ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,751 รายการ

เลขทะเบียน  นม.บ.18/4ก


รายงานสรุปผลการดำเนินงาน การประชุมสรุปผลการศึกษาทางวิชาการโบราณคดีในพื้นที่ แหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน ภายใต้โครงการศึกษาร่องรอยมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในพื้นที่เมืองนครราชสีมา บริเวณกำแพงเมืองนครราชสีมาด้านตะวันออก


        สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ขอเชิญผู้สนใจร่วมรับฟังเสวนาทางวิชาการ ภายใต้โครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน กิจกรรมอยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบรามีสิริยาลัย เรื่อง "จากฮวงโห แยงซี สู่ ลพบุรี เจ้าพระยา ป่าสัก" วิทยากร ปริวรรต ธรรมาปรีชากร ผู้เชี่ยวชาญเครื่องปั้นดินเผาจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ ดร.อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช อาจารย์คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ดำเนินรายการโดย นางสาวธัญพร บุนนาค ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ ในวันอาทิตย์ที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙ ตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมฯ อาคารเครื่องทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ทาง Qr code ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัด สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๒๔ ๑๕๘๗ ทุกวันเวลาราชการ หรือชมการถ่ายทอดสดได้ผ่านทาง Facebook Live: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา https://www.facebook.com/chaosamphraya 


ผู้แต่ง : ประชาสัมพันธ์ จังหวัดเชียงใหม่ ปีที่พิมพ์ : 2538 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : ส.ทรัพย์การพิมพ์      งานฉลองสมโภชพระธาตุเจดีย์หลวง 600 ปีครั้งนี้ คณะกรรมการได้จัดทำหนังสืออนุสรณ์ 2 เล่ม คือ เล่ม 1 เป็นเล่มใหญ่ จัดทำโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เนื้อหาสาระหนักไปทางวิชาการ ประวัติศาสตร์โบราณคดี ในส่วนที่เกี่ยวกับเจดีย์หลวง ใช้อ้างอิงได้ เล่ม 2 เป็นเล่มเล็ก รวบรวมข้อเขียนที่เป็นทำนองตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา ที่อ่านฟังเข้าใจง่าย พร้อมทั้งข้อเขียนเล่าประวัติเจ้าอาวาส และพระเถระต่างๆ




พิพิธิภัณฑสถานแห่งชาติเสมือนจริง รามคำแหง: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/ramkhamhaeng    ประวัติการก่อตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง                  นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2496 เป็นต้นมา กองโบราณคดี กรมศิลปากร  ได้ดำเนินการสำรวจขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานเมืองโบราณสุโขทัยโดยได้พบโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก รัฐบาลจึงพิจารณาเห็นว่าควรสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้นในบริเวณเมืองโบราณสุโขทัย เพื่อเก็บรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่มีความสำคัญของชาติและจัดแสดงเผยแพร่เพื่อการศึกษาต่อไป               ต่อมาในปีพุทธศักราช 2503 – 2506 กรมศิลปากรจึงดำเนินการจัดสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้นในพื้นที่บริเวณเมืองโบราณสุโขทัยด้านทิศตะวันออก มีลักษณะเป็นอาคารทรงไทยประยุกต์2ชั้นสร้างขึ้นโดยใช้งบประมาณของรัฐบาลสมทบกับเงินบริจาคของประชาชนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง” ตั้งขึ้นตามพระนามของพ่อขุนรามคำแหง มหาราช  วีรกษัตริย์ไทยผู้ปกครองเมืองสุโขทัยในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 19                ผู้ออกแบบอาคารพิพิธภัณฑ์คือ น.ส.จันทร์ลัดดา บุญยมานพ สถาปนิกโท กองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ซึ่งโบราณวัตถุส่วนใหญ่ที่จัดแสดงได้จากการขุดแต่งบูรณะโบราณสถานในเขตเมืองเก่าสุโขทัย เมืองโบราณใกล้เคียงและอีกส่วนหนึ่งเป็นโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่พระโบราณวัตถาจารย์ (พระราชประสิทธิคุณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดราชธานีและเจ้าคณะจังหวัดสุโขทัยได้อนุญาตให้เคลื่อนย้ายจากพิพิธภัณฑ์ในวัดราชธานีมาเก็บรักษาและจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหงโดยมีหม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ภัณฑารักษ์เอก กองโบราณคดี และนายทิพา สังขะวัฒนะ นายช่างศิลปโท กองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ดำเนินการจัดแสดงโบราณวัตถุตามหลักวิชาการ  เพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติด้านโบราณคดี  ประวัติศาสตร์  และประวัติศาสตร์ศิลปะอย่างแท้จริง                  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง เมื่อวันที่ 25 มกราคม พุทธศักราช 2507                ต่อมาในวาระครบรอบ  700 ปี  ลายสือไท  เมื่อปีพุทธศักราช  2526  รัฐบาลได้ดำเนินก่อสร้าง  “อาคารอนุสรณ์ลายสือไท”  เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวาระดังกล่าว จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง   นิทรรศการภาพเรื่อง  “สุโขไท – สุโขทัย  อดีตและปัจจุบัน”  ที่นำเสนอภาพรวมของเมืองสุโขทัยในด้านต่างๆทั้งการปกครอง ประเพณี วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองสุโขทัย  รวมถึงการพัฒนาเมืองโบราณสุโขทัยให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์  กระทั่งได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมร่วมกับเมืองโบราณศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชรภายในอาคารยังมีส่วนให้บริการนักท่องเที่ยวจำหน่ายบัตรค่าธรรมเนียม และหนังสือทางด้านวิชาการ              สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  สยามมงกุฎราชกุมาร  ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอาคารเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2526   พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง https://www.youtube.com/watch?v=2y9zYS_o6sE   พระพุทธรูปสุโขทัย https://www.youtube.com/watch?v=1QXRkppUieY   สังคโลกสุโขทัย https://www.youtube.com/watch?v=TXXZBFc_DW8   ห้องพระธาตุ https://www.youtube.com/watch?v=Ah9cqiaNlyM   รูปเคารพในศาสนาพราหมณ์ ฮินดู https://www.youtube.com/watch?v=InamKOJopBk   มรดกโลกสุโขทัย https://www.youtube.com/watch?v=k3tCX3eULqQ   พระพุทธรูปลีลา https://www.youtube.com/watch?v=0fWZJuwmSmw   พระพุทธรูปจากกรุเจดีย์น้อย วัดมหาธาตุ https://www.youtube.com/watch?v=r1DIegvegbs   ปูนปั้นประติมาคาร https://www.youtube.com/watch?v=3Z-bpZs4VpE


อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 26 มีนาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด สถานที่ : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศติดต่อ : เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02-2222222





  ที่ตั้ง  บ้านภูมิโปน  ตำบลดม  อำเภอสังขะ  จังหวัดสุรินทร์   อายุสมัย  อายุราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๓   รายละเอียด                  ที่ตั้งของปราสาทภูมิโปนเป็นบริเวณที่มีหลักฐานว่ามนุษย์ได้เข้ามาอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ดังปรากฏร่องรอยของคูน้ำ-คันดินรูปร่างไม่แน่นอนอยู่บริเวณโดยรอบชุมชน ต่อมาราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๓ ซึ่งตรงกับรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ ๑ แห่งอาณาจักรขอมโบราณ ชุมชนบ้านภูมิโปนพัฒนาเป็นชุมชนที่มีความสำคัญแห่งหนึ่ง มีปราสาทภูมิโปนซึ่งเป็นศาสนสถานขนาดใหญ่เนื่องในศาสนาฮินดู เป็นศูนย์กลางของเมืองตามแบบวัฒนธรรมขอมโบราณในช่วงเวลานั้น                       ปราสาทภูมิโปนประกอบด้วย ปราสาทก่อด้วยอิฐ ๓ หลัง และฐานอาคารก่อด้วยศิลาแลง ๑ หลัง โดยปราสาทอิฐหลังใหญ่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุด ก่อด้วยอิฐไม่สอปูนแบบศิลปะขอมรุ่นเก่ามีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ฐานเตี้ย เรือนธาตุทรงสี่เหลี่ยม มีประตูทางเข้า-ออกด้านเดียวทางทิศตะวันออก ส่วนยอดก่อเป็นหลังคาซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไปเป็นชั้นๆ ปัจจุบันพังทลายเหลือเพียง ๓ ชั้น บริเวณใต้หน้าบันของประตูทางเข้า-ออก สลักเป็นลายรูปใบไม้ม้วนแบบศิลปะอินเดีย สมัยหลังคุปตะ(ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑ – ๑๓) จากการขุดแต่งโบราณสถาน พบชิ้นส่วนศิลาจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ๑ ชิ้น ซึ่งเป็นตัวอักษรที่มีใช้ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๓                      นอกจากนี้ที่บริเวณปราสาทอิฐขนาดเล็กองค์เหนือสุด ซึ่งสภาพปัจจุบันเหลือเพียงฐาน กรอบประตู และผนังเล็กน้อย ได้พบเสาประดับกรอบประตูทำด้วยหินทราย และทับหลังสลักจากหินทราย ภาพสัตว์ครึ่งสิงห์ครึ่งนกประกอบวงโค้งที่มีวงกลมรูปไข่ ๓ วง ภายในวงกลมรูปไข่  น่าจะเป็นรูปบุคคล แต่ได้แตกหายไปหมดแล้ว ซึ่งลวดลายบนทับหลังและเสาประดับกรอบประตูนี้เป็นศิลปะขอมแบบไพรกเมง อายุราว พ.ศ. ๑๑๘๐ – ๑๒๕๐                      ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างจากปราสาทภูมิโปนประมาณ ๕๐๐ เมตร พบบารายใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แบบวัฒนธรรมขอมโบราณ ซึ่งบารายเป็นระบบชลประทานที่สำคัญมักพบทั่วไปในชุมชนวัฒนธรรมขอม ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๘ ในดินแดนแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย การสร้างบารายจะไม่ใช้วิธีการขุดลงไปในดินอย่างสระน้ำทั่วไป แต่เป็นการขุดดินมาก่อเป็นคันดินกั้นน้ำในบริเวณพื้นที่ลุ่มที่มีลำธารธรรมชาติไหลผ่าน เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในชุมชนและยังอาจช่วยเรื่องปัญหาน้ำท่วมภายในชุมชนด้วยโดยทั่วไปบารายมักจะมีขนาดใหญ่กว่าสระน้ำ             ปัจจุบันปราสาทภูมิโปนได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากรแล้ว โบราณวัตถุ ได้แก่ ทับหลัง ชิ้นส่วนจารึกและเสาประดับกรอบประตู   จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์             เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เก็บค่าเข้าชม   การเดินทาง  จากจังหวัดสุรินทร์ตามทางหลวงหมายเลข  ๒๐๗๗  สายสุรินทร์ – สังขะ ระยะทาง ๕๐ กิโลเมตร จากนั้นตรงไปอำเภอบัวเชด  ตามทางหลวงหมายเลข  ๒๑๒๔  ตรงไปจนถึงชุมชนบ้านภูมิโปนระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร ก็จะถึงปราสาท  




รายงานบัญชีงบทดลองและเอกสารประกอบงบทดลอง สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา (เดือนตุลาคม ๒๕๖๑)



black ribbon.