ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,714 รายการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.714/1ฆห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 32 หน้า ; 5 x 59 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 226 (303-316) ผูก 1ฆ (2568)หัวเรื่อง : แทนน้ำนมแม่--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อแบบฉบับ : ตำรายา (ผูก 1ฆ)
ชื่อเรื่อง : ตำรายาแก้เลือด, ลม, ฝี เป็นต้น (ผูก 1ฆ)
เลขทะเบียน : ชม.บ.3917/1ฆ
ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ ผู้สร้าง : ไม่ปรากฏ ปีที่สร้าง : ไม่ปรากฏ
จำนวน : 1 คัมภีร์ 10 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 1ก-1ฌ)
จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด จำนวนหน้า : 78 หน้า
อักษร : ไทย ภาษา : ไทย เส้น : จาร
ฉบับ : ลานดิบ ไม้ประกับ : ไม่มี ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน
ประวัติ : ได้มาจากวัดสันผักแค ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2531
โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ร่วมกับสถานีรถไฟลพบุรี จัดกิจกรรม "ลพบุรี in My Mind" ในวันที่ 28 - 30 พฤศจิกายน 2568 นี้ พบกับนิทรรศการพิเศษย้อนความทรงจำ ณ สถานีรถไฟลพบุรี, ตั๋วหนาที่ระลึกเฉพาะในงานนี้, ของที่ระลึกสุดพิเศษ เพียงท่านเข้าชมนิทรรศการ ณ สถานีรถไฟลพบุรี และเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี ขอเชิญทุกท่านมาร่วมสร้างความทรงจำใหม่ ๆ กับสถานีรถไฟหลังเก่ากันได้ เริ่มเวลา 09.00 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3641 1458 Facebook “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ : King Narai National Museum”
*เข็มกลัดที่ระลึก งานลพบุรี in My Mine มีจำนวนจำกัดเพียง ๑๐๐ ชิ้นต่อวันเท่านั้น ภาพบนเข็มกลัดคือรูปหนุมานนั่งบนหลังคารถไฟ ส่วนด้านหลังคือประตูของพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ภาพนี้เป็นผลงานของน้องนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคลพบุรี
ประวัติการดำเนินการอนุรักษ์โบราณสถาน วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช
ข้อมูล ณ วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๘
โครงการจัดการความรู้พื้นฐานการประพันธ์ร้อยกรองไทย
กรมศิลปากร โดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “พื้นฐานการประพันธ์ร้อยกรองไทย”(การประพันธ์โคลง) ในวันพุธที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๓ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖. ๓๐ น. ณ ห้องประชุมหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี กรุงเทพฯ “ร้อยกรอง” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมายาวนาน จำแนกด้วยฉันทลักษณ์ออกเป็น ๕ ชนิด คือ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และร่าย ทุกชนิดมีแบบแผน ข้อบังคับ และรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกัน กวีมีการนำรูปแบบฉันทลักษณ์ต่างๆ มาประพันธ์เป็นเรื่องราวหลากหลายรูปแบบตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หลายเรื่องเป็นวรรณคดีสำคัญของชาติ ผู้ที่จะเข้าใจและเข้าถึงภาษาและวรรณคดีของชาติจึงจำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับร้อยกรองไทยแบบต่างๆ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ จึงจัดโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับร้อยกรองไทยประเภทโคลง แก่ ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และประชาชน เป็นการส่งเสริมให้ผู้ศึกษาด้านภาษาและวรรณกรรมไทยมีความรู้ความเข้าใจและตระหนักในคุณค่าของวรรณกรรมร้อยกรองประเภทโคลงมากยิ่งขึ้น การอบรมประกอบด้วยการอภิปรายเรื่อง “โคลงภาคเหนือและโคลงอีสาน” โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุภณ สมจิตศรีปัญญา ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิลักษณ์ ศรีป่าซาง “โคลงภาคกลาง” โดยนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ นายบุญเตือน ศรีวรพจน์ นักอักษรศาสตร์ชำนาญการพิเศษ “ภาคปฏิบัติการการแต่งคำประพันธ์ :โคลง” โดยนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิลักษณ์ ศรีป่าซาง นายบุญเตือน ศรีวรพจน์ และนายวัฒนะ บุญจับ ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมการอบรมฯได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ โทร. ๐ ๒๖๒๘ ๕๐๒๑ ต่อ ๕๑๔ – ๕๑๖ ภายในวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๓
๑.ชุมพรวันนี้
๒.สมัยก่อนประวัติศาสตร์ในชุมพร กล่าวถึงสภาพความเป็นอยู่ของกลุ่มชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดชุมพรปัจจุบันโดยชนกลุ่มดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ได้ประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ประเภทต่างๆซึ่งเหลือให้เห็นในรูปของโบราณวัตถุเช่นเครื่องมือหินและภาชนะดินเผาเป็นต้นนอกจากนี้ยังมีภาพเขียนสีตามริมเพิงผาวัฒนธรรมเหล่านี้เป็นของกลุ่มชนใน
สังคมแบบดั้งเดิมที่ดำรงชีพด้วยการเก็บของป่าล่าสัตว์หลังจากนั้นในช่วงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายมีการพัฒนาไปจนถึงระดับที่รู้จักการนำโลหะมาใช้ในการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ตลอดจนเริ่มมีการตั้งถิ่นฐานเป็นหลักเป็นแหล่งอันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในสังคมและกลุ่มชนในช่วงต้นประวัติศาสตร์
๓.พัฒนาการแรกเริ่มประวัติศาสตร์
กล่าวถึงปัจจัยที่ก่อให้เกิดการพัฒนาในชุมชนโบราณเช่นชุมชนโบราณเขาสามแก้วชุมชนโบราณบริเวณลำน้ำตะเภาลำน้ำชุมพรรวมไปจนถึงลำน้ำหลังสวนในช่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้สันนิษฐานว่าชุมพรเป็นเมืองในเส้นทางข้ามคาบสมุทรเชื่อมต่อเส้นทางการค้าระหว่างซีกโลกตะวันออกและซีกโลกตะวันตกช่วงพุทธศตวรรษที่ ๕-๑๐พบหลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงถึงการมีความสัมพันธ์กับดินแดนโพ้นทะเลอาทิลูกปัดประเภทต่างๆที่ใช้วัสดุจากถิ่นและลูกปัดที่มีตัวอักษรปัลลวะหรือโบราณวัตถุที่ได้รับอิทธิพลจากแหล่งชุมชนโบราณอื่นๆเช่นกลองมโหระทึกเป็นต้น
๔.ประวัติศาสตร์ในชุมพร กล่าวถึงบทบาทของชุมพรในสมัยประวัติศาสตร์ไทยเริ่มตั้งแต่มีชื่อเป็นเมือง๑๒นักษัตรในตำนานพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราชจากตำนานนี้จึงเชื่อได้ว่ามีเมืองชุมพรก่อนปีพ.ศ.๑๗๑๙และในพงศาวดารสมัยกรุงศรีอยุธยาได้กล่าวถึงเมืองชุมพรอีกว่าครั้งกรุงศรีอยุธยาตอนต้นตีเมืองแถบลาวเหนือได้กวาดต้อนครัวลาวมาไว้ยังเมืองปะทิวและเมืองชุมพรและยังมีชื่อเมืองชุมพรต่อมาในประวัติศาสตร์ไทย จนถึงปัจจุบันอย่างไรก็ตามแม้จะเป็นเมืองมาแต่โบราณแต่เมืองชุมพรก็ไม่สามรถค้นพบหลักฐานที่แสดงถึงถิ่นที่ตั้งเมืองได้ย่างชัดเจนว่าเป็นที่ใดกันแน่
๕.ชุมพรกับสงครามโลกครั้งที่ ๒ และวีรกรรมของยุวชนทหาร เป็นการจัดแสดงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่๒ที่ก่อให้เกิดวีรกรรมของยุวชนทหารที่ทำการปกป้องการรุกล้ำอธิปไตยจากกองทัพญี่ปุ่นในการยกพลขึ้นบกที่จังหวัดชุมพรในช่วงเช้าของวันที่๘ธันวาคมพ.ศ.๒๔๘๔
๖.ชุมพรกับการเป็นเมืองในเส้นทางผ่านของพายุไต้ฝุ่นเกย์ จัดแสดงเรื่องราวที่เกี่ยวกับการเกิดพายุไต้ฝุ่นในจังหวัดชุมพรโดยสร้างฉากจำลองเหตุการณ์พายุไต้ฝุ่นเกย์เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถรับรู้เสมือนร่วมอยู่ในเหตุการณ์วันที่๔พฤศจิกายนพ.ศ.๒๕๓๒
๗.ธรรมชาติวิทยาและมรดกดีเด่นของจังหวัดชุมพร กล่าวถึงมรดกดีเด่นในชุมพรทั้งทางธรรมชาติทั้งทางธรรมชาติและทางศิลปวัฒนธรรมซึ่งส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น
๘.พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ กล่าวถึงพระราชประวัติของพระองค์ท่านและคุณูปการที่มีต่อแผ่นดินไทยและจังหวัดชุมพร
วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.๐๐ น. คณะอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนบ้านนาสะโน อำเภอนาตาล จ.มุกดาหาร และโรงเรียนบ้านนาจาน อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ ได้เข้าเยี่ยมชมทัศนศึกษาที่พิพิธภัณฑถานแห่งชาติ อุบลราชธานี เพื่อประกอบการเรียนการสอน นักเรียนมีความสนใจประวัติความเป็นมาของจังหวัดอุบลราชธานีเป็นอย่างมาก โดยมี นางมินา ลาภสาร เป็นผู้นำชมให้กับคณะอาจารย์และนักเรียน
หนังสือมูลบรรพกิจฉบับนี้ พระยาศรีสุนทรโวหาร น้อย ต้นสกุลอาจารยางกูร แต่เมื่อยังเป็นหลวงสารประเสริฐ ปลัดกรมพระอาลักษณ์ แต่งขึ้นสำหรับใช้เป็นแบบสอนหนังสือไทยในโรงเรียนหลวง เมื่อราว พ.ศ. 2414 เมื่อแต่งแล้วได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตีพิมพ์ที่โรงพิมพ์หลวงในพระบรมมหาราชวัง จำนวน 2,000 ฉบับ สำหรับเป็นแบบเรียนให้กุลบุตร กุลธิดา ศึกษาเล่าเรียนหนังสือไทยในสมัยนั้น
ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร ตรวจงานในพื้นที่จังหวัดพะเยา ระหว่าวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะะเยา