ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,658 รายการ

        หอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชมละครโทรทัศน์ ย้อนวันวานละครไทยในอดีต ในวันศุกร์ เวลา 13.30 น. ณ ห้องจัดแสดง ชั้น 2 หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สำหรับวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2568 นี้ รับชมละครโทรทัศน์ ปากกาทอง ตอน “เสน่ห์นาง” บทประพันธ์ โดย พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ (รับจำนวนจำกัด 100 ที่นั่ง) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 9828 - 32 สามารถติดตามข้อมูลกิจกรรมต่าง ๆ ของหอสมุดแห่งชาติ ได้ทาง Facebook : National Library of Thailand https://www.facebook.com/NationalLibraryThailand


         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย ชวนน้อง ๆ และครอบครัวมาปล่อยพลังสร้างสรรค์กับกิจกรรม "ประดิษฐ์ บิด แต่ง ให้เป็นทรง" ขอเชิญร่วมกิจกรรม DIY สุดน่ารัก เปลี่ยนลวดกำมะหยี่ธรรมดาๆ ให้กลายเป็นดอกไม้ สัตว์จิ๋ว หรือพวงกุญแจสุดคิวท์ตามจินตนาการ พบกันวันเสาร์ที่ 16 และ 23 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสแกน QR Code ในภาพเพื่อลงทะเบียนได้เลย วันหยุดนี้ท่านได้หาที่เที่ยวที่ได้ความรู้และสนุกไปด้วยแล้วหรือยัง? มาสร้างความทรงจำดีๆ และรับผลงานฝีมือตัวเองกลับบ้านกันนะคะ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3553 6113, 0 3553 6116 Facebook: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย สุพรรณบุรี Thai Farmers National Museum https://www.facebook.com/ThaiFarmersNationalMuseum



#องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่“โบราณวัตถุจากฮอด อยู่ที่ไหนบ้าง...?”การสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำปิงในพื้นที่อำเภอสามเงา จังหวัดตาก เดิมเรียกว่าเขื่อนยันฮี ต่อมาเขื่อนแห่งนี้ได้ชื่อว่า “เขื่อนภูมิพล” ทำให้พื้นที่เหนือเขื่อนกลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ทำให้สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่บริเวณเหนือเขื่อนต้องกลายเป็นพื้นที่รับน้ำที่จะสูงขึ้นกว่า 12-15 เมตร อย่างหลีกเลี่ยงมิได้ โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนหนึ่งของอำเภอฮอด และอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ดังนั้นทางราชการจึงตั้งคณะกรรมการเพื่อสำรวจและศึกษาค้นคว้าก่อนที่พื้นที่ดังกล่าวจะถูกเปลี่ยนแปลงไปทั้งสิ้น 7 สาขา ที่สำคัญคือคณะอนุกรรมการสาขาโบราณคดี สำหรับศึกษาและประเมินผลกระทบทางโบราณคดี โดยมีนายกฤษณ์ อินทโกศัย รองอธิบดีกรมศิลปากร (ในขณะนั้น) เป็นประธานคณะอนุกรรมการดังกล่าว  การดำเนินงานทางโบราณคดี เริ่มขึ้นใน พ.ศ.2502 โดยการสำรวจทางโบราณคดี และดำเนินการขุดค้นครั้งใหญ่ใน พ.ศ.2503 ใช้เวลาทั้งสิ้น 82 วัน พบโบราณวัตถุกว่า 600 รายการ พบโบราณสถานกว่า 30 แห่ง บางแห่งถูกลักลอบขุดไปแล้ว 100% บางแห่ง 50% และยังไม่มีการถูกลักลอบขุดจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ วัดหลวงฮอด ซึ่งเป็นวัดที่มีพระภิกษุจำพรรษา และวัดเจดีย์สูง ซึ่งอยู่ใกล้ที่ว่าการอำเภอและสถานีตำรวจ อนึ่งยังมีเรื่องร่ำลือว่า วัดเจดีย์สูงเป็นวัดที่มีเทวารักษ์ที่ดุร้าย โบราณสถานแห่งแรกที่ดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดีคือ “วัดเจดีย์สูง” พบโบราณวัตถุจำนวนมากถึง 208 ชิ้น โบราณสถานแห่งที่ 2 คือ “วัดศรีโขง” พบโบราณวัตถุจำนวน 115 ชิ้น โบราณสถานแห่งที่ 3 คือ “วัดดอกเงิน” พบโบราณวัตถุ 59 ชิ้น นอกจากนี้ยังพบพระบฏ ตอนเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป  โบราณสถานแห่งที่ 4 คือ “วัดสันหนอง” พบโบราณวัตถุชิ้นเดียว  และโบราณสถานแห่งที่ 5 คือ “วัดดอกคำ” พบโบราณวัตถุจำนวน 16 ชิ้น เมื่อการขุดค้นทางโบราณคดียุติลง อนุกรรมการสาขาโบราณคดีจึงนำโบราณวัตถุต่าง ๆ ไปเก็บรักษาไว้ยังสถานีตำรวจฮอด และเปิดให้ประชาชนเข้าชม มีงานสมโภชโบราณวัตถุอย่างยิ่งใหญ่ตั้งแต่วันที่ 12-16 มีนาคม 2503 อย่างเอิกเกริกจากนั้นโบราณวัตถุที่พบจากฮอด ถูกนำไปเก็บรักษายังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร เพื่อการศึกษาค้นคว้า และความปลอดภัยต่อมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติส่วนภูมิภาค โบราณวัตถุที่ถูกเก็บรักษาไว้ยังส่วนกลางจึงถูกแบ่งไปจัดแสดงให้ประชาชนชมตามภูมิภาคต่าง ๆ โบราณวัตถุที่พบจากฮอดจึงเป็นตัวแทนของศิลปะล้านนา (แต่เดิมเรียก ศิลปะเชียงแสน) เพื่อเป็นตัวอย่างโบราณวัตถุในการศึกษาศิลปะในประเทศไทยปัจจุบันโบราณวัตถุที่พบจากอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ถูกจัดแสดงยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติต่าง ๆ ในสังกัดกรมศิลปากร ดังนี้1. ห้องศิลปะล้านนา อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นสถานที่ที่จัดแสดงโบราณวัตถุที่พบจากฮอดมากที่สุด เช่น เครื่องพุทธบูชาจากกรุวัดเจดีย์สูง ประกอบด้วยบัลลังก์จำลอง แท่นพระเจ้า พระพุทธรูปสำริดประดับทองคำ เป็นต้น2. ห้องคติการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องพุทธบูชา อาคารเครื่องทองอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จัดแสดงโบราณวัตถุที่พบจากฮอดในแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างกรุเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องพุทธบูชา เช่น บัลลังก์จำลองและมณฑปทรงปราสาท ดีบุกประดับทองคำ จากกรุวัดเจดีย์สูง เป็นต้น3. ห้องโบราณวัตถุจากอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ จัดแสดงเรื่องราวการขุดค้นทางโบราณคดีแบบกู้ภัยในพื้นที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เช่น พระพุทธรูปจากวัดศรีโขง แผงพระพิมพ์จากวัดเจดีย์สูง พระพุทธรูปหินเขี้ยวหนุมาน (หินควอตซ์) จากวัดดอกเงิน นอกจากนี้ยังจัดแสดงพระบฏ ตอนเสด็จลงจากดาวดึงส์ ที่พบจากวัดเจดีย์สูง อีกด้วย4. ห้องจิตรกรรมไทยประเพณี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จัดแสดงพระบฏ ตอนเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่พบจากวัดดอกเงิน ค้นคว้า/เรียบเรียง  นายนนทวัชร์ ไกรสกุล  ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่เอกสารประกอบการเรียบเรียงกฤษณ์ อินทโกศัย และคณะ. สมบัติศิลปจากบริเวณเขื่อนภูมิพล. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2508. (พิมพ์เป็นที่ระลึกในการฌาปนกิจศพ นายนกยูง พงษ์สามารถ ณ เมรุวัดธาตุทอง วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2508).จีราวรรณ แสงเพ็ชร์. กรุและการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ. นนทบุรี: มิวเซียมเพรส, 2566.ฉัตรลดา สินธุสอน และคณะ. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่. นครปฐม: รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977), 2560.ศศิธร โตวินัส และคณะ. นำชมอาคารเครื่องทองอยุธยา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา. นครปฐม: รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977), 2565.


         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี แจ้งการขยายคุณสมบัติผู้สมัครการประกวด “ประเภทภาพถ่าย” ภายใต้หัวข้อ “เรือพระราชพิธี : เบื้องหลังความงดงามกับการสืบสานงานศิลป์” จากเดิมที่เปิดรับเฉพาะนักเรียน นิสิต และนักศึกษา ขณะนี้เปิดรับประชาชนทั่วไป โดยไม่จำกัดอายุ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทุกวัยได้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและความงดงามของเรือพระราชพิธีผ่านมุมมองของตนเองตามวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม ทั้งนี้ ได้ขยายระยะเวลาการส่งผลงานออกไปจนถึงวันที่ 7 สิงหาคม 2569 โดยหลักเกณฑ์และรายละเอียดอื่น ๆ ยังคงเป็นไปตามเดิม          การประกวดประเภทคลิปวิดีโอสั้นยังคงเป็นไปตามคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดกิจกรรมฉบับปรับปรุงเพิ่มเติมได้จากลิงก์นี้ https://drive.google.com/file/d/1HG5i7hlOFfwxSP3ausEeK6MV9iSh3qv0/edit  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0 2424 0004 หรือ Facebook “Royal Barges National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี” https://www.facebook.com/RoyalBargesNationalMuseum        


เลขทะเบียน 0895


ศาสตราจารย์นายแพทย์ หลวงพรหมทัตตเวที (ไหมพรม ศรีสวัสดิ์) (2444 – 2533) ศาสตราจารย์นายแพทย์ หลวงพรหมทัตตเวที (ไหมพรม ศรีสวัสดิ์) เกิดเมื่อวันที่ 29สิงหาคม พ.ศ. 2444 ที่ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง บิดาชื่อ นายอิน ศรีสวัสดิ์ มารดาชื่อ นางเจื่อน ศรีสวัสดิ์ มีพี่น้อง 4 คน คือ 1.      นางสาลี่ ศรีสวัสดิ์ 2.      นางจำรัส อรัญนาถ 3.      หลวงพรหมทัตตเวที (ไหมพรม ศรีสวัสดิ์) 4.      นายบุญถึง ศรีสวัสดิ์   การศึกษา           พ.ศ. 2451     ระดับประถมศึกษา โรงเรียนวัดสิงห์ จังหวัดระยอง           พ.ศ. 2453      ระดับมัธยมต้น - มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดจันทบุรี พ.ศ. 2457     ย้ายไปศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย พ.ศ. 2460     สอบชิงทุนเล่าเรียนหลวงได้ที่ 3 พ.ศ. 2461     สอบไล่ได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวง เดินทางไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2462     เรียนภาษาอังกฤษและภาษาลาตินอยู่ 1 เทอม จึงได้เข้าศึกษาต่อที่ Bournemouth Municipal Collage 3 ปี พ.ศ. 2465     โรงเรียนแพทย์ Bristol University พ.ศ. 2470     ได้รับปริญญาแพทย์ M.B. Ch.B. เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2470 ได้รับเลือกให้เป็นแพทย์ประจำบ้านฝ่ายอายุรกรรม ในโรงพยาบาล Bristol อยู่ 6 เดือน จึงย้ายเข้าลอนดอน ศึกษาวิชาโรคเมืองร้อนที่ London School of Tropical Medicine & Hygiene เป็นเวลา 6 เดือน และได้รับประกาศนียบัตรของโรงเรียน พ.ศ. 2473     ได้รับทุนจากมูลนิธิ Rockefeller ไปศึกษาวิชาสูตินรีเวชเป็นเวลา 1 ปี ที่ Rotunda Hospital กรุงดับลิน 6 เดือน ที่ Glasgow Royal Maternity Hospital สก๊อตแลนด์ 2 เดือน University Collage กรุงลอนดอน 1 เดือน และศึกษาดูงานโรงพยาบาลที่ Edinburgh Manchester และ Birmingham ต่อมาได้ข้ามไปอเมริกาไปศึกษาวิชาที่ Sloan Hospital for Women, Medical Center, New York เป็นเวลา 2 เดือน ศึกษาดูงานที่ University of Pennsylvania, Philadelphia, John Hopkins Hospital, Baltimore, Harvard University, Boston และโรงพยาบาลที่ Montreal และ Toronto ในประเทศแคนาดา           การทำงาน พ.ศ. 2471     กระทรวงธรรมการ บรรจุเข้ารับราชการเป็นแพทย์และอาจารย์ในแผนกสูตินรีเวช โรงพยาบาลศิริราช พ.ศ. 2474     กลับเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ในแผนกสูตินรีเวช โรงพยาบาล ศิริราชตามเดิม                    พ.ศ. 2477     ย้ายไปรับราชการในกรมพลศึกษา                    พ.ศ. 2485     บรรจุเป็นสูตินรีแพทย์หัวหน้า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์                    พ.ศ. 2492     เป็นผู้อำนวยการกองบรรเทาทุกข์ และรักษาการสูตินรีแพทย์ หัวหน้า พ.ศ. 2496     ดำรงตำแหน่งคณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตริตราภรณ์ช้างเผือก                    ในปีเดียวกันได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ พ.ศ. 2497     ลาออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำสภากาชาดไทย พ.ศ. 2497     ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวเฉียว จนถึง พ.ศ. 2505 หลวงพรหมทัตตเวที เปิดคลินิกส่วนตัวแห่งแรกที่สี่กี๊กพระยาศรี ชื่อ “เฉลิมศรีโอสถ” และหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้เปิดอีกแห่งที่ 428 ถนนสี่พระยา และได้ใช้ชื่อนี้ตลอดมาจนถึงอายุประมาณ 80 ปี           ชีวิตครอบครัว           หลวงพรหมทัตตเวที มีบุตรและธิดากับนางบูรพา (บุญศิริ) 2 คน ดังนี้ 1.      รศ. น.พ. วัชรี พรหมทัตตเวที 2.      แพทย์หญิงวารุณี วรินทราคม และมีบุตรและธิดากับนางศรีสะอาด ณ นคร 4 คน ดังนี้ 1.      นายพงษ์ธร พรหมทัตตเวที 2.      นายพรเทพ พรหมทัตตเวที 3.      ร.ศ. มาลิทัต พรหมทัตตเวที 4.      นายฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที   การถึงแก่กรรม หลวงพรหมทัตตเวที ได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2533 ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมอายุได้ 89 ปี     ข้อมูลหนังสืออนุสรณ์งานศพ บรรณานุกรม อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์นายแพทย์ หลวงพรหมทัตตเวที ณ เมรุวัดธาตุทอง กรุงเทพมหานคร วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2533.  กรุงเทพฯ:     ด่านสุทธาการพิมพ์, 2533.   รายละเอียดเนื้อหา  รวมบทความเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ได้แก่ แก้การกินไม่เป็น กินให้ได้ประโยชน์ โฆเลสเตอรอลสูงเพราะอะไร อาหารมังสวิรัติ มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนหรือไม่ เกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณหยุดสูบบุหรี่ สารที่ก่อมะเร็ง เอดส์ การเตรียมพร้อมในสงครามต้านเอดส์ และโรคแพ้ภูมิต้านทานของตัวเอง   เลขเรียกหนังสือ   ห 613 อ231พ สถานที่จัดเก็บ     ห้องศิลปากรและหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี บรรณานุกรม คณะกรรมการจัดทำหนังสืออนุสรณ์ หลวงพรหมทัตตเวที.  อนุสรณ์หลวงพรหมทัตตเวที.  กรุงเทพฯ: คณะกรรมการจัดทำหนังสืออนุสรณ์ หลวงพรหมทัตตเวที, 2533.   รายละเอียดเนื้อหา  รวมบทความเกี่ยวกับหลวงพรหมทัตตเวที และจังหวัดระยอง ได้แก่ คำไว้อาลัยคุณหลวงพรหมทัตตเวที โดยพลโท ฉลอม วิสมล แพทย์ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดย เสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ คุณหลวงพรหมทัตตเวที “มรดกของชาวระยอง” โดย เสมอ กลิ่นหอม หลวงพรหมทัตตเวที “ปูชนียบุคคลของชาวระยอง” โดย เสมอ กลิ่นหอม บทความที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดระยอง ได้แก่ ตำนานระยองสร้างสรรค์ จากกรุงศรีอยุธยาเดินม้าไประยอง อนุสาวรีย์สุนทรภู่ สุนทรภู่น้ำตาไหล ระยอง...เมืองประวัติศาสตร์ เกาะเสม็ดกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ หนังใหญ่วัดบ้านดอน และเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา จำนวน 2 เรื่อง คือ เถรประวัตินามตามจารึกในหิรัณยบัฏ และธัมมิกวัตร ของ พระมหารัชชมังคลาจารย์ นิทฺเทสกเถร   เลขเรียกหนังสือ   ห 915.9325 ค123อพ สถานที่จัดเก็บ     ห้องศิลปากรและหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี



ธรรมาสน์วัดนางกุย ตำบลสำเภาล่ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   ธรรมาสน์วัดนางกุย ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ตามประวัติระบุว่าได้รับมอบจากพระครูภัทรกิจโสภณ เจ้าอาวาสวัดพุทไธสวรรย์ ซึ่งแต่เดิมธรรมาสน์นี้เป็นสมบัติเดิมของวัดนางกุย  สำหรับบันไดนาคได้มาจากวัดดุสิดาราม จ.พระนครศรีอยุธยา จึงทำให้ความสูงระหว่างบันไดกับชั้นร่องถุนของธรรมาสน์องค์นี้แตกต่างกันมาก           ธรรมาสน์องค์นี้ เป็นธรรมาสน์บุษบกขนาดใหญ่ไม่ย่อมุข ลักษณะหลายประการบนองค์ธรรมาสน์ถูกออกแบบขึ้นตามความคิดอย่างอาคารเครื่องก่อซึ่งสร้างขึ้นในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ราวราชวงศ์ปราสาททองหรือราชวงศ์บ้านพลูหลวง          ส่วนยอดของธรรมาสน์มีลักษณะคล้ายชั้นเรือนธาตุของเจดีย์ทรงปรางค์ ตัวธรรมาสน์ประดับตกแต่งด้วยลายฉลุเป็นลวดลายกระจัง และกระหนกต่างๆ รวมถึงมีการประดับตกแต่งด้วยการติดกระจก  ส่วนฐานของธรรมาสน์ทำเป็นร่องถุนวางซ้อนอยู่บนชั้นฐานเขียง ๓ ชั้นอีกทีหนึ่ง ร่องถุนมีลักษณะเช่นเดียวกับอาคารที่สร้างขึ้นในราวปลายราชวงศ์ปราสาททองถึงสิ้นกรุง  สำหรับบันไดนาคเป็นศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์แล้ว ที่มา : ขวัญภูมิ วิไลวัลย์. สมุดภาพลายเส้น ธรรมาสน์แห่งกรุงศรีอยุธยา



พิพิธิภัณฑสถานแห่งชาติเสมือนจริง เชียงแสน: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/chiangsaen    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน ก่อตั้งขึ้นในปี พุทธศักราช 2500 เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำแหล่งโบราณคดีเมืองเชียงแสน ทำหน้าที่ในการเก็บรักษาและจัดแสดง โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ได้จากการสำรวจ ขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานในเขตเมืองโบราณเชียงแสน ตลอดจนพื้นที่อื่น ๆ ในเขตจังหวัดเชียงราย สู่สาธารณชน โดยเป็นหน่วยงานในกำกับของกรมศิลปากร    การจัดแสดงภายใน มุ่งเน้นการนำเสนอหลักฐานและข้อมูลที่เกี่ยวกับการตั้งหลักแหล่งของชุมชน ตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์ เรื่อยมาจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ อาทิเช่น เครื่องมือหินกะเทาะ และเครื่องมือหินขัด ที่พบในบริเวณริมแม่น้ำโขง มีอายุราว 13,000-1,000 B.C. ซึ่งแยกออกเป็นสังคมล่าสัตว์ และสังคมเกษตรกรรม จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ที่พบหลักฐานตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา จำนวนมาก เช่น พระพุทธรูป ชิ้นส่วนประติมากรรมปูนปั้นประดับศาสนสถาน และศิลาจารึกที่มีอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษ 21-22 พื้นที่การจัดแสดงช่วงหลัง นำเสนอเรื่องราวของกลุ่มชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองเชียงแสนและใกล้เคียง เช่น ชาวไทยวน ไทลื้อ อาข่า และเมี่ยน เป็นต้น    โบราณศิลปวัตถุชิ้นเอก ได้แก่ พระพุทธรูปศิลปะล้านนาที่มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 16-23 ที่มีความงดงามและแสดงถึงเทคโนโลยีการหล่อโลหะของช่างในสมัยโบราณ เช่น พระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ จะใช้วิธีหล่อแยกส่วน แล้วนำมาประกอบเข้าด้วยกัน ก่อนทำการตกแต่งด้วยกรรมวิธีลงรักปิดทองจารึกที่มีเนื้อหากล่าวถึงการอุทิศถวายที่ดิน คน เงิน ทอง ให้วัดเก็บเกี่ยวผลประโยชน์และใช้แรงงาน เพื่อเป็นพุทธบูชาและสืบพระพุทธศาสนาที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 21-22 จารึกด้วยอักษรล้านนา    ชิ้นส่วนประติมากรรมปูนปั้นจากแหล่งโบราณคดีวัดป่าสัก สร้างในราวพุทธศตวรรษที่ 19-22 เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าเมืองเชียงแสนได้รับอิทธิพลรูปแบบทางศิลปกรรมจากอาณาจักรพุกาม อาณาจักรสุโขทัย แคว้นหริภุญไชย หรือจีน มาปรับปรุงจนเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง และมีความหมายทางปรัญชา เช่น ประติมากรรมรูปหน้ากาล เป็นสัญลักษณ์ของกาลเวลาที่กัดกินทุกอย่างแม้แต่ตัวเอง นอกจากนั้น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน ยังให้บริการแก่สาธารณชน ในฐานะแหล่งเรียนรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรม เช่น การจัดอบรมศิลปะสำหรับเยาวชน การฝึกอบรมเยาวชนให้มีความรู้ในเรื่องของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น จัดนิทรรศการพิเศษ และการดูและโบราณศิลปวัตถุที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นสมบัติของชาติแต่อยู่ในความดูแลครอบครองของวัดและเอกชนในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงรายอีกด้วย


ขออนุญาตทำการค้าโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ    ขั้นตอนที่ ๑      ยื่นคำขอได้ที่สถานที่  ดังนี้ ๑.๑   กรณีผู้ขอมีสถานที่ทำการค้าในเขตกรุงเทพมหานคร  นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ให้ยื่น  ณ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  กรมศิลปากร ๑.๒   กรณีที่ผู้ขอมีสถานที่ทำการค้าในเขตจังหวัดอื่นนอกจากข้อ ๑.๑ ให้ยื่น                                  ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น  หากในจังหวัดนั้นไม่มีพิพิธภัณฑ                                  สถานแห่งชาติ  ให้ยื่น  ณ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแห่งจังหวัดนั้น   ขั้นตอนที่ ๒       กรอกแบบฟอร์ม  ศก.๑ ๒.๑   กรณีเป็นบุคคลธรรมดา             ๒.๒   กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ                                  ๒.๓   กรณีเป็นนิติบุคคล                   ขั้นตอนที่ ๓       แนบเอกสารและหลักฐาน                         ๓.๑   กรณีเป็นบุคคลธรรมดา (‏ก)     ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งแทนบัตรประจำตัวประชาชนได้ (‏ข)     สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้าน (‏ค)      รูปถ่ายครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวก ของผู้ขอรับใบอนุญาต ขนาด ๕ x ๖ เซนติเมตร  ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือน  จำนวน ๒ รูป (‏ง)     แผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่ทำการค้า (‏จ)     สำเนาหรือภาพถ่ายใบทะเบียนพาณิชย์ ใบทะเบียนการค้า หรือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม                           ๓.๒   กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ (ก)    บัญชีรายชื่อและสัญชาติของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน (ข)   ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนได้  ของหุ้นส่วนผู้จัดการ (ค)      สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน (‏ง)     รูปถ่ายครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวก ของหุ้นส่วนผู้จัดการ นาด ๑  นิ้ว  ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือน  จำนวน ๒ รูป (จ)   แผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่ทำการค้า (ฉ)   สำเนาหรือภาพถ่ายใบทะเบียนพาณิชย์  ใบทะเบียนการค้าหรือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม                          ๓.๓   กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด (ก)  หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทแสดงการจดทะเบียน พร้อมทั้งวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด (ข)  บัญชีรายชื่อและสัญชาติของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน (ค) ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งแทนบัตรประจำตัวประชาชนได้  ของหุ้นส่วนผู้จัดการ (ง) สำเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านของหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการ (จ) รูปถ่ายครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวก ของหุ้นส่วนผู้จัดการหรือผู้จัดการ ขนาด ๕ x ๖ เซนติเมตร  ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือน  จำนวน ๒ รูป (ฉ) แผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่ทำการค้า (ช) สำเนาหรือภาพถ่ายใบทะเบียนพาณิชย์  ใบทะเบียนการค้าหรือใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม                        ๓.๔   กรณีเป็นบริษัทจำกัด (ก)   หนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท



พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จัดตั้งขึ้นตามโครงการพิพิธภัณฑ์ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ โดยความร่วมมือระหว่างบรรดาลูกศิษย์และผู้ใกล้ชิดศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เพื่อรำลึกถึงเกียรติคุณของท่านในฐานะผู้ให้กำเนิดการศึกษาศิลปะสมัยใหม่ ศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย และผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2527 ซึ่งตรงกับวาระวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 92 ปี ของศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี โดยฯพณฯ ชวน หลีกภัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้นให้เกียรติมาเป็นประธาน จากนั้นจึงมอบหมายให้กรมศิลปากรเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบและบริหารจัดการ จนกระทั่งได้รับการจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ เมื่อพ.ศ.2530 ปัจจุบัน สังกัดสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ในเครือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ภายในจัดแสดงนิทรรศการถาวร โดยแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก ห้องชั้นนอก (บริเวณประตูทางเข้า) จัดแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ของบรรดาลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิด เช่น นายเฟื้อ หริพิทักษ์ นายประยูร อุลุชาฎะ นายชลูด นิ่มเสมอ นายจำรัส เกียรติก้อง นายเขียน ยิ้มศิริ นายสวัสดิ์ ตันติสุข นายทวี นันทขว้าง เป็นต้น ผลงานส่วนใหญ่เป็นงานศิลปกรรมในยุคเริ่มแรกของศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย ซึ่งดำเนินรอยตามแนวทางการสร้างสรรค์ศิลปะตามหลักวิชาการที่ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้วางรากฐาน ส่วนที่สอง ห้องชั้นใน จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ซึ่งประกอบไปด้วย โต๊ะทำงาน เก้าอี้ เครื่องพิมพ์ดีด เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องมือปั้น ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว โดยจำลองบรรยากาศโต๊ะทำงานดั้งเดิมเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ยังมีชีวิตอยู่ ตลอดจนแบบร่างอนุสาวรีย์และประติมากรรมชิ้นสำคัญ เช่น แบบร่างพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 แบบร่างพระศรีศากยทศพลญาณ พระประธานพุทธมณฑล และต้นแบบพระเศียรรัชกาลที่ 8 เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหนังสือหายากซึ่งเป็นหนังสือที่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ใช้สำหรับค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะตะวันตก ให้บริการแก่ผู้มาเยี่ยมชมภายในห้องจัดแสดง


อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 26 มีนาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด


black ribbon.