ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,444 รายการ

“รมว.สุดาวรรณ” ปักหมุดเส้นทางล่องเรือ ชมเสน่ห์เจ้าพระยา - ยลวัด - โบราณสถานและจิตรกรรมล้ำค่า  “ล่องคลอง มองศิลป์ ถิ่นธนบุรี” สร้างต้นแบบการท่องเที่ยวทางเรือ เชื่อมโยงแหล่งมรดกวัฒนธรรมกรุงธนบุรี ดึงดูดนักท่องเที่ยว ต่อยอดนำทุนทางวัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ - ขับเคลื่อน Soft Power ไทย              นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า มอบหมายให้กรมศิลปากรจัดโครงการส่งเสริมเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ โครงการ “ล่องคลอง มองศิลป์ ถิ่นธนบุรี” เพื่อสร้างต้นแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวทางเรือในมิติด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมผ่านคุณค่าของโบราณวัตถุโบราณสถาน ศาสนสถาน และวิถีชุมชนของแหล่งมรดกวัฒนธรรมริมคลองโบราณ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดยตระหนักถึงการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน                นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและ Soft Power ของไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายไปสู่ระดับนานาชาติ และนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมในการนำทุนทางวัฒนธรรมมาพัฒนาให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน 25 ประเทศที่มีอิทธิพลด้าน Soft Power ในมิติวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2570 กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จึงจัดทำโครงการ “ล่องคลอง มองศิลป์ ถิ่นธนบุรี” สร้างเส้นทางท่องเที่ยวทางเรือไปยังโบราณสถานและศาสนสถานสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมโยงจากคลองบางกอกใหญ่ – คลองด่าน โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรุงเทพมหานครและเครือข่ายพัฒนาเมืองและการท่องเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรม เริ่มเดินทางจากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร วัดอินทารามวรวิหาร วัดอัปสรสวรรค์วรวิหาร วัดนางนองวรวิหาร วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร และวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ซึ่งล้วนเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และมีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม ที่กรมศิลปากรได้เข้าไปดำเนินการอนุรักษ์และบูรณะ โดยเฉพาะวัดอัปสรสวรรค์ กรมศิลปากรได้ร่วมกับทางวัด จัดทำโครงการบูรณะศาลาการเปรียญ ซึ่งถือเป็นศาลาเครื่องไม้ที่เก่าแก่หลังหนึ่งในกรุงเทพมหานคร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 โดยก่อนเข้าทำการบูรณะศาลาการเปรียญมีสภาพชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมากจนไม่สามารถใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนาได้ ปัจจุบันได้มีการบูรณะจนเกือบแล้วเสร็จสมบูรณ์ โดยยึดถือตามรูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิม และเสริมความมั่นคงให้เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดในปี พ.ศ. 2569                “นอกจากจะได้สักการะพระพุทธรูปสำคัญของวัดต่าง ๆ แล้ว ยังได้ชมโบราณสถาน งานจิตรกรรมและศิลปกรรมในแบบพระราชนิยม เป็นการเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวมุมมองใหม่ ๆ ซึ่งหน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำแนวคิดไปบูรณาการต่อยอด ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้เกิดกิจกรรมอื่น ๆ ชูอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งเสริม สร้างสรรค์ ผลักดันทุนทางวัฒนธรรมไปใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืน เกิดการกระจายรายได้ไปยังชุมชนหรือผู้ประกอบการ และเป็นการทำนุบำรุงศาสนสถานอีกด้วย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าว              ทั้งนี้ “ธนบุรี” เป็นย่านเก่าแก่ที่มีประวัติและพัฒนาการมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ด้วยปัจจัยสำคัญทางภูมิศาสตร์ เมืองธนบุรีได้กลายเป็นศูนย์กลางการปกครองหลังสิ้นสุดกรุงศรีอยุธยา ยังปรากฏร่องรอยพระราชวัง ป้อมปราการ วัด บ้านเรือนต่างๆ โดยมีเส้นทางการคมนาคมที่สำคัญ เช่น คลองบางหลวงหรือคลองบางกอกใหญ่ คลองชักพระ คลองบางกอกน้อย คลองคูเมืองเดิม และคลองด่าน ฯลฯ ซึ่งใช้เป็นเส้นทางสัญจรหลักตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและกลายเป็นแหล่งที่พำนักตั้งถิ่นฐานของผู้คนที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมจนก่อเกิดเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพสามารถเชื่อมโยงพื้นที่ในมิติ ต่าง ๆ ทั้งด้านการคมนาคม ศาสนา ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตและชุมชน สร้างคุณค่าให้มรดกวัฒนธรรมเป็นต้นทุนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน-----------------------------------------------------วัดอินทารามวรวิหาร วัดอัปสรสวรรค์วรวิหารวัดนางนองวรวิหาร วัดราชโอรสารามราชวรวิหารวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร --------------------------------------------- ข้อมูลวัดสำคัญทั้ง 5 แห่ง https://finearts.go.th/archae/categorie/Thonburi



ชื่อเรื่อง                    สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       91/1หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               80 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                   เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด  ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก วัดประดู่ทรงธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                                  120/7 หมวดหมู่                               พุทธศาสนาประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                           28 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56.5 ซม.                                       บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา




เลขทะเบียน : นพ.บ.697/7ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 24 หน้า ; 4.5 x 58 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 220 (227-242) ผูก 7 (2568)หัวเรื่อง : ขฺทกนิกายฎฺฐกถา--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.767/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 36 หน้า ; 4 x 54 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 237 (407-416) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : บทสวดมนต์--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน  นม.บ.12/3ง


        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ขอเชิญชมนิทรรศการศิลปะ BEYOND ถัดออกไปอนาคตข้างหน้า โดย อลงกรณ์ หล่อวัฒนา นิทรรศการจิตรกรรมที่ถ่ายทอดความจริงเรียบง่ายว่า “ถ้าทำปัจจุบันให้ดี อนาคตก็จะดี” ผ่านการบันทึกเรื่องราวชีวิตและสังคมร่วมสมัยตลอดหนึ่งปีเต็มมาร่วมสัมผัสผลงานที่ผสานกลิ่นอายจิตรกรรมไทยประเพณีเข้ากับความเป็นร่วมสมัย หากแต่ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายของความเป็นตะวันออก ตัวอย่างเช่น วิธีการแบ่งฉากเล่าเรื่อง ซึ่งสามารถพบได้ในงานจิตรกรรมฝาผนังตามศาสนสถาน หรือ สีสันที่ปรากฏอยู่บนชิ้นงานล้วนมีที่มาจากกระบวนการทำงานของสัญชาตญาณและจิตไร้สำนึกของศิลปิน มาใช้ในการออกแบบสร้างระนาบสีและพื้นผิวทั้งหมดราวกับภาพเขียนบนสิ่งปลูกสร้างที่ค่อย ๆ เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา สะท้อนความเปลี่ยนแปลงและความหลากหลายที่งดงามของชีวิต         ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ระหว่างวันที่ 3 - 29 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 - 16.00 น. (ปิดวันจันทร์ และวันอังคาร) ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป (หอศิลป์เจ้าฟ้า) อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 240 บาท สอบถามเพิ่มเติมหรือติดตามข่าวกิจกรรมได้ทาง Facebook The National Gallery of Thailand https://www.facebook.com/TheNationalGalleryThailand ----------------------------------------------------- Art Exhibition: BEYOND by Alongkorn Lauwatthana A painting exhibition that conveys a simple truth:  “If we do well in the present, the future will be good.”  Inspired by one year of observing and recording stories of life and contemporary society. Experience artworks that merge the essence of traditional Thai painting with contemporary approaches, while retaining an Eastern spirit. For example, narrative scene divisions reminiscent of mural paintings in temples, or colors derived from the artist’s instinct and subconscious process—creating layers of color and texture like fading images on aged structures. Each piece reflects change, imperfection, and the beauty of life’s diversity.   The National Gallery of Thailand, Chao Fa Road (Chao Fa Art Gallery) October 3 – 29, 2025 9:00 AM – 4:00 PM (Closed on Mondays and Tuesdays) Admission: 30 THB (Thai citizens), 240 THB (Foreign visitors)  



       กรมศิลปากรขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีปักหมุดวางผังก่อสร้างพระเมรุมาศ ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร รับชมได้ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ NBT2HD, Facebook เพจ: NBT - เอ็นบีที https://www.facebook.com/NBTHD, Youtube: NBT - เอ็นบีที https://www.youtube.com/@nbt_online


ช่วงนี้นักท่องเที่ยวแวะมาเยี่ยมเยียนหอสมุดของเราบ่อย ๆ จนพี่บรรณฯต้องอ่านหนังสือเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์นครพนมไปจนถึงประวัติศาสตร์โลกเพื่อเล่าเรื่องราวความเป็นมาของอาคารศาลากลางหลังเก่าที่เป็นที่ตั้งปัจจุบันของหอสมุดแห่งชาติฯ นครพนม จนไปเจอกับหนังสือ #เปลี่ยนอีสานให้เป็นไทย ของ #ประวิทย์สายสงวนวงศ์ ที่พาเราย้อนกลับไปในอีสานหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 สถานการณ์การเมืองการปกครองในอีสานเป็นอย่างไร พี่บรรณฯแอบมาสปอยล์ตามคลิปนี้เลยค่ะhttps://youtu.be/NYV_bv0mSi4?si=WG72_j0-4r5LwgPNใช้บริการได้ที่มุมหนังสือใหม่ ชั้น 1 เลขเรียกหนังสือ 959.3 ป378ปอ่านหนังสือฉบับเต็มได้ที่: https://shorturl.asia/lwUZu.#fyp #หอสมุดแห่งชาติฯนครพนม #fyp #นครพนม #fyp #แนะนำหนังสือ #fyp #หนังสือแนะนำ #fyp #มติชน #fyp #สำนักพิมพ์มติชน.จัดทำโดย นางสาวพิมพิกา วะสารบรรณารักษ์ปฏิบัติการ


ชื่อเรื่อง : ปริวรรตภาษาชื่อบ้านนามเมือง ผู้แต่ง : เพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์ ปีที่พิมพ์ : 2548 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : โซตนา พริ้นท์      ปริวรรตภาษาชื่อบ้านนามเมือง เปรียบเสมือนการนำองค์ความรู้ที่ได้ข้อสรุปจากนักวิชาการหลายสาชา มาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ เพื่ออธิบายถึงข้อมูลความเป็นมาและความหมายของการเขียนชื่อเมือง “หริภุญไชย”-“หริภุญชัย” ว่าเหตุใดจึงมีการเขียนเป็นสอบแบบ และแบบใดใช้ในเงื่อนไขใด ด้วยเหตุผลใด ที่จะส่งผลให้ประชาชนหายสงสัยในการเขียนชื่อเมืองของลำพูน นอกจากนี้แล้วยังมีคุณค่าเสมือนสารานุกรม หรืองานวิจัยทางวิชาการ สามารถใช้ค้นคว้าอ้างอิงต่อไปได้ในอนาคต


พิพิธภัณฑสถานถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกในดินแดนสยามหรือประเทศไทย ตั้งแต่ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔  ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีพิพิธภัณฑสถานส่วนพระองค์ ณ พระที่นั่งราชฤดี โดยเป็นที่จัดตั้งแสดงสิ่งสะสมในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงรวบรวมไว้ตั้งแต่ครั้งก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ ต่อมาทรงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายสิ่งของจัดแสดงมาไว้ยังพระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ในหมู่พระอภิเนาวนิเวศน์ อันเป็นที่มาของคำว่า "พิพิธภัณฑ์" ในเวลาต่อมา   เมื่อถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕  ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ จากพระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ มาจัดแสดงในหอมิวเซียม (Museum) ณ หอคองคอเดีย  ซึ่งเป็นอาคารใหม่ภายในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพิธีเปิด หอมิวเซียม หรือพิพิธภัณฑสถานหอคองคอเดีย เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๔๑๗ ถือเป็นวันกำเนิดพิพิธภัณฑสถานของชาติแห่งแรกในราชอาณาจักรไทย เพราะเป็นพิพิธภัณฑสถานของหลวงหรือทางราชการที่จัดตามหลักวิชาการสากล และเปิดให้ประชาชนเข้าชมเฉพาะในการเฉลิมพระชนมพรรษาต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี   ปีพุทธศักราช ๒๔๓๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ย้าย “มิวเซียม” จากพระบรมมหาราชวังไปจัดตั้งในพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)  โดยใช้พระที่นั่งส่วนหน้าสามองค์เป็นที่จัดแสดงโบราณวัตถุ คือ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทธไธสวรรย์ และพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗  ได้พระราชทานอาคารหมู่พระวิมานทั้งหมดรวมเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร   นับเนื่องจากนั้นเป็นต้นมา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้รับการจัดตั้ง สืบทอด และพัฒนาเรื่อยมาทุกยุคทุกสมัย สอดคล้องกับความต้องการของสังคม  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในสังกัดกรมศิลปากร ยังมีพิพิธภัณฑสถานทั้งที่เป็นของภาครัฐและเอกชนในประเทศไทยมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์สถานศึกษา พิพิธภัณฑ์ชุมชน พิพิธภัณฑ์วัด พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ของคนในชาติ โดยเฉพาะเยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติต่อไปในอนาคต ด้วยเหตุนี้คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๓๘ ประกาศให้วันที่ ๑๙ กันยายน ของทุกปี เป็นวันพิพิธภัณฑ์ไทยเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานขึ้นในประเทศไทย   กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบการบริหารจัดการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ ได้มุ่งเน้นพัฒนาและปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สู่การเป็น “พิพิธภัณฑสถานมีชีวิต”มีความทันสมัย และมีกิจกรรมเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการจัดแสดงและการให้บริการ อาทิ เทคโนโลยี AR Code , QR Code , Virtual Museum รวมไปถึงระบบจัดเก็บ การสืบค้นข้อมูลโบราณวัตถุ การเชื่อมโยงข้อมูลผ่านฐานข้อมูลของแต่ละพิพิธภัณฑ์ การนำเข้าส่งออกโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุด้วยระบบ National Single Windows ตลอดจนการจัดกิจกรรมรถพิพิธภัณฑ์สัญจรไปยังสถานศึกษาต่างๆ รวมทั้งสถานศึกษาผู้บกพร่องทางสายตาและผู้พิการอื่นๆ ด้วย  


black ribbon.