ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,501 รายการ

เลขทะเบียน : นพ.บ.780/ฆ8ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 62 หน้า ; 4 x 54 ซ.ม. : ชาดทึบ-รักทึบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 241 (452-462) ผูก ฆ8 (2568)หัวเรื่อง : กจฺจายนมูล--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน  นม.บ.16/7


รายงานผลการขุดค้นทางโบราณคดีแหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน (กำแพงเมืองนครราชสีมา ด้านตะวันออก)ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาภายใต้โครงการศึกษาร่องรอยมนุษย์ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในพื้นที่เมืองเก่านครราชสีมาบริเวณกำแพงเมืองนครราชสีมา ด้านตะวันออก (แหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน)โดยสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมากรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมปีงบประมาณ พุทธศักราช 2568



         สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา จัดนิทรรศการพิเศษ "พิมาย ใต้ร่มบารมีพระพันปีหลวง" เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีต่อประชาชนชาวพิมาย ภายในงานจัดแสดงบันทึกเหตุการณ์เมื่อคราวพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรอำเภอพิมาย เมื่อ พ.ศ. 2498 นอกจากนี้ยังจัดแสดงพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง หลายสิบภาพ โดยได้ความอนุเคราะห์จาก นายอรรถพล ศรีสันติธรณ์ ​ร้านรองเท้าทวีโชค อำเภอพิมาย ทุกท่านสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ตลอดงานเทศกาลเที่ยวพิมาย 2568 ระหว่างวันที่ 5 - 9 พฤศจิกายน 2568 บริเวณลานจอดรถหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา


         วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามราตรี “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” ณ วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา           นางสาวซาบีดา กล่าวว่า อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลก จากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) มาตั้งแต่ พุทธศักราช 2534 โดยเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ในแต่ละปี มีผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและต่างประเทศไม่ต่ำกว่าปีละสามล้านคน ก่อให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวแก่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและประเทศไทย ปีละหลายหมื่นล้านบาท และเพื่อเป็นการเพิ่มมิติการท่องเที่ยวโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรจึงได้จัดโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามราตรี กิจกรรม “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมบรรยากาศโบราณสถานอันสวยงามยามค่ำคืนของแหล่งมรดกโลกแห่งนี้ พร้อมทั้งน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกำหนดให้โบราณสถานวัดไชยวัฒนารามซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามพระตำหนักสิริยาลัยเป็นสถานที่จัดกิจกรรมหลัก ร่วมด้วยโบราณสถานวัดพระราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา แบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ช่วงเวลา ได้แก่ วันที่ 26 ธันวาคม 2568 - วันที่ 4 มกราคม 2569 เป็นเวลา 10 วันต่อเนื่อง และวันที่ 9 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2569 ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.30 น. - 21.30 น. ซึ่งนอกจากจะได้ชมไฟประดับโบราณสถานแล้ว ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้          วัดไชยวัฒนาราม มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการละเล่นไทยโบราณสลับสับเปลี่ยนกันไป เช่น การแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ละครนอก ละครพันทาง รำวงย้อนยุค การแสดงดนตรีไทย ดนตรีสากล การขับร้องเพลงลูกทุ่ง การลอยประทีปถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระพันปีหลวง เลือกซื้อสินค้าที่ตลาดโบราณนานาชาติ ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยังได้จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เพื่อเป็นมงคลเนื่องในโอกาสปีใหม่ 2569 อีกด้วย          โบราณสถานวัดพระราม แต่งชุดไทยชมไฟประดับโบราณสถานและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม Night at the Palace ย้อนเวลา ชมวัง 4 ศตวรรษ พระราชวังจันทรเกษม พบกับกิจกรรมชาววังพาชม ชาววังชวนขึ้นหอ สายมู ยูต้องมา และการสาธิตงานศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. - 21.00 น.           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ร่วมจัดกิจกรรมในภาคกลางวัน โดยจัดแสดงนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมสัญจร จากพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 - วันที่ 4 มกราคม 2569 และจัดกิจกรรมการเสวนาทางวิชาการ ในวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 13.00 น. - 16.00 น. นอกจากนี้ ในวันที่ 11 มกราคม 2569 ยังมีการจัดกิจกรรมการประกวดแมวไทยโบราณคืนถิ่นกรุงศรี ปีที่ 2 พร้อมนิทรรศการโบราณวัตถุและของสะสม การออกร้านของที่ระลึก และการสาธิตการคัดลอกตำราแมวและฤกษ์การเดินเรือ จากสมุดไทยฉบับระยอง ตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 16.00 น.          นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า การส่งเสริมการท่องเที่ยวโบราณสถานในภาคกลางคืน ทำให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานขึ้น ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการด้านที่พัก ร้านอาหาร และบริการอื่น ๆ สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริม “พลังวัฒนธรรม” ให้เกิดเป็น “รายได้จริง” ภายใต้แนวคิด “ไท ไทย” ยกระดับและส่งเสริมภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางมรดกศิลปวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงง่ายมากขึ้น จึงขอเชิญนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมกิจกรรม “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยพร้อมแต่งชุดไทย ชุดนานาชาติ เพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสวยงามของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ยามค่ำคืน


         พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมกิจกรรมพิเศษ การสาธิตขนบชาววังกับ “หญิงน้ำปรุง จรุงจิต” พบกับการสาธิตการทำมาลัยดอกไม้สด มาลัยตัวสัตว์ วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 และการสาธิตการจัดดอกไม้แบบไทยประดิษฐ์ วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 - 21.00 น. ณ อาคารปรัศว์ซ้าย พระราชวังจันทรเกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา           กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสุดพิเศษในโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” จัดให้ยาวๆ ตลอดเดือนธันวาคม 2568 - กุมภาพันธ์ 2569 พบกับกิจกรรม “Night at The Palace ย้อนเวลา ชมวัง 4 ศตวรรษ พระราชวังจันทรเกษม” เปิดให้เข้าชมพระราชวังจันทรเกษมยามค่ำคืน จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00 - 21.00 น. พิเศษปีนี้! เปิดให้เข้าชมภายในอาคารพลับพลาจตุรมุข อีกด้วย          อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 120 บาท ผู้พิการ และชาวไทยผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี เข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 3525 1586 Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม:Chantharakasem National Museum https://www.facebook.com/chantharakasemmuseum   


        วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พุทธศักราช 2569 เวลา 09.00 น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช 2569 กิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ “จากวังหน้า สู่วังหลวง” โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร และเครือข่ายการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน          อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรได้จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย เป็นประจำทุกปี เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวงต่องานด้านศิลปวัฒนธรรม ทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ สืบสานและส่งเสริมงานทางด้านศิลปวัฒนธรรมให้เห็นเป็นตัวอย่างตลอดมา         กรมศิลปากร โดยกองโบราณคดี ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ “จากวังหน้า สู่วังหลวง” ทำความสะอาดโบราณสถานสำคัญ ตามแนวถนนหน้าพระธาตุ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ว วังหน้า) พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถนแห่งชาติ พระนคร อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) และอาคารกรมศิลปากร ตามเส้นทางวัฒนธรรม “รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์” นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังได้ร่วมกับวัฒนธรรมจังหวัด จัดกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติขึ้นทั่วประเทศ เช่น เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย วัดศรีคูณเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู โบราณสถานเขาคา จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุ รวมถึงสร้างจิตสำนึกความเป็นเจ้าของวัฒนธรรม และร่วมกันปกป้อง พัฒนาโบราณสถานหรือแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป




หนังสือทุ่งตึก เมืองท่าการค้าโบราณ เป็นหนังสือที่ว่าด้วยพัฒนาการของดินแดนภาคใต้ โดยเฉพาะระบบการค้าในสมัยศรีวิชัยที่มีแหล่งโบราณคดีทุ่งตึก เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นความเคลื่อนไหวของผู้คน ไม่เฉพาะในดินแดนภาคใต้ของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังได้เชื่อมโยงความสัมพันธ์การติดต่อของผู้คนไปยังดินแดนที่เป็นแหล่งโบราณคดีที่คนไทยควรภาคภูมิใจ หนังสือเล่มนี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการศึกษาเรื่องการติดต่อทางการค้าทางทะเลระหว่างดินแดนในประเทศไทยกับดินแดนภายนอก ทั้งในทางกว้างและทางลึกให้มากยิ่งขึ้นในอนาคต   ติดต่อซื้อได้ที่กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๔๗๐๒, ๐ ๒๒๒๔ ๒๐๕๐



วันพุธที่ 22 มิถุนายน 2559 นางวัญญา ประคำทอง ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดการสัมมนาวิชาการ "เทคโนโลยีสารสนเทศกับงานมรดกศิลปวัฒนธรรม" ครั้งที่ 1/2559 ณ ห้องประชุมสำนักสถาปัตยกรรม ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดขึ้นวันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2559 ณ โรงละครแห่งชาติ(โรงเล็ก) เวลา 9.00น.


                การจัดการความรู้: กระบวนการเสริมสร้างเครือข่ายมรดกศิลปวัฒนธรรม ทำการถอดประสบการณ์เป็นบทเรียนจากผู้ปฏิบัติงานเสริมสร้างเครือข่ายมรดกศิลปวัฒนธรรมในแต่ละสำนักศิลปากรพื้นที่จำนวน 10 คน 14 โครงการ ที่ดำเนินงานอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2550-2554 เพื่อเรียบเรียงเป็นองค์ความรู้หนึ่งของกรมศิลปากร ด้วยการตอบแนวคำถามประกอบการสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งพบว่า              ผู้ปฏิบัติงานเริ่มต้นโครงการด้วยเห็นความสำคัญและอยากจะอนุรักษ์โบราณสถาน โบราณวัตถุหรือแหล่งโบราณคดีในพื้นที่เป็นสำคัญ ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มคนในท้องถิ่นนั้น เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วัด ชาวบ้านและโรงเรียน เป็นต้น อยากจะร่วมอนุรักษ์และพัฒนามรดกศิลปวัฒนธรรมดังกล่าวให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบของแหล่งเรียนรู้หรือแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม แต่ยังขาดความรู้และทิศทางที่ชัดเจน               กิจกรรมสำคัญในโครงการจึงเริ่มด้วยการให้ความรู้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงเป็นการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ กำหนดแนวทางปฏิบัติงานเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนามรดกศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่นร่วมกัน การสามารถสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน การร่วมกันปฏิบัติและร่วมรับผลที่เกิดขึ้น ได้นำไปสู่ความเป็นเครือข่ายมรดกศิลปวัฒนธรรมระหว่างกรมศิลปากรและชุมชนท้องถิ่นนั้น            ผลผลิตที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการอนุรักษ์และพัฒนามรดกศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่น มักจะเห็นได้ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่น และย่านประวัติศาสตร์โบราณคดี ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการที่ดีและเป็นระบบโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นหลัก             ความเป็นเครือข่ายระหว่างกันจะดำรงอยู่ได้จากการมีปฏิสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องด้วยความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทั้งนี้กรมศิลปากรควรมีนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมในการสนับสนุนกลุ่มเครือข่ายมรดกศิลปวัฒนธรรมในชุมชนท้องถิ่นเพื่อการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นหรือย่านประวัติศาสตร์โบราณคดี และมีการติดตามประเมินผลความเป็นเครือข่ายมรดกศิลปวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง


ประวัติศาสตร์เมืองสุรินทร์(History of Surin)           เนื้อหาในส่วนนี้นำเสนอเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์ โดยเริ่มจากชาวกวยช่วยกันจับช้างเผือกส่งกลับคืนสู่กรุงศรีอยุธยา และได้รับความดีความชอบตั้งเป็นบ้านเมือง การปฏิรูปการปกครองมาเป็นระบบเทศาภิบาลและระบอบประชาธิปไตยตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ สังคม ประชากร และการศึกษา ในการจัดแสดงได้จำลองภาพเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์เมืองสุรินทร์ เช่น การจับช้างเผือก การเดินรถไฟมาถึงจังหวัดสุรินทร์ สภาพตลาดการค้าในยุคแรกๆ สภาพการศึกษาในอดีต เพื่อให้ผู้ชมสามารถซึมซับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมืองสุรินทร์ในอดีตจนมาเป็นจังหวัดสุรินทร์ปัจจุบันได้อย่างชัดเจนขึ้น History of Surin           Displays in this section illustrate the history of Surin province. One story describes how the Kuay people caught a white elephant that had escaped from the Royal Palace in Ayutthaya – because of this feat, the village was promoted to town status. The town later became the seat of the lieutenant governor, as part of the country’s move to democracy. Exhibits also depict the history of local economics, social customs, population and education. Models of important events in the history of Surin are displayed: the catching of the white elephant, the train to Surin province, and the first market. These models give visitors a sense of the history of Surin province from ancient times to the present.


black ribbon.