ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,545 รายการ



  ที่ตั้ง  บ้านศรีดงบัง  ตำบลจอมพระ อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์   อายุสมัย  อายุราวพุทธศตวรรษที่  ๑๘   รายละเอียด                  ปราสาทจอมพระเป็นอโรคยศาลหรือศาสนสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง ในจำนวนหลายร้อยแห่งที่พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ โปรดให้สร้างขึ้นราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๘ เนื่องจากพระองค์ทรงนับถือพระพุทธศาสนา ลัทธิมหายาน และทรงสนับสนุนให้ประชาชนของพระองค์นับถือศาสนานี้ด้วย ทำให้สิ่งก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมของวัฒนธรรมเขมรที่เคยมีขนาดใหญ่โต เนื่องในศาสนาฮินดูเปลี่ยนไปเป็นสิ่งก่อสร้างที่มุ่งเน้นที่การสร้างกุศลเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนของพระองค์ ตามหลักของศาสนาพุทธ             จากหลักฐานต่างๆ และจารึกที่สร้างไว้ตามอโรคยศาลนั้น ทำให้ทราบว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ทรงโปรดให้สร้างอโรคยศาลหรือโรงพยาบาลขึ้นไว้ตามเมืองต่างๆ ทั่วพระราชอาณาเขต  โดยมอบให้เจ้าเมืองเป็นผู้ดูแล พร้อมทั้งจัดหาแพทย์ พยาบาล และยารักษาโรค ไว้เพื่อแจกจ่ายรักษาประชาชนผู้เจ็บป่วย             อโรคยศาลทุกแห่งมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมคล้ายคลึงกัน คือ ปราสาทประธาน ๑ องค์ ตั้งอยู่ตรงกลาง ด้านหน้าขวามีวิหาร ๑ หลัง ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว และด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือนอกกำแพงแก้วมีสระน้ำขนาดเล็กรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ๑ สระ             ปราสาทจอมพระ มีปราสาทประธาน ๑ องค์ ก่อด้วยศิลาแลง แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม  มีประตูทางเข้าออกอยู่ทางทิศตะวันออก หน้าประตูมีมุขยื่น ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปราสาทประธานมีบรรณาลัย ๑ หลัง ก่อด้วยศิลาแลงแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีประตูทางเข้าออกอยู่ทางทิศตะวันตก ทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วก่อด้วยศิลาแลง เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า บริเวณด้านทิศตะวันออกมีซุ้มประตูรูปกากบาท ที่ผนังประตูมีช่องหน้าต่าง ๑ ช่อง  นอกเขตกำแพงแก้วมีสระน้ำ ๒ สระ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของปราสาท จากการขุดแต่งของกรมศิลปากร พบโบราณวัตถุที่สำคัญ คือ พระวัชระสัตว์ และ เศียรพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร             ปัจจุบันปราสาทจอมพระยังไม่ได้ทำการบูรณะ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เก็บค่าเข้าชม   การเดินทาง จากสุรินทร์ถนนสุรินทร์ – จอมพระ ทางหลวงหมายเลข ๒๑๔ ระยะทาง ๒๘.๖ กิโลเมตร  



          เป็นเรื่องราวกล่าวถึงมนุษย์ในสมัยดึกดำบรรพ์ เมื่อครั้งยังไม่รู้จักจดเอาไว้เป็นหนังสือ หนทางที่จะทราบเรื่องราวสมัยก่อนประวัติศาสตร์จึงอยู่ที่การศึกษา ให้รู้จักใช้ สังเกต พิจารณาลักษณะของวัตถุที่ขุดค้นพบ แล้ววินิจฉัยลงข้อสันนิษฐานหาเหตุผลแวดล้อมประกอบกับวัตถุที่ขุดค้นได้ วิธีที่นักปราชญ์ชาวตะวันตกใช้เป็นแนวทาง แนวพิจารณาหาความรู้ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงอธิบายไว้ในหนังสือเล่มนี้อย่างชัดเจน


รายงานบัญชีงบทดลองและเอกสารประกอบงบทดลอง สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา (เดือนสิงหาคม ๒๕๖๑)




รายงานการเดินทางไปราชการ ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ๑.  ชื่อโครงการ            การประชุมสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติและสภาสมัชชา ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค                                (ICOM Asia Pacific Conference and General Assembly) หัวข้อ ."Pathways for Museums for a Sustainable Society". ๒.  วัตถุประสงค์           เพื่อการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดำเนินงาน บริหารจัดการด้านพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรม  สร้างเครือข่ายระหว่างสมาชิกผู้เข้าร่วมการประชุม และเพื่อเป็นการเพิ่มความตระหนักในบทบาทของพิพิธภัณฑสถานต่อการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ๓.        กำหนดเวลา         3-7 ธันวาคม 2558 ๔.        สถานที่               ศูนย์ประชุมนานาชาติ (International Conference Center =ICC) เมืองอิโลอิโล เกาะปาไนย์ ประเทศฟิลิปปินส์ ๕.        หน่วยงานผู้จัด      คณะกรรมการระหว่างชาติว่าด้วยสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และ คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติประเทศฟิลิปปินส์ ๖.        หน่วยงานสนับสนุน สภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ                         คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติประเทศเกาหลีใต้ คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติประเทศจีน                        หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในประเทศฟิลิปปินส์ และ เมืองอิโลอิโล ๑๖ แห่ง ๗.        กิจกรรม             ๗.๑     พิธีเปิด ประธานในพิธีคือ ประธานสภานิติบัญญัติ ประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมกับกล่าวปาฐกถา ๗.๒     การประชุมสภาสมัชชาคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ ๗.๓     การบรรยายพิเศษและการนำเสนอของสมาชิกจากนานาประเทศที่เข้าร่วมประชุม ๗.๔     การประชุมเชิงปฏิบัติการ ๗.๕     ทัศนศึกษาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองอิโลอิโล  โบราณสถาน แหล่งประวัติศาตร์ สถานที่สำคัญและชุมชนในเมืองอิโลอิโล ๘.         คณะผู้แทนไทย       นางจารุณี  อินเฉิดฉาย ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ และผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติ กาญจนาภิเษก  ในฐานะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ  คณะกรรมการ   แห่งชาติว่าด้วยสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติในประเทศไทย (National Committee for ICOM of Thailand = ICOM Thailand)     ๙.        สรุปสาระของกิจกรรม        ๙.๑ การทบทวนบทบาทของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ ในนานาประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก ๒๔ ประเทศ และการขอรับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากคณะกรรมการบริหารสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติในการจัดกิจกรรมต่างๆ ของสมาชิกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ทั้งนี้ ในที่ประชุมสภาสมัชชาคณะกรรมการระหว่างชาติภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ได้เสนอให้ประเทศไทย รีบดำเนินการทบทวนสถานภาพและบทบาทของตนเพื่อผลักดันให้อยู่ในเวทีระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค การเพิ่มสมาชิกในประเทศ การจัดกิจกรรมและรายงานผลการดำเนินงานต่อสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ ๙.๒ บทบาทของพิพิธภัณฑสถานในการพัฒนาสังคมให้ยั่งยืน ในขณะเดียวกันต้องมีการพัฒนาหน่วยงานเพื่อให้มีความยั่งยืนเช่นเดียวกัน  จากประเด็นการนำเสนอของผู้แทนจากแต่ละประเทศ ซึ่งประกอบด้วย -       Culture, Museum, and Sustainable Development -       Culture, Museum, and Urban Sustainability -       Knowledge Sharing -       Creating Sustainable Museum and Communities ๙.๓ เครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก และ ความพร้อมต่อการให้การสนับสนุนจากคณะกรรมการระหว่างชาติภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ๙.๔ การเข้าร่วมประชุมสมัยสามัญของสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ ครั้งที่ ๒๔  ระหว่างวันที่ ๓-๙ กรกฎาคม  ๒๕๕๙  ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี หัวข้อ "Museum and Cultural Landscapes" รายละเอียดในเวปไซต์ www.milano2016.icom.museum   ๑๐.   ข้อเสนอแนะจากการจัดกิจกรรม จัดประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติในประเทศไทย  เพื่อทบทวนบทบาทของคณะกรรมการแห่งชาติฯ การหามาตรการในการเพิ่มจำนวนสมาชิกในประเทศไทย  พิจารณาการเข้าร่วมประชุมสมัยสามัญของสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ ครั้งที่ ๒๔  ประเทศอิตาลี  แนวทางและกิจกรรมความร่วมมือกับคณะกรรมการแห่งชาติฯในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ..........................................................................


ผู้แต่ง               :  พระยาประดิพัทธภูบาลโรงพิมพ์           :  ไทยแบบเรียนปีที่พิมพ์           :  2502ภาษา               :  ไทยรูปแบบ             :  PDFเลขทะเบียน      :  น.31บ.2251เลขหมู่             :  959.3                          ป247


ชื่อเรื่อง : กฤษณาสอนน้องคำฉันท์, วินิจฉัยเรื่องกฤษณาสอนน้อง และหลักราชการ ผู้แต่ง : ปรมานุชิตชิโนรส, สมเด็จฯ กรมพระ, จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, และมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ ปีที่พิมพ์ : 2508 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : รุ่งเรืองธรรม



เลขทะเบียน : นพ.บ.25/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  50 หน้า  ; 4.5 x 50.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ชื่อชุด : มัดที่ 12 (123-137) ผูก 5หัวเรื่อง : ธรรมบท --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


   


ชื่อเรื่อง : สังข์ศิลป์ชัย กลอนสวด ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2512 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : คุรุสภาพระสุเมรุ จำนวนหน้า : 478 หน้า สาระสังเขป : กลอนสวดเรื่องสังข์ศิลป์ชัยเล่มนี้ พิมพ์แจกในงานกฐินพระราชทาน ณ วัดป่าโมก มีเนื้อหาประกอบด้วยประวัติวัดป่าโมก คำจารึกแผ่นศิลาในวิหารพระพุทธไสยาสน์ และกลอนสวดเรื่องสังข์ศิลป์ชัย ซึ่งเป็นกลอนสวดที่มีความใกล้ชิดกับคนไทยมาช้านาน โดยเฉพาะในการหัดให้เด็กอ่านออกเขียนได้ และการชักจูงใจคนให้เลื่อมใสในหนังสือ และพุทธศาสนา 


ชื่อผู้แต่ง              - ชื่อเรื่อง               โคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม สถานที่พิมพ์        - สำนักพิมพ์           โรงพิมพ์รุ่งเรืองธรรม ปีที่พิมพ์              ๒๔๙๘ จำนวนหน้า         ๙๐    หน้า หมายเหตุ            พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ หลวงสรรสุรพล (เปรม  ตัณฑประภา) ณ เมรุวัดยานนาวา จังหวัดพระนคร วันที่   ๑๗  เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๘                         โคลสุภาษิตไทยที่พิมพ์ในสมุดเล่มนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯให้จารึกแผ่นศิลา ติดไว้ใต้รูปภาพซึ่งโปรดฯ ให้พระอาจารย์อินโข่ง วัดราชบูรณะ เขียนไว้ที่ผนังกรอบประตู และหน้าต่างพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม


black ribbon.