ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,702 รายการ

ดาวน์โหลดหรืออ่านได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1Xto-vfYABofQX48A5qVyaFoARgEIbDT0/view?fbclid=IwAR0deQJerNprL8BTILcMYJJQZzTvdRN3ZencJqujbIUtUBTwMCtpIYluuSI           กรมศิลปากรเริ่มดำเนินการสำรวจและขึ้นทะเบียนโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเป็นครั้งแรก โดยประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม พุทธศักราช 2478 ครั้งนั้นเป็นจำนวน 75 แห่ง แล้วจึงดำเนินการสำรวจเพื่อขุดแต่งบูรณะตั้งแต่พุทธศักราช 2496 เรื่อยมา จนในพุทธศักราช 2519 กรมศิลปากรริเริ่มจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเมืองโบราณสุโขทัยให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและผลจากการดำเนินงานมีการสำรวจพบโบราณสถานรวมทั้งหมด 193 แห่งพร้อมทั้งจัดพิมพ์เป็นหนังสือ “ทำเนียบโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย” เมื่อพุทธศักราช 2531          ช่วงเวลาที่ผ่านมากว่า 30 ปีมีการอนุรักษ์และพัฒนาทางโบราณคดีในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสำรวจ ศึกษาค้นคว้า และขุดค้นขุดแต่งทางโบราณคดี เป็นผลให้มีการค้นพบโบราณสถาน และข้อมูลความรู้ใหม่ๆ มากมาย อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยทบทวนข้อมูลทำเนียบโบราณสถานขึ้น ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมามีการค้นพบโบราณสถานทั้งสิ้น 218 แห่ง เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 25 แห่ง จึงเห็นสมควรปรับปรุงหนังสือ ทำเนียบโบราณสถานฉบับเดิมให้เป็นปัจจุบันพุทธศักราช 2561 โดยมอบหมายให้ฝ่ายวิชาการของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยดำเนินการสำรวจโบราณสถานทั้งหมด พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขข้อมูล และหลักฐานทางโบราณคดีที่มีการค้นพบใหม่ โดยมีนางสาวนุชจรี ผ่องใสศรี เป็นผู้เรียบเรียง          กรมศิลปากรหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษาค้นคว้า ประวัติศาสตร์โบราณคดีโบราณสถานเมืองโบราณสุโขทัยสืบต่อไป......................................................................................................          ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดหรืออ่านรายงานทางโบราณคดีของอุทยานระวัติศาสตร์สุโขทัย เล่มอื่นๆ ได้ตามลิงก์ด้านล่างนี้ 1. รายงานการดําเนินงานทางโบราณคดีแหล่งเตาทุเรียงเมืองเก่าสุโขทัย ตําบลเมืองเก่า อําเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณพุทธศักราช 2559-2560 : ดาวน์โหลดและอ่านได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1ZD-1vyJ470F9UFZrUl_5J-rVopdN5o1k/view?fbclid=IwAR3T8mO0yPXn2macRSffAqkSZ8YuWokrvC1jdTnRwmLSnj9-KqejhoN4-HM  2. รายงานการดำเนินงานทางโบราณคดีโครงการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งน้ำโบราณเมืองสุโขทัย ทำนบ 7 อ. (บารายเมืองสุโขทัย) ปี 2560-2561 : ดาวน์โหลดและอ่านได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1MP-IpELV04s9MLDW-4bwVCSuGS2iwcSa/view?fbclid=IwAR2_2ZGtDrdZETawza9A2SyXafx0beVeSZ9I7K5jTVgAwoY9AZ5BCJA2IkQ 3. รายงานการบูรณะเตาทุเรียงเมืองเก่าสุโขทัย ตําบลเมืองเก่า อําเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณ 2561 : ดาวน์โหลดและอ่านได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1PzxCFznNifILdcfpslw4sGgtTYEX0XqC/view?fbclid=IwAR0li4nEt2Rt28dyecx0b7UskLPSp6wxEb-j6IBwBwnJ1mek1X9V_qLm4aU 4. รายงานการวิเคราะห์โบราณวัตถุที่พบจากการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งน้ำโบราณเมืองสุโขทัย ทำนบ 7 อ. (บาราย) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 : ดาวน์โหลดและอ่านได้ที่ :  https://drive.google.com/file/d/1jh2EwIfUHjD-znhaheoB-NwMQrksPIY-/view?fbclid=IwAR3o2NVW9lnQVoVIbR6Fq1i8M-QNP0TQDXgiU-OUOEUGxnXl-FE1ydAnIwQ 5. การศึกษาทางโบราณคดีเพื่อจัดลำดับอายุสมัยของแหล่งศิลปกรรมเมืองสุโขทัย ปีงบประมาณ 2561 : ดาวน์โหลดและอ่านได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1EoIqbl9qQ8z4ieqBF_2c8jmTd16nJ8vC/view?fbclid=IwAR0ep8psjPsGjhUqmPCAcbMHvgZlFLx42tdCzLuPc-gdbVkLiQH5lKCOthg 6. รายงานโครงการขุดแต่งทางโบราณคดีเพื่อออกแบบบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์วัดจระเข้ร้อง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 : ดาวน์โหลดและอ่านได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1RqrotlUUKsDu1tnUra-1sMKVJOODoIuO/view?fbclid=IwAR2lIsUHTjbL7tCDy2tS6M_PmuE23CTaYrMbCnbDZq6lUNfxuGUbSKbub8s 7. รายงานการขุดแต่งโครงการ ขุดแต่งทางโบราณคดี เพื่อออกแบบบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์วัดป่ามะม่วงตะวันตก วัดตระพังกระดาน และวัดร้างตต.26/1 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 : ดาวน์โหลดและอ่านได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1T40fgFzYaYaIfHWJnLHBktj1O5UwqaY_/view?fbclid=IwAR11frHmh5RiKIJK15E5PNz2_rPwJ2EKGwpVXWIucsqzVr63kiNG38NEkc8  8. โครงการขุดแต่งทางโบราณคดีเพื่อออกแบบบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์โบราณสถานวัดตระพังช้างเผือกและวัดป่าขวาง ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณ พุทธศักราช 2562 : ดาวน์โหลดและอ่านได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1Gq02yClJys7ULyeRpXBuT_skrlBs3H5z/view?fbclid=IwAR3AnbZEnkuUg8hUQ6MzBgJedDGga5P42aO8TFv_w-cj0mt6BbljMXPPmBo 9. รายงานการดำเนินงานทางโบราณคดีโครงการขุดแต่งทางโบราณคดี เพื่อออกแบบบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์กลุ่มโบราณสถานเขตอรัญญิก อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณ พุทธศักราช 2563 : ดาวน์โหลดและอ่านได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1CFQnNsep2xqmoFLxZudMEFdf7oVKfQbu/view?fbclid=IwAR049v2iQOzvHY9pS5E0jlusfpws6RsNGtXc057h3n4jJCU0XpwEOQ7jL9o 10. รายงานการดำเนินงานทางโบราณคดีโครงการขุดแต่งทางโบราณคดี เพื่อออกแบบบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์ กลุ่มโบราณสถานเขาพระบาทใหญ่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัยปีงบประมาณ พุทธศักราช 2563 : ดาวน์โหลดและอ่านได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/10l0fRTLev_pxuUtiL6XPsh3NwF9owgZJ/view?fbclid=IwAR3P9MyqjtaiNa5DbPS147wgAjIVFc09CURfLTjzwU8LSIhdVF36dI9ceng 11. รายงานการดำเนินงานทางโบราณคดีโครงการขุดแต่งทางโบราณคดี เพื่อออกแบบบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์กลุ่มโบราณสถานวัดไผ่ยายลิ้ม-วัดหินตั้ง อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ปีงบประมาณ พุทธศักราช 2563 : ดาวน์โหลดและอ่านได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1HRNJtldkTXlHnWGonqVgx8ROwzxqhGjI/view?fbclid=IwAR1WWlkoFb85vlgMR7zRCL0GaGUSTxvyjyUh9fcVhleTJxNgW_qhX41kBlM 12. รายงานการขุดค้นทางโบราณคดีวัดศรีสวาย อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ปีพุทธศักราช 2553 : ดาวน์โหลดหรืออ่านได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1uVVaNhkkLCslnEN0SRV6BS7Y4DX-lwP-/view?fbclid=IwAR1qnHOnxeUXpmgIkEwXfMGPL8mQ55YGp1qQe2B0bariBUAYrqOtGR7J46M ----------------------------------------------------------ที่มาของข้อมูล :อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย https://www.facebook.com/skt.his.park/photos/a.460716740647506/5689804991071962


       พระพุทธรูปยืนแสดงปางถวายเนตร        สมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศักราช ๒๔๕๒        พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริให้สร้างขึ้นไว้เป็นต้นแบบ        ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ ณ ห้องรัตนโกสินทร์ อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร        พระพุทธรูปยืนแสดงปางถวายเนตร เป็นงานประติมากรรมปูนปั้นลงสี พุทธลักษณะมีความเสมือนจริงซึ่งเลียนแบบมาจากพระพุทธรูปในศิลปะอินเดียแบบคันธาระ อาทิ พระเกศารวบขึ้นเป็นมวย ครองจีวรแบบห่มคลุม จีวรแสดงรอยยับของผ้า นิ้วพระหัตถ์และพระบาทมีลักษณะเหมือนจริง ทรงยืนเหนือฐานบัวมีเกสร ซึ่งการแสดงปางถวายเนตรนั้น มีที่มาจากเรื่องราวในพุทธประวัติกล่าวว่า สัปดาห์ที่สองหลังจากที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ พระองค์เสด็จประทับ ณ อนิมิสเจดีย์ โดยทรงยืนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทรงลืมพระเนตรโดยไม่กะพริบ (ปัจจุบันพระพุทธรูปปางนี้ เป็นพระพุทธรูปประจำวันอาทิตย์)        การสร้างพระพุทธรูปอินเดียแบบศิลปะคันธาระ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เกิดขึ้นเนื่องจากพระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้สร้างพระพุทธรูปที่มีลักษณะเสมือนมนุษย์จริง อาทิ พระเศียรไม่ปรากฏพระรัศมีและอุษณีษะ แต่แสดงการเกล้าผมขึ้นเป็นมวย พระวรกายแสดงกล้ามเนื้อ และครองจีวรหนา ริ้วจีวรแบบธรรมชาติ ซึ่งต่างจากการสร้างพระพุทธรูปตามแบบมหาบุรุษลักษณะ ๓๒ ประการในงานศิลปะไทยประเพณี โดย นายอัลฟอนโซ ทอร์นาเรลลี (Alfonso Tornarelli) ประติมากรชาวอิตาลีเป็นผู้ปั้น นอกจากนี้มีตัวอย่างประติมากรรมสำคัญชิ้นอื่น อาทิ พระพุทธรูปปางขอฝน ซึ่งมีพุทธศิลป์เช่นเดียวกับพระพุทธรูปปางถวายเนตรองค์นี้        พระพุทธรูปปางถวายเนตรองค์นี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงเป็นผู้ดำริแบบอย่างไว้ด้วยพระราชประสงค์ที่จะให้ประดิษฐานทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระศรีมหาโพธิ์ วัดเบญจมบพิตร อีกทั้งมีพระราชประสงค์จัดสร้างขึ้นเพื่อทรงพระราชอุทิศให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภชที่สิ้นพระชนม์ไปเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๕๒         ส่วนพุทธลักษณะของพระพุทธรูปองค์นี้เป็นไปตามพระราชประสงค์ดังปรากฏลายพระหัตถ์ความตอนหนึ่งว่า “...อยากเห็นพระเป็นคน อยากให้เห็นหน้าเป็นคน ฉลาด อดทนมีความคิดมาก ไม่ใช่ทำหน้าบึ้ง ไม่ใช่นั่งยิ้มกริ่ม ไม่ใช่นั่งหลับเผลอไผล ให้เต็มอยู่ด้วยสติสัมปชัญญะ...” ซึ่งนายอัลฟอนโซ ทอร์นาเรลลี (Alfonso Tornarelli) สามารถปั้นพระพุทธรูปปางถวายเนตรองค์นี้ได้ถูกพระทัยแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๒        ต่อมาในเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ ๒๔๕๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานจัดพิธีหล่อพระพุทธรูปปางถวายเนตรองค์ใหญ่ ๑ องค์ และองค์เล็กอีก ๒ องค์* ณ พระที่นั่งอภิเษกดุสิต (ในพระราชวังดุสิต)         หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์) กล่าวถึงประวัติพระพุทธรูปต้นแบบองค์นี้ว่า เดิมอยู่ในบริเวณบ้านพระยาบรรหาร ถนนดินสอ พระยาไชยวิชิต อธิบดีกรมราชทัณฑ์ให้ขุนอภิบาลไปเชิญมาไว้กองลหุโทษ การย้ายคราวนั้นปรากฏว่าฐานแตกชำรุดเสียหาย พระยานนทิเสนปฏิสังขรณ์ก่อฐานใหม่ด้วยปูนซีเมนต์ ปิดทองที่พระบาทและพระเศียร และทาสีแดงเลือดหมูที่จีวร จากนั้นประดิษฐานไว้ที่อาคารโถงแห่งหนึ่งในกองลหุโทษ สำหรับให้นักโทษได้กราบไหว้สักการะบูชา        ภายหลังสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงมีพระประสงค์ให้ย้ายมาเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถาน พระองค์ให้หลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ (ป่วน อินทุวงศ์) เป็นผู้ดำเนินการติดต่อไปยังกรมกองลหุโทษ กระทั่งเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๑ พระยาสุรทัณคณิศร เจ้ากรมกองลหุโทษ ได้ส่งพระพุทธรูปองค์นี้ให้กับพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร      อ้างอิง  กรมศิลปากร. พระพุทธรูปปางต่าง ๆ. กรุงเทพฯ: รุ่งศิลปการพิมพ์, ๒๕๕๒. กรมศิลปากร. ศิลปวิทยาการจากสาส์นสมเด็จ. กรุงเทพฯ: รุ่งศิลปการพิมพ์, ๒๕๖๓. ชลธีร์ ธรรมวรางกูร บรรณาธิการ. ประมวลเอกสารสำคัญเนื่องในการสถาปนาวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เล่ม ๓. กรุงเทพฯ: สหธรรมิก, ๒๕๕๐. (พิมพ์โดยเสด็จพระราชกุศลในงานออกเมรุพระราชทานเพลิงศพ พระพรหมจริยาจารย์ (สมุท รชตวณฺโณ) ป. ๗, พธ. ด. อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม, เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐). เด่นดาว ศิลปานนท์. “พระพุทธรูปต้นแบบฝีมือนายอันฟอนโซ ทอร์นาเรลลี.” ศิลปากร. ๔๙, ๖ (พฤษจิกายน ๒๕๔๙): ๑๑๔-๑๑๗. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. พุทธศิลป์สมัยรัตนโกสินทร์ : พัฒนาการของงานช่างและแนวคิดที่ปรับเปลี่ยน. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ, ๒๕๕๖. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. (๔) ศธ.๒.๑.๑/๔. เอกสารกระทรวงศึกษาธิการ กรมศิลปากร เรื่อง พระพุทธรูปปางถวายเนตร กองลหุโทษ (๒ มิ.ย. - ๑๔ ธ.ค. ๒๔๗๑). ๅ“การหล่อพระพุทธรูปถวายเนตร.” ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ ๒๖. ตอน ๐ง. (๒๓ มกราคม ๑๒๘): ๒๓๘๘-๒๓๙๐.  





ชื่อเรื่อง                               อาทิกมฺมปาลิ(ปาราชิกปาลิ)มหาวิยงฺคปาลิ(ปาราชิกัณฑ์) สพ.บ.                                  อย.บ.2/9ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           50 หน้า กว้าง 5.5 ซม. ยาว 55 ซม.หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา          บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ลานดิบ ร่องชาด ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : ม่อนชิงช้า โรงเรียนประชาบาลแห่งแรกของเมืองลับแล -- เอกสารจดหมายเหตุในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาประเทศในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะในด้านการศึกษา อันเป็นยุคเริ่มต้นของการขยายการศึกษาจากเมืองใหญ่ไปสู่ชนบท และการปรับเปลี่ยนรูปแบบของการเรียนสอนจากเดิมที่สอนโดยพระภิกษุสงฆ์ภายในวัดมาสู่ระบบโรงเรียนในชุมชนที่มีครูผู้สอน ซึ่งในการขยายการศึกษาและการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนในที่แห่งใด ย่อมต้องอาศัยความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้นำท้องถิ่นประกอบกับความร่วมแรงร่วมใจของผู้คนในท้องถิ่นนั้นๆ การจัดการศึกษาจึงจะสำเร็จลุล่วงไปได้. ตัวอย่างหนึ่งที่แสดงถึงความพยายามของผู้นำท้องถิ่นในการจัดให้คนในท้องถิ่นของตนมีการศึกษาที่ดีไม่แพ้คนในเมืองใหญ่นั่นคือ เอกสารจดหมายเหตุชุดกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 5 กระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง โรงเรียนม่อนชิงช้า จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งกล่าวถึงการสร้างโรงเรียนในอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ว่า แต่เดิมนั้นที่อำเภอลับแลยังไม่มีโรงเรียนสำหรับสอนวิชาความรู้ หลวงศรีพนมมาศ นายอำเภอลับแลจึงเห็นว่าควรจะจัดให้มีโรงเรียนขึ้น โดยเลือกบริเวณม่อนชิงช้า ซึ่งตั้งอยู่ระหว่าง “บ้านดอกช้างยางกระใดหน้าวัดฝ่ายหิน ติดอยู่กับถนนศรีพนมรูปม่อน” เป็นสถานที่ตั้งโรงเรียน จากนั้นหลวงศรีพนมมาศได้ไปปรึกษากับกรมการอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้านและราษฎร ทุกคนต่างเห็นด้วยที่จะมีโรงเรียน จึงได้เริ่มช่วยกันออกแรงถางปรับพื้นที่เมื่อปลายปี ร.ศ. 122 (พ.ศ. 2446) โดยตั้งใจจะสร้างเป็นอาคารถาวรมุงด้วยกระเบื้องไม้ แต่เมื่อขออนุญาตนำไม้ขอนสักมาสร้างอาคารเรียนกลับไม่ได้รับอนุญาต การสร้างโรงเรียนจึงยังคงค้างอยู่. ต่อมาในเดือนเมษายน ร.ศ. 124 (พ.ศ. 2448) พระเทพกวี เจ้าคณะมณฑลพิษณุโลก ได้ขึ้นไปตรวจจัดการศึกษาฝ่ายคณะสงฆ์ที่อำเภอลับแล เมื่อได้ทราบถึงเรื่องการตั้งโรงเรียนม่อนชิงช้า พระเทพกวีจึงแนะนำให้สร้างเป็นอาคารชั่วคราวไปพลางก่อน และจะจัดครูฝึกมาให้เป็นครูสอนที่โรงเรียนแห่งนี้ ดังนั้นในเดือนต่อมา หลวงศรีพนมมาศพร้อมด้วยกำนันผู้ใหญ่บ้านและราษฎรจึงร่วมกันปลูกสร้างอาคารเรียนชั่วคราวเป็นเรือนไม้เครื่องผูกมุงหญ้าคาพื้นฝาใช้ฟาก กว้าง 10 ศอก ยาว 10 วา รูปทรงปั้นหยา 1 หลัง ใช้เวลาประมาณ 30 วันจึงแล้วเสร็จ นอกจากการสร้างอาคารเรียนแล้ว หลวงศรีพนมมาศยังได้จัดซื้อและจัดหาพันธุ์ไม้มาปลูกที่รั้วรอบโรงเรียน โดยเฉพาะพันธุ์มะพร้าวและพันธุ์ไม้ผลต่างๆ ซึ่งหลวงศรีพนมมาศเป็นผู้ออกเงินส่วนตัวจัดซื้อทั้งหมด รวมถึงหญ้าคามุงหลังคาและสังกะสีด้วย เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงมีพิธีเปิดโรงเรียนเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ร.ศ. 124 โดยเชิญพระยาเทพาธิบดี ผู้ว่าราชการเมืองพิไชยมาเป็นประธานเปิดโรงเรียน พร้อมทั้งเปิดรับนักเรียนชุดแรกในวันนั้น ซึ่งมีนักเรียนจำนวน 75 คน ส่วนครูผู้สอน พระเทพกวีได้ให้นายเผือก ครูโรงเรียนวัดท่าถนนมาเป็นผู้สอน. โรงเรียนแห่งนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในเวลาต่อมา โดยหลวงศรีพนมมาศได้บอกบุญเรี่ยไรเงินจากบรรดาข้าราชการ พ่อค้าและราษฎรเพื่อก่อสร้างอาคารเรียนถาวร เป็นอาคารชั้นเดียว เสาไม้เต็งรัง ฝาไม้กระยาเลย และหลังคามุงกระเบื้อง การก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จในปี ร.ศ. 126 (พ.ศ. 2450) ใช้เงินบริจาคทั้งสิ้น 5,142 บาท 16 อัฐ หลวงศรีพนมมาศจึงได้กราบทูลเชิญเสด็จพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) มาทรงเปิดโรงเรียนเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ร.ศ. 126 (เทียบปฏิทินปัจจุบันคือ พ.ศ. 2451) และได้พระราชทานนามโรงเรียนว่า “โรงเรียนพนมมาศพิทยากร” ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้ยังคงเปิดการเรียนการสอนให้กับลูกหลานชาวอำเภอลับแลสืบต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันผู้เขียน: นายธัชพงศ์ พัตรสงวน (นักจดหมายเหตุปฏิบัติการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา)เอกสารอ้างอิง:1. สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 5 กระทรวงศึกษาธิการ ร.5 ศ 5 โรงเรียน (ป-ย)/34 เรื่อง โรงเรียนม่อนชิงช้า จ.อุตรดิตถ์. [19 ส.ค. – 10 ก.ย. 124].2. “แจ้งความกระทรวงธรรมการ แพนกศึกษามณฑล.” (ร.ศ. 127). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 25, ตอนที่ 12 (21 มิถุนายน): 379-380.#จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ


อิสิคิลิสุตฺต (อิสิคิลิสุตฺต) ชบ.บ 121/1ก เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 161/4เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)


      พระพิมพ์ดินเผาภาพพระพุทธเจ้าขนาบข้างด้วยรูปบุคคล สมัยทวารวดี       พระพิมพ์ดินเผาภาพพระพุทธเจ้าขนาบข้างด้วยรูปบุคคล จัดแสดง ณ ห้องอู่ทองศรีทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง       พระพิมพ์ดินเผา ขนาดกว้าง ๓ เซนติเมตร ยาว ๔.๓ เซนติเมตร ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านบนโค้งมน ด้านหน้าค่อนข้างลบเลือนมาก จากการศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบกับพระพิมพ์ที่มีสภาพสมบูรณ์ สันนิษฐานว่ามีภาพพระพุทธเจ้าแสดงวิตรรกมุทรา (ปางแสดงธรรม) นั่งห้อยพระบาทอยู่ตรงกึ่งกลาง ขนาบข้างด้วยรูปบุคคลยืนตริภังค์ (ยืนเอียงสะโพก) ที่อาจเป็นพระโพธิสัตว์หรือเทวดา ด้านล่างมีรูปธรรมจักรหันด้านสันออกมาด้านหน้าขนาบข้างด้วยรูปสถูป ด้านบนมีภาพพระพุทธเจ้าแสดงปางสมาธิเรียงกัน ๓ องค์ กำหนดอายุสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๕ (ประมาณ ๑,๑๐๐ – ๑,๓๐๐ ปีมาแล้ว)        พระพิมพ์รูปแบบคล้ายคลึงกันนี้พบจากแหล่งโบราณสมัยทวารวดีหลายแห่ง เช่น วัดพระเมรุ พระปฐมเจดีย์ และที่ตำบลพระประโทน จังหวัดนครปฐม โดยเฉพาะที่เจดีย์หมายเลข ๓ เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ยังพบพระพิมพ์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก แตกต่างเพียงพระพุทธเจ้านั่งขัดสมาธิราบแทนนั่งห้อยพระบาท นอกจากนี้ยังพบพระพิมพ์ดินดิบศิลปะศรีวิชัยรูปแบบคล้ายคลึงกันนี้ตามแหล่งโบราณคดีที่ตั้งอยู่บริเวณภาคใต้ของประเทศไทยอีกด้วย เช่น ถ้ำเขาอกทะลุ และถ้ำคูหาสวรรค์ จังหวัดพัทลุง และควนสราญรมย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้น แสดงถึงความสัมพันธ์และการติดต่อแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกันระหว่างศิลปะทวารวดีและศรีวิชัย ซึ่งเจริญขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน      นักวิชาการสันนิษฐานคติการสร้างออกเป็น ๒ แนวทาง คืออาจสร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง “สัทธรรมปุณฑริกสูตร” แก่พระโพธิสัตว์ทั้งหลายบนเขาคิชฌกูฏ หรือยอดเขาแร้ง ใกล้กรุงราชคฤห์ ตามคัมภีร์สัทธรรมปุณฑริกสูตรของพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน หรืออาจแสดงถึงเหตุการณ์ในพุทธประวัติตอนแสดงมหาปาฏิหาริย์ที่เมืองสาวัตถี ตามคัมภีร์ชาดกอรรถกถาภาษาบาลี ของพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทก็เป็นได้   เอกสารอ้างอิง  ธนกฤต ลออสุวรรณ. “การศึกษาคติความเชื่อของชุมชนโบราณสมัยทวารวดีในลุ่มแม่น้ำแม่กลองและท่า จีน: กรณีศึกษาจากพระพิมพ์ดินเผา”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขา โบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๖. นิติพันธุ์ ศิริทรัพย์. “พระพิมพ์ดินเผาสมัยทวารวดีที่นครปฐม”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต  สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๒๔. สุรสวัสดิ์ สุขสวัสดิ์, ม.ล. “การศึกษาพระพิมพ์ภาคใต้ของประเทศไทย”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหา บัณฑิต  สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๒๘.


แนะนำ E-book หนังสือหายาก เรื่อง 1. ข้อสังเกตบางประการ. ในอังกฤษ,ฮอลแลนด์,เบลเยี่ยม,ฝรั่งเศส,สวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี ทวี เจริญพิทักษ์. ข้อสังเกตบางประการ. ในอังกฤษ,ฮอลแลนด์,เบลเยี่ยม,ฝรั่งเศส,สวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี. พระนคร: ร.พ.บริษัทสหอุปกรณ์การพิมพ์, 2494. 2.ชีวประวัติ ผู้ยิ่งด้วยความอดทนเสียสละเพื่อเอกราช เนห์รู เลียง ไชยกาล. ชีวประวัติ ผู้ยิ่งด้วยความอดทนเสียสละเพื่อเอกราช เนห์รู. พระนคร: ร.พ.เฟื่องอักษร, 2502.


เลขทะเบียน : นพ.บ.430/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 28 หน้า ; 5 x 57 ซ.ม. : ทองทึบ-ชาดทึบ-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 156  (131-140) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : นางสุพัตตา--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.577/1                             ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 18 หน้า ; 4.5 x 57 ซ.ม. : ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 187  (357-364) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : หงษ์คำชาดก--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อเรื่อง                         ธมฺมปทวณฺณนา ธมฺมปทฏฺธกถา ขุทฺทกนิกายฏฺธกกา (ธมฺมฺปทขั้นปลาย)อย.บ.                            241/1หมวดหมู่                       พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                  58 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 58.5 ซม.หัวเรื่อง                         พระธรรมเทศนา                                                                       บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา


          กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ : การเปลี่ยนผ่านจากอดีตสู่ปัจจุบัน” วิทยากร นางสาวรุ่งนภา สงวนศักดิ์ศรี นักอักษรศาสตร์ชำนาญการ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ผู้ดำเนินรายการ นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น.            ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร


black ribbon.