ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,577 รายการ

          พระมาลัย คือ พระอรหันต์ชาวลังกา ที่มีฤทธิ์ลงไปโปรดสัตว์ยังนรก ถามถึงบุรพกรรมต่าง ๆ ของสัตว์นรก นำมาบอกแก่ญาติพี่น้องให้ทำบุญแผ่ส่วนกุศลไปให้ และได้ขึ้นไปบูชาพระเจดีย์จุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้สนทนากับพระอินทร์ ซึ่งบอกให้ทราบถึงอานิสงส์ ที่ผู้บำเพ็ญบุญจะได้ด้วยประการต่าง ๆ บนสวรรค์ พระมาลัยยังได้พบและสนทนากับพระศรีอริยเมตไตรย ถึงความสมบูรณ์พูนสุขในสมัยของพระองค์ และวิธีเกิดในพุทธกาลของพระองค์ด้วย เมื่อกลับมาสู่โลกมนุษย์แล้ว จึงได้นำความมาเทศนาต่อชาวบ้าน           พระมาลัยเป็นวรรณกรรมมุ่งสั่งสอนในทางโลก ให้คนเว้นจากบาปกรรม นำให้พ้นนรก และให้บำเพ็ญกุศลเพื่อเกิดในสวรรค์ ได้พบกับพระอินทร์ ได้บูชาพระเจดีย์จุฬามณี และได้เกิดทันศาสนาของพระศรีอาริย์ ทางศิลปกรรมถ่ายทอดออกมาเป็นภาพประกอบสมุดพระมาลัยกลอนสวด สมุดภาพไตรภูมิ ภาพพระบฏ จิตรกรรมฝาผนัง และประติมากรรมรูปเคารพ ปรากฏอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของไทย           หลักฐานทางศิลปกรรม พบว่ารูปพระมาลัยมักจะถือพัดใบตาล (ตาลปัตร) ไว้ในมือเป็นเครื่องหมายประจำพระองค์เสมอ หรือบางครั้งก็ทำเป็นพัดยศ ตามแบบพระสงฆ์ผู้มีสมณศักดิ์ ถวายแก่พระมาลัยเป็นพิเศษ ทั้งนี้เนื่องจากพัดเป็นเครื่องหมายในการแสดงธรรม ใช้สวดธรรม และประกอบพิธีกรรมทางศาสนา พระมาลัยเป็นพระอรหันต์ผู้โปรดสัตว์ในยมโลก เทวโลก และมนุษยโลก จึงถือพัดเครื่องหมายการแสดงธรรมเป็นสัญลักษณ์ ตั้งแต่สมัยอยุธยา เป็นธรรมเนียมนิยมสืบมาจนถึงปัจจุบัน------------------------------------------------------------เรียบเรียงโดย นางสาวเด่นดาว ศิลปานนท์ ภัณฑารักษ์เชี่ยวชาญ (ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ) สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร


          คลังสิ่งพิมพ์มีมาตั้งแต่หอสมุดสำหรับพระนคร ตามที่พระยาอนุมานราชธนกล่าวไว้ในเรื่องสมเด็จกรมพระยาราชานุภาพและหอสมุดแห่งชาติ (อนุมานราชธน, พระยา, ๒๕๐๕ : ๑๖-๑๗) ความว่า “หอสมุดสำหรับพระนครจัดแบ่งหอสมุดออกเป็น ๒ หอ คือหอพระสมุดชิรญาณหอหนึ่ง สำหรับเก็บหนังสือตัวเขียน และหอพระสมุดวชิราวุธหอหนึ่ง สำหรับเป็นที่เก็บหนังสือตัวพิมพ์ ทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ           หอพระสมุดวชิราวุธ ซึ่งเป็นที่รวบรวมหนังสือตัวพิมพ์แยกออกเป็นภาษาไทยส่วนหนึ่งและภาษาต่างประเทศส่วนหนึ่ง ในส่วนที่เป็นภาษาไทยนอกจากหนังสือที่มีอยู่แล้วแต่เดิมจากผู้มีจิตศรัทธา ให้เป็นสมบัติของหอพระสมุดบ้าง ซื้อบ้างจากโรงพิมพ์ซึ่งตีพิมพ์หนังสือเรื่องใดขึ้น ก็ต้องส่งหอพระสมุดเรื่องละ ๒ เล่ม ตามที่กฎหมายบังคับไว้ เล่มหนึ่งเก็บไว้ที่พอพระสมุดสำหรับประชาชนอ่าน อีกเล่มหนึ่งเก็บไว้ในสถานที่ เรียกว่า ห้องหนังสือพิสูจน์ สำหรับเป็นหลักฐานอ้างอิง เมื่อเกิดคดีขึ้นในโรงศาล เมื่อศาลสั่ง           ในพ.ศ. ๒๕๐๙ หอสมุดแห่งชาติได้ก่อสร้างอาคารที่ให้บริการในปัจจุบัน จึงได้มีการย้ายหนังสือทั้งหมด รวมทั้งห้องหนังสือพิสูจน์ ให้เข้ามาอยู่ในความดูแลของงานจัดหาหนังสือ ห้องหนังสือพิสูจน์ได้เปลี่ยนเป็นงานคลังสิ่งพิมพ์ด้วยเช่นกัน ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ มีการปรับปรุงโครงสร้าง การจัดส่วนราชการ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น กองหอสมุดแห่งชาติเปลี่ยนเป็นหอสมุดแห่งชาติ การขยายโครงสร้างภายในจึงขยับปรับเปลี่ยนตามไปด้วย กล่าวคืองานคลังสิ่งพิมพ์จึงได้เปลี่ยนเป็นฝ่ายคลังสิ่งพิมพ์ อยู่ภายใต้ของส่วนพัฒนาทรัพยากรห้องสมุดและในปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้เปลี่ยนเป็นคลังสิ่งพิมพ์ภายใต้การบังคับบัญชาของกลุ่มพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ จนถึงปัจจุบัน           ภารกิจการดำเนินงานของคลังสิ่งพิมพ์ แบ่งออกเป็น ๑. การจัดเก็บ การคัดแยกสิ่งพิมพ์ตามลักษณะสิ่งพิมพ์แต่ละประเภท เช่น หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ เพื่อลงทะเบียนและจัดเก็บ๒. การรักษาให้คงสภาพ จากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เช่น แสง ความชื้น และ มอดแมลง ๑. การลงทะเบียน เก็บสิ่งพิมพ์ทุกประเภท ที่กลุ่มพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศได้รับตามพระราชบัญญัติ จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐ อย่างละ ๑ เล่ม/ฉบับ ได้แก่ หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ ที่จัดพิมพ์ในประเทศ โดยทำการลงทะเบียนในฐานข้อมูล และทำบัตรหลักฐาน ๒. การจัดเก็บรักษา จัดเก็บลงกล่องเพื่อป้องกันแสง ใส่พริกไทยห่อด้วยผ้าขาวบางเพื่อป้องกันมอดและแมลง และควบคุมอากาศ ด้วยเครื่องปรับอากาศ และเครื่องควบคุมความชื้น หากตรวจพบมอดและแมลง จะต้องทำการกำจัดโดยการนำสิ่งพิมพ์ไปแช่แข็งด้วยอุณหภูมิ -๑๘ องศาเซลเซียส ///คลังสิ่งพิมพ์มีสิ่งพิมพ์มากขึ้นจึง สำนักหอสมุดแห่งชาติได้จัดทำโครงการก่อสร้างอาคารคลังสิ่งพิมพ์ โดยได้รับการอนุมัติให้ก่อสร้างอาคาร ณ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม บริเวณใกล้สำนักช่างสิบหมู่ และหอภาพยนตร์(องค์การมหาชน) ทำการก่อสร้างเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๔๔ ในวงเงิน ๔๕,๕๔๐,๐๐๐ บาท (สี่สิบห้าล้านห้าแสนสี่หมื่นบาทถ้วน) แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๔๘ และเริ่มดำเนินการจนถึงปัจจุบัน เป็นอาคาร ๕ ชั้น มีสิ่งพิมพ์ทั้งหมด ๑,๘๔๗,๘๔๐ เล่ม/ฉบับ ข้อมูลสรุป ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ ------------------------------------------------------------------------เรียบเรียงโดย นายสรพล ขาวสะอาด บรรณารักษ์ชำนาญการ กลุ่มพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ------------------------------------------------------------------------บรรณานุกรม จุฑาภัค ศิริพรวัฒนะกุล. ความรู้ด้านการจัดการคลังสิ่งพิมพ์. กรุงเทพฯ: สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร, [2549]



พระพุทธรูปบุทอง-บุเงิน ศิลปะล้านช้าง(ลาว) พุทธศตวรรษที่ ๒๓ – ๒๔ (๓๐๐ – ๒๐๐ ปีมาแล้ว) วัสดุ : แผ่นทอง แผ่นเงิน ดินหุ่นเนื้อว่าน ประวัติ : นางสาวไตและนางสาวกาญจนา บุญเลิศ ราษฎรตำบลตรมไพร อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ พบในที่นาของตน และนำไปถวาย ณ วัดบ้านตรมไพร ต่อมาได้มอบให้แก่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เมื่อวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔          ลักษณะทางศิลปกรรม ๑.พระพุทธรูปบุทอง ปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานเขียง(ฐานหน้ากระดาน) ปรากฏแผ่นทองเพียงครึ่งองค์ ภายในพบดินหุ่นเนื้อว่าน ๒.พระพุทธรูปบุเงิน ปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานบัว พบทั้งฐานบัวคว่ำ-บัวหงาย ฐานบัวถลา ฐานลายใบไม้ม้วน คั่นด้วยลูกแก้วอกไก่ และพบจารึกที่ฐานชั้นล่างสุด ปรากฏเป็นอักษรธรรมอีสานและอักษรไทยน้อย ภาษาไทย-อีสาน ข้อความในจารึกกล่าวถึงการสร้าง สร้างเมื่อใด ใครเป็นผู้สร้าง และสร้างเพื่อวัตถุประสงค์ใด ปัจจุบันยังไม่สามารถอ่านและแปลความจารึกได้ทั้งหมด เนื่องจากอยู่ระหว่างรอดำเนินการอนุรักษ์ซ่อมแซม          คติการสร้างพระพุทธรูปบุทอง-บุเงินนั้น สร้างขึ้นเพื่อเป็นกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับและเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาตามความเชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ลาว ประเทศไทยส่วนมากพบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เช่น จังหวัดเลย หนองคาย อุดรธานี ขอนแก่น เป็นต้น สำหรับจังหวัดสุรินทร์มีการค้นพบพระพุทธรูปบุทอง-บุเงิน จากแหล่งโบราณคดีครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๖๐ ณ โบราณสถานปราสาทเต่าทอง ตำบลสะกาด อำเภอสังขะ และค้นพบครั้งที่ ๒(ล่าสุด) เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๔ ณ บ้านตรมไพร อำเภอศีขรภูมิ          เมื่อประชาชนพบโบราณวัตถุควรปฏิบัติดังนี้ ๑.แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรหรือฝ่ายปกครอง ๒.เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรตรวจพิสูจน์ ขุดค้นหรือขุดกู้โบราณวัตถุ ๓.ดำเนินการส่งมอบ-รับมอบโบราณวัตถุ ๔.กรมศิลปากรดำเนินการอนุรักษ์ซ่อมแซม จัดทำทะเบียนและศึกษาค้นคว้าข้อมูลโบราณวัตถุ ๕.เก็บรักษาหรือจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ไว้ซึ่งมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป---------------------------------------------------เรียบเรียงและออกแบบ : นางสาวพรเพ็ญ บุญญาทิพย์ ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ---------------------------------------------------บรรณานุกรม - ทรัพย์อนันต์ ซื่อสัตย์. “การกำหนดอายุและแบบของพระพุทธรูปบุทอง-บุเงิน ที่พบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในประเทศไทย” วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๗. - ศิริพร สุเมธารัตน์. “ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองสุรินทร์” กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, ๒๕๕๔. อ่านและแปลจารึกโดย : นางสาวอุไร คำมีภา นักภาษาโบราณปฏิบัติการ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา///ที่มาของภาพประกอบ : http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/khonkaen พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น เข้าถึงข้อมูลเมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔


ชื่อเรื่อง                                อุณฺหิสวิชย (อุณหิสวิไชย) สพ.บ.                                  241/1คประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           22 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 56 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           ชาดก                                           เทศน์มหาชาติ                                           คาถาพัน บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจากวัดทุ่งอุทุมพร ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


ชื่อเรื่อง                     พระร่วง พระเกียรติรถ สาวิตรี : บทละครร้อง พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ผู้แต่ง                       พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่6ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   วรรณกรรม วรรณคดีเลขหมู่                      895.9112 ม113พสถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 บริษัท สมเกียรติ จำกัดปีที่พิมพ์                    2499ลักษณะวัสดุ               270 หน้าหัวเรื่อง                     บทละครไทย -- รวมเรื่อง                 ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึกรวบรวมเรื่องนิทานต่างๆ ในประเทศตะวันตกของเมืองเรา คือ อิรเดีย อาหรับ อาฟริกา อันเป็นดินแดนที่เจริญรุ่งเรืองด้วยศิลปะวิทยาการมาก่อนประเทศอื่นๆ        


ชื่อเรื่อง                                ธมฺมปทวณฺณา ธมฺมปทฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา (ธมฺมปทฺธ) สพ.บ.                                  376/2ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           54 หน้า กว้าง 4 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง                                 ธรรมเทศนา บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด-ลองรัก ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคาต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี



สตฺตปฺปกรณาภิธมฺมเทศนา (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)  ชบ.บ.38/1-5  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


ปญฺจพุทฺธา (ปญฺจพุทฺธา)  ชบ.บ.76/1-1ข  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


สงฺคีติกถา (ปถม-ปญฺจมสงฺคายนา)  ชบ.บ.101/1-1ก  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


เลขทะเบียน : นพ.บ.319/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 48 หน้า ; 3.5 x 52 ซ.ม. : ชาดทึบ-ทองทึบ-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 129  (321-328) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : ปัญญาพล (ปัญญาพละ)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


     สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์ โสภางคทัศนิยลักษณ์ อรรควรราชกุมารี เป็นพระราชธิดาพระองค์ที่ ๒๑ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ที่ประสูติแต่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ประสูติเมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๔๒๑       สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์ โสภางคทัศนิยลักษณ์ อรรควรราชกุมารี สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๕ เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๔๒๓ สิริพระชันษา ๓ ปี      สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์ โสภางคทัศนิยลักษณ์ อรรควรราชกุมารี นับเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ที่สืบสายจากพระบรมชนกนาถและพระราชชนนี   ภาพ : สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี และสมเด็จเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์



การสำรวจศิลปกรรมประเภทแกะสลักหินทรายบนทับหลัง โบราณสถานประเภท อโรคยาศาล..."กุฏิฤาษีหนองบัวลาย" โดย นายรัชฎ์ ศิริ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส กุฏิฤาษีหนองบัวลาย หมู่ที่ ๗ บ้านหนองบัวลาย ตำบลจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๙ ตอนที่ ๗๕ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘และกำหนดขอบเขตโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๙๙ ตอนที่ ๑๕๕ วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๒๕ พื้นที่โบราณสถาน ๑ ไร่ ๓ งาน ๗๑ ตารางวา องค์ประกอบของโบราณสถาน ๑.ปรางค์ เป็นปรางค์ขอมสร้างด้วยศิลาแลง แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตรัสย่อมุม มีขนาดประมาณ ๕x๕ เมตร ทางด้านทิศตะวันออกมีซุ้มยื่นออกไปเป็นช่องประตู ขนาดประมาณ ๒.๖๐x๓ เมตร ผนังของซุ้มด้านทิศใต้เจาะเป็นช่องหน้าต่าง ๑ ช่อง ส่วนด้านอื่นๆทำเป็นซุ้มประตูหลอก ยอดปรางค์ประธาน ทำเป็นบัวเชิงบาตร ๔ ชั้น แต่ล่ะชั้นมีกลีบขนุนหินทรายจำหลักลวดลาย ส่วนยอดบนสุดเป็นบัวกลุ่ม ๒.บรรณาลัย ก่อด้วยศิลาแลง ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปรางค์ประธาน ภายในกำแพงแก้ว ปัจจุบันสภาพพังทลาย ๓.กำแพงแก้วและซุ้มประตู กำแพงแก้วก่อด้วยศิลาแลง มีขนาดประมาณ ๒๕.๗๐x๓๑.๗๐ เมตร มีซุ้มประตูอยู่ทางด้านทิศตะวันออกก่อด้วยศิลาแลงกรอบประตูเป็นหินทราย ผนังซุ้มประตูด้านทิศเหนือเจาะช่องหน้าต่าง ๑ ช่อง ๔.สระน้ำประจำโบราณสถาน ตั้งอยู่มุมด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ นอกกำแพงแก้วของกุฏิฤาษีหนองบัวลาย


black ribbon.