ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,702 รายการ

พระราชานุกิจ พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลโท หม่อมเจ้าคัสตาวัส จักรพันธุ์ ม.ว.ม., ป.ช., ท.จ. ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พุทธศักราช 2526 ผู้แต่ง : ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา, 2405-2486., กรมศิลปากร ต้นฉบับอยู่ที่ : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี (ห้องกรมศิลปากร) โรงพิมพ์ : ด่านสุทธาการพิมพ์ ปีที่พิมพ์ : 2526 รูปแบบ : PDF ภาษา : ไทย เลขทะเบียน : น 32 บ 2023 จบ.  เลขหมู่ : 923.1593 ด495พค สาระสังเขป : เรื่องพระราชานุกิจ พระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งได้จัดพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้เป็นพระราชานุกิจของพระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 8 ว่าด้วยกำหนดเวลาสำหรับพระราชกิจประจำวันของพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งได้ทรงยึดถือปฏิบัติกันมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา อันสะท้อนให้เห็นพระราชจริยาวัตร กฎเกณฑ์ ตลอดจนหน้าที่ความรับผิดชอบของสถาบันอันสำคัญยิ่งของไทย  


ชื่อ "สุพรรณภูมิ" ในศิลาจารึกหลักที่ ๑ เป็นหลักฐานที่แสดงถึงความเก่าแก่ของเมืองโบราณแห่งนี้เป็นอย่างดี ปัจจุบันเชื่อกันว่าศูนย์กลางเมืองสุพรรณภูมิคือตำแหน่งของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี โบราณสถานสำคัญที่มีการค้นพบโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ ๆ จำนวนมาก อันอาจแสดงถึงความสัมพันธ์อย่างยิ่งระหว่างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุกับราชสำนักเมืองสุพรรณภูมิในอดีต อย่างไรก็ตามการศึกษาเกี่ยวกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ยังมีอีกหลายแง่มุมที่ยังต้องการหลักฐานชั้นปฐมภูมิ การตีความทางด้านประวัติศาสตร์จากหลักฐานต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญกันต่อไป วัดพระศรีรัตนมหาธาตุและชุมชน ร่วมกับชมรมนักโบราณคดี(สมัครเล่น)เมืองสุพรรณ ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการบรรยายทางวิชาการเรื่อง "วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ มรดกสุพรรณภูมิ" ในวันพุธที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐ ถึง ๑๖.๐๐ น. ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.สุพรรณบุรี มา ณ ที่นี้ . กำหนดการบรรยาย 13.30-14.20 น. "บรมราชา-ศรีนทราธิราช : ประวัติศาสตร์รัชกาลขุนหลวงพ่องั่ว" โดย อาจารย์ธนโชติ เกียรติณภัทร ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง 14.20-15.10 น. "การใช้เทคนิคโฟโตแกรมเมตรีเพื่อการศึกษาสถาปัตยกรรมของวัดมหาธาตุ และวัดอื่นๆ ในเมืองสุพรรณ" โดย นาย นฤดม แก้วชัย กลุ่มวิชาการอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร 15.10-16.00 น. "แกะรอยมหาธาตุ สุพรรณบุรี และพระธาตุ ศาลาขาว ผ่านมุมมองรูปทรงและสัดส่วนสัมพันธ์" โดย ผศ. สิริเดช วังกรานต์ ภาควิชาศิลปสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร . เชิญชมงานหัตถกรรมเครื่องจักสาน โดยชุมชนวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี . ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ https://docs.google.com/.../1FAIpQLSfoOWKMlhtVBy.../viewform . สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี 095-6498299 ชมรมนักโบราณคดี(สมัครเล่น)เมืองสุพรรณ 081-6147237, 081-8384676 . ถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live เพจวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี และ ชมรมนักโบราณคดี(สมัครเล่น)เมืองสุพรรณ


  พระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยสัมฤทธิ์ ศิลปะอยุธยาตอนกลาง พุทธศตวรรษที่ ๒๑-๒๒ และพระพุทธรูปทองคำฐานบุด้วยเงิน ศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น พุทธศตวรรษที่ ๒๔ ได้จากกรุภายในพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) วัดบวรสถานสุทธาวาส อยู่ในพื้นที่ของพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เดิมบริเวณนี้สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ ๑ โปรดให้สร้างวัดประทานแก่หลวงชีนักนางแม้น ผู้เป็นมารดาของนักองค์อีและนักองค์ภาพระสนมเอกของพระองค์ เรียกว่า “วัดหลวงชี” ต่อมาวัดนี้ชำรุดทรุดโทรมลง สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ ๒ จึงโปรดให้รื้อวัดหลวงชีทำเป็นสวนเลี้ยงกระต่าย และสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ ๓ ทรงอุทิศบริเวณสวนกระต่ายโปรดให้สร้างวัดขึ้นใหม่ พระราชทานนามว่า “วัดบวรสถานสุทธาวาส” เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อทรงแก้บน หรือเฉลิมพระเกียรติเมื่อครั้งได้เสด็จยกกองทัพไปปราบกบฏเวียงจันทน์ในปีพุทธศักราช ๒๓๖๘ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวการก่อสร้างได้แล้วเสร็จ มีการเขียนจิตรกรรมเรื่องตำนานพระพุทธสิหิงค์ล้อมรอบ โดยมีพระราชดำริให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์จากพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ให้มาประดิษฐาน แต่ก็ได้ล้มเลิกไป “กรุ” หมายถึง ช่องว่างหรือห้องเล็ก ๆ ภายในสถูปเจดีย์ พระปรางค์ หรือพระอุโบสถ ทำไว้เพื่อบรรจุพระพุทธรูป พระพิมพ์ เครื่องราชูปโภค หรือพระบรมสารีริกธาตุ คติการสร้างกรุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุพร้อมพระพุทธปฏิมาและเครื่องบูชาต่างๆ นั้น มีหลักฐานกล่าวถึงจำนวนมาก ทั้งตำนานการอัญเชิญพระบรมธาตุจากลังกามาบรรจุยังสถานที่ต่างๆ อาทิ ตำนานพระปฐมเจดีย์ และจารึกวัดบูรพาราม แสดงให้เห็นความเชื่อการรับพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ผ่านการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ สอดคล้องกับคติพระมหาธาตุประจำเมือง ความศักดิ์สิทธิ์ และการอุทิศถวายเป็นพุทธบูชา จากคัมภีร์ปฐมสมโพธิกถาเรื่อง “ธาตุนิธานกรรม” (การบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ) กล่าวว่า “ครั้งพระมหากัสสปะรวบรวมและบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในมหาสถูปกรุงราชคฤห์ ให้ขุดดินฝังพระธาตุลึกลงไป ๘๐ ศอก ...ทำรูปพระบรมโพธิสัตว์ ๕๕๐ ชาติ รูปพระอสีติ ๗ องค์ รูปพระเจ้าสุทโธทนะ พระนางสิริมหามายา และสหชาติทั้ง ๗ พร้องเครื่องราชปสาธนอลังการาภรณ์ อันพระเจ้าอชาตศัตรูถวายภายในเป็นการสัการบูชา แล้วปิดทวารห้องพระบรมธาตุอย่างมั่นคง” ในคัมภีร์มหาวงศ์พงศาวดารลังกา กล่าวถึง “...สมัยพระเจ้าทุฏฐคามณีอภัยโปรดให้สร้างธาตุคัพภจรนะ (ห้องพระบรมสารีริกธาตุ) เป็นห้องสี่เหลี่ยมขาวเหมือนก้อนเมฆตกแต่งอย่างวิจิตร ...ตั้งพระพุทธรูปทองคำประดับรัตนะบนบัลลังก์แวดล้อมด้วยพระพรหมถือฉัตร ท้าวสักกะถือสังข์ พระปัญจสิขรถือพิณ พญากาฬนาค และพญามารพันมือขี่ช้างพร้อมบริวาร สร้างรูปพุทธประวัติ รูปชาดก ท้าวมหาราชประจำ ๔ ทิศ รูปยักษ์ เทวดาประนมมือ ฟ้อนรำ ประโคมเครื่องดนตรี ถือสิ่งของเครื่องบูชาต่างๆ มีแถวตะเกียงสว่างไสว มุมทั้งสี่กองด้วยทอง แก้วมณี กองไข่มุก และกองเพชร จากนั้นกระทำธาตุนิธานะ แล้วก่อปิดสถูปไว้...” จากหลักฐานข้างต้น ทำให้เห็นว่าคติความเชื่อการสร้างกรุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องอุทิศถวายฯ ยังได้ส่งต่อมายังสมัยอยุธยาด้วยทั้งจากพระปรางค์วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดพระศรีมหาธาตุ วัดราชบูรณะ และการบรรจุพระพุทธรูปภายในพระอุระของพระมงคลบพิตร ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ยังมีการพบกรุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุพร้อมพระพุทธรูปและเครื่องบูชาต่างๆ ทั้งภายในสถูปเจดีย์และเพดานพระอุโบสถด้วย เดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๐๗ ได้มีการสำรวจพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส และได้พบพระพุทธรูปพร้อมเครื่องอุทิศถวายต่างๆ จำนวนหนึ่งภายในเพดานของพระอุโบสถ ซึ่งสร้างมาจากแก้วผลึกหรือหินมีค่า ทองคำ และสัมฤทธิ์ สามารถกำหนดอายุได้ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลางถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยนำไปจัดแสดงอยู่ภายในส่วนของมุขกระสันด้านหลังพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย เรียกว่า “ห้องมหรรฆภัณฑ์” เป็นห้องนิรภัยสำหรับเก็บรักษาเครื่องทองหลวง และของมีค่าหายาก อันเป็นสมบัติเดิมของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและได้จากการขุดค้นหรือสำรวจทางโบราณคดี ต่อมามีการปรับปรุงพื้นที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จึงได้ย้ายมาเก็บรักษา ณ คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แต่ได้มีการนำพระพุทธรูปแก้วผลึกส่วนหนึ่งออกมาให้ประชาชนได้สักการะบูชาตามโอกาสสำคัญด้วย ____________________ อ้างอิง กรมศิลปากร. โบราณวัตถุ กรุพระเจดีย์ วัดพระศรีสรรเพชญ์. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร ๒๕๖๔ กรมศิลปากร. วัดบวรสถานสุทธาวาส “วัด”ในเขตพระราชวังบวรสถานมงคล เข้าถึงเมื่อ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๖. เข้าถึงได้จาก https://shorturl.asia/T5ezS กรมศิลปากร. สักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน : ทศพุทธปฏิมาวังหน้า. เข้าถึงเมื่อ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๖. เข้าถึงได้จาก https://shorturl.asia/OhEQ2 กรมศิลปากร. พระพุทธรูปและพระพิมพ์จากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ พระนครศรีอยุธยา : วิเคราะห์รูปแบบ แนวคิดและคติความเชื่อในการบรรจุในกรุเจดีย์. เข้าถึงเมื่อ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๖. เข้าถึงได้จาก https://shorturl.asia/BukAO


           สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ขอเชิญผู้สนใจร่วมฟังการเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “สานสัมพันธ์ด้วยสัญญา” ภายใต้งานนิทรรศการพิเศษ เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2567 เวลา 13.00 - 16.00 น. วิทยากรโดย นางพวงพร ศรีสมบูรณ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ นางสาวทรายทอง ทองเกษม นักจดหมายเหตุชำนาญการ และ นายพงษ์ชนก โคจรานนท์ นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการโดย นางภาวิดา สมวงศ์ นักจดหมายเหตุชำนาญการ            ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานรับฟังการเสวนาได้ผ่านการสแกน QR Code หรือผ่าน Link https://forms.gle/ZvyL3Qkbtq5MojXP6  พร้อมลุ้นรับของที่ระลึก (รับจำนวนจำกัด จำนวน 100 ท่าน) ลงทะเบียนได้ตั้งแต่บัดนี้ หรือจนกว่าจะเต็ม https://www.facebook.com/share/p/CbZLRK5gT6tYXavu/?mibextid=WC7FNe








วัดบ่อทรัพย์           วัดบ่อทรัพย์ ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เป็นวัดโบราณตั้งอยู่ทิศตะวันออกติดกับวัดสุวรรณคีรี และทิศตะวันตกติดกับวัดศิริวรรณาวาส (ร้าง) โดยมีประวัติว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๐ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาประมาณ พ.ศ. ๒๔๐๐ สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ อุโบสถ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมตามแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ ๓ ถึงรัชกาลที่ ๔ และบ่อน้ำ เป็นบ่อน้ำกรุอิฐขนาดใหญ่ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๖ เมตร ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าวัด บ่อน้ำแห่งนี้เชื่อว่าเป็นที่มาของชื่อวัด โดยมีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า บ่อแห่งนี้มีทรัพย์สินอยู่จึงเรียกว่า บ่อทรัพย์ แต่มีข้อสันนิษฐานอีกประเด็นว่า บ่อน้ำแห่งนี้น่าจะเป็นบ่อที่มีน้ำตลอดทั้งปี จึงเรียกกันว่า บ่อซับ แต่เขียนกันต่อมาว่า บ่อทรัพย์     Wat Bo Sap           Wat Bo Sap is an old temple in Hua Khao Subdistrict, Singhanakhon District, Songkhla Province. The temple is situated west of Suwanna Khiri temple and east of Siri Wannawat temple.  It was built in 1817 and was registered as a temple in 1857. The significant structures in the temple compound include the ordination hall which was built according to the popular architectural style during the reign of King Rama III and IV, and a large brick-edged pond in front of the temple. The diameter of the pond is 6 meters. It is believed that the temple derived its name from this pond as it was told that the well contained some assets (meaning “Sap”  in Thai). Another assumption is that the pond never runs out of water, so it was called “Bo Sap,” which translates to “the well with underground water” in Thai.           The Fine Arts Department announced the registration of Wat Bo Sap as part of the old town Songkhla and as a national monument in Government Gazette Volume 109, Part 119, dated September 17, 1992.   


ชื่อเรื่อง : สนทนาอังกฤษประจำบ้าน หัวเรื่อง : ภาษาอังกฤษ -- ตำราสำหรับชนต่างชาติ             ภาษาอังกฤษ -- บทสนทนา คำค้น : ภาษาอังกฤษ รายละเอียด : - ผู้แต่ง : ชิน ชมศิริ แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ : โรงพิมพ์ศิลป์อักษร ปีที่พิมพ์ : 2499 วันที่เผยแพร่ : 30 มกราคม 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ :  - รูปแบบ : PDF ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : รวมประโยคสนทนาภาษาอังกฤษ ซึ่งรวมไว้ทั้งหมด 50 บท มีทั้งคำอ่านภาษาไทยและคำแปล เลขทะเบียน : น. 36 บ. 4800 จบ. เลขหมู่ : 428.3495911             ช561ส


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       82/3หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               60 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                    เป็นคัมภีร์ใบลานฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา 




ได้มาจากวัดห้วยสะพาน ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2533


   พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย จัดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๘ เรื่อง “แรกเริ่มหัตถกรรมจักสาน” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีต่องานด้านการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพและวันอนุรักษ์มรดกไทย และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับงานหัตถกรรมเครื่องจักสาน ขั้นตอนวิธีการทำ ประวัติและพัฒนาการการใช้เครื่องจักสานในอดีตของผู้คนที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินไทย จากหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์จวบจนถึงปัจจุบัน            ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการพิเศษนี้ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘  ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดวันจันทร์ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าชม สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๖๑๑๓ และ ๐ ๓๕๕๓ ๖๑๑๖  ติดตามข้อมูลกิจกรรมได้ทาง Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย สุพรรณบุรี Thai Farmers National Museum


black ribbon.