ค้นหา


รายการที่พบทั้งหมด 37,654 รายการ

ที่ของของภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี. เอกสารกระทรวงมหาดไทย ชุดจังหวัดจันทบุรี จบ ๑.๑.๑.๙/๗๒ เรื่องขอความร่วมมือเผยแพร่วัฒนธรรมในการดูกีฬา (๑๐ ตุลาคม ๒๔๙๒). ที่มาของภาพ : กีฬาแหลมทองครั้งที่ ๘ ปี ๒๕๑๘ ณ สนามศุภชลาศัย ที่มา : https://pantip.com/topic/39443628           พ.ศ.๒๔๘๕ รัฐบาลภายใต้การนำของจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้จัดตั้ง “สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ” ขึ้น โดยมีหน้าที่ดังนี้ ๑) ค้นคว้า ดัดแปลง รักษา และส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งชาติที่มีอยู่ ๒) ค้นคว้า ดัดแปลง และกำหนดวัฒนธรรมที่ควรรับไว้หรือปรับปรุงต่อไป ๓) เผยแพร่วัฒนธรรมแห่งชาติให้เหมาะสมกับกาลสมัย ๔) ควบคุมและหาวิธีปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งชาติในจิตใจของประชาชนจนเป็นนิสัย ๕) ให้ความเห็น รับปรึกษาและปฏิบัติการตามความมุ่งหมายของรัฐบาลในกิจกรรมอันเกี่ยวกับวัฒนธรรมแห่งชาติ โดยกำหนดให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติเป็น ๔ สำนัก คือ สำนักวัฒนธรรมทางจิตใจ สำนักวัฒนธรรมทางระเบียบประเพณี สำนักวัฒนธรรมทางศิลปกรรม และสำนักวัฒนธรรมทางวรรณกรรม โดยจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ           จากเอกสารจดหมายเหตุชุดจังหวัดจันทบุรี ปี ๒๔๙๒ สภาวัฒนธรรมแห่งชาติได้ขอความร่วมมือคณะกรมการจังหวัดจันทบุรีเผยแพร่เรื่อง “วัฒนธรรมในการดูกีฬา” ให้ข้าราชการและประชาชนทราบ เพื่อเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมประจำชาติให้ดียิ่งขึ้น โดยระบุถึงข้อควรปฏิบัติของผู้ดูการเล่นกีฬาไว้ดังนี้            ข้อ ๑. ผู้ดูพึงปรบมือแสดงความยินดีต้อนรับผู้แข่งขันทุกฝ่ายขณะเข้าสู่สนาม และปรบมือให้เกียรติแก่ผู้เล่นดี ไม่ว่าฝ่ายไหนด้วย           ข้อ ๒. ผู้ดูไม่บังควรเย้ยหยันผู้แข่งขันและเจ้าหน้าที่ด้วยประการใดๆ           ข้อ ๓. ผู้ดูไม่บังควรรบกวนผู้แข่งขันหรือเจ้าหน้าที่ และไม่บังควรก่อให้เกิดการแตกสามัคคีระหว่างผู้แข่งขันด้วยกันหรือกับผู้ดู           ข้อ ๔. ผู้ดูพึงยอมรับคำตัดสินของเจ้าหน้าที่อย่างเด็ดขาด และเคารพกฎข้อบังคับและกติกาทั้งปวง           ข้อ ๕. ผู้ดูไม่บังควรเปล่งวาจาสนับสนุนผู้เล่นไปในทางที่ผิด           ทั้งนี้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ให้เหตุผลว่าการเล่นกีฬาเป็นคุณและเป็นประโยชน์แก่บุคคลผู้เล่น เพราะก่อให้เกิดพลานามัย และเป็นประโยชน์แก่ชาติทั้งในทางสมรรถภาพและความสามัคคี ถ้าผู้เล่น ผู้ดู รู้ตัวและระลึกอยู่เสมอถึงประโยชน์ดังกล่าว ไม่เผลอตนปล่อยใจให้ตกอยู่ในทางอคติ ก็จะเป็นการส่งเสริมและเพิ่มพูนวัฒนธรรมประจำชาติของคนไทยให้สูงยิ่งขึ้น             ผู้สนใจสามารถค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี และระบบสืบค้นเอกสารจดหมายเหตุ https://archives.nat.go.th   ----------------------------------------------------------- ผู้เรียบเรียง : นางสาวสุจิณา พานิชกุล นักจดหมายเหตุปฏิบัติการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี   ----------------------------------------------------------- อ้างอิง : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี. เอกสารกระทรวงมหาดไทย ชุดจังหวัดจันทบุรี จบ ๑.๑.๑.๙/๗๒ เรื่องขอความร่วมมือเผยแพร่วัฒนธรรมในการดูกีฬา (๑๐ ตุลาคม ๒๔๙๒). ประวัติกระทรวงวัฒนธรรม. เข้าถึงได้จาก https://www.m-culture.go.th/th/article_view.php?nid=3092 สืบค้นเมื่อ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕. อดีต – ปัจจุบัน สนามหลักในซีเกมส์ ๑๙๕๙-๒๐๑๗. เข้าถึงได้จาก https://pantip.com/topic/39443628 สืบค้นเมื่อ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕. --------------------------------------------------------------- ที่มาของข้อมูลที่เผยแพร่แล้ว : https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02FZ9ExNTN8BcJNagdyXhQvPizad52CjF84KEsJSuPsmn8Dqy9Hi2osoB48vSZ5Vwel&id=100067777894332&mibextid=Nif5oz ---------------------------------------------------------------- *เผยแพร่ข้อมูลทางเว็บไซต์ โดยกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร  


โบราณสถานตึกแดง โบราณสถานตึกแดงตั้งอยู่หมู่ที่ ๑ บ้านปากน้ำแหลมสิงห์ ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เป็นอาคารหลังหนึ่งของฐานบัญชาการกองทหารฝรั่งเศสบริเวณปากน้ำแหลมสิงห์ ที่สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. ๒๔๓๖ เมื่อคราวที่ฝรั่งเศสยึดเมืองจันทบุรีเป็นเมืองประกัน (วิกฤตการณ์ ร.ศ. ๑๑๒) ตึกแดงเป็นอาคารที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างรูปแบบตะวันตกและพื้นถิ่นเพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของบ้านเมืองในเขตร้อนชื้น โดยมีลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนชั้นเดียววางตัวอยู่ในแนวตะวันตก-ตะวันออก ตัวอาคารหันหน้าไปทางด้านตะวันตกออกสู่ปากอ่าวแหลมสิงห์ มีขนาดความกว้างประมาณ ๗ เมตร ยาว ๓๒ เมตร มีประตูและหน้าต่างไม้แบบบานเปิด หลังคาทรงจั่วและมีหลังคากันสาดเป็นระเบียงทางเดินโดยรอบ โครงสร้างหลังคาเหล็กมุงด้วยกระเบื้องดินเผา บริเวณหน้าบันถูกแบ่งเป็น ๒ ส่วนด้วยเสา ซึ่งภายในพื้นที่ที่แบ่งนั้น ทำเป็นซุ้มโค้งรูปครึ่งวงกลม โดยภายในซุ้มเจาะเป็นช่องระบายอากาศรูปเครื่องหมายบวก ซุ้มละ ๖ ช่อง ภายในอาคารแบ่งเป็น ๖ ห้อง พื้นเดิมทั้งภายในและระเบียงทางเดินปูด้วยกระเบื้องดินเผา ซึ่งห้องทางด้านตะวันตกปรากฏหลักฐานการเทพื้นปูนซีเมนต์ขัดมันตีเป็นเส้นตารางเลียนแบบกระเบื้องปูพื้น นอกจากนี้จากการขุดตรวจทางโบราณคดียังพบชิ้นส่วนกระเบื้องมุงหลังคาดินเผาที่มีลักษณะเหมือนกันกับกระเบื้องมุงหลังคาดินเผาประทับตรารูปผึ้งและตัวอักษร MARSEILLE ที่พบอยู่บนพื้นภายในห้องของตึกแดง ซึ่งกระเบื้องมุงหลังคาดินเผาดังกล่าว เป็นกระเบื้องมุงหลังคาดินเผาที่ผลิตโดยบริษัท Guichard Carvin et Cie ที่ผลิตขึ้นที่เมือง Marseille ประเทศฝรั่งเศส โดยใช้ตราสัญลักษณ์เครื่องหมายการค้าเป็นตรารูปผึ้ง ทั้งนี้ ยังพบกระเบื้องรูปแบบดังกล่าวที่ค่ายตากสิน จังหวัดจันทบุรี อีกด้วย ภายหลังจากที่กองทหารฝรั่งเศสถอนกำลังออกจากเมืองจันทบุรีแล้ว ตึกแดงถูกใช้เป็นที่พักตากอากาศสำหรับเจ้านาย ข้าราชการ และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคณะทูตและชาวฝรั่งเศสจะใช้เป็นที่พักตากอากาศ และสถานที่พักฟื้น หรือที่เรียกว่า “แซนิตอเลียม” (Sanitarium) อีกทั้งต่อมายังมีการใช้เป็นห้องสมุดประชาชนและศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ตลอดจนเป็นพิพิธภัณฑ์ศูนย์การเรียนรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ของจังหวัดจันทบุรี โบราณสถานตึกแดงได้รับการบูรณะหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุด เป็นการบูรณะในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยสำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี กรมศิลปากร และในปัจจุบันกรมศิลปากรได้ถ่ายโอนภารกิจการดูแล บำรุงรักษา และบริหารจัดการอาคารโบราณสถานตึกแดงให้แก่เทศบาลตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานตึกแดง อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๒ ตอนที่ ๓๑ ลงวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๒๘ พื้นที่โบราณสถานประมาณ ๑ ไร่ ๑ งาน ๑๑.๘๗ ตารางวา เอกสารอ้างอิง คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ. (๒๕๔๒). วัฒนธรรมพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดจันทบุรี. กรุงเทพฯ : คณะกรรมการฯ. ตรี อมาตยกุล. (๒๕๑๔). ประวัติเมืองจันทบุรี. ใน กรมศิลปากร (บ.ก.), ชุมนุมเรื่องจันทบุรี (น.๙ – ๓๘).กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. สำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี. (๒๕๕๒). รายงานการสำรวจตึกแดง ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี. เอกสารอัดสำเนา. หลวงสาครคชเขตต์. (๒๕๓๙). จดหมายเหตุความทรงจำสมัยฝรั่งเศสยึดจันทบุรี ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๓๖ ถึง พ.ศ. ๒๔๔๗ (พิมพ์ครั้งที่ ๓). กรุงเทพฯ : บริษัท ต้นอ้อ แกรมมี่ จำกัด. เรียบเรียง : นางสาวเลิศลักษณ์ สุริมานนท์ นักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี #สำนักศิลปากรที่๕ปราจีนบุรี #กรมศิลปากร #กระทรวงวัฒนธรรม


ลูกกะทิ หรือน้ำพริกกะทิชอง เป็นเมนูประจำครัวเรือนของกลุ่มชาติพันธุ์ชอง ชนพื้นเมืองจังหวัดจันทบุรี พบได้มากในพื้นที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ แต่เดิมชาวชองอาศัยอยู่ในป่า ดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย อยู่กับธรรมชาติ ประกอบอาชีพหาของป่า ล่าสัตว์ โดยจะต้องเข้าป่าเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ครั้งละหลายวัน จึงเกิดเมนูลูกกะทินี้ขึ้น ซึ่งเป็นเมนูหลักที่ชาวชองใช้เป็นเสบียงระหว่างเข้าป่า ด้วยวัตถุดิบหลักที่หาได้ง่าย ไม่ใช้เนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และใช้ภูมิปัญญาในการเคี่ยวกะทิจนแตกมัน ทำให้น้ำพริกสามารถเก็บไว้ได้นาน และไม่เสียรสชาติ สามารถรับประทานร่วมกับผักที่หาได้ทั่วไปในป่า ส่วนผสมของลูกกะทิ ประกอบด้วย กะทิ พริกขี้หนูสด กระเทียม หัวหอม ใบมะกรูด กะปิ และเกลือ ต่อมาได้มีการพัฒนาสูตรโดยผสมเนื้อสัตว์ลงไปด้วย เช่น ปลาดุก กุ้งสับ หรือหมูสับ มีรสเค็ม เผ็ดนำ และได้ความมันจากกะทิ นิยมรับประทานกับผักต่าง ๆ เช่น แตงกวา ผักกาด ใบบัวบก ขมิ้นขาว มะเขือ และกล้วยน้ำว้าห่ามต้มพร้อมเปลือก นับว่าเป็นอาหารสุขภาพเมนูหนึ่ง ปัจจุบันชาวจันท์ส่วนมากอาจจะไม่คุ้นเคยกับเมนูนี้ เนื่องจากหาคนทำได้ยาก และเริ่มเลือนหายไปตามกาลเวลา ทั้งนี้เมนู “ลูกกะทิ” ได้รับการคัดเลือกจากกิจกรรม “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย Thailand Best Local Food “รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste” ประจำปี 2566 จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมเมนูอาหารถิ่นทั้งคาวและหวานที่กำลังจะเลือนหาย และหาได้ยาก นำมาสู่การยกระดับพัฒนาสร้างสรรค์เป็นอาหารประจำจังหวัด เพื่อการอนุรักษ์เผยแพร่องค์ความรู้ และมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมด้านอาหารถิ่นของไทย   แหล่งข้อมูลอ้างอิง “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ปี 2566 หลายเมนูชื่อแปลก ต้องลองสักครั้ง. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 6 กันยายน 2566, จาก: https://www.thaipbs.or.th/news/content/331241 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี. น้ำพริกกะทิชอง. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 6 กันยายน 2566, จาก: http://www.m-culture.in.th/album/197746/น้ำพริกกะทิชอง สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี. อาหารพื้นถิ่นจันทบูร. จันทบุรี: สำนักงานวัฒนธรรมจันทบุรี, 2564. สำนักงานสาธารณสุขจันทบุรี. อาหารเป็นยา วิถีคนจันท์. จันทบุรี: สำนักงานสาธารณสุขจันทบุรี, 2565.   ผู้เรียบเรียง: นางสาวปริศนา ตุ้มชัยพร บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี  


วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า (วันวชิราวุธ) ตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายน วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า หรือ “วันวชิราวุธ” เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของคณะลูกเสือแห่งชาติ และบรรดาลูกเสือ เนตรนารี บุคลากรทางการลูกเสือ ตลอดจนพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า คือ เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสิน ทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีคุณูปการต่อประเทศไทยในหลายด้าน ทั้งด้านการคมนาคม การแพทย์และสาธารณสุข ด้านการปกครอง กิจการเสือป่าและลูกเสือ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ด้านศิลปและวัฒนธรรมไทย ด้านวรรณกรรมและหนังสือพิมพ์ เป็นต้น ด้วยคุณูปการดังกล่าว ทางราชการจึงได้จัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ไว้ในสถานที่ต่างๆหลายแห่ง ที่สำคัญ คือ พระบรมราชานุสาวรีย์บริเวณหน้าสวนลุมพินี ซึ่งรัฐบาลและประชาชนพร้อมใจกันบริจาคทรัพย์สร้างขึ้น พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้ได้มีพิธีเปิด เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2485 และทางราชการได้กำหนดให้วันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็น วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า หรือ “วันวชิราวุธ” และจัดให้มีการถวายบังคมพระบรมรูปเป็นประจำทุกปี พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสิน ทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (1 มกราคม พ.ศ. 2423 – 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468) เป็นพระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 6 ในราชวงศ์จักรี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ เดือนยี่ ขึ้น 2 ค่ำ ปีมะโรง ตรงกับวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2423 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 29 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสวยราชสมบัติเมื่อวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม ปีจอ พุทธศักราช 2453 และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 รวมพระชนมายุ 45 พรรษา เสด็จดำรงราชสมบัติรวม 15 ปี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระอัจฉริยภาพและทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในหลายสาขา ทั้งด้านการเมืองการปกครอง การทหาร การศึกษา การสาธารณสุข การต่างประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือด้านวรรณกรรมและอักษรศาสตร์ ได้ทรงพระราชนิพนธ์บทร้อยแก้วและร้อยกรองไว้นับพันเรื่อง กระทั่งทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาเมื่อเสด็จสวรรคตแล้วว่า “สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ใน พระราชวงศ์จักรีพระองค์แรกที่ไม่มีวัดประจำรัชกาล แต่ได้ทรงมีการการสถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กหลวงหรือวชิราวุธวิทยาลัยในปัจจุบัน ขึ้นแทน ด้วยทรงพระราชดำริว่าพระอารามนั้นมีมากแล้ว และการสร้างอารามในสมัยก่อนนั้นก็เพื่อบำรุงการศึกษาของเยาวชนของชาติ จึงทรงพระราชดำริให้สร้างโรงเรียนขึ้นแทน


          กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “ไขปริศนาภาพจิตรกรรมค้นพบใหม่ ณ วัดพระปฐมเจดีย์ฯ ” วิทยากร ร้อยเอก บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี, นายเสน่ห์ มหาผล นักวิทยาศาสตร์เชี่ยวชาญ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, นายไอยคุปต์ ธนบัตร นักอักษรศาสตร์ชำนาญการพิเศษ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ และนายรัฐพงศ์ เกตุรวม หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ผู้ดำเนินรายการ นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ - ๑๑.๔๕ น.           ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร


เรื่องวันคาร.  โรงพิมพ์บรรณาคม : พระนคร, 2515.       หนังสือเรื่องวันคาร เป็นบทกลอนคำพูดแยบคายเป็นภาษิตและไพเราะ ตัวละครในเรื่องใช้ชื่อตามวัน เช่น วันอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ ชื่อหนังสือตั้งตามชื่อของตัวละครตัวเอก "วันคาร" คือชื่อของพระเอกในเรื่อง         



องค์ความรู้ เรื่อง ไม้ เมืองเดิม เรียบเรียง : วารุณี วิริยะชูศรี บรรณารักษ์





ในดวงใจนิรันดร์: Nai Duang Chai Niran(Still on My Mind)  เพลงพระราช นิพนธ์ลำดับที่ 37           เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 37 ทรงพระราชนิพนธ์ในพุทธศักราช 2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์คำร้องเป็นภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เองเป็นเพลงแรก ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย   Royal Composition Number 37           The thirty-seventh royal musical composition was written in 1965. It was the first tune to which His Majesty wrote the English lyrics himself. He later asked Professor Dr. Prasert Na Nagara to write the Thai lyrics.


วันจันทร์ที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๓ นางชุติมา จันทร์เทศ ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา เข้าร่วมประชุมคณะทำงานกลั่นกรองและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารภายในบริเวณขอบเขตพื้นที่เมืองเก่านครราชสีมา ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ ณ ห้องประชุมมูลนิธิท้าวสุรนารี ชั้น ๑ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยมีนายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในการประชุม


                                                      เทศกาลศิลปะเทียนนานาชาติ จากศิลปิน 9 ชาติ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม ถึง 5 สิงหาคม 2555 พบศิลปินชาวต่าง จาก 9 ประเทศ ที่มาแกะสลักเทียนในบริเวณสนาม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี (เรียงจากศิลปินคนซ้ายไปทางขวา)  1. Mr. Om khattri  ศิลปินจากประเทศเนปาล ผลงานการแกะสลัก คือ  ความสงบ  2. Mr. Surachart Palasak ศิลปินจากประเทศไทย ผลงานที่แกะสลัก คือ ความงอกงามแห่งศรัทธา 3. Mr. Oleksandr Matsiuk ศิลปินจากประเทศยูเครน ผลงานการแกะสลัก คือ สตรีกับตะวัน 4. Mr. Ayla Turan ศิลปินจากประเทศตุรกี ผลงานการแกะสลัก คือ หอคอยลึกลับ 5. Mr. Hou Lien Chin ศิลปินจากประเทศไต้หวัน ผลงานการแกะสลัก คือ ซับซ้อน 1 6. Miss Susanne Paucker ศิลปินจากประเทศเยอรมันนี ผลงานการแกะสลัก คือ แปลงร่าง 7. Mr. Bogdan Adrian Lefter ศิลปินจากประเทศโรมาเนีย ผลงานการแกะสลัก คือ ดวงดาวแห่งชีวิต 8. Mr. Fabian Rucco ศิลปินจากประเทศอาเจนติน่า ผลงานการแกะสลัก คือ บินอย่างไร  9. Mr. Yoshinori  Ishihara ศิลปินจากประเทศญี่ปุ่น ผลงานการแกะสลัก คือ ฟุโดเมียวโอ หรือ พระอจลนาถ



Messenger