ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,671 รายการ

ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           43/5ประเภทวัสดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                               48 หน้า : กว้าง 5.1 ซม. ยาว 57.3 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 144/3 เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 177/2ญเอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อเรื่อง           ธรรมประทีป ชื่อผู้แต่ง         ไชยทรง  จันทรอารีย์ พิมพ์ครั้งที่       - สถานที่พิมพ์     กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์       หจก.การพิมพ์พระนคร ปีที่พิมพ์          2521 จำนวนหน้า      110  หน้า รายละเอียด เป็นหนังสือที่บรรยายธรรมด้วยเหตุผล  สามารถช่วยให้ผู้อ่านเกิดสติปัญญา  มีความคิดเป็นของตัวเอง  ทำให้ผู้อ่านรู้จักวิธีปฏิบัติสมาธิตามหลักศิล สมาธิ ปัญญา  ซึ่งเป็นการช่วยจรรโลงสัจจะธรรมในพระพุทธศาสนา


เลขทะเบียน : นพ.บ.378/1จห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 32 หน้า ; 5 x 59.5 ซ.ม. : ชาดทึบ-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 143  (26-39) ผูก 1จ (2566)หัวเรื่อง : จีรธารกถา --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อเรื่อง                         ธมฺมปทวณฺณนา ธมฺมปทฏฺธกถา ขุทฺทกนิกายฏฺธกกา (ธมฺมฺปทขั้นปลาย)อย.บ.                            241/9หมวดหมู่                       พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                  58 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 58.5 ซม.หัวเรื่อง                         พระธรรมเทศนา                                                                       บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา


ชื่อเรื่อง                  สพ.บ. 426/3 เมตฺเตยฺยสุตฺต (เมตฺเตยฺยสูตร) สพ.บ.                    426/3ประเภทวัสดุมีเดีย      คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                 พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ             34 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 59 ซม.หัวเรื่อง                   พุทธศาสนา                            ชาดก                     บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


          ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร ขอแนะนำหนังสือ สรรสาระศิลปากร พ.ศ.๒๕๖๓ เล่ม ๓ โบราณคดีและโบราณสถาน และหนังสือ สรรสาระศิลปากร พ.ศ.๒๕๖๓ เล่ม ๔ โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จำหน่ายในราคาเล่มละ ๔๕๐ บาท            ผู้ที่สนใจสามารถซื้อหนังสือได้ที่ร้านหนังสือกรมศิลปากร (อาคารเทเวศร์) โทรศัพท์ ๐-๒๑๖๔-๒๕๐๑ ต่อ ๑๐๐๔ (ในวันและเวลาราชการ) หรือสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ https://bookshop.finearts.go.th และสามารถติดตามข่าวสารหนังสือต่าง ๆ ของกรมศิลปากรได้ที่ Facebook ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร



ชื่อเรื่อง: พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๑๗ ถึง พ.ศ. ๒๔๕๓)ผู้แต่ง: - ปีที่พิมพ์: ๒๔๕๗สถานที่พิมพ์: พระนครสำนักพิมพ์: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากรจำนวนหน้า: ๓๐๐ หน้า เนื้อหา: พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๑๗ ถึง พ.ศ. ๒๔๕๓ ซึ่งได้พระราชทานไว้ในโอกาสต่างๆ เริ่มต้นตั้งแต่พระราชดำรัสพระราชทานพระบรมราโชวาทในการที่องค์มนตรีรับพระราชทานน้ำพระพิพัฒสัตยาณพระที่นั่งสถิตย์มโหฬาร ถึงพระราชดำรัสตอบราชฑูต  ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศในการเฉลิมพระชนมพรรษาพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท รวมระยะเวลา ๒๖ ปี ๑๑๗ คราว อาทิ พระราชดำรัสตอบในการเปิดรถไฟในระหว่างกรุงเทพฯ กับกรุงเก่าที่สถานีรถไฟกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ร.ศ. ๑๑๕ พระราชดำรัสตอบพวกพ่อค้าฝรั่ง ที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ร.ศ. ๑๑๖ พระราชดำรัสตอบในการเปิดโรงพยาบาลจีน ที่ถนนเยาวราช เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ร.ศ. ๑๒๔ และพระราชดำรัสตอบพระบรมวงษานุวงษ์ ข้าทูลลอองธุลีพระบาทฝ่ายน่า ในการเฉลิมพระชนมพรรษาที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ร.ศ. ๑๒๙ เป็นต้น นับว่าเป็นหนังสือที่มีสำนวนโวหารอันไพเราะน่าจับใจยิ่งนัก ควรแก่การศึกษาสำหรับผู้ที่สนใจในการแต่งหนังสือภาษาไทยซึ่งจำเป็นต้องมีไว้อ่าน และเป็นเอกสารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของชาติไทยควรแก่การรักษาให้คงอยู่สืบไป  เลขทะเบียนหนังสือหายาก: ๗๙๐เลขทะเบียนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์: E-book ๒๕๖๖_๐๐๑๖หมายเหตุ: โครงการจัดเก็บและอนุรักษ์หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ สื่อโสตทัศนวัสดุ และเอกสารโบราณ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ (ไฟล์ดิจิทัลเพื่อการอนุรักษ์เท่านั้น)


วันจันทร์ที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๕๒ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยมี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร. ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนหน่วยงานและประชาชนในจังหวัดปทุมธานี เฝ้าฯ รับเสด็จ กรมศิลปากรได้น้อมนำแนวพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้พระราชทานไว้ในหลายโอกาสเกี่ยวกับการจัดสร้างคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ให้มีพื้นที่เพียงพอต่อปริมาณโบราณวัตถุที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ปรับปรุงพัฒนาให้เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานพิพิธภัณฑ์วิทยา เพื่อการอนุรักษ์โบราณวัตถุของชาติ และใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นด้วยการเปิดให้บริการศึกษา ค้นคว้า วิจัย พุทธศักราช ๒๕๔๕ กรมศิลปากรจึงได้ย้ายโบราณวัตถุจากคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ซึ่งเดิมใช้พื้นที่อาคารจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มาจัดเก็บ ณ อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก จังหวัดปทุมธานี โดยจัดวางตามหมวดหมู่ประเภทวัสดุตามหลักการอนุรักษ์โบราณวัตถุ ออกแบบห้องคลังต่างๆ ให้เป็นคลังเปิดเพื่อการศึกษา หรือ Visible Storage ที่เปิดให้ผู้เข้าเยี่ยมชมมองเห็นได้จากภายนอกผ่านผนังกระจก ต่อมาเมื่อ พุทธศักราช ๒๕๕๙ รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรก่อสร้างอาคารคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหลังใหม่ในพื้นที่ว่างของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก ออกแบบให้เป็นอาคารคลังโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุโดยเฉพาะ ตั้งแต่รูปแบบอาคารที่คำนึงถึงการควบคุมความร้อน ความชื้นจากภายนอกอาคาร ติดตั้งระบบควบคุมสภาพแวดล้อมภายในอาคารเพื่อปกป้องและรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ให้มีความยั่งยืนและปลอดภัยตามมาตรฐานคลังพิพิธภัณฑ์สากล ได้แก่ ระบบจัดเก็บตามประเภทวัสดุของโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ระบบตรวจสอบและควบคุมอุณหภูมิความชื้น ระบบปรับอากาศ ระบบป้องกันอัคคีภัย ป้องกันภัยธรรมชาติ และการโจรกรรม โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์อาคารคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติได้ถูกออกแบบและวางระบบการบริหารจัดการให้เป็นคลังเปิด (Visible Storage) เพื่อให้บริการในรูปแบบของคลังเพื่อการศึกษา (Study Collection) ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้บริการใน ๒ รูปแบบ คือการเข้าศึกษาตามอัธยาศัยในพื้นที่บริการทั่วไป ได้แก่ ห้องสมุด ห้องสอบค้นฐานข้อมูลโบราณวัตถุ และใช้บริการสำเนาไฟล์ภาพถ่ายโบราณวัตถุ การบริการอีกรูปแบบหนึ่งคือ การศึกษาชิ้นงานโบราณวัตถุ ซึ่งต้องยื่นคำร้องขออนุญาต เมื่อได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกนำเข้าศึกษาโบราณวัตถุในพื้นที่ควบคุมชั้นใน โดยจะเปิดให้บริการแก่นักศึกษา นักวิจัย และประชาชน เข้าศึกษาโบราณวัตถุในคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จังหวัดปทุมธานี ได้ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ศกนี้ ซึ่งตรงกับวันพิพิธภัณฑ์ไทย นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังมีบริการบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้สามารถชมบรรยากาศห้องคลังโบราณวัตถุ และโบราณวัตถุชิ้นสำคัญในมุมมอง ๓๖๐ องศา ผ่านทางแอพพลิเคชั่น Virtual Smart Museum และ FA Discovery เพื่อให้โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่เก็บรักษาในคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ยังประโยชน์แก่ประชาชนทุกคนให้สามารถเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการปกป้องคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงคุณค่าต่อไป


ชื่อเรื่อง                     ท้องถิ่นเมืองโบราณอู่ทอง รายวิชาประวัติศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ผู้แต่ง                       สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือท้องถิ่นISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                  ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์เลขหมู่                     959.373 ส691ทสถานที่พิมพ์               สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์                 ม.ป.พ.ปีที่พิมพ์                    2551ลักษณะวัสดุ               54 หน้า : ภาพประกอบ ; 29 ซม.หัวเรื่อง                     สุพรรณบุรี – ประวัติศาสตร์                              แบบเรียน                              อู่ทอง(สุพรรณบุรี) -- ประวัติศาสตร์ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก           จัดทำโครงการ “พัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นเมืองโบราณอู่ทอง” มีเป้าหมายจัดทำหลักสูตรระดับท้องถิ่น  กำหนดเป็นระยะๆ ตามแนวการพัฒนาหลักสูตร กำหนดกรอบแนวการพัฒนา จัดทำลักษณะหน่วยการเรียนรู้สอดแทรกไว้ในรายวิชา ประวัติศาสตร์ ในระดับชันประถมศึกษาปีที่ 1 - 6        


         ติ้วงานับพระ          รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ (รัชกาลที่ ๔-๕)          ได้มาจากวัดหงส์รัตนาราม เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๒          “ติ้ว” หมายถึง ไม้ซี่เล็กๆ ใช้สำหรับเป็นคะแนน มักทำรูปทรงอย่างเรียบง่าย เน้นความมั่นคงแข็งแรง อาจประดับตกแต่งด้วยฝีมืออย่างประณีต สร้างขึ้นเพื่ออุทิศถวายเป็นเครื่องใช้สำหรับนับจำนวนพระสงฆ์ เมื่อลงอุโบสถสวดมนต์เช้า-เย็นตามธรรมเนียมสงฆ์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นกิจวัตรที่จะต้องลงอุโบสถไหว้พระสวดมนต์เป็นประจำทุกวัน          “ติ้วนับพระ” จากวัดหงส์รัตนาราม ทำเป็นชุดเรือนไม้ ประกอบด้วย ตัวเรือนไม้ ติ้วงา กระจกครอบ และหีบไม้ คือ  หีบไม้รองรับตัวเรือน ทำจากไม้เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ารูปแบบฐานบัวคว่ำ-บัวหงาย ฐานล่างทำเป็นแข้งสิงห์และนมสิงห์ บริเวณท้องไม้ยืดสูงสลักเป็นช่องสี่เหลี่ยม ด้านกว้างด้านละ ๑ ช่อง และด้านยาว ด้านละ ๓ ช่อง ลงสีประดับตราโลหะรูปเทพเจ้ากรีกเป็นบุรุษมีปีกถือหม้อน้ำ เทลงมาบนถาดรอบรับด้วยก้านขดออกช่อดอก          ตัวเรือนทำจากไม้ มีฐานทำจากไม้ขัดกันรูปกากบาทสองด้านสลักลายแข้งสิงห์และลายพันธุ์พฤกษาแบบตะวันตก รองรับเป็นเสาสี่เหลี่ยมเซาะร่องประดับหัวเม็ดรูปไข่ และคานเป็นซุ้มโค้ง ตรงกลางมีลายเครือเถาดอกพุดตาน          ตัวติ้ว ทำจากงาแกะสลักป็นแผ่นบาง เกลารูปทรงเรียวยาวปลายแหลมมนคล้ายแผ่นฉลากสมุดไทย (บัญชักธรรม) เจาะรูแล้วร้อยด้วยเส้นลวดขึงเป็นราวไว้กับตัวเรือนไม้ มี ๒๕๐ ชิ้น ส่วนจำนวนติ้วที่ร้อยติดกับหลักขึ้นอยู่กับจำนวนพระสงฆ์ภายในพระอาราม  ทุกจำนวนนับที่ ๑๐ จะทำแผ่นติ้วงาเป็นยอดแบบเสาหัวเม็ด ส่วนคอคอดเรียวลง ให้แตกต่างจากแผ่นอื่นๆ บางพื้นที่จะคั่นด้วยเม็ดลูกปัดแก้วหรืองา เป็นภูมิปัญญาประดิษฐ์เพื่อให้สังเกตได้สะดวก           ส่วนกระจกครอบเป็นโครงไม้ติดกระจกรอบด้าน มีบานประตูสำหรับเปิดด้านข้าง สันนิษฐานว่าทำขึ้นภายหลังที่มีการเลิกใช้งานแล้ว การใช้ติ้วนับพระควบคุมระเบียบสงฆ์ในการประกอบสมณกิจเป็นธรรมเนียมที่เกิดขึ้นในชั้นหลัง เนื่องจากพระอุโบสถมีการใช้งานเฉพาะสำหรับประกอบสังฆกรรม อาทิ การอุปสมบท การสวดปาฎิโมกข์ ส่วนการทำวัตรสวดมนต์ประจำวัน จะรวมกันที่หอสวดมนต์ ซึ่งสร้างขึ้นอยู่ในบริเวณหมู่กุฎิแต่ละคณะสงฆ์           โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯกำหนดขึ้นด้วยถือว่าการสวดมนต์นั้นสำคัญอย่างมาก มีหลักฐานตั้งแต่ปฐมสังคายนา นับเป็นประเพณีให้พระสงฆ์ท่องจำและสวดสาธยายพร้อมกันเพื่อรักษาพระธรรมวินัย ต่อมามีการจดจารพระธรรมวินัยเป็ยลายลักษณ์อักษรแทนการท่องจำ แต่ยังคงถือธรรมเนียมพระสงฆ์สาธยายมนต์เป็นสำคัญอยู่ โดยมีข้อบังคับให้พระภิกษุบวชใหม่จะต้องจำบททำวัตรแต่ละบทให้ได้ตามกำหนดในแต่ละพรรษา          และในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯให้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทางด้านพระพุทธศาสนาหลายประการ ทำให้มีการกำหนดธรรมเนียมสงฆ์เคร่งครัดกว่าแต่ก่อน จึงเป็นธรรมเนียมการลงอุโบสถสวดมนต์เช้า-เย็นร่วมกันสำหรับพระสงฆ์ภายในพระอาราม และเริ่มมีการใช้เครื่องมือนับจำนวนสำหรับการควบคุมระเบียบ          ปัจจุบันการใช้ติ้วนับพระตามพระอารามส่วนใหญ่เลิกร้างไปแล้ว เพราะกำหนดให้มีพนักงานจดบัญชีตรวจสอบจำนวนพระสงฆ์แทน แต่ยังคงมีการเก็บรักษาไว้ประจำอยู่ในพระอุโบสถของวัดต่างๆ     อ้างอิง  เด่นดาว ศิลปานนท์. “ติ้วนับพระ”. ศิลปากร ๕๐, ๔ (กรกฎาคม-สิงหาคม). ๒๕๕๐ นริศรานุวัดติวงศ์. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยา และดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. “สาสน์สมเด็จ เล่ม ๑๗”. พิมพ์ครั้งที่ ๒. องค์การค้าคุรุสภา. ๒๕๑๕ ราชบัณฑิตยสถาน. “พจนานุกรรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ.๒๕๕๔” . กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์, ๒๕๕๖.  


ประกาศสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา เรื่อง รับสมัครพนักงานจ้างเหมาบริการรายบุคคล จำนวน ๔ อัตรา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖


           กรมศิลปากร ส่งมอบความสุขและของขวัญให้แก่ประชาชนทั่วไปในช่วงเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๗ เปิดให้เข้าชมและงดเก็บค่าเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ และโบราณสถานที่อยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร ในระหว่างวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๖ - วันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๗พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรีอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย จังหวัดสุพรรณบุรีอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรีสำนักศิลปากรที่ ๔ ลพบุรีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พาณิชย์นาวี จังหวัดจันทบุรีอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง จังหวัดสุโขทัยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก จังหวัดสุโขทัยอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชรพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย จังหวัดลำพูนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่านพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่านสำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย จังหวัดนครราชสีมาอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมาอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ จังหวัดนครราชสีมาอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพรพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง จังหวัดภูเก็ต


black ribbon.