ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,272 รายการ
เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2568 ที่ผ่านมาปรากฏข่าวที่เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกทั่วโลก เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิสสิ้นพระชนม์ และตอนนี้โลกได้มีพระสันตะปาปาองค์ใหม่แล้ว นั่นก็คือ สมเด็จพระสันตะปาปา เลโอที่ 14 ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงเกิดอยากศึกษาว่าศาสนาคริสต์ในภาคอีสานของประเทศไทยนั้น เข้ามาได้อย่างไร ใครคือผู้บุกเบิกนำทางในการมาเผยแผ่ศาสนา เนื่องจากชาวอีสานส่วนใหญ่นับถือศาสนาผีและพุทธศาสนา ซึ่งผู้เขียนพบข้อมูลที่กำลังเกิดข้อสงสัยดังกล่าวจากในหนังสือสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน จึงได้เรียบเรียงและสรุปเนื้อหาดังนี้
การเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในภาคอีสานและลาวเริ่มต้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ปี พ.ศ. 2424 โดยคณะมิชชันนารีโรมันคาทอลิก ผ่านการเผยแผ่ในกลุ่มชาวญวนและช่วยเหลือทาสจนสามารถตั้งชุมชนคริสต์ในหลายจังหวัด ต่อมาได้ขยายไปยังลาวริมฝั่งโขง จนมีการแยกสังฆมณฑลภาคอีสานและลาวออกจากส่วนกลาง และในปี พ.ศ. 2442 ได้มีการตั้งสังฆมณฑลที่นครพนม ก่อนจะยุบในปี พ.ศ. 2493 โดยโอนกลับสังกัดประเทศไทยและย้ายสังฆมณฑลลาวไปเวียงจันทร์
ผู้เริ่มเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในภาคอีสานคือ บาทหลวงกองสตังต์ ยัง บัปติสต์ โปรดม และบาทหลวงฟรังซีส มารี ซาเวียร์ เกโก โดยตั้งมิสซังแรกที่บุ่งกระแทว จ.อุบลราชธานี ปี พ.ศ. 2424 ต่อมาได้ตั้งศูนย์เพิ่มเติมที่วัดคำเกิ้มและหนองแสง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของสังฆมณฑลลาวและอีสานในเวลาต่อมา
สังฆราชองค์แรกคือ ยอเซฟ มารี กืออ๊าส (พ.ศ. 2442–2455) ต่อด้วยสังฆราชโปรดม (พ.ศ. 2456–2463) แล้วจึงเป็นสังฆราชอังเยโล มารี แกวง (พ.ศ. 2465–2486) และฮังรี อัลแบรต์ โทมิน (พ.ศ. 2487–2488) ซึ่งถูกสังหารในสงครามโลกครั้งที่ 2
หลังจากช่วงที่ไม่มีประมุขระยะหนึ่ง สังฆราชเกลาดิอุส บาเย ได้รับแต่งตั้งเป็นองค์ที่ 5 ในปี พ.ศ. 2490 จนถึงปี พ.ศ. 2493 ก่อนจะแยกสังฆมณฑลตามเขตประเทศ โดยลาวย้ายสังกัดไปเวียงจันทร์ ส่วนภาคอีสานกลับมาอยู่ในสังฆมณฑลแห่งประเทศไทย
พระศาสนจักรคาทอลิกภาคอีสานในประเทศไทย ได้แก่ อัครสังฆมณฑลท่าแร่–หนองแสง สังฆมณฑลนครราชสีมา สังฆมณฑลอุดรธานี และสังฆมณฑลอุบลราชธานี
ปัจจุบันศาสนาคริสต์ในภาคอีสานมีบทบาทในการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิตตามหลักความเชื่อทางศาสนา มีคริสตจักรและองค์กรคริสเตียนต่าง ๆ ที่ดำเนินงานด้านศาสนา การศึกษา การพัฒนาชุมชน และการช่วยเหลือสังคม โดยมีอัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนองแสงเป็นศูนย์กลางสำคัญของคริสตชนนิกายโรมันคาทอลิกในภูมิภาคนี้
บรรณานุกรม
• ดาเนียล ขวัญ ถิ่นวัลย์. การประกาศข่าวดีในภาคอีสานและประเทศลาว. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 26 เมษายน 2568, จาก: https://dondaniele.blogspot.com/2015/07/blog-post.html
• ดาเนียล ขวัญ ถิ่นวัลย์. พระสังฆราชโปรดม. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 26 เมษายน 2568, จาก: https://dondaniele.blogspot.com/2014/07/blog-post_11.html
• ธวัช ปุณโณทก. “สังฆมณฑล (คริสต์) ลาวและอีสาน.” สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน. 13. (2542): 4527-4539
• พิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุคณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร แขวงประเทศไทย. อุบลราชธานี...ศูนย์คาทอลิกแห่งแรก. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 26 เมษายน 2568, จาก: https://www.120spcthai.com/spcthai/อุบลราชธานีศูนย์คาทอลิ/
• พิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุคณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร แขวงประเทศไทย. หนองแสง...ศูนย์กลางมิสซังลาว. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 26 เมษายน 2568, จาก: https://www.120spcthai.com/.../second-mission-spcthai-2-2/
• หอจดหมายเหตุโปรดม-ซาเวียร์เกโก. พระสังฆราชยอเซฟ มารี กืออ๊าส. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 26 เมษายน 2568, จาก: https://www.facebook.com/share/p/1ZEdKenuVA/
• หอจดหมายเหตุโปรดม-ซาเวียร์เกโก. พระสังฆราชเกลาดิอุส. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 26 เมษายน 2568, จาก: https://www.facebook.com/share/p/1CVJhX1JBx/
• สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย. อัครสังฆมณฑลท่าแร่- หนองแสง. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 26 เมษายน 2568, จาก: https://www.cbct.or.th/อัครสังฆมณฑลท่าแร่-หนอง/
เรียบเรียงโดย นางสาวกุลริศา รัชตะวุฒิ นักภาษาโบราณ
ออกแบบโดย นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย บรรณารักษ์ปฏิบัติการ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี จัดโครงการเสวนาความรู้เชิงปฏิบัติการ นิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๘ เรื่อง “หล่อพระเจ้า เข้าพรรษา สืบศาสนา สืบศรัทธา สืบงานช่างพื้นถิ่นอุบล” เพื่อเป็นการเผยแพร่ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับงานช่างหล่อพระพุทธรูปอีสานแบบดั้งเดิมให้แก่ประชาชน ในวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป ขอเชิญร่วมฟังการเสวนา เรื่อง “พระพุทธรูป : พุทธศิลป์พื้นถิ่นเมืองอุบล” และการสาธิตเชิงปฏิบัติการหล่อพระพุทธรูปพื้นถิ่นอีสานแบบดั้งเดิม โดยวิทยากร พระภัทรพงษ์ ญาณเมธี ผู้เชี่ยวชาญด้านการปั้นและหล่อพระพุทธรูปแบบดั้งเดิม วัดป่าศิลาอาสน์ ตำบลหนองหิน อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร, พระปกรณ์ ชินวโร ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์วัดมณีวนาราม วัดมณีวนาราม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี, นายสิทธิโชค พาละพล ช่างหล่อพระพุทธรูป, นางสาวเชาวนี เหล็กกล้า ภัณฑารักษ์ชำนาญการ และนางสาวสิริภา เจริญเขต ภัณฑารักษ์ชำนาญการ เป็นผู้ดำเนินรายการ อีกทั้งยังมีนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “หล่อพระเจ้า เข้าพรรษา สืบศาสนา สืบศรัทธา สืบงานช่างพื้นถิ่นอุบล” จัดแสดงให้ชมอีกด้วย ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประเพณีใหญ่ประจำจังหวัด ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยแต่ละคุ้มวัดจะนำเทียนที่สร้างสรรค์อย่างงดงามมาร่วมแห่และเข้าประกวด เป็นงานบุญใหญ่ของจังหวัดที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานีได้จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ “งานช่างหล่อพระพุทธรูปอีสานแบบดั้งเดิม” โดยงานหล่อ เป็นหนึ่งในงานช่างสิบหมู่ คือ การสร้างประติมากรรมด้วยการหลอมโลหะให้ละลายเป็นของเหลว แล้วเทเข้าไปในแม่พิมพ์ที่ได้ทำขึ้น เมื่อโลหะคลายความร้อนและคืนตัวแข็งดังเดิม จะเป็นรูปทรงตามแม่พิมพ์นั้น เมื่อแกะแม่พิมพ์ออก จะได้ประติมากรรมตามรูปต้นแบบ งานหล่อเป็นงานที่เกี่ยวเนื่องกับงานปั้น ส่วนใหญ่ช่างหล่อและช่างปั้นมักจะเป็นคนเดียวกัน ซึ่งต้องปั้นต้นแบบจากขี้ผึ้ง การหล่อด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิมเช่นนี้ เรียกว่า “การหล่อโลหะแบบสูญขี้ผึ้ง (Lost wax) ” กรรมวิธีการปั้นและหล่อโลหะแบบดั้งเดิมนี้ เกิดจากภูมิปัญญาของครูช่างโบราณที่ได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบันงานหล่อและงานปั้นพระพุทธรูปฝีมือช่างพื้นถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือแบบดั้งเดิมเริ่มลดน้อยลง อาจเป็นเพราะความเจริญทางด้านเทคโนโลยี และการแข่งขันทางการผลิตเพื่อให้ได้ปริมาณมาก
ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๔๕๒๕ ๑๐๑๕ และเฟซบุ๊ก Ubon Ratchathani National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี https://www.facebook.com/UbonNationalMuseum
เลขทะเบียน : นพ.บ.610/5 ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4 x 50 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ ชื่อชุด : มัดที่ 197 (8-18) ผูก 5 (2568)หัวเรื่อง : ปัญญาชาดก--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.720/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 44 หน้า ; 4 x 47 ซ.ม. : ชาดทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 227 (317-325) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : เทวทูตรสูตร--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
กรมศิลปากร โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอเชิญทุกท่านร่วมงาน "วันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี 2568" ภายใต้แนวคิด "The Future of Thai Museums in Rapidly Changing Communities: อนาคตของพิพิธภัณฑ์ไทยกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างรวดเร็ว" ในวันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2568 ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
เวลา 13.30 - 15.00 น. พบกิจกรรม [Stage] สัมผัสประวัติศาสตร์ที่ไม่ใช่แค่การอ่าน แต่ผ่านประสาทสัมผัสด้านอื่นๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ มาร่วมหาคำตอบได้กับกิจกรรมเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย 2568 การเสวนาในหัวข้อ "ไทยไร้รูป" วิทยากรโดย
นางสาวเบญจพร สารพรม หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี, นางสาวชนน์ชนก พลสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายนิทรรศการและกิจกรรม สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม), นายวัชระ สงวนสมบัติ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารและอนุรักษ์ตัวอย่างทางธรรมชาติวิทยาและสัตว์สตัฟฟ์ สำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ, ดำเนินรายการโดย นายทวีศักดิ์ วรฤทธิ์เรืองอุไร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายนิทรรศการและกิจกรรม สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม)
รับชมการบรรยายและเสวนาผ่านการถ่ายทอดสดได้ที่ Facebook และ YouTube: Office of National Museums, Thailand
กลับมาอีกครั้งกับกิจกรรมประกวดแมวไทยโบราณคืนถิ่นกรุงศรี ปีที่ 2
“แมวไทยโบราณ ประชันแมวนานาชาติ”
กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ร่วมกับสมาคมแมวไทยโบราณนานาชาติ (TIMBA) ขอเชิญคนรักแมวเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ ประกวดแมวไทยโบราณคืนถิ่นกรุงศรี ปีที่ 2 ในหัวข้อ “แมวไทยโบราณ ประชันแมวนานาชาติ” ภายใต้โครงการอยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย ในวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 16.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การประกวดแมวไทยโบราณคืนถิ่นกรุงศรี ปีที่ 2 ในหัวข้อ “แมวไทยโบราณ ประชันแมวนานาชาติ” แบ่งการประกวดออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ แมวไทยโบราณ 5 สายพันธุ์ (วิเชียรมาศ โคราช ขาวมณี ศุภลักษณ์ โกญจา) รุ่นแมวโต และรุ่นลูกแมว (อายุ 4 – 8 เดือน) แมวสุขภาพดี แมวสีแปลก และแมวแฟนซี โดยให้เหล่าทาสและเจ้านายได้ร่วมสนุกแต่งชุดในธีมนานาชาติ ที่บ่งบอกถึงชนชาติที่ร่วมค้าขายในสมัยอยุธยา เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และชาติตะวันตก เช่น โปรตุเกส ฮอลันดา อังกฤษ และฝรั่งเศส อินเดีย
นอกจากนี้ ยังมีการแสดงนาฏศิลป์ชุด รำฉุยฉายวิฬาร์แสนรู้ โดยสำนักการสังคีต การเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “ศาสตร์แมวโบราณ” รับฟังการบรรยาย เรื่อง “แมวไทยในตำนาน” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศานติ ภักดีคำ รองเลขาธิการราชบัณฑิตยสภา และการบรรยาย เรื่อง “แมวไทยในตำรา” โดยนักอักษรศาสตร์ กลุ่มภาษาและวรรณกรรม สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ชมนิทรรศการพิเศษจัดแสดงโบราณวัตถุและวัตถุสะสมเกี่ยวกับวิฬาร์ที่หาดูได้ยาก เช่น ศีรษะนางแมว (หัวโขนนางวิฬาร์) สมบัติของเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง บิดาเจ้าจอมมารดามรกฏ ในรัชกาลที่ 5 ตำราดูลักษณะแมว ของเล่นรูปแมว การสาธิตการคัดลอกตำราแมวและฤกษ์การเดินเรือ จากสมุดไทยฉบับระยอง พร้อมทั้งการออกร้านจำหน่ายสินค้าและของที่ระลึกเกี่ยวกับแมว
องค์ความรู้จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร เรื่อง "รอยพระพุทธบาทเขานางทอง เมืองบางพาน"
กรมศิลปากรประกาศรายชื่อโบราณสถาน 79 แห่ง เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ครอบคลุมปราสาทตามแนวชายแดนจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ รวมปราสาทหนองคะนา ปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย แสดงความเป็นโบราณสถานของชาติ วางแผนดำเนินการสำรวจและกำหนดขอบเขตโดยละเอียด เพื่อเป็นแนวทางในการปกป้องและคุ้มครองต่อไป
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า กรมศิลปากรได้ออกประกาศรายชื่อโบราณสถานรวม 11 ฉบับ เพื่อสร้างการรับรู้และรับทราบอย่างเป็นทางการว่า โบราณสถานดังกล่าวเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย และได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
โดยการประกาศรายชื่อโบราณสถานครั้งนี้ จะส่งผลให้การดูแล ปกป้อง และอนุรักษ์โบราณสถานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการป้องกันการบุกรุก หรือการทำลายโบราณสถาน เอื้อต่อการดำเนินงานบูรณปฏิสังขรณ์และการอนุรักษ์ให้สามารถดำเนินการได้สะดวกและชัดเจนตามกรอบของกฎหมาย
ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ยังคงเดินหน้าสำรวจ ขึ้นทะเบียน และคุ้มครองโบราณสถานสำคัญทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่
ประกาศกรมศิลปากรจำนวน 11 ฉบับ มีผลตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ขึ้นทะเบียนโบราณสถานครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รวม 79 แห่ง ได้แก่
1. จังหวัดนครพนม 40 แห่ง อาทิ พระธาตุนคร วัดโอกาศศรีบัวบาน
2. จังหวัดอุบลราชธานี 4 แห่ง ได้แก่ หาดทรายสูง ถ้ำฝ่ามือแดง ถ้ำวัวแดง ถ้ำแต้ม
3. จังหวัดมุกดาหาร 10 แห่ง อาทิ วัดยอดแก้วศรีวิชัย วัดศรีบุญเรือง แหล่งโบราณคดีนายกองคูณ วัดท่าดอนตาล แหล่งโบราณคดีนายเกียน พระพุทธรูปนาคปรก วัดมุจรินทร์ สิมอุโบสถ
4. จังหวัดตาก 2 แห่ง ได้แก่ พระธาตุดอยดินจี่ เนินโบราณสถานดอยพระธาตุ
5. จังหวัดยะลา 2 แห่ง ได้แก่ อุโมงค์ปิยะมิตร กำแพงเมืองบ้านกาแป๊ะกอตอ
6. จังหวัดนราธิวาส 1 แห่ง ได้แก่ เหมืองแร่โต๊ะโมะ
7. จังหวัดระนอง 1 แห่ง ได้แก่ เขาเจดีย์ (เจดีย์จำลองชเวดากอง)
8. จังหวัดบุรีรัมย์ 6 แห่ง ได้แก่ ปราสาทไบแบก ปราสาทบ้านหนองตะเคียน ปราสาททอง ปราสาทตาหลิ่ม ปราสาทหนองตะโก ปราสาทลำจังหัน (ปราสาทใต้บาดาล)
9. จังหวัดอำนาจเจริญ 1 แห่ง ได้แก่ สิม (อุโบสถ) วัดศรีบุญเรือง
10. จังหวัดศรีสะเกษ 3 แห่ง ได้แก่ สถูปคู่ ภาพสลักผาจันทร์แดง ภาพเขียนสีและภาพสลักผาเขียน เขาพนมดบ
11. จังหวัดสุรินทร์ 9 แห่ง ได้แก่ ปราสาทหมอนเจริญ ปราสาทเบง ปราสาทเซ็ม ปราสาทหนองคะนา(ปราสาทหนองคนาย) ปราสาทโอทะลัน ปราสาททองบ้านหนองคันนา ปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย ปราสาทเต่าทอง
ศาลาการเปรียญวัดบ่อป่า• วัดบ่อป่า ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ ๕ บ้านบ่อป่า ตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๕๐ ในพื้นที่ซึ่งเดิมมีบ่อน้ำตั้งอยู่ในป่า ชาวบ้านจึงเรียกวัดที่สร้างใหม่นี้ว่า “วัดบ่อป่า”
• ศาลาการเปรียญ
มีลักษณะเป็นอาคารโถงขนาด ๕ ห้อง หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีขนาดความยาว 15 เมตร กว้าง 9.90 เมตร โดยมีองค์ประกอบสถาปัตยกรรมที่สำคัญ ดังนี้
- ส่วนฐาน ก่ออิฐถือปูน เป็นฐานบัวสูงประมาณ 0.50 เมตร รองรับตัวอาคาร มีบันไดทางขึ้นลงสามด้าน ได้แก่ ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศเหนือ
-ตัวอาคาร มีเสาไม้สี่เหลี่ยมรองรับโครงสร้างหลังคา มีราวระเบียงไม้ล้อมรอบ ปูพื้นอาคารด้วยกระเบื้องดินเผา
-หลังคา เป็นหลังคาเครื่องไม้ทรงจั่ว และมีหลังคาปีกนกซ้อนกัน 2 ชั้น มุงกระเบื้องดินเผาปลายแหลม -เครื่องประดับหลังคา ช่อฟ้าและหางหงส์ทำด้วยปูนปั้นประดับกระจกสี และมีใบระกาทำด้วยดินเผาเขียนสี ประดับปูนปั้นบริเวณปลายสันหลังคา บริเวณหน้าบันมีการทำลวดลายประดับทั้งสองด้าน
• หน้าบันด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ บริเวณตรงกลางตกแต่งด้วยลายปูนปั้นรูปครุฑกางปีกมีผิวกายสีแดง เครื่องประดับและปีกครุฑตกแต่งด้วยกระจกสี เบื้องล่างขนาบข้างด้วยรูปเทวดาประทับนั่งอยู่ทั้งสองข้าง ล้อมรอบด้วยลายปูนปั้นเขียนสีเป็นลายพันธุ์พฤกษา นก กระรอก
• หน้าบันด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณตรงกลางตกแต่งด้วยลายปูนปั้น ตรงกลาง
เป็นรูปลิงสวมมงกุฎ ผิวกายสีขาว ซึ่งอาจจะเป็นลิงหนึ่งในสิบแปดมงกุฎในเรื่องรามเกียรติ์ ล้อมรอบด้วยลาย
ปูนปั้นเขียนสีเป็นลายพันธุ์พฤกษา กระรอก
• ศาลาการเปรียญหลังนี้นับเป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นถาคใต้ที่งดงาม ซึ่งรูปแบบแสดงให้เห็นถึงศิลปกรรมและฝีมือช่างพื้นถิ่นภาคใต้อย่างชัดเจน
อ้างอิง : สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา. รายงานบูรณะศาลาการเปรียญวัดบ่อป่า ตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา. บริษัทเอกพรไพศาล จำกัด, 2561.
เรียบเรียง/กราฟิก :นางสาวภาวินี ไข่หนู นักวิชาการวัฒนธรรม
ชื่อเรื่อง : 100 ปี อำเภอสะเมิง (พ.ศ.2445-2545) ผู้แต่ง : บรรเลง สุปี ปีที่พิมพ์ : 2545 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : อำเภอสะเมิง เนื่องในวาระโอกาสครบรอบการก่อตั้งอำเภอสะเมิง 100 และเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองการจัดงาน "สะเมิง 100 ปีของดีเลื่องชื่อ เลื่องลือสตอเบอรี่" ระหว่างวันที่14-15 กุมภาพันธ์ 2546 ของอำเภอสะเมิง หนังสือ "100 ปี สะเมิง" จึงเป็นแรงผลักดัน และสนับสนุนหนึ่งต่อการจัดดำเนินงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ทั้งยังช่วยให้ทราบถึงรายละเอียดวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ประเพณี วัฒนธรรม การประกอบอาชีพ แหล่งท่องเที่ยว การคมนาคมและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามรอยอาระยะธรรมแห่งความสุข