ค้นหา


รายการที่พบทั้งหมด 28,639 รายการ

วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของเมืองสุพรรณบุรี วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร สร้างในสมัยอู่ทอง เดิมสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานไว้ว่า น่าจะสร้างขึ้นในสมัยอู่ทองเป็นราชธานี เพราะมีพระพุทธรูปปางประทานปฐมเทศนาแบบทวารวดี เหมือนพระประธานองค์ที่พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม ภายหลังมาแปลงเป็นปางป่าเลไลยก์ก่ออิฐถือปูน ที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า หลวงพ่อโต หรือ หลวงพ่อวัดป่า พระพุทธรูปองค์นี้กว้าง 3 วา 1 ศอก 1 คืบ 6 นิ้ว สูง 11 วา     1 ศอก ส่วนวิหารเดิมเป็นรูปมณฑปครอบเฉพาะองค์พระเท่านั้น ต่อมาในสมัยอยุธยาโปรดให้พระยาสีหราช   เดไชย สร้างเสริมวิหาร สมัยกรุงรัตนโกสินทร์มีการกล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนขึ้นเสวยราชสมบัติได้เสด็จมาที่วัด ซึ่งไม่มีหลักฐานบันทึกชัดเจนถึงการเสด็จพระราชดำเนินและเมื่อขึ้นครองราชย์แล้วโปรดให้พระยานิกรบดินทรไปสร้างซ่อมแซม สร้างหลังคา ทำฝาผนังรอบนอกรวมหลังคาพระวิหารแล้วซ่อมองค์หลวงพ่อโต สร้างพระพุทธรูปในวิหาร 2 องค์  และมีการติดตรามงกุฎพระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ 4 ที่หน้าบันพระวิหาร วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร พระอารามหลวงแห่งแรกในจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี จางวางเอก เสนาบดี ลงประกาศแจ้งความยกขึ้นเป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ 21 เมษายน พุทธศักราช 2462 ในองค์หลวงพ่อโตมีพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า 36 องค์  พงศาวดารเหนือกล่าวไว้ว่า “พระมหาเถรไลยลายองค์หนึ่ง เป็นเชื้อมาแต่พระรามเทพมาก่อน ได้พระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า 650 พระองค์ กับทั้งพระศรีมหาโพธิ์สองต้นมาแต่เมืองลังกาสีหล...” “...จึงเชิญพระบรมธาตุบรรจุไว้ด้วย ๓๖ พระองค์ จึงให้ชื่อวัดพระศรีมหาโพธิลังกา แล้วจึงบรรจุไว้พระเจดีย์บ้าง ในพระพุทธรูปรูปใหญ่บ้างในพระปรางค์บ้าง เป็นพระบรมธาตุ 36 พระองค์ด้วยกัน แล้วบรรจุไว้ในพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกนั้น 36 พระองค์ ในพระปาเลไลนอกเมืองพันธุมบุรีนั้น 36 พระองค์” จากประชุมพงศาวดาร ภาค 1 หน้า 31   กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดป่าเลไลยก์วรวิหารเป็นโบราณสถานในเขตสำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 กรมศิลปากรได้ทำการบูรณะมาหลายครั้ง และเมื่อปี พ.ศ. 2561 สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี จัดสรรงบประมาณบูรณะซ่อมแซมภายในวิหารหลวงพ่อโตอีกครั้งหนึ่ง ทุกๆ ปี จะมีการจัดงานไหว้พระปิดทองหลวงพ่อโตมาแต่โบราณกาลปีละ 2 ครั้ง ทางจันทรคติ  โดยนับตาม คติการโคจรของดวงจันทร์ ครั้งแรกจัดขึ้นในเดือน 5 ขึ้น 5-6-7-8-9 ค่ำ ซึ่งตรงกับช่วงปลายเดือนมีนาคมถึง ต้นเดือนเมษายน และครั้งที่ 2 จัดขึ้นในเดือน 12 ขึ้น 5-6-7-8-9 ค่ำ ตรงกับช่วงเดือนตุลาคม และในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีประเพณีที่สำคัญอีกอย่างที่ยึดถือกันมาตลอดคือการสรงน้ำ “หลวงพ่อโตทองคำ”พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและยังเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่สำหรับปี 2563 นี้ วัดป่าเลไลยก์วรวิหารได้ประกาศยกเลิกการจัดงานไหว้พระปิดทองหลวงพ่อโตและงานประเพณีการสรงน้ำ “หลวงพ่อโตทองคำ”ในเทศกาลสงกรานต์  เนื่องจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ตามมาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ข้อมูลอ้างอิง พระธรรมมหาวีรานุวัตร เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี 5 ธันวาคม            2540.  สุพรรณบุรี : สุพรรณการพิมพ์, 2540.  เลขหมู่ 959.373 พ335 มนัส โอภากุล.  ประวัติวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี.          สุพรรณบุรี : สุพรรณการพิมพ์, 2535.  เลขหมู่ 294.3135 ม164ป  สมโภชพระอารามหลวงครบ 100 ปี วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร.  กรุงเทพฯ, : สามลดา,          2562.  เลขหมู่ 294.3135 ส272 ข้อมูลภาพ สำนักจดหมายเหตุแห่งชาติ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี ภาพถ่ายเก่า เมืองสุพรรณบุรี โดย เจ้ากาวิละวงศ์ ณ เชียงใหม่   ผู้เรียบเรียง  นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย บรรณารักษ์ชำนาญการ                หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ  


          สำนักหอสมุดแห่งชาติ จัดนิทรรศการส่งความสุข “ศุภฤกษ์เบิกชัย สวัสดีปีใหม่” เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทยผ่านทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่าง ๆ ของหอสมุดแห่งชาติ ระหว่างวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๕ - ๒๒ เมษายน ๒๕๖๖  ณ ห้องวชิรญาณ ๒ - ๓ อาคาร ๒ ชั้น ๑ สำนักหอสมุดแห่งชาติ            นิทรรศการนำเสนอความเป็นมาของวันขึ้นปีใหม่ในเมืองไทย พระราชพิธีขึ้นปีใหม่ในรัชสมัยต่าง ๆ พระราชดำรัสพระราชทานในโอกาสขึ้นปีใหม่ โคลงให้พรปีใหม่ของพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงจัดแสดงบัตรส่งความสุข บัตรอวยพร ส.ค.ส.พระราชทาน และเพลงพระราชนิพนธ์พรปีใหม่ นอกจากนี้ยังนำเสนอเรื่องราวของปฏิทิน สมุดบันทึก และกิจกรรมเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ด้วย            ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการส่งความสุข "ศุภฤกษ์เบิกชัย สวัสดีปีใหม่" ได้ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๓๐ น. ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๖ ณ ห้องวชิรณาณ ๒ – ๓ อาคาร ๒ ชั้น ๑ สำนักหอสมุดแห่งชาติ เขตดุสิต กรุงเทพฯ


          วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๖ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านงานโบราณคดีและการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร            นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กรมศิลปากร และ อพวช. ได้ร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการพิพิธภัณฑ์และการดูแลรักษาวัตถุพิพิธภัณฑ์ จากทรัพยากรและความสามารถของทั้งสององค์กร ร่วมไปกับการพัฒนาและสนับสนุนบุคลากรของทั้งสองฝ่ายในด้านการศึกษาวิจัย ตลอดจนการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการ และการดำเนินงานศึกษาวิจัยทั้งในด้านภูมิปัญญา ศิลปศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการส่งเสริมพัฒนากิจการพิพิธภัณฑ์และโบราณคดี อันเป็นภารกิจตามกฎหมายของทั้งสององค์กร     ผู้ช่วยศาสตราจารย์รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า “อพวช. มีภารกิจในการส่งเสริมสังคมไทยให้เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมปลูกฝังและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เยาวชน และประชาชนในสังคมให้มีทัศนคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยการจัดแสดงนิทรรศการ และกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ผ่านแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้สนุกกับการค้นพบ และการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์ การลงนามความร่วมมือระหว่าง อพวช. และ กรมศิลปากร ในครั้งนี้ หวังสร้างมาตรฐานและพัฒนาองค์ความรู้ในด้านการจัดการพิพิธภัณฑ์ เพื่อเป็นการให้บริการแก่เยาวชนและประชาชนในการมาใช้ประโยชน์จากพิพิธภัณฑ์ให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทั้ง ร่วมดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกิจการพิพิธภัณฑ์ อาทิ การเก็บรักษาและจัดทำคลังวัตถุพิพิภัณฑ์ อันนำไปสู่ความร่วมมือด้านอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต”        อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมศิลปากรมีความพร้อมที่จะดำเนินงานร่วมกับ อพวช. เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือที่กรมศิลปากรได้ลงนามร่วมกัน ซึ่งนอกเหนือจากกิจกรรมความร่วมมือด้านการศึกษาวิจัยแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังให้ความสำคัญต่อความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนบุคลากร และการศึกษาดูงานระหว่างองค์กร กรมศิลปากรมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เฉพาะด้านในการบริหารจัดการทรัพยากรมรดกทางศิลปวัฒนธรรม เช่น ฐานข้อมูลที่ได้จากการอนุรักษ์โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และฐานข้อมูลที่ได้จากการอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีทั่วประเทศในความดูแลของกรมศิลปากร รวมถึงโครงการกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ของประเทศไทย อันเป็นรากฐานในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์ในอนาคต และเพื่อให้การปฏิบัติภารกิจด้านพิพิธภัณฑ์และโบราณคดีของทั้งกรมศิลปากรและ อพวช. เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชนชนผู้ใช้บริการต่อไป”  


          กรมศิลปากร ขอเชิญผู้สนใจร่วมงานการสัมมนา "วิจัย วิจักขณ์"  นำเสนอผลงานวิชาการของกรมศิลปากร ประจำปี ๒๕๖๕ วันที่ ๓๐ - ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖ ณ ห้องประชุมใหญ่และห้องดอกไม้สด หอสมุดแห่งชาติ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร           ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมฟังการเสวนา โดยสแกนคิวร์อาร์โค้ดในภาพ หรือกดลิ้ง https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfrqrsF0rLazO16UmTXBiWcXBA4wGAKFTgEDiBcGfs8Fg9Jog/viewformโดยมีผลงานวิชาการของกรมศิลปากรที่น่าสนใจหลากหลายเรื่อง ดังนี้


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 150/6 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


อภิธมฺมตฺถสงฺคห (อภิธมฺมสงฺคห) ชบ.บ 179/1ค เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


Detaill ตามที่กรมบัญชีกลาง xxxxxxxxxxxxx nonononon onononnonxxxx



ขอทั้งสองพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า บุคลากรอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและ สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย      วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เวลา ๐๘.๐๐น. นายสถาพร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ได้นำบุคลากรของทางอุทยานฯและสำนักศิลปากรที่ ๖ ร่วมโครงการ "กิจกรรมปลูกบัวเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ครบ ๗๐ ปี ในวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๙ และเนื่องในโอกาส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระเจริญมพรรษา ๘๔ พรรษา ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๙ ณ คูแม่โจน วัดพระพายหลวง อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย






วันที่ 22 มีนาคม 2556 นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางมาตรวจเยี่ยมการดำเนินงานเครือข่ายมรดกศิลปวัฒนธรรมชุมชนนาอุดม ณ พิพิธภัณฑ์ชุมชนนาอุดม-โนนหนองหอ ต.นาอุดม อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร ซึ่งจัดแสดงวัตถุทางวัฒนธรรมที่พบจากแหล่งโบราณคดีโนนหนองหอ โดยมีหลักฐานสำคัญ คือ ชิ้นส่วนหุ่นกลองมโหระทึก ที่ชี้ชัดว่าแหล่งโบราณคดีแหล่งนี้เป็นแหล่งผลิตกลองมโหระทึกโบราณเมื่อกว่า 2000 ปีมาแล้ว และเป็นแหล่งเดียวในประเทศไทยที่พบหลักฐานการผลิตกลองมโหระทึกดังกล่าว ซึ่งผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่งพร้อมให้แนวทางแก่ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนต่อไป


อยากทราบว่ารับนักศึกษาฝึกงานหรือเปล่าครับ ผมเรียน วัฒนธรรม สาขา ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณดคี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ครับ