ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,707 รายการ

ชื่อเรื่อง : พระนางสามาวดี หัวเรื่อง : นิทานคติธรรม             หนังสืออนุสรณ์งานศพ             กวี เหวียนระวี, 2424-2509 คำค้น : นิทาน รายละเอียด : คณะพุทธบริษัท สำนักวัดราชผาติการาม พิมพ์เป็นธรรมบรรณาการในงานรับพระราชทานเพลิงศพ นายกวี เหวียนระวี ป.ม., ท.ช. ณ สุสานหลวง วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2509 ผู้แต่ง : สำรวจวิถีสมุทร, น.อ. หลวง แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักพิมพ์/โรงพิมพ์ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย ปีที่พิมพ์ : 2509 วันที่เผยแพร่ : 30 กรกฎาคม 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ :  - รูปแบบ : PDF. ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสืออนุสรณ์งานศพ ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : พระนางสามาวดีเป็นนิทานประกอบคติธรรมเป็นตอนๆ เกิดขึ้นเพราะแรงอาฆาตพยาบาทของพระนางมาคันทิยา และจบลงด้วยความวอดวายทั้งสองฝ่ายซึ่งแสดงว่า  ความอาฆาตพยาบาทนั้น มีความพินาศย่อยยับเป็นผล เลขทะเบียน : น. 68 บ. 79203 จบ. (ร) เลขหมู่ :        ห              294.31883                ส696พก      


ชื่อเรื่อง                     สูจิบัตร โครงการแบ่งปันความรู้สู่ความเข้าใจในโอกาส 100 ปี กรมศิลปากรผู้แต่ง                        อรุณศักดิ์ กิ่งมณี และศรินยา ปาทาประเภทวัสดุ/มีเดีย    หนังสือท้องถิ่นหมวดหมู่                   ศาสนาเลขหมู่                      294.5211 อ417สสถานที่พิมพ์               สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์                 สำนักศิิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรีปีที่พิมพ์                     2554ลักษณะวัสดุ              40 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม.หัวเรื่อง                     สูจิบัตร โครงการแบ่งปันความรู้สู่ความเข้าใจในโอกาส 100 ปี กรมศิลปากร                    ภาษา                        ไทยบทคัดย่อ/บันทึก             โครงการแบ่งปันความรู้ สู่ความเข้าใจในโอกาส 100 ปี กรมศิลปากรของสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี เนื้อหา พระคเณศ : เรื่องราวความเป็นมาและดวงตาประจำกรมศิลปากร, 158 ปีแห่งองค์พระปฐมเจดีย์ : ความเป็นมาและการบูรณะ


เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตครบ 100 ปี 25 พฤศจิกายน 2568 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ จัดกิจกรรมเผยแพร่หนังสือพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมบรรณนิทัศน์


        สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมด้านดนตรีและนาฏศิลป์ โดยจัดการแสดงหลายประเภท ทั้งการแสดงโขน การแสดงละคร การแสดงวิพิธทัศนา การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย การบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล สลับสับเปลี่ยนกันไปในทุกวันอาทิตย์ ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ จำนวน ๖ ครั้ง ตั้งแต่เวลา ๑๗.๓๐ น. - ๑๙.๓๐ น. ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ค่าเข้าชมการแสดงคนละ ๒๐ บาท นำส่งเป็นเงินรายได้แผ่นดิน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏดุริยางคศิลป์ของชาติ ให้คงอยู่และแพร่หลายไปอย่างกว้างขวาง          อีกหนึ่งรายการสำคัญคือ การแสดงสมโภชพระพุทธสิหิงค์ เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีสมโภชและทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร รายการแสดงประกอบด้วย การแสดงระบำสัตตบุษย์มงกุฎแห่งวารี รำถวายมือองค์ปะตาระกาหลา และการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดกษิรชลมณโฑ นอกจากนี้ สำนักการสังคีต ยังได้สร้างสรรค์การแสดงขึ้นใหม่ คือ การแสดงสมโภช ชุด “พระพุทธสิหิงค์ มิ่งมหามงคล” บอกเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของพระพุทธสิหิงค์ จะจัดให้ประชาชนได้ชมในวันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ เวทีสังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร         ขอเชิญชวนผู้สนใจชมการแสดงโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ทุกวันอาทิตย์ ระหว่างวันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ และการแสดงสมโภชพระพุทธสิหิงค์ ในวันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ เวทีสังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ………………………………………………………………………….. โครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ “สังคีตสุนทรีย์ถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ครั้งที่ ๑ การแสดงเนื่องในวันเปิดโครงการแสดงดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๙ วันอาทิตย์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ๑) การบรรเลง - ขับร้องดนตรีสากล     เป็นการบรรเลงและขับร้องเพลงไทยสากล เพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง ฯลฯ  โดยศิลปินจากกลุ่มดุริยางค์สากล สำนักการสังคีตกรมศิลปากร ๒) รำถวายอาลัย “พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดวงประทีปทองส่องแผ่นดิน”         การแสดงชุดนี้ แสดงถึงความอาลัยถวายและเทิดพระเกียรติคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐอย่างใหญ่หลวงต่อพสกนิกรชาวไทย ๓) ระบำวานรพงศ์         เนื่องด้วยปีนักษัตรพระบรมราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงนั้นตรงกับ “ปีวอก” สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จึงได้เลือก “ระบำวานรพงศ์” มาจัดแสดงขึ้นในครั้งนี้ เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชชนนี   พันปีหลวง ที่ทรงเป็นผู้อนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างให้ยั่งยืน ระบำวานรพงศ์ จัดแสดงครั้งแรกในแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดหนุมานชาญสมร  ณ โรงละครแห่งชาติ ปี ๒๕๒๗ ปรากฏอยู่ในการแสดงช่วงที่หนุมานได้นำไพร่พลวานรมาสวามิภักดิ์ต่อพระราม เป็นระบำที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อแสดงทักษะความสามารถ สี และลักษณะการแต่งกายของตัวละครฝ่ายลิง          การแสดงชุดนี้เป็นการแสดงแนะนำตัวละครฝ่ายพลับพลา ซึ่งเป็นเหล่าไพร่พลวานรทั้งสองเมือง ได้แก่เมืองขีดขิน และเมืองชมพู จะเป็นการแนะนำชื่อและอิทธิฤทธิ์ของตัวละครเสนาลิง ๑๘ ตัว เรียกว่า เสนาลิง   สิบแปดมงกุฎ และพญาวานรทั้ง ๗ ตนที่อยู่ในกองทัพของพระราม ออกแบบการแสดงและประพันธ์บทการแสดงโดย นายเสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ ประดิษฐ์ท่ารำโดยนายกรี วรศะริน ศิลปินแห่งชาติ บรรจุเพลงโดย นายจิรัส อาจณรงค์   ๔) รำถวายมือองค์ปะตาระกาหลา (แต่งกายแบบชวา)         การแสดงชุดนี้สร้างสรรค์สร้างจากบทละคร เรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กำหนดให้ผู้แสดงแต่งกายแบบชวา เพื่อให้มีความกลมกลืนสอดคล้องกับทำนองเพลงไทยสำเนียงชวาที่ใช้บรรเลงและขับร้องประกอบการแสดง ๕) โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดกษิรชลมณโฑ        การแสดงโขนในตอนนี้ แสดงให้เห็นถึงความรักของนางมณโฑผู้เป็นมารดาที่มีต่ออินทรชิตโอรสของตน โดยนางมณโฑนั้นได้รับพรจากพระอุมา ให้ตนเองมีน้ำนมที่สามารถรักษาพิษและรักษาแผลจากศาสตราวุธได้ หลังจากอินทรชิตต้องศรของพระลักษมณ์แล้ว อินทรชิตได้กลับไปดื่มนมจากนางมณโฑจึงสามารถถอนพิษจากศรของพระลักษมณ์ได้ ครั้งที่ ๒ รายการ “สืบสานภูมิปัญญา ศาสตร์วิทยาดุริยางคศิลป์” วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ การบรรเลงและขับร้องดนตรีไทย นำเสนอให้เห็นถึงความไพเราะของเพลงไทยเเละลักษณะของวงดนตรีไทยประเภทต่าง ๆ รายการแสดงประกอบด้วย         ๑) การบรรเลงโหมโรงเพลงมะลิเลื้อย ออกสระหม่า บรรเลงด้วยวงเครื่องสายปี่ชวา          ๒) การบรรเลงเพลงพม่าห้าท่อนเถา บรรเลงด้วยวงเครื่องสายเครื่องเดี่ยว         ๓) การบรรเลงเพลงแขกโอดสามชั้น บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์ไม้แข็ง          ๔) การบรรเลงเพลงเรื่องนางหงส์หกชั้น ออกเพลงชุดสิบสองภาษา บรรเลงด้วยวงปี่พาทย์นางหงส์ โดยการบรรเลงและขับร้องในชุดนี้ จะมีการออกตัวผู้แสดงตามเชื้อชาติและสำเนียงภาษาของเพลงด้วย         การบรรเลง - ขับร้อง และการแสดง แสดงโดยศิลปินของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ครั้งที่ ๓ การบรรเลง - ขับร้องวงดุริยางค์สากล “ลูกทุ่งออร์เคสตรา” วันอาทิตย์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙         การบรรเลงและขับร้องเพลงสากล เพลงไทยลูกทุ่ง โดยใช้วงออร์เคสตราบรรเลงประกอบการขับร้อง ฯลฯ  โดยศิลปินจากกลุ่มดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต  กรมศิลปากร ครั้งที่ ๔ การบรรเลง - ขับร้องวงดุริยางค์สากล “ลมหวน ชวนคิดถึง เพลงวันวาน” วันอาทิตย์ที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๙         การบรรเลงและขับร้องเพลงสากล เพลงไทยสากล ฯลฯ โดยศิลปินจากกลุ่มดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ครั้งที่ ๕ รายการวิพิธทัศนา วันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๙ ๑) การบรรเลงและขับร้องเพลงแขกสาหร่ายประกอบการแสดงตาโบวิวังต์ เรื่องวิวาหพระสมุท         การแสดงชุดนี้ นำเสนอให้เห็นถึงการบรรเลงและขับร้องเพลงไทยที่ผสมผสานกันระหว่างดนตรีไทย และดนตรีสากล โดยมีการแสดงละครภาพนิ่ง (ตาโบวิวังต์) เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมด้วย๒) ระบำบานไม้ประดับมุก สุขศรีญี่ปุ่น - ไทย         การแสดงชุดนี้ สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ เนื่องในโอกาสที่วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ร่วมกับสำนักช่าง   สิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยความร่วมมือจากสถาบันวิจัยมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น (Tokyo National Research Institute for Cultural Properties: TNRICP) ได้จัดนิทรรศการและสัมมนาวิชาการ ในหัวข้อเรื่อง “ราชประดิษฐ ฯ วิจิตรศิลป์ สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน งานศิลป์ประดับมุก” เมื่อวันพุธที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๘ ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานครบทขับร้องประกอบการแสดง กล่าวถึงความงามของบานไม้ประดับมุกศิลปะสกุลช่างของญี่ปุ่น ซึ่งสามารถบูรณาการกับศิลปะสกุลช่างของไทยได้อย่างสวยงามลงตัว๓) ละครเบิกโรง เรื่องนิลบรรพตเทพสุดา เทพเจ้าแห่งงานช่างสตรี        การแสดงละครนี้สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากบทโองการไหว้ครูช่าง ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย ซึ่งกล่าวถึงนางนิลบรรพตเทพสุดา  เทพเจ้าครูช่างคหรรมฝ่ายสตรีและเทวีแห่งการค้าขาย ภาคหนึ่งของพระวิษณุกรรม โดยการแสดงละครเรื่องนี้  นำเสนอให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาและการประทานพรของนางนิลบรรพตเทพสุดา นอกจากนี้ยังมีการนำกระบวนท่ารำเพลงหน้าพาทย์ของคุณหญิงนัฏกานุรักษ์ (เทศ สุวรรณภารต) อดีตผู้ควบคุมหมวดนาฏศิลป กรมศิลปากร ซึ่งใกล้สูญหายมาใช้ในประกอบอยู่ในการแสดงละครเรื่องนี้ด้วย ๔) ระบำศิลปหัตถกรรม        การแสดงชุดนี้ สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดงานหัตถกรรมแบบงานช่างสตรีชาววัง ที่สะท้อนภูมิปัญญาศาสตร์และศิลป์เชิงช่างที่บรรพบุรุษได้ประดิษฐ์และออกแบบให้สอดคล้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีไทย บทประพันธ์บรรยายถึงงานหัตถกรรม ๗ ประเภท ซึ่งล้วนมีความประณีตพิถีพิถันและหลากหลาย ได้แก่ งานบายศรี งานร้อยมาลัย งานปักสะดึง งานพุ่มเทียน งานทอผ้า งานแกะสลัก และงานจักสาน ซึ่งงานศิลปหัตถกรรมนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์  พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงให้ความห่วงใยและสนพระทัยราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง การแสดงชุดนี้ จึงสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ในฐานะผู้ทรงเป็นองค์อุปถัมภกงานศิลปหัตถกรรมของไทย ๕) ระบำอัฐโลกบาล          ระบำอัฐโลกบาล เป็นระบำที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ กล่าวถึงท้าวโลกบาลทั้ง ๘ องค์ ผู้ประจำรักษาทิศทั้ง ๘ ทิศ รวมไปถึงอาวุธและพาหนะทรงของเทพแต่ละองค์ ซึ่งปรากฏอยู่ในโคลงแถลงระเบียบระบำแบบหลวง เรื่องศุภลักษณ์วาดรูป พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว๖) ละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนบ้านขุนวัง         ผู้ชนะสิบทิศ บทประพันธ์ของยาขอบ ได้ถูกนำมาสร้างเป็นการแสดงละครพันทางของกรมศิลปากร โดยนายเสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติ สำหรับการแสดงการแสดงละครพันทาง เรื่องผู้ชนะสิบทิศ ตอนบ้านขุนวัง  มีเนื้อเรื่องย่อดังนี้          หลังจากที่มหาเถรกุโสดอได้ทูลขอชีวิตจะเด็ดต่อพระเจ้าเมงกะยินโยและให้สัญญาว่าจะคอยดูแลจะเด็ด มิให้ก่อเรื่องเดือดร้อนและเข้าวังอีก เมื่อมหาเถรพาจะเด็ดมาพำนักอยู่ที่วัดกุโสดอได้สั่งห้ามจะเด็ดเข้าวังเป็นอันขาด เหตุนี้จึงทำให้จะเด็ดว้าวุ่นใจ ด้วยทั้งห่วงแม่นมเลาชีกับห่วงและคิดถึงตะละแม่จันทรา จึงคิดขัดคำสั่งมหาเถรและเฝ้าคอยโอกาสที่จะลักลอบเข้าวัง ครั้นยามดึกสงัดของคืนหนึ่ง จะเด็ดได้ลอบย่องออกจากกุฏิด้วยคิดว่ามหาเถรจำวัดแล้ว แต่มหาเถรก็ล่วงรู้นิสัยใจคอของศิษย์รักเป็นอย่างดี จึงคอยเฝ้าระมัดระวังมิให้จะเด็ดคลาดสายตา เมื่อเห็นพฤติกรรมของศิษย์รักแล้ว มหาเถรจึงเป็นกังวลว่าสักวันหนึ่งจะเด็ดต้องได้รับโทษเพราะแอบเข้าวังไปหาตะละแม่จันทราอีก จึงตัดสินใจนำจะเด็ดไปฝากไว้ที่บ้านขุนวังทะกะยอดิน ครั้งที่ ๖ การแสดงวันปิดกิจกรรมการแสดงดนตรีสำหรับประชาชนปีที่ ๖๙ การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดอานุภาพรามราชจักรี วันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙         เนื้อเรื่องการแสดงโขนในตอนนี้ กล่าวถึง พระอิศวรมีเทวะบัญชาให้พระนารายณ์อวตารไปเป็นพระราม เพื่อปราบบรรดาอสูรและมารร้ายที่เบียดเบียนมนุษย์โลก พร้อมประทานพรให้ จักร สังข์ ตรี บัลลังก์นาค และคทา ไปจุติเป็นโอรสของท้าวทศรถแห่งกรุงศรีอยุธยา แต่ละองค์นามว่า พระพรต พระลักษมณ์ และพระสัตรุด ตามลำดับ ให้บรรดาเหล่าเทวดาและอสูรเทพบุตร ลงมาจุติเป็นพลวานรในกองทัพของพระราม ส่วนพระลักษมีให้ลงไปจุติเป็นนางสีดา ธิดาของทศกัณฐ์เจ้ากรุงลงกา โดยให้นางสีดาเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งจนนำไปสู่การสู้รบกันระหว่างพระรามและทศกัณฐ์           กาลต่อมาพระราม พระลักษมณ์ และกองทัพวานร ได้ออกเดินทางติดตามนางสีดาที่ถูกทศกัณฐ์ลอบลักไปไว้ยังกรุงลงกา และได้พบกับพิเภกน้องชายของทศกัณฐ์ที่ถูกขับไล่ออกจากเมือง พิเภกได้ดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา และเข้าสวามิภักดิ์ต่อพระรามเพื่อคอยช่วยเหลือการศึกให้แก่กองทัพของพระรามโดยเหตุที่พิเภกถูกขับไล่ออกจากเมืองนั้น เนื่องจากทศกัณฐ์กริ้วโกรธที่พิเภกทำนายฝันร้ายของทศกัณฐ์และขอให้ส่งนางสีดาคืน แก่พระราม เมื่อทราบข่าวว่าพิเภกเข้าร่วมในกองทัพของศัตรู ทศกัณฐ์จึงให้กุมภกรรณ อุปราช กรุงลงกาออกไปทำศึกกุมภกรรณได้เข้ารบกับพระรามและถูกพระรามแผลงศรสังหาร ก่อนตายกุมภกรรณได้เห็นพระรามเป็นพระนารายณ์จึงได้สำนึกผิด และเรียกพิเภกเข้ามากำชับสอนสั่งให้จงรักภักดีต่อพระราม                เมื่อทศกัณฐ์ทราบข่าวการตายของกุมภกรรณจึงโกรธแค้น ยกทัพออกทำศึกกับพระราม พระรามได้แผลงศรตัดร่างกายทศกัณฐ์ขาดเป็นท่อน ๆ แต่ทศกัณฐ์ก็ร่ายมนต์ต่อติดร่างกายให้คืนกลับดังเดิม ซ้ำยังกล่าวเยาะเย้ยพระราม เมื่อทั้งสองฝ่ายทำศึกรบกันจนถึงพลบค่ำ จึงตกลงเลิกทัพกลับไปยังที่มั่นของตน   


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เปิดรับสมัครเด็ก เยาวชน และผู้สนใจร่วมกิจกรรม "Summer Art Camp" อบรมศิลปะภาคฤดูร้อน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป (หอศิลป์เจ้าฟ้า) ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร รับสมัครระหว่างวันที่ 18 กุมภาพันธ์ - 29 มีนาคม 2569 ณ อาคารสำนักงาน ชั้น 2 เปิดทำการวันพุธ - อาทิตย์  เวลา 09.30 - 15.30 น. หยุดวันจันทร์ - อังคาร กำหนดจัดอบรมระหว่างวันที่ 17 - 30 เมษายน 2569 ในปีนี้จัดอบรม 5 ทักษะศิลปะสุดสร้างสรรค์ ได้แก่ การวาดการ์ตูนเชิงสร้างสรรค์ (สำหรับเด็กอายุ 6 - 12 ปี), ทักษะการลงสีชอล์ก (สำหรับเด็กอายุ 10 - 12 ปี), ทักษะลงสีไม้ (สำหรับเด็กอายุ 10 - 12 ปี), ทักษะการวาดสีน้ำ (สำหรับเด็กอายุ 10 - 12 ปี และบุคคลทั่วไป) และทักษะการวาดเส้น (สำหรับบุคคลทั่วไป)  มีค่าใช้จ่ายในการอบรม คอร์สละ 2,200 บาท (รวมอุปกรณ์) เอกสารที่ใช้ในการสมัคร 1. รูปถ่าย 1 นิ้ว จำนวน 1 ใบ 2. สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เข้ารับการอบรม 3. ค่าลงทะเบียนคนละ 2,200 บาท /คน/คอร์ส (รับเฉพาะเงินสด) ผู้สนใจสามารถสมัครด้วยตนเองและชำระเงินที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลปเท่านั้น ในกรณีคลาสเรียนสำหรับเด็ก ผู้ปกครองสามารถมาสมัครแทนได้ (*ไม่รับโอนเงิน / ไม่รับสมัครออนไลน์ทุกกรณี กรุณาตรวจสอบตารางเรียนก่อนสมัคร หากยืนยันแล้วไม่สามารถเปลี่ยนคอร์ส และขอสงวนสิทธิ์คืนเงินทุกกรณี) กิจกรรมนี้เหมาะสำหรับเด็ก เยาวชน และผู้สนใจทุกวัย ขอเชิญชวนมาเติมสีสันให้ปิดเทอมนี้เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ รีบสมัครด่วน! ที่นั่งมีจำนวนจำกัด สอบถามเพิ่มเติม ฝ่ายวิชาการ โทร. 0 2282 2639 หรือทาง Facebook: The National Gallery of Thailand https://www.facebook.com/TheNationalGalleryThailand     


***บรรณานุกรม***   อนุสรณ์ งานพระราชทานเพลิงศพ นายนิ่ม ดรุณถนอมณ วัดนิมมานราษฎร์บำรุง (หนองปรือ) วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2524 แก้จน โตไทพรามณ์ประโยชน์ของต้นเสลดพังพอนประโยชน์ของต้นหนุมานประสานกายหรือสังกรณี ยาแผนโบราณบางขนาน  กรุงเทพฯ  หจก.การพิมพ์พระนคร >2524



วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๙ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนพรหมพิรามวิทยา อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก จำนวน ๒๓๗ คน เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง โดยมีนางพนาวัลย์ ไชยโย เจ้าพนักงานพิพิธภัณฑ์ชำนาญงาน นายชัยวัฒน์ ทองศักดิ์ เจ้าพนักงานพิพิธภัณฑ์ชำนาญงานและนายสิรวีย์ เอี่ยมสุดใจ นักวิชาการวัฒนธรรม ปฏิบัติหน้าที่วิทยากรนำชม



ภิรมย์รัก : Phirom Ruk (A Love Story)   เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 30           เพลงพระราชนิพนธ์ชุด “Kinari”  ทรงพระราชนิพนธ์ในพุทธศักราช 2502 ประกอบการแสดงระบำบัลเล่ต์ชุด “มโนราห์” ทรงแยกและเรียบเรียงเสียงประสานด้วยพระองค์เองทั้งชุด ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้วงดนตรีสุนทราภรณ์บรรเลงประกอบการแสดงบัลเล่ต์ชุด “มโนราห์” ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงควบคุมการฝึกซ้อมด้วยพระองค์เอง เพลงพระราชนิพนธ์ชุดนี้ประกอบด้วย  A Love Story เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 30 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริทรงนิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ “A Love Story” และพลเรือตรีปรีชา ดิษยนันทน์ ประพันธ์คำร้องภาษาไทย “ภิรมย์รัก” Nature Waltz  เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 31 The Hunter  เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 32 Kinari Waltz  เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 33           เพลงพระราชนิพนธ์ชุด “Kinari” นี้ ยังได้มีการอัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ “Blue Day” เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 8 มาบรรเลงร่วมด้วย   Royal Composition Number 30           The royal musical composition “ Kinari “ suite, was composed in 1959, for the “Manohra” ballet performance. His Majesty arranged the entire music himself , and acquired the Suntaraporn Band to perform for the ballet “Manohra” at Ambara Dance Hall. His Majesty directed the reshearsals himself.this “Kinari” Suite comprises A Love Story the thirtieth royal musical composition which he tasked His Royal Highness Prince Chakrbhand Pensiri to compose the English lyrics, with Rear Admiral Preecha Disyanan in charge of thethai Lyrics  Nature Waltz  Royal composition number 31 The Hunter      Royal composition number 32 Kinari Waltz     Royal composition number 33 Also in this “ Kinari” Suite, “ Blue Day”  the royal composition number 8 was included.


ขอเชิญร่วมกิจกรรมบรรยายพิเศษ โครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน ครั้งที่ ๓ "ศิลปะทวาราวดีเมืองอู่ทอง แรงบันดาลใจจากอินเดีย" โดยวิทยากรจากภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร รศ.ดร.เชษฐ์ ติงสัญชลี ในวันเสาร์ที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙ เวลา ๙.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องประชุม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง   ติดต่อและสำรองที่นั่ง โทร.๐ ๓๕๕๕ ๑๐๒๑ หรือ email: Uthongmuseum@hotmail.com


เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔  ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเข้าเยี่ยมสำนักศิลปากรที่ ๘ เชียงใหม่  


วันศุกร์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๓ เวลา ๑๒.๓๐ น. นักเรียนชั้นอนุบาล ๒ - ๓ โรงเรียนบ้านตอกตรา ตำบลขอนแตก อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ นักเรียนจำนวน ๓๔ คน คุณครูจำนวน ๓ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยมีนางศรีสุดดา ศรีสด พนักงานประจำห้อง ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม



อัฐบริขาร และเครื่องใช้ในพระศาสนาจัดแสดงศิลปวัตถุสำคัญหลายประเภท ได้แก่ อัฐบริขาร ตาลปัตร พัดยศ พัดรอง ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และเครื่องประกอบสมณศักดิ์ของพระราชาคณะ


black ribbon.