ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 48,852 รายการ


รายงานผลการตรวจสอบแหล่งโบราณคดีโนนดินบริเวณบ้านบึงน้อยบ้านบึงน้อย ตำบลด่านใน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา จัดทำโดยกลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมากรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมพ.ศ. ๒๕๖๗


          หอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชมละครโทรทัศน์ ย้อนวันวานละครไทยในอดีต ในวันศุกร์ เวลา 13.30 น. ณ ห้องจัดแสดง ชั้น 2 หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สำหรับวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2568 นี้ รับชมละครโทรทัศน์ ปากกาทอง ตอน “สมร” บทประพันธ์ โดย พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ (รับจำนวนจำกัด 100 ที่นั่ง) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 9828 - 32 สามารถติดตามข้อมูลกิจกรรมต่าง ๆ ของหอสมุดแห่งชาติ ได้ทาง Facebook : National Library of Thailand https://www.facebook.com/NationalLibraryThailand



ชื่อแบบฉบับ : ตำนานวัดพระแก้วดอนเต้า (ผูก 1ก) ชื่อเรื่อง : ตำนานดอนเต้า (ผูก 1ก) เลขทะเบียน : ชม.บ.420/1ก  ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ                       ผู้สร้าง : ไม่ปรากฏ                  ปีที่สร้าง : ไม่ปรากฏ จำนวน : 1  คัมภีร์  6 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก1, 1ก-1ง)    จำนวนบรรทัด : 4 บรรทัด            จำนวนหน้า :  24 หน้า อักษร : ธรรมล้านนา                    ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา          เส้น : จาร ฉบับ : ชาดทึบ-รักทึบ-ลานดิบ         ไม้ประกับ : ไม่มี                    ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน ประวัติ : ได้มาจากวัดทุ่งมอก  ต.มาง  อ.เชียงม่วน จ.พะเยา  เมื่อวันที่ 11 กรกฏาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568


เลขทะเบียน : นพ.บ.715/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 74 หน้า ; 4.5 x 57 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 226 (303-316) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : สังคาบาด--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อแบบฉบับ : ตำนานธาตุดอยทุงเมืองเชียงแสน (ผูก 1) ชื่อเรื่อง : ตำนานธาตุดอยทุงเมืองเชียงแสน (ผูก 1) เลขทะเบียน : นน.บ.138/1 ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ                        ผู้สร้าง : ไม่ปรากฏ                   ปีที่สร้าง : ไม่ปรากฏ จำนวน : 1 คัมภีร์  1 ผูก                จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด         จำนวนหน้า : 62 หน้า อักษร : ธรรมล้านนา                     ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา            เส้น : จาร ฉบับ : ลานดิบ                             ไม้ประกับ : ไม่มี                     ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน            ประวัติ : ได้มาจากวัดปรางค์  ต.ปัว  อ.ปัว จ.น่าน   โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่  ปี พ.ศ. 2568               


ชื่อเรื่อง                     เกาะเกร็ด แหล่งศิลปกรรมและสิ่งแวดล้อมที่ควรอนุรักษ์ผู้แต่ง                       ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรีประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือท้องถิ่นหมวดหมู่                   ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์เลขหมู่                      915.9312 ห141กสถานที่พิมพ์               ม.ป.ท. สำนักพิมพ์                 ม.ป.พ. ปีที่พิมพ์                    ม.ป.ป. ลักษณะวัสดุ               64 หน้า : ภาพประกอบ ; 26 ซม.หัวเรื่อง                     เกาะเกร็ด -- วัฒนธรรม                              เกาะเกร็ด -- ภูมิศาสตร์                ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก    รวบรวมข้อมูลของเกาะเกร็ด ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนนทบุรี ที่เป็นแหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมีแหล่งโบราณสถานที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์จักรี 


บอร์ดคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม เตรียมส่งเอกสารฉบับสมบูรณ์ยื่นขอขึ้นทะเบียน “แหล่งอนุสรณ์สถานเชียงใหม่ฯ” เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ ถึงศูนย์มรดกโลก 30 ม.ค. 69   ลุ้นขึ้นทะเบียนมรดกโลกแห่งใหม่ แหล่งวัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช ก.ค. 69            วันที่ 12 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 3/2568 ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของแหล่งอนุสรณ์สถานแหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา หลังศูนย์มรดกโลกแจ้งผลการตรวจพิจารณาทางเทคนิค (Technical Review) และข้อแนะนำต่อร่างเอกสารฯ เตรียมเสนอเอกสารไปยังศูนย์มรดกโลกภายในวันที่ 30 มกราคม 2569           นางสาวซาบีดา กล่าวว่า ตามที่คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาร่างเอกสารการนำเสนอการขึ้นทะเบียนมรดกโลกของแหล่งอนุสรณ์สถานและภูมิทัศน์วัฒนธรรมเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา ซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมแบบต่อเนื่อง ประกอบด้วยพื้นที่นำเสนอขอขึ้นทะเบียน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 3 ส่วนสำคัญ คือ ส่วนที่ 1 ตัวเมืองเชียงใหม่และโบราณสถานสำคัญ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ คูเมืองกำแพงมืองเชียงใหม่ วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ วัดสวนดอก ส่วนที่ 2 ได้แก่ โบราณสถานวัดอุโมงค์ฯ และวัดพระธาตุดอยสุเทพ และส่วนที่ 3 ได้แก่ วัดเจ็ดยอด โดยได้ปรับแก้ไขตามข้อคิดเห็น (Technical Review) ของศูนย์มรดกโลก และข้อแนะนำต่อร่างเอกสารฯ จำนวน 11 ประเด็น ก่อนนำเสนอเอกสารไปยังศูนย์มรดกโลกในรอบวันที่ 30 มกราคม 2569           นางสาวซาบีดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมยังได้รายงานความคืบหน้าการประเมินขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของแหล่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรที่ปรึกษาของศูนย์มรดกโลก เพื่อจัดทำรายงานไปยังศูนย์มรดกโลก และประกอบการพิจารณาบรรจุการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของแหล่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าสู่วาระการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ในเดือนกรกฎาคม 2569 ณ สาธารณรัฐเกาหลี ทั้งนี้คาดว่าแหล่งวัดพระมหาธาตุฯ มีโอกาสได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทยในการประชุมฯ ครั้งนี้          สำหรับความคืบหน้าการประเมินขั้นต้นของแหล่งพระธาตุพนม กลุ่มอาคารประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์ที่เกี่ยวเนื่อง ศูนย์มรดกโลกได้แจ้งผลการตรวจสอบทางเทคนิคว่าเอกสารขอรับการประเมินขั้นต้นของแหล่งพระธาตุพนมฯ มีความถูกต้องตามข้อกำหนด และได้นำส่งให้กับองค์กรที่ปรึกษาเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาการประเมินขั้นต้นแล้ว คาดว่าจะสามารถส่งร่างเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก (Draft Nomination) ไปยังศูนย์มรดกโลกได้ตั้งแต่รอบวันที่ 30 กันยายน 2570 และส่งเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก (Nomination Dossier) ไปยังศูนย์มรดกโลกได้ตั้งแต่รอบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2571 เป็นต้นไป 


ประวัติ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี   พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี เดิมเป็นพิพิธภัณฑ์ของ   วัดโบสถ์ก่อตั้งโดยอดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ พระเทพสุทธิโมลี เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี – อุทัยธานี ฝ่ายธรรมยุต ในขณะที่เป็น         พระครูวิสุทธิธรรม ได้รวบรวมจัดเก็บรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่มีคุณค่า ตั้งแต่พ.ศ. ๒๔๘๓  โดยดำเนินงานในรูปของคณะกรรมการ   มีอดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์เป็นประธานบริหารงาน ในพ.ศ. ๒๔๙๖  พิพิธภัณฑสถานแห่งนี้ได้รับการจัดตั้งเป็นสาขาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ประจำอำเภออินทร์บุรี  ต่อมาพ.ศ. ๒๕๐๔           คณะกรรมการพิพิธภัณฑสถานได้พิจารณาเห็นว่าอาคาร  ไม้หลังเก่าไม่เพียงพอสำหรับจัดเก็บรักษาโบราณวัตถุที่มีจำนวนมากขึ้น  จึงได้รับบริจาคเงินก่อสร้างอาคารหลังใหม่จาก นางเพิ่ม  ดุริยางกูร  และตั้งชื่ออาคารว่า ตึกเพิ่ม  ดุริยางกูร  และปรับปรุงศาลาการเปรียญของวัดหลังเดิมคือ ศาลาศักดิ์บุรินทร์ เป็นอาคารจัดแสดงอีกหลังหนึ่ง ต่อมาในพ.ศ. ๒๕๑๔ อดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ เมื่อครั้งมีสมศักดิ์เป็นพระราชเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี  ได้ให้ความอนุเคราะห์สนับสนุนกรมศิลปากรในการดำเนินงานปรับปรุงการจัดแสดงให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และต่อมาในพ.ศ. ๒๕๑๖ สาขาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี  ได้เปลี่ยนชื่อเป็น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี


พิพิธิภัณฑสถานแห่งชาติเสมือนจริง ขอนแก่น: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/khonkaen พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น      เริ่มก่อสร้างเมื่อปี  พ.ศ. 2510  เพื่อเป็นสถานที่รวบรวม สงวนรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุ  ศิลปวัตถุ ซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน  ต่อมา พ.ศ. 2511 - 2512 ได้รับงบประมาณจัดซื้อครุภัณฑ์และก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2515 ดำเนินการจัดแสดงแล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2515         ต่อมา พ.ศ. 2535  กรมศิลปากรมีนโยบายที่จะพัฒนาและปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น   ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างอาคารสำนักงานและห้องประชุมเป็นเงิน 3,000,000.- บาท และ พ.ศ. 2536 จัดสรรงบประมาณ 985,300.- บาท จัดซื้อวัสดุและครุภัณฑ์เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการจัดแสดงนิทรรศการถาวรภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น  ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนในท้องถิ่นตามแนวทางการพัฒนากิจการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมัยใหม่ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของกรมศิลปากร  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น จึงนับเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญอีกแห่งหนึ่งในท้องถิ่นสำหรับผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาเรื่องราวทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี วิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรมเพื่อสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมให้ยังคงอยู่ต่อไป 


วันเสาร์ที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๖.๔๐ น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ ทอดพระเนตรโบราณสถาน พร้อมเสวยพระกระยาหารค่ำและทอดพระเนตรการแสดงนาฏศิลป์จากกรมศิลปากร ณ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี   ตามที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระหว่างวันที่ ๑๖ – ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๘ และจะเสด็จฯ ไปยังอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ในวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๘ เพื่อทอดพระเนตรโบราณสถาน พร้อมเสวยพระกระยาหารค่ำและทอดพระเนตรการแสดงนาฏศิลป์ นั้น   กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้เตรียมความพร้อมในการรับเสด็จฯ โดยหัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี จะถวายการนำชม ส่วนการแสดงนาฏศิลป์ทางสำนักการสังคีต จะจัดแสดงระบำโบราณคดี ๒ ชุด ได้แก่ ชุด ระบำศรีชัยสิงห์ และชุดระบำทวารวดี ทั้งนี้ ทางกรมศิลปากรได้เตรียมการรับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างสมพระเกียรติ เรียบร้อยแล้ว


อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 26 มีนาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด สถานที่ : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ติดต่อ : เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02-2222222




black ribbon.