ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,539 รายการ

ไม้และเมล็ดพืชที่พบร่วมกับฐานสิ่งก่อสร้างอิฐจากการขุดค้นที่คลองคูเมืองเดิม (คลองบ้านขมิ้น) เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร           จากการดำเนินงานทางโบราณคดีที่คลองคูเมืองเดิม(คลองบ้านขมิ้น) เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๘ – ๒๕๕๙ ได้พบหลักฐานสำคัญ คือ ฐานสิ่งก่อสร้างอิฐที่อยู่บนฝั่งตะวันออกและตะวันตกของคลอง ซึ่งสามารถกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์จากตัวอย่างอิฐพบว่า มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๒๓ – ๒๕ ฐานสิ่งก่อสร้างอิฐดังกล่าวมีการปักเสาไม้ขนาบเป็นแนว และการวางลำต้นของพืช และแผ่นไม้แทรกในชั้นการเรียงตัวของอิฐในลักษณะการเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างฐานสิ่งก่อสร้างอิฐนั้น จึงมีการนำส่งตัวอย่างไม้และเมล็ดพืชที่พบให้กรมป่าไม้ทำการวิเคราะห์ จำนวน ๑๑ ตัวอย่าง           ผลการวิเคราะห์พบว่า เสาไม้ที่ใช้ในการปักขนาบส่วนฐานสิ่งก่อสร้างอิฐ เป็นไม้ราชพฤกษ์(Cassia sp.) กระบก(Irvingia malayana Oliv. Ex A.Benn.)และไม้ยืนต้นซึ่งไม่สามารถระบุชื่อทางพฤกษศาสตร์ ส่วนลำต้นของพืชและแผ่นไม้ที่วางแทรกในชั้นการเรียงตัวของอิฐ แบ่งเป็นพืชหลายประเภท ได้แก่ ท่อนลำต้นของไม้สกุลไม้ราชพฤกษ์ (Cassia sp.) ตาล (Borassus sp.) และแผ่นไม้สัก (Tectona grandis L.f) ส่วนเมล็ดพืช ได้แก่ เมล็ดต้นหูกวาง (Terminalia catappa L.) เมล็ดของไม้วงศ์มะเกลือ(Diospyros sp.) ด้วยตัวอย่างที่มีจำกัดนี้ ทำให้ไม่สามารถระบุได้ถึงสภาพแวดล้อมของพื้นที่ในอดีตของบริเวณคลองคูเมืองเดิม (คลองบ้านขมิ้น)ได้แน่ชัด แต่มีข้อน่าสังเกตว่า การเลือกใช้ไม้สักในการก่อสร้างนับแต่อดีต เป็นภูมิปัญญาของคนไทยในการเลือกประเภทไม้ที่คงทนต่อการฝังอยู่ใต้ดินในพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยยังพบการใช้เสาเข็มไม้สักปักแทรกเป็นระยะในชั้นอิฐผสมปูนตำก่อนชั้นอิฐของส่วนฐานรากอาคารสิ่งก่อสร้างที่ขุดค้นพบบริเวณสนามด้านข้างพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ในพระราชวังบวรสถานมงคล(วังหน้า) ซึ่งปัจจุบัน คือ พื้นที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร----------------------------------ที่มาของข้อมูล : กองโบราณคดี----------------------------------





ชื่อเรื่อง                     สุภาษิตสอนสตรีผู้แต่ง                       สุนทรโวหาร (ภู่), พระ,2329-2398ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   คติชนวิทยา นิทานพื้นเมืองเลขหมู่                      398.9  ส798สตสถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 กรุงเทพการพิมพ์ปีที่พิมพ์                    2510ลักษณะวัสดุ               30 หน้า หัวเรื่อง                     สุภาษิตและคำพังเพย         ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก                   เนื้อหาภายในประกอบด้วยสุภาษิตสอนสตรีสามัญทั่วไป สุนทรภู่แต่งเมื่อราวระหว่าง พ.ศ.2380 จน พ.ศ. 2383  


องค์ความรู้ เรื่อง "โบราณสถานวัดหนองพลวง"  จัดทำโดย สำนักศิลปากรที่ ๔ ลพบุรี




ชื่อผู้แต่ง           กรมศิลปากร ชื่อเรื่อง            อตีตังสญาณหรือเครื่องวิทยาการกำหนดรู้เรื่องในอดีต ครั้งที่พิมพ์        พิมพ์ครั้งที่ ๑ สถานที่พิมพ์      พระนคร สำนักพิมพ์       ศิวพร ปีที่พิมพ์            ๒๕๑๑              จำนวนหน้า       ๔๐ หน้า หมายเหตุ  -                อตีตังสญาณ ตามความหมายในพระพุทธศาสนา หมายถึง ญาณ คือ ความหยั่งรู้เรื่องราวในอดีต เป็นความรู้อย่างหนึ่งของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวก  แต่ ความหมายในเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี คือ เป็นความรู้ถอยหลังเข้าไปในอดีตกาล   โดยนักประวัติศาสตร์และโบราณคดีแต่ก่อนได้อาศัยจดหมายเหตุ เอกสาร พงศาวดาร ตำนานและจารึก ตลอดจนหลักฐานทางโบราณวัตถุและโบราณสถาน


สัตตัปปกรณาภิธรรม สหัสสนัย อภิธัมมัตถสังคหะ ชบ.ส. ๑๓ เจ้าอาวาสวัดรังษีสุทธาวาส ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มอบให้หอสมุด ๑๘ ก.ค. ๒๕๓๕ เอกสารโบราณ (สมุดไทย)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน) เลขที่ ชบ.บ.19/1-2 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)



 ชื่อผู้แต่ง            สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ชื่อเรื่อง              ครบรอบ ๑๐ ปี สธวท ๒๕๑๘ ครั้งที่พิมพ์               -  สถานที่พิมพ์       กรุงเทพมหานคร  สำนักพิมพ์         กรุงสยามการพิมพ์ ปีที่พิมพ์             ๒๕๑๘ จำนวนหน้า       ๑๕๘  หน้า  เอกสารเล่มนี้จัดทำขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ เพื่อให้ทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ของสตรีไทย ทั้งในระดับผู้บริหาร และผู้ใช้พลังงาน ด้วยความหวังว่า เราจะสามารถช่วยให้สภาพการณ์ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ดีขึ้นสำหรับสมาชิก ทุกเพศ ทุกวัย ในสังคมของไทยเรา เอกสารนี่จะ “สะท้อนภาพสตรีไทย” ในบทบาท สภาพ สถานภาพ และทัศนคติ ของสตีไทยที่ทำงานในเขต กทม. พ.ศ.๒๕๑๘           


+++ ธรรมาสน์เสาเดียว : การผสมผสานความเชื่อพุทธและผี +++ ----- ธรรมาสน์ คือ ที่นั่งแสดงธรรมสำหรับพระสงฆ์ ในภาคอีสานสามารถพบเห็นได้ทั้งธรรมาสน์ไม้และธรรมาสน์ปูน ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะธรรมาสน์ไม้อีสาน ที่จำแนกออกได้เป็น ๓ ประเภทหลักๆ ได้แก่ ๑) หอธรรมาสน์ ลักษณะเป็นธรรมาสน์ที่มีฐานสูงและมียอดเป็นชั้น ๒) ธรรมาสน์ตั่ง ลักษณะคล้ายเก้าอี้ทรงสี่เหลี่ยม มีพนักพิงด้านหลัง ไม่มีหลังคา ๓) ธรรมาสน์เตียง ลักษณะคล้ายเก้าอี้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไม่มีพนักพิง ไม่มีหลังคา ----- ธรรมาสน์เสาเดียว จัดอยู่ในกลุ่มของหอธรรมาสน์ มีลักษณะเด่น คือ ส่วนฐานของธรรมาสน์จะมีเสาเดียว และมีคันทวยหรือแขนนาง รองรับน้ำหนักจากตัวเรือนธรรมาสน์ลงสู่เสา ส่วนตัวเรือนและส่วนยอดของธรรมาสน์ จะมีความคล้ายคลึงกับหอธรรมาสน์ที่พบได้ทั่วไปในภาคอีสาน เช่น ส่วนตัวเรือนมักนิยมสร้างในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส และได้รับการประดับตกแต่งให้สวยงามด้วยการทาสี เขียนภาพจิตรกรรม ที่ส่วนใหญ่สะท้อนความเชื่อทางพุทธศาสนา วิถีชีวิต และนิทานพื้นบ้าน ผสมผสานงานแกะสลักหรืองานฉลุไม้ โดยนิยมสลักรูปดอกไม้ ใบไม้ และลวดลายตามธรรมชาติ นอกจากความสวยงามแล้ว เจตนาก็เพื่อทำช่องให้อากาศถ่ายเท และเป็นการอำพรางอิริยาบทของพระสงฆ์ขณะนั่งเทศน์บนธรรมาสน์ ตัวเรือนมีทั้งแบบผนังโปร่งและผนังทึบ ส่วนยอดพบทั้งหลังคาทรงจั่ว หลังคาทรงจัตุรมุข (ทรงจั่วซ้อนชั้น) และหลังคาทรงมณฑป (ทรงปราสาท) ซึ่งจำนวนชั้นหลังคาที่ซ้อนก็ขึ้นอยู่กับช่างฝีมือผู้สร้าง ธรรมาสน์เสาเดียวถือเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่พบเฉพาะในกลุ่มผู้ไท เช่นที่วัดโพธิ์ชัย บ้านหนองห้าง วัดศรีภูขันธ์ บ้านโคกโก่ง วัดหอคำ บ้านคำกั้ง วัดจุมจังเหนือ บ้านจุมจัง วัดบ้านหนองบัวทอง บ้านหนองบัวทอง อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และ วัดพิจิตรสังฆาราม อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร ----- การสร้างธรรมาสน์นอกจากความเชื่อทั่วไปเรื่องบุญกุศลที่ทำให้ผู้สร้างได้รับอานิสงส์ เกิดในชาติหน้าจะพบแต่ความสุขความเจริญ เมื่อตายไปก็ได้เสวยทิพยสมบัติเป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า ชาวผู้ไทยังมีความเชื่อเกี่ยวกับอานิสงส์ของการสร้างธรรมาสน์เสาเดียว ว่าจะส่งผลให้ในชาตินี้ผู้คนจะให้ความเคารพนับถือ ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกับความเชื่อเรื่อง “หลักบ้าน” ที่ในภาคอีสานนิยมตั้งไว้กลางหมู่บ้านเพื่อเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของการยึดเหนียวจิตใจ และทำให้คนในชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ตามคติความเชื่อเรื่องการนับถือผีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ----- ธรรมาสน์เสาเดียวมักสร้างไว้ในหอแจก (ศาลาการเปรียญ) ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับให้คนในชุมชนมารวมตัวเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การฟังเทศน์ในงานบุญเดือนสี่ (บุญผะเหวด หรือ บุญพระเวส) หรืองานบุญกฐินที่องค์มหากฐินจะถูกตั้งอยู่บนธรรมาสน์ ทำให้ธรรมาสน์กลายเป็นสิ่งที่สื่อถึงการรวมตัวกันอย่างสงบสุขของคนในชุมชน ----- จากความเลื่อมใสศรัทธาของชาวผู้ไทที่มีต่อพุทธศาสนา ทำให้เกิดการผสมผสานทางคติความเชื่อเรื่องการนับถือผีและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษเรื่อง “หลักบ้าน” ผนวกรวมกับคติความเชื่อทางพุทธศาสนา ก่อให้เกิดสัญลักษณ์ทางคติความเชื่อเรื่องศูนย์รวมจิตใจ ที่คลี่คลายกลายมาเป็น “ธรรมมาสน์เสาเดียว” สะท้อนให้เห็นถึงการรวมทั้งพุทธและผีเข้าไว้ด้วยกันของชาวผู้ไท ----------------------------------------------------------------------- ++ อ้างอิงจาก ++ --- คำพันธ์ ยะปะตัง. ธรรมาสน์เสาเดียว : รูปแบบโครงสร้างและคติความเชื่อของชาวผู้ไท อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยศิลปะและวัฒนธรรม บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ๒๕๕๕. --- ทิพย์วรรณ วงศ์อัสสไพบูลย์, “ธรรมาสน์ไม้อีสาน” ใน เอกสารประกอบการนำเสนอผลงานทางวิชาการของ กรมศิลปากร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๒ วิจัย วิจักขณ์, วันที่ ๒๒ - ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๒, ณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร, หน้า ๑๗๐ - ๑๗๕. ข้อมูล : นางสาวศุภภัสสร หิรัญเตียรณกุล นักโบราณคดีชำนาญการ  



black ribbon.