา ดำเนินรายการโดย นางสาววันลีย์ กระจ่างวี ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ในวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมฯ อาคารเครื่องทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ทาง Qr code ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัด สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๕๘๗ ทุกวันเวลาราชการ หรือชมการถ่ายทอดสดได้ผ่านทาง Facebook Live: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา https://www.facebook.com/chaosamphraya  ถ้าอยากรู้ว่าคนกรุงศรีอยุธยาเขามีอะไรกิน? เขากินอะไรกัน? ไม่ควรพลาด! พิเศษ!! สำหรับท่านที่เข้าร่วมรับฟังเสวนาจะได้รับหนังสือ "พระราชวังหลวงและวัดสำคัญแห่งกรุงศรีอยุธยา" ฟรีท่านละ ๑ เล่ม


รายละเอียด  ข้อพึงระวังและข้อควรรู้ สำหรับหน่วยงานในสังกัด



วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา เข้าร่วมกิจกรรมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ "สุขสันต์ถ้วนหน้า เบิกฟ้าปีหนูทอง" พุทธศักราช ๒๕๖๓ ในการนี้สำนักฯได้จัดซุ้มอาหารเพื่อบริการให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ณ โรงละครแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร


อยากทราบว่ารับนักศึกษาฝึกงานหรือเปล่าครับ ผมเรียน วัฒนธรรม สาขา ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณดคี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ครับ 


พบเครื่องถ้วยชามลายน้ำทอง มีพระบรมฉายาลักษณ์ ร.5 ที่กาน้ำ และจาน ไม่ทราบว่ามีจริงหรือไม่ เนื่องจากไม่เคยเห็นในหนังสือ รวมทั้งภาพใน Internet ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ


แบบฟอร์มบัญชีส่งมอบเอกสารประกอบด้วย ๑. บัญชีส่งมอบหนังสือราชการอายุครบ ๒๐ ปี ๒. บัญชีหนังสือขอลำลาย หน่วยงานราชการทุกหน่วยงานสามารถดาวน์โหลดเพื่อนำไปใช้งานได้ หากมีข้อสงสัย ติดต่อได้ที่โทร. 045285522


วัสดุ สำริด แบบศิลปะ ศิลปะเขมรในประเทศไทย อายุสมัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 สถานที่พบ ขุดพบที่บ้านมะอึ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด คุณวิชา ตระกูลการ มอบให้ ประทับยืน พระพักตร์เหลี่ยม พระนลาฏกว้าง พระขนงต่อเป็นปีกกา พระเนตรมองตรง พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์แย้มเป็นเส้นตรง สวมกระบังหน้าตกแต่งเป็นลวดลายกลีบขนาดเล็ก สวมมงกุฎทรงกรวยยอดมนไม่มีลวดลาย พระเศียรด้านหลังเป็นลายเส้นตรงคล้ายเส้นผม สวมกุณฑล กรองศอ พาหุรัด ทองกร ไม่สวมเสื้อ พระหัตถ์ทั้งสองถือดอกบัวยื่นออกมาด้านหน้าขนานกัน นุ่งผ้าเป็นริ้วยาวประมาณพระชงฆ์ คาดเข็มขัด ขอบผ้านุ่งเว้าลงบริเวณพระนาภี สันนิษฐานว่าเป็นนางปรัชญาปารมิตา


เครื่องหมายหยิน-หยาง                            สัญลักษณ์ประจำลัทธิเต๋า อันหมายถึง อำนาจที่มีบทบาทต่อกันของจักรวาลนักปราชญ์           ชาวจีนเชื่อว่า หยิน-หยาง เป็นตัวแทนของพลังแห่งจักรวาล ๒ ด้าน กล่าวกันว่า เครื่องหมายหยิน           และหยางนี้พัฒนามาจากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติของจักรวาล                          สีดำคือ หยิน หมายถึง ดวงจันทร์ เป็นตัวแทนของการเต็มใจ รับหรือยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำ           เป็นพลังแห่งสตรีเพศ ความเยือกเย็น การหยุดนิ่ง การเคลื่อนลงต่ำ การเก็บรักษา การยับยั้ง                          ส่วนสีขาวคือ หยาง หมายถึง ดวงอาทิตย์ อันเป็นสัญลักษณ์ของพลังแห่งบุรุษเพศ           การเคลื่อนไหว ความกระตือรือร้น การเคลื่อนขึ้นไปด้านบน การเจริญเติบโต เจริญรุ่งเรือง ความร้อนแรง                          ดังนั้น สัญลักษณ์หยิน-หยาง จึงแทนความสมดุลของพลังในจักรวาล                              เมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติของอำนาจหยินและหยาง ไม่มีวันที่จะเหมือนกันได้ แต่เมื่อ             ทั้งสองรวมกันแล้วก็จะเกิดความสมดุล ความพอดี หากมีพลังหยินมากเกินไป ทุกสิ่งทุกอย่าง             จะสงบนิ่งมากเกินไปจนดูกลายเป็นความเฉื่อยชา และถ้ามีพลังด้านหยางมากเกินไป              ทุกสรรพสิ่งก็จะเปลี่ยนมาเป็นความก้าวร้าว ความรุนแรง ซึ่งจะทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นได้                           หยาง นั้นเปรียบได้กับ ผู้ชาย ส่วนหยินนั้นเป็น หญิง หยางไม่อาจเติบโตขึ้นได้หาก             ปราศจากหยิน และหยินเองก็ไม่อาจให้กำเนิดชีวิตใหม่ได้หากปราศจากหยาง                       โดยทั่วไปแล้วสัญลักษณ์หยิน-หยาง เป็นตัวแทนของปรากฏการณ์สวรรค์ตามความเชื่อ             ของชาวจีนโบราณ ซึ่งประกอบไปด้วยการโคจรของดวงอาทิตย์ ฤดูกาลทั้ง ๔ และปฏิทินจีน                          ข้อมูลจาก       หนังสือนัยแห่งสัญลักษณ์                                    http://www.oknation.net/blog/miharu/2008/01/22/entry-13              ภาพประกอบ                                    http://wowboom.blogspot.com/2011/03/yin-and-yang.html                                            http://www.khalong.com/amulet/index.php/pshop/viewshop/37                                    http://www.photonovice.com/    



กล่าวถึงการเสด็จประพาสหัวเมืองต่าง ๆ ในแหลมมลายู อาทิ เกาะพงัน เมืองสงขลา เมืองกลันตัน ตรังภานู สายบุรี นครศรีธรรมราช เป็นต้น เป็นการเสด็จประพาส 3 ครั้ง คือ เมื่อรัตนโกสินทรศก 117, 118 และ 119




        ชื่อเรื่อง : วิวัฒน์หนังสือไทย      ผู้เขียน : สำนักหอสมุดแห่งชาติ      สำนักพิมพ์ : กรมศิลปากร      ปีพิมพ์ : ๒๕๖๒      เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ :    ๙๗๘-๖๑๖-๒๘๓-๔๓๗-๐      เลขเรียกหนังสือ : ๐๗๐.๕๐๙๕๙๓ ศ๕๒๘ว      ประเภทหนังสือ : หนังสือกรมศิลปากร      ห้องบริการ : ห้องหนังสือทั่วไป ๑สาระสังเขป : อักษรเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้บันทึกภาษาพูดของมนุษย์ สำหรับชาติไทยเราก็มีภาษาและอักษรที่มีเอกลักษณ์เฉพาะชาติที่เรียกว่า อักษรไทย ซึ่งปรากฏหลักฐานว่าพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประดิษฐ์ "ลายสือไทย" ขึ้นเมื่อมหาศักราช ๑๒๐๕ อาจพัฒนามาจากอักษรปัลลวะของอินเดียตอนใต้ ลายสือไทยจึงนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการบันทึกเรื่องราวต่างๆ นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันออกมาในรูปแบบของสื่อประเภทต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ หนังสือไทย โดยหอสมุดแห่งชาติถือว่าเป็นคลังหนังสือของชาติ จึงได้จัดทำและพิมพ์เผยแพร่สูจิบัตรนิทรรศการเรื่อง "วิวัฒน์หนังสือไทย" ขึ้น มีเนื้อหาแบ่งเป็น ๒ ส่วน ประกอบด้วย ส่วนที่ ๑ นิทรรศการวิวัฒน์หนังสือไทย มีการนำเสนอเรื่องราวความเป็นมาของหนังสือ เริ่มต้นตั้งแต่กำเนิดอักษรไทย กำเนิดตัวพิมพ์และการพิมพ์ไทย โรงพิมพ์ไทย หนังสือสำคัญ หนังสือต้องห้าม หนังสือพิมพ์ในอดีต รวมทั้งจัดแสดงวรรณกรรมที่นำมาเผยแพร่ผ่านสื่อบันเทิง ประวัติความเป็นมาของหอสมุดแห่งชาติในอดีตจนถึงปัจจุบัน เหตุการณ์สำคัญทางประวติศาสตร์ผ่านการพิมพ์ในยุคสมัยต่างๆ และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โบราณราชประเพณีแห่งราชอาณาจักรไทย และ ส่วนที่ ๒ บรรณนิทัศน์หนังสือที่นำมาจัดแสดงนิทรรศการวิวัฒน์หนังสือไทย ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสาระสำคัญ พร้อมภาพประกอบของหนังสือแต่ละรายการ เช่น กระบวนพยุหยาตราสถลมารคสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จำลองจากต้นฉบับหนังสือสมุดไทยของหอสมุดแห่งชาติ คู่กรรม ตำราคิดเลข ประมวลภาพเหตุการณ์ปฏิบัติการถ้าหลวง : บันทึกวาระแห่งชาติ วรรณคดีสาร หนังสือจดหมายเหตุ Bangkok Recoeder เป็นต้น เพื่อประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของหนังสือไทยอันทรงคุณค่าของชาติ


black ribbon.