ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,705 รายการ
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ขอเผยแพร่ องค์ความรู้ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เรื่อง "อมลกะ สัญลักษณ์แห่งการกำเนิดอันบริสุทธิ์และความเป็นอมตะ" อมลกะ (Amalaka) คือ ส่วนยอดของปราสาทในศิลปะอินเดียและศิลปะขอม ลักษณะกลมแป้นเป็นลอนโดยรอบ อมลกะประกอบเข้ากับกลศใช้เป็นชุดยอดบนสุดของปราสาทเพื่อรองรับนภศูล ซึ่งคำว่า “อมลกะ” (อะ-มะ-ละ-กะ) มาจากคำว่า “อมลกิ” ในภาษาสันสกฤตที่แปลว่า “ลูกมะขามป้อม” เป็นผลไม้ที่ถูกนำมาแทน “เมล็ด” แห่งการสร้างจักรวาลตามคติอินเดีย การนำมาใช้ประดับปราสาทย่อมแสดงว่าเทพเจ้าผู้ประทับในปราสาทนั้นๆ เป็นพระผู้สร้างผู้ยิ่งใหญ่ โดยในคติความเชื่อของฮินดู อมลกะเป็นสัญลักษณ์แห่งการกำเนิดอันบริสุทธิ์และความเป็นอมตะ อมลกะยังมีความสอดคล้องกับส่วนยอดสุดของอิฐโปร่ง ๓ ก้อน (สวยมาตฤณณา) ที่จัดวางไว้ตามชั้นต่างๆ ของแท่นบูชาในยุคพระเวท เพื่อแสดงถึงโลกทั้งสามคือ โลกมนุษย์ ชั้นบรรยากาศ และสวรรค์ เนื่องจากอมลกะตั้งอยู่บนยอดวิหารจึงเป็นเครื่องแสดงถึงโลกสวรรค์ นอกจากนี้อมลกะยังเป็นชื่อของต้นไม้ที่ออกผลเป็นรูปคล้ายวงหินฟันเฟืองของวิหาร และในนิยายปรัมปราของฮินดู อมลกะคือต้นไม้ดึกดำบรรพ์ที่เติบโตขึ้นเป็นต้นแรกของโลก และเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าทั้งสามในตรีมูรติ คือ พระวิษณุประทับนั่งอยู่ที่โคนต้น พระพรหมประทับเหนือขึ้นไป และพระศิวะประทับอยู่ในระดับสูงกว่านั้น เทวดาทั้งหลายเป็นใบไม้ ดอกไม้ และผล ส่วนพระอาทิตย์ก็ทรงพักพิงอยู่ที่กิ่งก้านสาขา อมลกะ เป็นองค์ประกอบที่มีอยู่ทั่วไปในพุทธศิลป์และใช้กันแพร่หลายในสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนา นอกจากยอดแล้ว อมลกะสามารถอยู่ที่เก็จมุม (เก็จกรรณะ) ของชั้นหลังคาได้ด้วย เนื่องจากเดิมบริเวณนี้เคยเป็นอาคารจำลองยอดอมลกะ ต่อมาเมื่อกลืนหายไปกับชั้นหลังคาจึงทำให้ชั้นหลังคามีอมลกะแทรกอยู่ อมลกะอาจเข้ามาผสมผสานกับยอดแบบอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้หลายกรณี เช่น เข้ามาผสมกับสถูปิกะ หรือเข้ามากลายเป็นดอกบัวยอดปราสาท ทั้งนี้ช่างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้นำเอาเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ อมลกะ คือ “ความเป็นริ้วมะเฟือง” มาใช้ในงานสถาปัตยกรรมด้วย เมืองศรีสัชนาลัยพบสถาปัตยกรรมที่มีการประดับส่วนยอดด้วยอมลกะ ได้แก่ เจดีย์รายหมายเลข ๑๓ ของวัดเจดีย์เจ็ดแถว ซึ่งส่วนบนของเจดีย์เป็นฐานบัวตั้งซ้อนขึ้นไป ๗ ชั้น จนถึงชั้นบัวคว่ำ-บัวหงาย และหยักมุมต่อเนื่องขึ้นมาจากส่วนกลางนั้นหยักสอบขึ้นสู่ยอด ประดับด้วยทรงคล้ายลูกฟักทอง (อมลกะ) ต่อยอดด้วยทรงถ้วยคว่ำที่ประดับด้วยแถวรูปกลีบบัวคว่ำ และเจดีย์รายของวัดพรหมสี่หน้า โดยเจดีย์รายองค์นี้อยู่ด้านหลังมณฑปประธาน ก่อด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่าเป็นเจดีย์ทรงวิมานที่มีหลังคาซ้อนชั้นลดหลั่นสูง ยอดประดับอมลกะ (ซึ่งพบตกอยู่ใกล้กับองค์เจดีย์) เช่นเดียวกับเจดีย์รายของวัดเจดีย์เจ็ดแถว เอกสารอ้างอิงเชษฐ์ ติงสัญชลี. ปราสาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๒๖.สันติ เล็กสุขุม. เจดีย์สมัยสุโขทัย วัดเจดีย์เจ็ดแถว. นนทบุรี : สำนักพิมพ์เมืองโบราณ, ๒๕๓๔.สำนักโบราณคดี ศิลปากร. ศัพทานุกรมโบราณคดี. นครปฐม : รุ่งศิลป์การพิมพ์ (๑๙๗๗), ๒๕๕๐.อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย. รายงานการตรวจสอบสภาพโบราณสถานในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ประจำปี ๒๕๕๘. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย, ๒๕๕๘.เอเดรียน สนอดกราส. สัญลักษณ์แห่งพระสถูป. กรุงเทพฯ : ม.ป.ท. ๒๕๓๕.อุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม. บัวยอดปราสาท. กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์กรมศิลปากร. สืบค้นจากhttps://www.finearts.go.th/promotion/view/๓๕๗๓๖. (เข้าถึงวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๗).
ปูนปั้นเล่าเรื่องชาดก สูปารคะ หรือ สมุทรวาณิชย์
- ทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๔)
- ปูนปั้น
- ขนาด กว้าง ๙๕.๕ ซม. ยาว ๗๘ ซม. หนา ๕ ซม.
เดิมประดับที่ฐานลานประทักษิณด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของเจดีย์จุลประโทน อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ได้จาการขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อ พ.ศ. 2511 ชาดกทั้งสองเรื่องเป็นตอน พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นคนพายเรือ ซึ่งได้นำพาผู้เดือดร้อนทั้งหลายฝ่าภัยอันตรายไปได้ โดยในเรื่องสูปารคะพระโพธิสัตว์เป็นนายเรือชรา ตาฝ้าฟาง ส่วนในเรื่องสมุทรวาณิชย์พระโพธิสัตว์เป็นนายช่างไม้ผู้มีบุญบารมีนำพาฝูงมหาชนรอดจากอันตราย
แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ https://smartmuseum-v2.finearts.go.th/3d_object/?obj=40108
ที่มา: https://smartmuseum.finearts.go.th
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ และเจ้าหน้าที่หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ เข้าร่วมโครงการพัฒนาและส่งเสริมหอสมุดแห่งชาติเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปี 2567 เรื่อง “เอกสารโบราณ มรดกศิลปวัฒนธรรมของไทย ในยุคดิจิทัล” ณ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก กาญจนบุรี
ชื่อเรื่อง นิพฺพานสุตฺต (นิพพานสูตร)สพ.บ. 463/1หมวดหมู่ พุทธศาสนาภาษา บาลี-ไทยอีสานหัวเรื่อง นิพพาน พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 38 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 55 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับชาดทึบ ได้รับบริจาคมาจากวัดด่านช้าง ต.ด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี
เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๐พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปทอดพระเนตรกิจการของสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ในโอกาสที่ได้ดำเนินกิจการมาครบ ๒๕ ปี โอกาสนี้ทรงเปิดป้าย อาคารทวิช กลุ่นประทุม จากนั้นทรงพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรภายในอาคารที่ใช้เป็นอาคารร้านค้าสหกรณ์ แล้วทรงพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรนิทรรศการที่เกี่ยวกับกิจการของสหกรณ์ และทรงพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการผลิตนม ยู.เอช.ที ณ อาคารเดชสหกรณ์ ห้องเก็บผลิตภัณฑ์นมและโรงงานผลิตอาหารโคนม ตามลำดับรหัสเอกสาร ภ หจภ กษ ๕.๑/๑๗
แบบฟอร์ม ศก.๑ การขอรับใบอนุญาตค้าโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี, ธาตุกถา-มหาปฏฐาน) อย.บ. 100/5ขหมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 28 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก วัดประดู่ทรงธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา
UNESCO ประกาศขึ้นทะเบียน “นันโทปนันทสูตรคำหลวง” เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก
ขอเชิญร่วมภาคภูมิใจในมรดกวัฒนธรรมของชาติ “นันโทปนันทสูตรคำหลวง” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกความทรงจำแห่งโลก” โดยองค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)
เอกสารโบราณล้ำค่าของไทย “นันโทปนันทสูตรคำหลวง” เป็นวรรณคดีทางพระพุทธศาสนาที่เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐสุริยวงศ์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ทรงพระนิพนธ์ขึ้นเมื่อปี 2279 โดยเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนนันโทปนันทสูตรคำหลวง ให้เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World) ในทะเบียนระดับนานาชาติ ตอกย้ำถึงความสำคัญทางวรรณกรรม พุทธศาสนา และศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย ที่มีคุณูปการต่อมนุษยชาติอย่างแท้จริง
เอกสารต้นฉบับนันโทปนันสูตรคำหลวง เก็บรักษาและอยู่ในความดูแลและให้บริการของกลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นแหล่งอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติอันทรงคุณค่า หอสมุดแห่งชาติจึงขอเชิญชวนท่านไปรู้จักกับเนื้อหาสาระ ความงดงามของภาษา และความสำคัญของเอกสารโบราณนี้ โดยผู้สนใจสามารถค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่านทาง
การสัมมนาวิชาการเรื่อง "เอกสารสมุดไทยนันโทปนันทสูตรคำหลวง สู่มรดกความทรงจำระดับโลก" โดยกรมศิลปากรร่วมกับคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลกฯ
https://vdo.nlt.go.th/videoall-create/detail/24672
ต้นฉบับหนังสือสมุดไทยสมัยอยุธยาเรื่อง นันโทปนันทสูตรคำหลวง
https://shorturl.asia/Jk2jY
https://www.nlt.go.th/ebook/2772
นันโทปนันทสูตร คำหลวง
https://mobile.nlt.go.th/en/ebook-detail/375650
เว็บไซต์หอสมุดแห่งชาติ https://www.nlt.go.th/news/42
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน)อย.บ. 129/3ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 14 หน้า กว้าง 4.7 ซม. ยาว 53.8 ซม.หัวเรื่อง พระอภิธรรมปิฎก พระธาตุกถาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก วัดประดู่ทรงธรรม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
บริบาลบุรีภัณฑ์, หลวง (ป่วนอินทุวงศ์). บันทึกเรื่องเมืองไชยาเก่า. [ม.ป.ท.: ม.ป.พ],2481. (พิมพ์เป็นที่ระลึกในงานยกฉัตร์ยอดพระมหาธาตุไชยา). ตามประชุมหลักศิลาจารึก เล่ม 2 เมืองไชยาเป็นประเทศราชเมืองหนึ่งของกรุงศรีวิชัย ซึ่งมีราชธานีอยู่ในเกาะสุมาตรา มีการเผยแพร่ศิลปวิทยาของช่างกรุงศรีวิชัยจากแหลมมลายูจนถึงเมืองนครศรีธรรมราชและไชยา ปรากฏหลักฐานตามโบราณวัตถุสถานในหลายจังหวัด เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้น
เลขทะเบียน : นพ.บ.653/ข/4ขห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 48 หน้า ; 4.5 x 56 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 208 (115-121) ผูก ข/4ข (2568)หัวเรื่อง : กจฺจายมูล--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม