ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,383 รายการ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ขอเชิญชวนทุกท่านเยี่ยมชมนิทรรศการพิเศษ เนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย เรื่อง "เครื่องถ้วยเวียงแก้ว จากวัตถุสู่พัฒนาการวังหลวงแห่งเวียงเชียงใหม่" โดย พิพิธภัณฑ์ของเราได้รวบรวมเครื่องถ้วยที่พบจากการขุดค้นในแหล่งโบราณคดีเวียงแก้ว ทั้งเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หยวน ราชวงศ์หมิง ราชวงศ์ชิง และสมัยสาธารณรัฐจีน เครื่องถ้วยจากญี่ปุ่นและเวียดนาม รวมถึงเครื่องถ้วยจากแหล่งเตาในภาคเหนือที่ร่วมสมัยกับอาณาจักรล้านนา นำมาจัดแสดงให้ทุกท่านได้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ณ อาคารจัดแสดงชั้น 2 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ค่ะ.......................................................................................................................................พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่เปิดให้บริการทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) e-mail : cm_museum@hotmail.comสอบถามเพิ่มเติมกรุณาติดต่อผ่านกล่องข้อความ หรือ โทรศัพท์ : 053-221308........................................................................................................................................Chiang Mai National Museum proudly presents a temporary exhibition"Wiang Kaew Potteries: From pieces to palace"Our museum exhibits special pieces of potteries that were found at the Wiang Kaew excavation site, such as Chinese ceramics from the Yuan Dynasty, Ming Dynasty, Qing Dynasty, and the Republic of China. Joined with the Vietnamese, Japanese ceramics, and potteries from northern Thailand's kilns which are contemporary aged in Lan - Na period. This special exhibition starts from 1 September - 31 December 2021 on the second floor of the exhibition building, Chiang Mai National Museum..........................................................................................................................................Chiang Mai National MuseumOpen: Wednesday - Sunday 09.00 AM. - 04.00 PM.Closes: Monday - Tuesday and public holidaysContact us: 053-221308 or inbox to our page's direct message E-mail: cm_museum@hotmail.com
เลขทะเบียน : นพ.บ.182/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 60 หน้า ; 4 x 54.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 104 (101-109) ผูก 4 (2565)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันธ์ขันธ์ --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
มงฺคลตฺถทีปนี (มงฺคลตฺถทีปนี เผด็จมงคลสูตร)
ชบ.บ.88ก/1-5
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
เลขทะเบียน : นพ.บ.339/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 64 หน้า ; 4.5 x 56 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 133 (359-369) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : นิพฺพาน สุตฺต (มูลมหานิพพาน)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
มหามกุฏราชสันตติวงศ์ ๒๑ กันยายน ๒๓๑๐ วันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี
สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี มีพระนามเดิมว่า บุญรอด พระราชสมภพเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๓๑๐ ณ ตำบลอัมพวา เมืองราชบุรี (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดสมุทรสงคราม) เป็นพระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ (พระพี่นางพระองค์เล็กในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) กับเจ้าขรัวเงิน แซ่ตัน
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้าบุญรอด ในเวลาต่อมาได้มีพระราชปฏิพัทธ์ด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ซึ่งในเวลาได้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
สมเด็จเจ้าฟ้าบุญรอด มีพระประสูติกาลพระราชโอรส สามพระองค์
๑. สมเด็จเจ้าฟ้าชายสิ้นพระชนม์ในวันประสูติ
๒. สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎ สมมุติเทวาวงศ์ พงศ์อิศรกษัตริย์ ขัตติยราชกุมาร เป็นพระราชโอรสชั้นเจ้าฟ้าในรัชกาลที่ ๒ ต่อมา เสวยราชเป็นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช
๓. สมเด็จเจ้าฟ้าจุธามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ต่อมารับบวราชาภิเษกเป็นพระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร มหิศเรศรังสรรค์ฯ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
ในรัชกาลที่ ๒ แม้จะมิได้โปรดเกล้าฯ สถาปนนาขึ้นเป็นพระอัครมเหสี แต่เป็นที่รู้กันในราชสำนักว่าทรงอยู่ในฐานะดังกล่าว จึงขานพระนามว่า สมเด็จพระพันวษา มาแต่ในรัชกาลนั้นจนตลอดพระชนมายุ
สมเด็จเจ้าฟ้าบุญรอด สวรรคตเมื่อวันเมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๓๗๙ ด้วยพระโรคชรา สิริพระชนมายุได๖๙ พรรษา ดังปรากฏในพระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ ๓ ความว่า "วันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๓๘๐ เวลาเช้า ๔ โมง สมเด็จพระพันวัสสาประชวรพระโรคชราสวรรคตในวันนั้น" ส่วนในหนังสือ จดหมายเหตุโหร ฉบับพระยาประมูลธนรักษ์ บันทึกไว้ว่า "ปีวอก จ.ศ. ๑๑๙๘ วันอังคาร ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๑๑ พันวษานิพพาน เพลาเช้า ๒ โมงเศษ พระชนมายุได้ ๖๙ พรรษา"
เมื่อเจ้าฟ้ามงกุฎ พระราชโอรส เสด็จขึ้นสืบราชสันตติวงศ์เป็น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระบรมอัฐิพระบรมราชชนนี ขึ้นเป็นกรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ ในคราวบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๓๙๔ ถึงรัชกาลที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดให้ออกพระนามเป็น สมเด็จพระศรีสุริเยนทรา บรมราชินี
ภาพ : พระแท่นบรรทมของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๒ แท่นเบื้องหน้าพระแท่นบรรทมคือพระแท่นลด จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ชื่อผู้แต่ง -
ชื่อเรื่อง พระบรมราโชวาท ในรัชการที่ ๕
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ พระนคร
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์รวมมิตรไทย
ปีที่พิมพ์ ๒๕๐๕
จำนวนหน้า ๖๔ หน้า
หมายเหตุ พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ รองอำมาตย์เอกหลวงรักษ์ระเบียบการ (ตาด ศรีโรจน์)
พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้จัดพิมพ์ในเล่มนี้ เป็นพระบรมราโชวาทซึ่งมีไปพระราชทานพระบรมโอรสาธิราชขณะประทับศึกษาอยู่ ณ ต่างประเทศ และอีกภาคหนึ่งเป็นพระบรมโชวาท ทรงมีพระราชทานพระเจ้าลูกยาเธอเนื่องในโอกาสเสด็จออกไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศเมื่อพุทธศักราช ๒๔๒๙ เนื้อความล้วนเป็นคติสอนใจที่เป็นผลได้แก่ผู้อ่านทั่วไป โดยเฉพาะกุลบุตร กุลธิดา ที่กำลังอยู่ในวัยเล่าเรียน
กกุธภัณฑ์หรือเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ตามรูปศัพท์แปลว่า เครื่องใช้สำหรับพระมหากษัตริย์ แต่มีความสำคัญยิ่งเพราะเป็นเครื่องหมายแห่ง ความเป็นพระราชาธิบดี จึงเป็นสิ่งที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เครื่องราชกกุธภัณฑ์ประกอบด้วย ฉัตรมงกุฎ พระแสงขรรค์ ธารพระกร วาลวิชนีและฉลองพระบาท การถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นประเพณี สืบเนื่องมาจากลัทธิพราหมณ์ ที่มีพราหมณ์ (พระมหาราชครู) เป็นผู้กล่าว คำถวายตามคติความเชื่อว่าพระมหากษัตริย์เป็นสมมุติเทพ เครื่องราชกกุธภัณฑ์จึงล้วนเป็นสัญลักษณ์แห่งเทพทั้งสิ้น ดังที่กล่าวใว้ใน ปัญจราชาภิเษกความว่า - เศวตฉัตร 6 ชั้น หมายถึง สวรรค์ 6 ชั้น - พระมหามงกุฎ หมายถึง ยอดวิมานของพระอินทร์ - พระขรรค์ หมายถึง พระปัญญาอันจะตัดมลทินถ้อยความไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน - เครื่องประดับผ้ารัดกัมพล หมายถึง เขาคันธมาทน์ ประดับเขาพระสุเมรุราช (ต่อมาใช้วาลวิชนีแทน) - เกือกแก้ว (ฉลองพระบาท) หมายถึงแผ่นดินอันเป็นที่รองรับเขาพระสุเมรุ ราชและเป็นที่อาศัยแก่อาณาประชาราษฎร์ทั้งหลายทั่วแว่นแคว้นขอบ ขัณฑสีมา ไทยรับคติความเชื่อนี้มาจากเขมรซึ่งรับทอดมาจากอินเดียอีกต่อหนึ่ง ประเพณีการถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของไทย มีปรากฏมาตั้งแต่ครั้งสุโขทัย เครื่องราชกกุธภัณฑ์ที่พระมหาราชครูถวายใน พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในสมัยรัตนโกสินทร์ ประกอบด้วย พระมหาเศวตฉัตร พระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกร วาลวิชนี และฉลอง พระบาทเชิงงอน ซึ่งมีประวัติความเป็นมาดังนี้ พระมหาเศวตฉัตรหรือพระนพปฏล มหาเศวตฉัตร เป็นฉัตร 9 ชั้น เป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ที่สำคัญยิ่งกว่าราชกกุธภัณฑ์อื่นๆ แต่เดิมในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ของไทยบางรัชกาลมิได้กล่าวรวมพระมหาเศวตฉัตรเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ด้วย เพราะฉัตรเป็นของใหญ่โตมีปักอยู่แล้วเหนือ พระที่นั่งภัทรบิฐ จึงถวายธารพระกรแทน จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาพิชัยมงกุฎ เป็นราชศิราภรณ์ที่สำคัญในบรรดาเครื่องราชกกุธภัณฑ์ พระมหากษัตริย์จะทรงสวมพระมหาพิชัยมงกุฎในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระแสงขรรค์ชัยศรี เป็นพระแสงราชศัสตราประจำพระองค์พระ มหากษัตริย์ พระแสงขรรค์ชัยศรีเป็นพระแสงราชศัสตราที่สำคัญที่สุดใน พระราชพิธีสำคัญหลายพิธี เช่นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชพิธี ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ธารพระกร ของเดิมทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ปิดทอง ครั้นถึงสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างธารพระกรขึ้นใหม่องค์หนึ่งทำด้วยทองคำ ครั้นต่อมาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กลับเอาธารพระกรไม้ชัยพฤกษ์ออกมาใช้อีก จึงคงใช้ธารพระกรชัยพฤกษ์อยู่ต่อมา วาลวิชนี (พัดและแส้) พัดวาลวิชนีทำด้วยใบตาลแต่ปิดทองทั้ง 2 ด้าน ด้ามและเครื่องประกอบทำด้วยทองลงยาส่วนพระแส้ทำด้วยขนจามรีด้ามเป็นแก้ว “วาลวิชนี” เป็นภาษาบาลีแปลว่าเครื่องโบก ฉลองพระบาทเชิงงอน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ตามแบบอินเดียโบราณ----------------------------------------------------เรียบเรียงโดย นายเศรษฐเนตร มั่นใจจริง นักวิชาการวัฒนธรรม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
เรื่อง พลังนิทานอ่านก่อนนอน
ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์. พลังนิทานอ่านก่อนนอน. กรุงเทพฯ:
อมรินทร์คิดส์, 2563.
ห้องหนังสือทั่วไป 1 เลขเรียกหนังสือ 649.58 ป421พ
นิทานสำหรับเด็กจะมีความเหมาะสมแตกต่างกันไปตามช่วงวัย เป็นเรื่องที่จบในตอน มีภาพประกอบ และเนื้อหาไม่ยาวจนเกินไป อีกทั้งหนังสือภาพหรือหนังสือนิทานยังเป็นตัวช่วยในการตอบคำถามที่เด็กๆ สงสัย ซึ่งพ่อแม่ไม่อาจอธิบายอย่างตรงไปตรงมาได้จึงใช้นิทานเป็นสื่อกลางเพื่อให้เด็กๆ เข้าใจง่ายขึ้น เรียกได้ว่านิทานเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสอนวิชาชีวิตและทักษะต่างๆ ให้กับลูกน้อยก่อนที่พวกเขาจะออกไปเจอกับโลกกว้าง
พลังนิทานอ่านก่อนนอน เล่มนี้ ผู้เขียนพาเราไปพบกับวิธีเลี้ยงลูกที่ง่ายที่สุด นั่นคือ การอ่านนิทานก่อนนอน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่แสดงออกถึงความรักและความเอาใจใส่ของพ่อแม่ผู้ปกครองโดยใช้เวลาสั้นๆ เพียง 30 นาทีก่อนเข้านอนแต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นมหาศาล เด็กๆ จะรับรู้ถึงความรักและความอบอุ่นจากพ่อแม่ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดพัฒนาการในด้านต่างๆ อาทิ สมอง ภาษา ศิลปะ จินตนาการ และเด็กจะได้รับประโยชน์จากการอ่านนิทานก็ต่อเมื่อพวกเขารู้สึกร่วมไปกับตัวละครและเนื้อเรื่อง ทั้งยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ หรือสะเทือนอารมณ์ ในขณะที่อ่านพ่อแม่ควรชี้ชวนให้ดูภาพประกอบและเมื่ออ่านจบ คำว่า “นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า” จะไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะลูกจะฝึกกระบวนการคิดและเรียนรู้ได้จากการสังเกตภาพประกอบตรงหน้า เป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญที่ได้จากการอ่านนิทาน พ่อแม่หลายคนมักกังวลใจที่จะเลือกอ่านนิทานที่มีเนื้อหารุนแรงให้ลูกฟัง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการโกหกและลักขโมย จนลืมไปว่าเด็กในวัยนี้จะยังไม่มีความคิดเกี่ยวกับการขโมยและโกหก เพราะพวกเขาเพิ่งจะลืมตาดูโลกได้เพียง 2-3 ปีเท่านั้น ในทางกลับกันถือเป็นโอกาสดีที่จะได้สอนในแง่มุมใหม่ๆ ของชีวิต ที่มีทั้งด้านดีและด้านมืด ภายในเล่มผู้เขียนยังได้แนะนำนิทานที่เหมาะสำหรับอ่านก่อนนอนไว้จำนวนหนึ่งโดยแบ่งหมวดหมู่ตามความสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มีความพิศวง หักมุมชวนลุ้น เรื่องที่สร้างสายใยผูกพันในครอบครัว บางเรื่องใช้สีสันฉูดฉาดเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และจินตนาการ เนื้อเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจให้อยากเป็นเด็กดี และเรื่องเกี่ยวกับการผจญภัยในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นและเอาใจช่วยไปกับตัวละคร ผู้สนใจสามารถหาอ่านได้ที่หอสมุดแห่งชาติชลบุรี (วันอังคาร – วันเสาร์ เวลา 09.00 - 17.00 น.)
นายสถาพร เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักทั่วประเทศจึงได้สั่งการให้สำนักศิลปากรทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโบราณสถาน และรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๕ ว่าจากอิทธิพลของพายุโนรูทำให้เกิดฝนตกหนัก เขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักระบายน้ำในปริมาณสูงขึ้นจนทำให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาสูงขึ้นมากกว่า ๑ เมตร และทางกรมชลประทานยังแจ้งเตือนว่าระดับน้ำในแม่น้ำบริเวณพื้นที่อุทยานฯ จะสูงขึ้นอีกประมาณ ๓๐ - ๖๐ เซนติเมตร จึงเตรียมการรับมือดังนี้
๑. ในพื้นที่เกาะเมืองขณะนี้ทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาได้ทำคันป้องกันน้ำ ซึ่งจะสามารถ
ป้องกันโบราณสถานในเกาะเมืองได้เกือบทั้งหมด จะมีเพียงป้อมเพชรและรหัสวิดน้ำในพระราชวังโบราณเท่านั้นที่ถูกน้ำท่วม
๒. พื้นที่นอกเกาะเมือง
- วัดไชยวัฒนารามระดับน้ำต่ำกว่าแผงกันน้ำ ๓๕ เซนติเมตร อุทยานฯ จึงได้ทำการต่อแผงกันน้ำและเสริมกระสอบทรายบนกำแพงด้านทิศใต้ของวัดซึ่งจะสามารถป้องกันน้ำได้เพิ่มอีก ๔๐ เซนติเมตร รวมแล้วสามารถป้องกันน้ำได้อีก ๗๕ เซนติเมตร ซึ่งจะสามารถป้องกันน้ำได้มากกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดใน พ.ศ.๒๕๕๔
- วัดธรรมาราม ระดับน้ำต่ำกว่าแผงกันน้ำ ๓๐ เซนติเมตร อุทยานฯ จึงทำการเสริมกระสอบทรายบนแผงกันน้ำซึ่งจะสามารถป้องกันน้ำได้เพิ่มอีก ๓๐ เซนติเมตร รวมแล้วสามารถป้องกันน้ำได้อีก ๖๐ เซนติเมตร ซึ่งจะสามารถป้องกันน้ำได้เท่ากับระดับน้ำท่วมสูงสุดใน พ.ศ. ๒๕๕๔
- โบราณสถานสำคัญอื่นๆ โดยเฉพาะโบราณสถานที่เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและวัดที่อยู่กลาง
ชุมชม อุทยานฯ ได้ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันน้ำท่วมไว้แล้ว ซึ่งจะมีการเสริมความสูงของแนวป้องกันน้ำตามระดับน้ำที่สูงขึ้น
๓. ขณะนี้ภายในพื้นที่อุทยานฯ มีโบราณสถานที่ได้ถูกน้ำท่วมแล้วกว่า ๔๐ แห่ง ส่วนใหญ่อยู่นอกเกาะเมืองด้านที่เหนือซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ แต่โบราณสถานเหล่านั้นส่วนใหญ่จะได้รับการบูรณะเสริมความมั่นคงแล้ว ซึ่งจะไม่ได้รับความเสียหายมาก ส่วนโบราณสถานที่ยังไม่ได้มีการบูรณะเสริมความมั่นคง อุทยานฯ ได้มีการตั้งนั่งร้านค้ำยันเสริมความมั่นคงไว้แล้ว
ทั้งนี้ ได้เตรียมความพร้อมสูงสุดในการรับมือ โดยในพื้นที่เกาะเมืองได้ประสานกับทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาทำคันดินป้องกันน้ำเข้าเกาะเมือง ซึ่งจะสามารถป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโบราณสถานได้เกือบทั้งหมด ส่วนพื้นที่นอกเกาะเมือง ในส่วนของวัดไชยวัฒนารามและวัดธรรมาราม ได้เสริมแนวป้องกันให้สามารถรับน้ำได้มากกว่าระดับน้ำท่วมใน พ.ศ. ๒๕๕๔ ส่วนโบราณสถานอื่นๆ ได้ประสานความร่วมมือกับทางวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันโบราณสถานแล้ว