ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,366 รายการ
ชื่อเรื่อง เทศนาสังคิณี-มหาปัฎฐานสพ.บ. 197/5ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 22 หน้า : กว้าง 4.9 ซ.ม. ยาว 55.6 ซ.ม. หัวเรื่อง พุทธศาสนา บทสวดมนต์บทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดพยัคฆาราม ต.ศรีประจันต์ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
ชื่อเรื่อง กจฺจายนมูล (อุณาทิ)สพ.บ. 131ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 114 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 56 ซ.ม. หัวเรื่อง ธรรมเทศนา
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ไม่มีไม้ประกับ ได้รับบริจาคมาจากวัดกุฏีทอง ต.รั้วใหญ๋ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
เลขทะเบียน : นพ.บ.71/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 62 หน้า ; 4.6 x 50 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 46 (35-51) ผูก 2 (2564)หัวเรื่อง : วินยฺกิจ (วิไนยกิจจะ) --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.102/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 70 หน้า ; 3.5 x 50 ซ.ม. : ทองทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 60 (170-178) ผูก 1 (2564)หัวเรื่อง : พระเจ้า28พระองค์ --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.131/6ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 36 หน้า ; 5.5 x 56 ซ.ม. : ทองทึบ ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 77 (302-308) ผูก 6 (2564)หัวเรื่อง : พิมฺพาเถรีวตฺถุ (พิมฺพาเถรี)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)
เลขที่ ชบ.บ.6/1-7
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
ชื่อเรื่อง : ซุยถัง เล่ม 3 ชื่อผู้แต่ง :-ปีที่พิมพ์ : 2509 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯสำนักพิมพ์ : องค์การค้าของคุรุสภาจำนวนหน้า : 336 หน้าสาระสังเขป : ซุยถัง เป็นพงศาวดารจีนที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย โดยเรื่องราวเกิดในสมัยกษัตริย์จีนราชวงศ์ซุย และราชวงศ์ถังตอนต้น (พ.ศ. 1132-1161) เรื่องราวบอกเล่าเหตุการณ์ช่วงราชวงศ์ซุยแผ่นดินเกิดการจลาจล เหล่าผู้กล้าต่างรวมตัวต่อต้านราชวงศ์ซุย โดยในเล่มนี้เป็นเรื่องราวซุยถังในตอนที่ 3
กำไลกระพรวนสำริด แหล่งโบราณคดีบ้านวังไฮ จังหวัดลำพูน
+++กำไลกระพรวน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑๐.๕ ซ.ม.มีลักษณะเป็นวงกลม ล้อมรอบด้วยลูกกระพรวนขนาดเล็ก มีลูกกลิ้งด้านในที่ทำให้เกิดเสียง มีลูกกระพรวนที่มีลวดลายเป็นลายขูดเป็นวงซ้อนกันเส้นเล็ก ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีที่แหล่งโบราณคดีบ้านวังไฮ ตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน พบในหลุมฝังศพผู้ใหญ่ฝังในลักษณะนอนเหยียดยาว กำไลสวมอยู่ที่แขนซ้าย นอกจากกำไลแล้วยังพบตุ้มหูแก้ววางที่ข้างศีรษะ เป็นที่น่าเสียดายว่าสภาพโครงกระดูกเสื่อมไปทำให้ไม่สามารถศึกษาถึงเพศของผู้ตายได้
+++กำไลกระพรวน พบได้ทั่วไปในแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ช่วงปลาย เช่น ในวัฒนธรรมบ้านเชียง ที่แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นกำไลทรงกระบอกที่ตกแต่งด้วยกระพรวนโดยรอบ กรรรมวีการผลิตนั้น คงเป็นวิธีที่ใช้ในการหล่อสำริดทั่วไปคือวิธีการหล่อแบบขับขี้ผึ้ง (lost wax) หมายถึงวิธีการหล่อโลหะชนิดหนึ่งโดยให้ของเหลวไหลตามแม่พิมพ์ที่มีรูปร่างซับซ้อน มีวิธีการและเทคโนโลยีที่ต้องอาศัยความสามารถขั้นสูง ซึ่งเครื่องประดับสำริดที่พบในแหล่งโบราณคดีบ้านวังไฮอาจใช้วิธีเดียวกัน จากการศึกษารายงานการขุดค้นทางโบราณคดีถึงแม้จะพบเครื่องประดับสำริด และเครื่องมือเหล็ก กลับไม่พบโบราณวัตถุที่เกี่ยวกับการหล่อโลหะอื่นใดเลย นอกจากขี้แร่ (slag) เท่านั้น ซึ่งไม่อาจบอกได้ถึงกระบวนการผลิตเครื่องใช้ดังกล่าว
+++นอกจากแหล่งโบราณดดีบ้านวังไฮ ยังพบกำไลกระพรวน สำริดลักษณะนี้ จากแหล่งโบราณคดีบ้านยางทองใต้ ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีที่อยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำกวง อาจมีคสามสัมพันธ์กันกับชุมชนบ้านวังไฮที่อยู่บริเวณลุ่มน้ำกวงตอนปลาย อันเป็นชุมชนโบราณก่อนการตั้งเมืองหริภุญไชย
เอกสารอ้างอิง
วิชัย ตันกิตติกร. แหล่งโบราณคดีบ้านวังไฮ. กรุงเทพฯ : กองโบราณคดี กรมศิลปากร, ๒๕๓๒.
สุรพล นาถะพินธุ. "โบราณวิทยาเรื่องโลหะสำริดในยุคก่อนประวัติศาสตร์ของประเทศไทย." ดำรงวิชาการ ปีที่ ๑๓, ฉบับที่ ๑ (๒๐๑๔) มกราคม-มิถุนายน ๒๕๕๗: ๑๐๗-๑๓๒.
ท่านพุทธทาสภิกขุ ผู้มีสมญานาม "นักโบราณคดีสมัครเล่น" ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านเป็นบุคคลสำคัญของอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ถ้าพูดถึงท่าน ทุกคนต้องเคยคุ้นหูกันอย่างแน่นอน ด้วยอัจฉริยภาพในด้านการสอนธรรมะในรูปแบบต่างๆ ที่เป็นที่ยอมรับกันทั่ว จนได้รับประกาศจาก UNESCO ยกให้ท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลก และอีกหนึ่งผลงานที่ท่านสนใจ จนทำให้ผู้คนในแวดวงด้านโบราณคดีให้ขนานนามท่านว่าเป็นนักโบราณคดีสมัครเล่น
----------------------------
เรียบเรียงข้อมูล /กราฟิก
นายกิตติ ชินเจริญธรรม ภัณฑารักษ์ชำนาญการ
นายเกียรติศักดิ์ ลบลาย นักวิชาการวัฒนธรรม
----------------------------------------
อ้างอิง
1. ทำไมจึงอุตริเป็นนักโบราณคดี? เอกสารจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ, โบราณคดี ไชยา ศรีวิชัย. (2493-2514).
2. เรียบเรียงจาก พิพัฒน์ กระแจะจันทร์, พุทธทาสอยากเป็นนักโบราณคดีสมัครเล่น, ศิลปวัฒนธรรม, 16 กรกฎาคม พ.ศ.2560.
พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.ต.สิทธิ์ การสุทธิ์ ณ เมรุวัดธาตุทอง พระโขนง วันที่ ๑๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๑
"สถูปดินเผา" ซึ่งเป็นโบราณวัตถุที่พบได้ตามแหล่งโบราณคดีหรือโบราณสถานสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ และแหล่งโบราณคดีสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์เพียงแห่งเดียวในจังหวัดสตูล นั่นก็คือแหล่งโบราณคดีเขาขาว เขาขาว ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๑ บ้านหาญ ตำบลเขาขาว อำเภอละงู จังหวัดสตูล มีลักษณะ เป็นภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ที่วางตัวยาวตามแนวแกนทิศเหนือ – ทิศใต้ และมีคลองละงูไหลผ่านทางด้านทิศตะวันออก บริเวณด้านทิศใต้ของเขาขาวเป็นที่ตั้งของเพิงผาขนาดใหญ่ ด้านหน้าเพิงผาเดิมที่ทางเดินแคบๆสำหรับสัญจรผ่านไปมาได้ จนกระทั่งพ.ศ.๒๕๕๑ จึงมีการขยายทางหลวงสายบ้านโกตา-บ้านหาญ ส่งผลให้พื้นที่เพิงผาสูญหายไปส่วนหนึ่งยอดสถูปดินเผาที่เขาขาว การสำรวจทางโบราณคดีในพ.ศ.๒๕๕๑ ทำให้ได้พบหลักฐานสำคัญคือ “ยอดสถูปดินเผา” เนื้อดินสีเทา-สีส้ม สถูปเหล่านี้ในสภาพสมบูรณ์สามารถถอดประกอบได้เป็นหลายส่วน โดยส่วนประกอบหลักได้แก่ ฐาน ลำตัว ฉัตรวลี(ปล้องไฉน) และส่วนยอด ทั้งนี้สถูปดินเผาในลักษณะนี้มีการค้นพบในโบราณสถานสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์หลายแห่งเช่น เมืองโบราณยะรัง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ถ้ำศิลป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา โคกทอง อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา นาพละ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง เขาคุรำ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง บ้านพญาขันธ์ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง และเขาศรีวิชัย อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยอาจกำหนดอายุย้อนกลับไปได้ถึงราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๘ สถูปดินเผาสร้างเพื่ออะไร การสร้างสถูปเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำบุญทำกุศลตามความนิยมในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน โดยเชื่อว่าผลบุญที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้เกิดใหม่ในแดนสุขาวดีไปจนถึงการมีอายุวัฒนะและเข้าถึงการรู้แจ้ง ดังคัมภีร์สัทธรรมปุณฑริกสูตรระบุไว้ตอนหนึ่งว่า "...ผู้ใดสร้างสถูป แม้แต่เด็กชายเล็กๆ ผู้เพียงช่วยขนทรายด้วยจิตใจมุ่งมั่นที่จะอุทิศถวายแด่พระชินพุทธเจ้า ผู้นั้นย่อมบรรลุความรู้แจ้ง..." นอกจากนี้การสร้างสถูปยังนับเข้าอยู่ในการสร้าง “อุเทสิกเจดีย์” เพื่อถวายในพุทธศาสนา แต่ที่ปรากฏการสร้างในลักษณะของสถูปซึ่งมีขนาดเล็กนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานข้อสังเกตไว้ในพระนิพนธ์ "ตำนานพระพุทธเจดีย์" ตอนหนึ่งว่า "...แต่สังเกตพระสถูปที่สร้างกันตามนานาประเทศภายนอกอินเดีย ยังถือเป็นคติต่างกัน ประเทศที่ถือลัทธิหินยาน เช่นลังกา พม่า มอญ ไทย มักสร้างพระสถูปเป็นธาตุเจดีย์ บางทีใหญ่โต แต่ฝ่ายประเทศที่ถือลัทธิมหายาน เช่นทิเบต จีน ญี่ปุ่น (แม้ชวาและขอมโบราณ) มักสร้างพระสถูปเป็นอุเทสิกะเจดีย์อย่างเป็นเครื่องหมายของพระพุทธศาสนา ไม่ขวนขวายในข้อที่จะทำให้ใหญ่โต...” ---------------------------------------------------------ที่มาของข้อมูล : สำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1372851239719702&id=461661324172036