ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,619 รายการ

ชื่อวัตถุ ลูกปัด ทะเบียน ๒๗/๖๑/๒๕๔๒ อายุสมัย ศรีวิชัย วัสดุ(ชนิด) แก้ว แหล่งที่พบ หน่วยศิลปากรที่ ๘ นครศรีธรรมราช ได้มาจากการขุดค้นที่ ควนลูกปัด ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ในชั้นดินที่ ๑๕ลึก ๒๐๐-๒๔๐ ซม.หลุมขุดที่ ๑ ระหว่างวันที่ ๑-๑๕ ก.ย.๒๕๒๓ และได้ส่งมอบให้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๒๖ พ.ย.๒๕๒๓ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง รับมอบจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๒๒ ม.ค.๒๕๔๒ สถานที่เก็บรักษา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลางภูเก็ต “ลูกปัด” ลูกปัดแก้วทรงกระบอกสีส้ม เขียว แดง และน้ำเงิน เป็นลูกปัดที่มีขนาดเล็กมากและมีขนาดที่แตกต่างกัน ลูกปัดรูปแบบนี้นิยมเรียนว่า “ลูกปัดแบบอินโด-แปซิฟิค (Indo-Pacific Beads)”หรือ “ลูกปัดลมสินค้า”(Trade winds beads)เนื่องจากได้มีการค้นพบลูกปัดรูปแบบนี้กระจายตัวอยู่ในบริเวณมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิค โดยพบตามเมืองท่าโบราณต่างๆ ทั้งในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลูกปัดแก้วเหล่านี้คงเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าที่มากับเรือเดินสมุทรซึ่งต้องอาศัยลมมรสุมในการเดินทางอันเป็นที่มาของชื่อ “ลูกปัดลมสินค้า” ลูกปัดแก้วสีส้มขนาดเล็กเหล่านี้ทำด้วยวิธีการนำแก้วมาหลอมโดยใช้ความร้อน จากนั้นจึงนำมาดึงยืดเป็นเส้นและตัดที่ละลูกจึงทำให้ลูกปัดมีขนาดที่ต่างกัน ลูกปัดแบบอินโด-แปซิฟิคมีแหล่งกำเนิดและแหล่งผลิตหลักในประเทศอินเดียในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๕ และได้แพร่กระจายไปยังดินแดนต่างๆ ทั้งในเอเชียตะวันตกและเอเชียตะวันออก สำหรับในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๕ พบที่ประเทศอินโดนีเซียที่เกาะสุมาตรา ประเทศไทยพบในเมืองท่าโบราณของภาคใต้ และในช่วง พุทธศตวรรษที่ ๑๖ พบในมาเลเซียและเวียดนาม ในประเทศไทยพบลูกปัดแบบอินโด-แปซิฟิค ในหลายพื้นที่ทั้งในภาคกลางและภาคใต้ซึ่งพบในแหล่งโบราณคดีสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ อาทิ แหล่งโบราณคดีควนลูกปัด (คลองท่อม) จังหวัดกระบี่ เจริญอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๖ – ๙ แหล่งโบราณคดีภูเขาทอง จังหวัดระนอง เจริญอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๖ – ๙ และแล่งโบราณคดีเขาสามแก้ว จังหวัดชุมพร เจริญอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๓ – ๙ แหล่งโบราณคดีเหล่านี้เป็นแหล่งผลิตลูกปัดแก้วของภาคใต้ ดังได้พบลูกปัดแกวที่อยู่ในขั้นตอนการผลิต เช่น ลูกปัดแก้วที่หลอมติดกัน และก้อนแก้วสีต่างๆ จึงกล่าวได้ว่าลูกปัดแก้วเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของภาคใต้ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๖ – ๙ ลูกปัดแบบอินโด-แปซิฟิค ที่พบในแหล่งคลองท่อมจึงถือเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกถึงการผลิตลูกปัดแก้วในแถบอันดามัน ความนิยมของผู้คนในสมัยนั้น และยังแสดงให้เห็นถึงการติดต่อระหว่างอินเดียและดินแดนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเมืองท่าโบราณต่างๆ ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยอีกด้วย เอกสารอ้างอิง -ผุสดี รอดเจริญ, “การวิเคราะห์ลูกปัดแก้วจากเมืองโบราณสมัยทวารวดี ในภาคกลางของประเทศไทย.” (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๖. - มยุรี วีระประเสริฐ. “คลองท่อม : แหล่งอุตสาหกรรมทำลูกปัดและสถานีขนถ่ายสินค้าสมัยโบราณบนชายฝั่งทะเลอันดามัน,”สารัตถะโบราณคดี บทความคัดสรรของ ๔ อาจารย์โบราณคดี.กรุงเทพ :บริษัทสำนักพิมพ์สมาพันธ์, ๒๕๕๓: ๘๑- ๑๐๑.



 หอสมุดแห่งชาตินครศรีธรรมราชจัดโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมสู่เด็กและ เยาวชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2555 ในวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2555


วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 หอสมุดแห่งชาติฯ จันทบุรี ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านความร่วมมือระหว่างหอสมุดแห่งชาติประเทศอาเซียนและ สาธารณรัฐเกาหลี Read me a book : ASEAN-ROK is Reading โดยการสนับสนุนจากสำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ที่ห้องโถง ห้องหนังสือทั่วไป ห้องค้นคว้า และห้องโสตทัศนวัสดุ



ห้องวิถีชีวิตชาวสตูลจัดแสดงวิถีชีวิตชาวสตูลในด้านต่างๆ ได้แก่ ชีวิตชาวเลที่เกาะหลีเป๊ะ การทำภาชนะดินเผาแบบโบราณที่บ้านย่านซื่อ อำเภอควนโดน ชีวิตชาวประมงที่บ้านตำมะลัง โดยการจัดแสดงด้วยสื่อต่างๆประกอบด้วย หุ่นจำลองแสดงภาพวิถีชีวิต เครื่องฉายวีดีทัศน์พร้อมระบบเสียง


***บรรณานุกรม***  หนังสือหายาก  สุชีโว ภิกขุ.  ตายแล้วเกิด ข่าวเด็กระลึกชาติได้ โจทก์จำเลยผู้พิพากษาในตัวเองเจ้าภาพพิมพ์เป็นที่ที่ระลึก ในงานฌาปนกิจศพ  นายหลิม ผกาขยาย ณ ฌาปนสถานกองทัพบก วัดโสมนัสวิหาร  วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๘.  พระนคร : โรงพิมพ์มหามกุฎราชวืทยาลัย, ๒๕๐๘.


รายงานการเดินทางไปราชการ ณ สาธารณรัฐอินเดีย   ๑.     ชื่อโครงการ “โครงการหุ้มทองคำยอดฉัตรพระมหาเจดีย์พุทธคยา” ๒.     วัตถุประสงค์  พิธีสมโภชน์ยอดฉัตรพระมหาเจดีย์พุทธคยา ตามหนังสือขอความอนุเคราะห์จัดการ แสดงจากประธานโครงการหุ้มทองคำยอดฉัตรพระมหาเจดีย์พุทธคยา ๓.     กำหนดเวลา ระหว่างวันที่ ๑๕-๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ๔.     สถานที่ เมืองคยา รัฐพิหาร  ณ พระมหาโพธิเจดีย์ พุทธคยา สาธารณรัฐอินเดีย ๕.     หน่วยงานผู้จัด พิพิธภัณฑ์พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ๖.     หน่วยงานสนับสนุน พิพิธภัณฑ์พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว“โครงการหุ้มทองคำยอดฉัตรพระมหาเจดีย์พุทธคยา” ๗.     กิจกรรม วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ จัดดอกไม้ตกแต่งเสลี่ยง ประกอบธงใช้เข้าขบวนแห่ วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ แต่งตัว แต่งหน้า ทำผม ผู้ร่วมขบวนแห่ยอดฉัตรทองคำ เวลา ๐๖.๐๐ น.  จัดริ้วขบวน ขบวนกลองยาวนำหน้าขบวนแห่ยอดฉัตรทองคำ เวลา ๐๗.๐๐ น.  เคลื่อนขบวนแห่เข้าสู่พระมหาเจดีย์พุทธคยาเพื่อทำพิธีอัญเชิญยอดฉัตรทองคำ เวลา ๑๑.๐๐ น. กลองยาวตีส่งท้ายอีกครั้งเสร็จพิธีสมโภชอัญเชิญยอดฉัตรทองคำขึ้นสู่ยอดฉัตรพระมหาเจดีย์พุทธคยา ๘.      คณะผู้แทนไทย ๑.     นายอเนก อาจมังกร                ดุริยางคศิลปินอาวุโส           หัวหน้าคณะ ๒.     นางสุพรทิพย์ ศุภรกุล              นาฏศิลปินชำนาญงาน         เลขาคณะ ๓.     นายนิเวศน์ ฤาวิวา                  ดุริยางคศิลปินอาวุโส             ผู้บรรเลง ๔.     นายสุรพงศ์ โลหิตาจล             ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน    ผู้บรรเลง ๕.     นายอนุชา บริพันธุ์                   ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน    ผู้บรรเลง ๖.     นายสุรศักดิ์ กิ่งไทร                  ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน    ผู้บรรเลง ๗.     นายทวีศักดิ์ อัครวงษ์               ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน    ผู้บรรเลง ๘.     นายจตุพร ดำนิล                    ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน    ผู้บรรเลง ๙.     นายกิติศักดิ์ เขาสถิต               ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน    ผู้บรรเลง ๑๐.  นายประยงค์ ทองคำ   ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน    ผู้บรรเลง ๑๑.  นายอาทิตย์ ผ่อนร้อน               ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน    ผู้บรรเลง ๑๒.  นายปิยะ แสวงทรัพย์               ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน    ผู้บรรเลง ๑๓.  นายกรรธวัช แกวอ่อน              ดุริยางคศิลปินปฏิบัติงาน      ผู้บรรเลง ๑๔.  นายภูธิชย์ พึ่งสัตย์                  ดุริยางคศิลปินปฏิบัติงาน      ผู้บรรเลง ๑๕.  นายนิรันดร์ หรุ่นทะเล              ดุริยางคศิลปินปฏิบัติงาน      ผู้บรรเลง ๑๖.  นายมารุต มากเจริญ    ดุริยางคศิลปินปฏิบัติงาน      ผู้บรรเลง        ๙. สรุปสาระของกิจกรรมสมโภชยอดฉัตรทองคำ จัดขบวนแห่ยอดฉัตรทองคำ ขบวนกลองยาวพร้อมผู้ตีนำขบวนแห่ยอดฉัตรทองคำจำนวน ๑๕ คน ประกอบด้วยคนตีกลอง  ๘ คน  คนปี่ ๑ คน  ตีโหม่ง ๑ คน ฉิ่ง ๑ คน  ฉาบ ๑ คน กรับ ๓ คน             จัดอุปกรณ์ประกอบริ้วขบวนแห่ยอดฉัตรทองคำได้แก่ ฉัตรผ้า ๕ ชั้น จำนวน ๔ ต้น เสลี่ยง ๑ คันพร้อมตกแต่ง ดูแลริ้วขบวน ๑ คน ปฏิบัติหน้าที่แต่งหน้า ทำผม แต่งตัว จัดเครื่องแต่งกายชุดไทยชาย-หญิง ผู้เข้าร่วมขบวนแห่ จำนวน ๗๖ ชุด ประกอบด้วย             ชุดราชปะแตน  จำนวน  ๓ ชุด             ชุดไทยพระราชทาน  จำนวน ๔ ชุด             ชุดไทยพระราชนิยม  จำนวน  ๓ ชุด             ชุดไทยนางใน              จำนวน ๘ ชุด             ชุดไทยแขนกระบอก     จำนวน ๒๐ ชุด         ชุดรำกลองยาว            จำนวน ๘ ชุด             ชุดเสื้อคอกลมลายดอก จำนวน ๑๐ ชุด              ชุดเทวดา                      จำนวน ๘ ชุด          ชุดทหารหูกระต่าย       จำนวน ๑๒ ชุด      ๑๐.ข้อเสนอแนะจากการจัดกิจกรรม             กิจกรรมดังกล่าวเป็นโครงการที่ส่งเสริมพุทธศาสนาจัดสร้างขึ้นด้วยศรัทธาของชาวไทยพุทธทั่วประเทศที่ควรได้รับการสนับสนุนแต่การเตรียมงานการจัดริ้วขบวนที่ขอความอนุเคราะห์ด่วนมากทำให้การประสานงานขออนุมัติการเดินทางมีเวลาน้อยมากประกอบกับการจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ต้องนำไปใช้มีหลายชิ้นนับเป็นงานท้าทายที่บุคลากรที่เกี่ยวข้องต้องเร่งจัดให้ทันก่อนถึงเวลาเดินทางด้วยความร่วมมือของทุกฝ่ายทำให้งานสำเร็จลุล่วงด้วยดีตามวัตถุประสงค์ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่พุทธคยาทีมงานได้ดูแลคณะตามสมควรต่อเหตุการณ์โดยจัดที่พักให้ที่โรงแรมจัดอาหารไทยโดยให้รับประทานร่วมกันกับคณะคนไทยที่ไปทำบุญเนื่องจากเป็นงานบุญการดูแลเรื่องการเดินทางผู้รับผิดชอบโครงการใช้วิธีเหมาลำเที่ยวบินคณะต้องเดินทางร่วมกับผู้ร่วมงานหลากหลายกลุ่มการดูแลคณะระหว่างการเดินทางอยู่ในความรับผิดชอบของหัวหน้าคณะทัวร์เนื่องจากที่นั่งทั้งเที่ยวไปและกลับแยกเที่ยวบินกับผู้แทนโครงการ เมื่อถึงสนามบินคยาคณะผู้แทนโครงการคอยต้อนรับและจัดรถส่งเข้าที่พักโรงแรม             หมายกำหนดการไม่ชัดเจนปรับเปลี่ยนตลอดเวลาของการเดินทางหากต้องมีการเดินทางแบบเหมาลำอีกขอกำหนดเวลาที่แน่นอนเพื่ออำนวยสะดวกในการทำงานของคณะ                                                                                              นางสุพรทิพย์ ศุภรกุล  ผู้สรุปผลการเดินทางไปราชการ


  ***บรรณานุกรม*** กรมศิลปากร สิบสองเรื่องอุปรากรเรียบเรียงขึ้นในกองการสังคีตกรมศิลปากร พระนคร โรงพิมพ์พระจันทร์ 2495


     รวบรวมภาพ พระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนารถบพิตร ในขณะครองราชย์ ดำรงพระอิสริยยศเป็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ บรมนารถบพิตร รัชกาลที่ 9  ประจำปี พ.ศ. 2524 - 2537     ผู้แต่ง            สำนักงานเสิมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล     โรงพิมพ์         รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977)     ปีที่พิมพ์         2542     ภาษา             ไทย - อังกฤษ     รูปแบบ           pdf     เลขทะเบียน    หช.จบ. 146  จบ (ร) (191)


หมวดหมู่                        พุทธศาสนาภาษา                            บาลี/ไทยอีสานหัวเรื่อง                          พิธีศพ                                    แง่ศาสนา                                    พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                    24 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม. บทคัดย่อ                      เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับชาดทึบ ได้รับบริจาคมาจากพระอธิการเด่น ปญฺญาทีโป วัดคิรีรัตนาราม  ต.ดอนคา อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ดำเนินการอนุรักษ์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2534  


หมวดหมู่                    พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย        คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                26 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 56 ซม.  หัวเรื่อง                      พระสูตร                               พระไตรปิฎก                               ชาดก                               พุทธศาสนา—คัมภีร์ ภาษา                        บาลี/ไทย บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากพระครูวิมลสังวร วัดแค ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี    


เลขทะเบียน : นพ.บ.35/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  64 หน้า  ; 4.5 x 54 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 20 (205-216) ผูก 8หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์ --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.61/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  26 หน้า ; 3.7 x 53 ซ.ม. : ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 39 (382-387) ผูก 6หัวเรื่อง : แทนน้ำนมแม่ --เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


พระคเณศ วัสดุ สำริดศิลปะขอมแบบบายน พุทธศตวรรษที่ 18 พบที่ ตำบลพังยาง อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ปัจจุบันจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มัชฌิมาวาส           พระคเณศองค์นี้ เป็นพระคเณศขนาดเล็ก สูงประมาณ 6 เซนติเมตร มีลักษณะเป็นพระคเณศ 2 กร (มือ) อยู่ในอิริยาบถประทับนั่งบนแท่นฐานทรงสี่เหลี่ยมในท่าแบบชวา โดยคุกพระชานุ (เข่า) ซ้ายลงกับพื้น และยกพระชานุ (เข่า) ขวาขึ้น พระหัตถ์ (มือ) ซ้ายถือขนมโมทกะ สัญลักษณ์ของสติปัญญาอันยอดเยี่ยม พระหัตถ์ (มือ) ขวาถืองาหัก งวงอยู่ในลักษณะห้อยตรงคดโค้งเล็กน้อย มีความยาวเพียงระดับพระอุระ (อก) สวมมงกุฎ มีกระบังหน้า และทรงพระภูษา (ผ้านุ่ง) สั้นเหนือพระชานุ (เข่า) ลักษณะคล้ายเทวรูปในศิลปะขอมแบบบายน สวมสายยัชโญปวีต หรือสายธุรำพาดพระอังสา (บ่า, ไหล่) ขวา ซึ่งสายยัชโญปวีต หรือสายธุรำ เป็นเชือกหรือด้ายมงคลศักดิ์สิทธิ์ของวรรณะพราหมณ์ เพื่อแสดงความเป็นพราหมณ์ อันหมายถึงผู้ที่ถือกำเนิด 2 ครั้ง โดยครั้งแรกถือกำเนิดจากครรภ์มารดา ครั้งที่ 2 ถือกำเนิดโดยผ่านพิธีกรรมทางศาสนา เป็นพราหมณ์โดยสมบูรณ์ จึงจะมีสิทธิ์คล้องสายยัชโญปวีต หรือสายธุรำ พระอุระ (อก) ด้านซ้ายมีปมเชือกที่เรียกว่า พรหมามุทิ ทรงเครื่องประดับตกแต่งแบบกษัตริย์ มีสร้อยพระศอ (สร้อยคอ) พาหุรัด (กำไลต้นแขน) ทองพระกร (กำไลข้อมือ) และทองพระบาท (กำไลข้อเท้า)           จากลักษณะของประติมากรรม และเครื่องแต่งกาย สันนิษฐานได้ว่าพระคเณศองค์นี้น่าจะมีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 และจากการที่พระคเณศองค์นี้เป็นพระคเณศที่มีขนาดเล็ก และมีลักษณะที่มีความคล้ายคลึงกับเทวรูปในศิลปะขอมแบบบายน ทำให้สันนิษฐานได้ว่าอาจจะถูกนำเข้ามาจากที่อื่น โดยพ่อค้าชาวต่างชาติที่นำติดตัวเข้ามาทำการค้าในบริเวณคาบสมุทรสทิงพระ ตามคติการนับถือพระคเณศที่เชื่อว่าทรงเป็นเทพเจ้าที่ช่วยขจัดอุปสรรคและประทานความสำเร็จในการเดินทางและการค้าขาย           พระคเณศเป็นเทพเจ้าที่สันนิษฐานกันว่า แต่เดิมเป็นเทพพื้นเมืองของอินเดีย ซึ่งต่อมากลายเป็นเทพเจ้าสำคัญในศาสนาฮินดู ทรงเป็นเทพเจ้าที่เป็นที่เคารพนับถือมากที่สุดองค์หนึ่ง สืบเนื่องมาจากมีคติความเชื่อที่ว่าทรงเป็นเทพเจ้าที่สามารถขจัดอุปสรรคทั้งปวง และยังเป็นเทพเจ้าแห่งศิลปวิทยาและการประพันธ์            คติการนับถือพระคเณศได้แพร่กระจายมาสู่ดินแดนประเทศไทยเป็นเวลาช้านาน จากหลักฐานประติมากรรมรูปเคารพของพระคเณศในระยะแรกบนแผ่นดินไทย ปรากฏขึ้นตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 สำหรับบริเวณคาบสมุทรภาคใต้ของไทยมีการพบพระคเณศที่เก่าแก่ที่สุดในบริเวณคาบสมุทรสทิงพระ แม้ว่าพระคเณศจะไม่ได้รับการนับถือเป็นเทพเจ้าสูงสุดในดินแดนประเทศไทย ซึ่งมีการรับนับถือพุทธศาสนามาเป็นเวลาช้านาน แต่การพบหลักฐานประติมากรรมรูปเคารพพระคเณศที่มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ในดินแดนประเทศไทยตลอดมา ก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นเทพเจ้าองค์สำคัญในการประกอบพิธีกรรมตามหลักความเชื่อของศาสนาฮินดูสืบมาจนถึงปัจจุบัน           พระคเณศในคติความเชื่อของไทยแสดงถึงความเป็นเทพเจ้าผู้ขจัดอุปสรรค ผู้ได้รับการบูชาก่อนเทพเจ้าองค์อื่น ๆ ในกิจการอันเป็นมงคล หรือในการศึกษาศาสตร์ต่าง ๆ พระคเณศจึงกลายเป็นบรมครูแห่งศิลปวิทยาการแขนงต่าง ๆ ด้วย อ้างอิง : 1. กรมศิลปากร. สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ. โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา. กรุงเทพฯ: รุ่งศิลป์การพิมพ์, 2549. 2. กรมศิลปากร. สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ. พระคเณศ เทพแห่งศิลปากร. กรุงเทพฯ: สมาพันธ์, 2554. 3. จิรัสสา คชาชีวะ. พระพิฆเนศวร์ : คติความเชื่อและรูปแบบของพระพิฆเนศวร์ที่พบในประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: รุ่งศิลป์การพิมพ์, 2547. 4. พิริยะ ไกรฤกษ์. ศิลปทักษิณก่อนพุทธศตวรรษที่ 19. กรุงเทพฯ: อมรินทร์การพิมพ์, 2523. 5. อุไร จันทร์เจ้า. "ร่องรอยหลักฐานของศาสนาพราหมณ์ในชุมชนโบราณบนคาบสมุทรสทิงพระ ก่อนพุทธศตวรรษที่ 19." วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2560.ที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา


black ribbon.