ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,040 รายการ
มหามกุฎราชสันตติวงศ์ ๒๕ มิถุนายน ๒๔๓๔ วันประสูติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวาปีบุษบากร
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวาปีบุษบากร เป็นพระราชธิดาพระองค์ที่ ๖๘ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาพร้อม ประสูติเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๔๓๔
ทรงมีพระเชษฐา และพระเชษฐภคินีร่วมพระมารดา คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประภาพรรณพิไลย, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประไพพรรณพิลาส และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสมัยวุฒิวโรดม
ในรัชกาลที่ ๕ เมื่อพระชันษา ๕ – ๖ ปี ทรงเริ่มการศึกษาชั้นต้นในพระบรมมหาราชวัง ทั้งพระอักษรภาษาไทย และภาษาอังกฤษ จนถึงพระชันษา ๑๖ ปี จึงทรงเริ่มศึกษาค้นคว้าด้วยพระองค์เอง
หลังเจ้าจอมมารดาพร้อม พระมารดาถึงแก่อนิจกรรม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าวาปีบุษบากร พร้อมกับพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ และพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าประภาพรรณพิไลย ให้อยู่ในการอภิบาลเป็นพระราชโอรสพระราชธิดาบุญธรรมของสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี (สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า)
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวาปีบุษบากร เป็นพระราชธิดาในรัชกาลที่ ๕ ที่ดำรงพระชนม์อยู่เป็นลำดับสุดท้าย และมีพระชนมายุยืนยาวกว่าพระราชโอรสธิดาทั้งหมดในรัชกาลนั้น สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๙ เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๒๕ สิริพระชันษา ๙๑ ปี
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวาปีบุษบากรนับเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ที่สืบสายจากพระบรมชนกนาถ
ภาพ : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวาปีบุษบากรทรงฉายพระรูปร่วมกับพระเชษฐภคินี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประภาพรรณพิไลย
ชื่อผลงาน: พระสาทิสลักษณ์พระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวสาอัยยิกาเจ้า และพระโอรส-ธิดา
ศิลปิน: ศิลปินตะวันตก ไม่ปรากฎนามศิลปิน
เทคนิค: จิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ
ขนาด: กว้าง 189.5 ซม. สูง 126.8 ซม.
อายุสมัย: รัตนโกสินทร์ (สมัยรัชกาลที่ 5)
รายละเอียดเพิ่มเติม: ภาพพระสาทิสลักษณ์ครอบครัวพระพันวสาอัยยิกาเจ้าและพระโอรส-ธิดา สันนิษฐานว่าวาด โดย ศิลปินตะวันตก ไม่ปรากฏนามศิลปิน พิจารณาจากการจัดองค์ประกอบภาพ เห็นได้ชัดว่า ศิลปินใช้การจัดองค์ประกอบแบบภาพถ่าย ซึ่งอาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นงานที่ทางราชสำนักสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ว่าจ้างให้จิตรกรชาวต่างประเทศเขียนภาพพระสาทิสลักษณ์หมู่ โดย ส่งภาพพระฉายาลักษณ์ (ภาพถ่าย) ไปยังสตูดิโอของศิลปินในต่างประเทศ เพื่อเป็นแบบในการเขียนภาพ
Title: a family portrait of HM Queen Sri Savarindira (Queen consort of HM King Rama V)
Artist: anonymous foreign artist
Technique: oil on canvas
Size: 189.5 × 126.8 cm.
Period: Rattanakosin era, late 19th Century, some years in the reign of King Chulalongkorn (Rama V)
Detail: This family portrait of HM Queen Sri Savarindira (Queen consort of HM King Rama V) might be painted by anonymous foreign artist as a commission work from Siamese court, judging by the posture of family members, it is possible that this family portrait was painted according to a photograph, sent by Siamese court to an artist studio oversea.
ชื่อเรื่อง สทฺทนีติ (สิททาวิมาลา)สพ.บ. 281/1กประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 40 หน้า : กว้าง 5.6 ซ.ม. ยาว 59.5 ซ.ม. หัวเรื่อง พุทธศาสนา บทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจากวัดบ้านหมี่ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
ชื่อเรื่อง ปฐมปาราชิกและยอดกุสลา (ปารายัสสาปาเทยมิโก)
สพ.บ. 332/1ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 30 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 55.5 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนา—บทสวดมนต์
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
เลขทะเบียน : นพ.บ.160/6ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4 x 50.5 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 96 (27-34) ผูก 6 (2565)หัวเรื่อง : ปริวารปาลิ(ปาลีปริวาน) --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)
ชบ.บ.45/1-2
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
มงฺคลตฺถทีปนี (มงฺคลตฺถทีปนี เผด็จมงคลสูตร)
ชบ.บ.88ก/1-14
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
มหานิปาตวณฺณนา(เวสฺสนฺตรชาตก) ชาตกฎฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฎฺฐกถา (มทฺรี-นครกัณฑ์)
ชบ.บ.106ข/1-12
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
เลขทะเบียน : นพ.บ.346/1ขห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 56 หน้า ; 4.5 x 52 ซ.ม. : ทองทึบ-ชาดทึบ-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 134 (370-377) ผูก 1ข (2565)หัวเรื่อง : นิพฺพานสุตฺต (นิพพานสูตร)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชิ้นส่วนพระพุทธรูปนาคปรก
พบที่เมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
จัดแสดง ณ ห้องบรรพชนคนอู่ทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
แผ่นปูนปั้นภาพพระพุทธรูปนาคปรก ชำรุดส่วนบนหักหายไป เหลือเพียงส่วนพระเพลาและขนดนาค พระหัตถ์แสดงปางสมาธิ ประทับขัดสมาธิราบโดยไขว้พระบาทหลวม ๆ บนขนดนาค ๓ ชั้น ทั้งนี้รูปแบบการนั่งขัดสมาธิราบแบบหลวม ๆ เป็นลักษณะที่พบทั่วไปในศิลปะอินเดียแบบอมราวดี เช่น พระพุทธรูปที่นาคารชุนโกณฑะ ซึ่งกำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๙ – ๑๐ (ประมาณ ๑,๖๐๐ – ๑,๗๐๐ ปีมาแล้ว)
ความสัมพันธ์ทางด้านรูปแบบศิลปกรรม และคติการสร้างพระพุทธนาคปรก ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในศิลปะอินเดียแบบอมราวดี ที่เจริญขึ้นทางภาคใต้ของประเทศอินเดีย อาจเป็นเพราะอยู่ในภูมิประเทศที่เป็นเขตร้อนชื้น มีงูชุกชุม จึงเกิดลัทธิบูชางูของคนพื้นเมืองขึ้น ต่อมาเมื่อศาสนาพุทธได้เผยแผ่ไปยังอินเดียใต้ ความเชื่อเรื่องงูกับความเชื่อในพุทธศาสนาจึงผสมผสานกัน ดังปรากฏเรื่องงูหรือนาคในพุทธประวัติตอนสำคัญ เช่น พญานาคมุจลินท์ใช้กายกำบังให้พระพุทธเจ้าเมื่อเกิดพายุฝนเป็นเวลาเจ็ดวันขณะเสวยวิมุตติสุขในสัปดาห์ที่ ๖ ภายหลังทรงตรัสรู้ ทั้งนี้ต่อมารูปแบบและคติการสร้างพระพุทธรูปนาคปรกจึงได้แพร่หลายมายังลังกา และดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในระยะแรกยังคงแสดงให้เห็นรูปแบบศิลปกรรมที่รับมาจากประเทศอินเดีย จนกระทั่งมีพัฒนาการเป็นรูปแบบเฉพาะของท้องถิ่นนั้น ๆ ในระยะเวลาต่อมา
ชิ้นส่วนพระพุทธรูปนาคปรกนี้ จึงถือเป็นหลักฐานสำคัญ สันนิษฐานว่าเป็นประติมากรรมที่สร้างขึ้นในท้องถิ่น เนื่องจากทำจากปูนปั้นเพื่อประดับติดเข้ากับผนังศาสนาสถาน โดยอาจเป็นหลักฐานที่เก่าที่สุดชิ้นหนึ่ง เนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางด้านรูปแบบศิลปกรรมจากอินเดีย และยังอาจจะแสดงถึงการประดิษฐานพระพุทธศาสนาในดินแดนไทย แสดงให้เห็นว่าในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๙ – ๑๑ ชุมชนที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ได้เริ่มนับถือศาสนาพุทธ และสร้างศาสนสถานแล้ว โดยเมืองโบราณอู่ทองอาจเป็นศูนย์กลางสำคัญของการประดิษฐานพระพุทธศาสนาในระยะแรก ที่เผยแผ่มาจากประเทศอินเดียก็เป็นได้
ที่มาข้อมูล
เชษฐ์ ติงสัญชลี. ประวัติศาสตร์ศิลปะอินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. นนทบุรี : มิวเซียมเพรส, ๒๕๕๘
ผาสุข อินทราวุธ. ทวารวดี : การศึกษาเชิงวิเคราะห์จากหลักฐานทางโบราณคดี. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์อักษรสมัย, ๒๕๔๒.
รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง, รู้เรื่องพระพุทธรูป. นนทบุรี : มิวเซียมเพรส, ๒๕๖๐
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. พระพุทธรูปสำคัญและพุทธศิลป์ในดินแดนไทย. กรงเทพฯ : เมืองโบราณ, ๒๕๕๔.
ชื่อผู้แต่ง สุขเกษมสโมทัย , หลวง (ซุ่ยต่ง หิรัญวรชาติ)
ชื่อเรื่อง คำสอนบุตรหลาน
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ นครหลวง
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช
ปีที่พิมพ์ ๒๕๑๕
จำนวนหน้า ๖๘ หน้า
หมายเหตุ อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นางกอบกุล รัตนปราการ
คำสอนบุตรหลานของตาทวด ซึ่งได้เขียนไว้แต่ พ.ศ. ๒๔๕๔ (ร.ศ. ๑๓๐) คำสอนนี้เคยมีผู้นำออกมาพิมพ์แจกบ้างแล้วปรากฏว่ามีผิดตกอยู่ทุกครั้งไม่มากก็น้อย อาจเป็นเพราะรีบร้อนไม่ได้ตรวจทานให้ถูกต้อง ในโอกาสนี้ได้จัดให้ถ่ายพิมพ์ต้นฉบับที่ตาทวดได้เขียนไว้ด้วยตนเอง
วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยนายพนมบุตร จันทรโชติ รองอธิบดีกรมศิลปากร นางรักชนก โคจรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง นายลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต นายชินณวุฒิ วิลยาลัย ผู้อำนวยการกองโบราณคดี และนางสาวธัชรีน สุวรรณวัฒนะ ผู้อำนวยการกลุ่มแผนงานโครงการและวิเทศสัมพันธ์ ประชุมร่วมกับนางสุจิตรา ทุไร (Ms. Suchitra Durai) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย พร้อมคณะ ในเรื่องความร่วมมือด้านวัฒนธรรมกับกรมศิลปากร เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ ๗๕ ปี วันประกาศอิสรภาพสาธารณรัฐอินเดียในปี ๒๕๖๔ และการครบรอบ ๗๕ ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับอินเดียในปี ๒๕๖๕ ณ ห้องประชุมชั้น ๘ อาคารกรมศิลปากร เทเวศร์