ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,662 รายการ

เลขทะเบียน : นพ.บ.662/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 40 หน้า ; 3.5 x 52 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 213 (165-173) ผูก 5 (2568)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขัน--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.737/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 44 หน้า ; 5 x 56 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 229 (332-340) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : อรุณวศิสูตร--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.793/6ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 84 หน้า ; 4 x 50 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 243 (488-496) ผูก 6 (2568)หัวเรื่อง : ธาตุกถา--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


         สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ภายใต้ความร่วมมือกับวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม และสถาบันวิจัยมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ขอเชิญชมนิทรรศการและร่วมฟังการสัมมนาวิชาการ เรื่อง “ราชประดิษฐฯ วิจิตรศิลป์ สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน งานศิลป์ประดับมุก” ในวันพุธที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร          จัดขึ้นเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ด้านการอนุรักษ์ซ่อมแซมบานไม้ประดับมุกศิลปะญี่ปุ่นในประเทศไทย ให้กับประชาชนผู้ที่สนใจ เป็นการสืบทอดองค์ความรู้และทักษะเชิงช่าง ธำรงรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรม และเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดี ระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ผ่านงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่า เป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของมรดกวัฒนธรรมจากอดีตสู่ปัจจุบัน เพื่อความสมบูรณ์ของศาสนสถานที่สำคัญของประเทศไทยแห่งนี้ให้คงอยู่สืบไป   รายละเอียดกำหนดการ https://drive.google.com/drive/folders/1_ROUF7UtwqclTsrXsNC9h4lcCsCI8cAY?fbclid=IwY2xjawMknitleHRuA2FlbQIxMABicmlkETBDV0hFSHNRTUNFUGtBU3Q5AR7qKFDMIce-MgpS-ezHrQh0ghrvgZS6S_TIlQYzeF4bJizsZkbPlpY9MSAIWA_aem_VVV2U8UVgyVQJhUJzTRY1g   ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://forms.gle/NP3Cu2D1hgW9jAyq7


         กรมศิลปากร ขอเชิญชวนร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ๒๕๖๙ ไปกับ พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ที่จะมาให้ข้อมูลกิจกรรมหลากหลาย ที่กรมศิลปากรพร้อมเสิร์ฟให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ ผ่านรายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ - ๑๑.๔๕ น. ผ่านช่องทาง Facebook: กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook: กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร           รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร รวมทั้งกิจกรรมที่น่าสนใจของหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๘ - กันยายน ๒๕๖๙


เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2569 หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.9 นครราชสีมา ขอเชิญชวนร่วมเปิดประตูสู่โลกแห่งประวัติศาสตร์ สัมผัสเรื่องราววีรกรรมอันกล้าหาญ และรากเหง้าอันทรงคุณค่าของชาวเมืองโคราช ผ่านหลักฐานทางวิชาการที่เปี่ยมด้วยความน่าเชื่อถือ ในนิทรรศการ ”หนังสือเนื่องในวาระแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 200 ปี วันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี” ทุกท่านจะได้พบกับเอกสารสำคัญ บันทึกเหตุการณ์ หนังสือหายาก และข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ได้รับการรวบรวมอย่างประณีต เพื่อสืบสานมรดกทางปัญญาจากอดีตสู่ปัจจุบันอย่างครบถ้วน จัดโดย นางแพรว ธนภัทรพรชัย เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญงาน ขอเชิญทุกท่านร่วมค้นคว้าและเรียนรู้ด้วยตนเอง ณ ห้องค้นคว้า ชั้น 2 หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.9 นครราชสีมา ได้ตลอดเดือนมีนาคม 2569 (ในวันและเวลาทำการ) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4425 6029 Facebook: หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา https://www.facebook.com/nlt.korat  “เพราะการรู้จักรากเหง้า คือการให้เกียรติบรรพชนอย่างงดงาม และภาคภูมิที่สุด”   


ขั้นตอน : การเตรียมชิ้นงาน เพื่อแสดงขั้นตอนการเข้าดินไทย สำหรับเป็นสื่อความรู้ในการเผยแพร่ ดำเนินการโดย : นายอัษฎายุธ อยู่เย็น ประติมากรชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานประติมากรรม กลุ่มประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร --------------- บันทึกภาพ : นางประภาพร ตราชูชาติ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านช่างศิลปกรรม (วิจัยและพัฒนาศิลปกรรม) TokTok : สำนักช่างสิบหมู่ https://www.tiktok.com/@sipmu.finearts . . #กลุ่มประติมากรรม #ศูนย์ศิลปะและการช่างไทย #สํานักช่างสิบหมู่ #กรมศิลปากร


โครงการสำรวจเอกสารโบราณ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 5 จังหวัดปทุมธานีและนครนายก ระหว่างวันที่ 6 - 9 พฤษภาคม 2569 สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดย กลุ่มงานสำรวจเอกสารโบราณ กลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก ดำเนินโครงการสำรวจเอกสารโบราณ มีผู้ไปปฏิบัติงานตามโครงการจำนวน 6 ราย ดังนี้ 1. นางสาววชรพร อังกูรชัชชัย นักภาษาโบราณชำนาญการพิเศษ (หัวหน้ากลุ่มงานสำรวจเอกสารโบราณ) 2. นายสันติ วงศ์จรูญลักษณ์ นักภาษาโบราณชำนาญการ 3. นายจามีกร ชูทรัพย์ นักภาษาโบราณชำนาญการ 4. นางสาวหทัยรัตน์ บุญกอง นักภาษาโบราณปฏิบัติการ 5. นายนรวิชญ์ มีชัย นักภาษาโบราณปฏิบัติการ 6. นายสมบูรณ์ สัมภาลี พนักงานขับรถยนต์ คณะทำงานได้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเอกสารโบราณประเภทคัมภีร์ใบลานและหนังสือสมุดไทย จำนวน 4 แห่ง คือ 1. วัดชินวราราม อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ได้นำบัญชีเอกสารโบราณไปถวายแด่พระราชสิริวัชรรังสี เจ้าอาวาสวัดชินวราราม โดยมีพระครูปลัดพนานันท์ ฐิตเมโธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชินวราราม เป็นผู้รับมอบ 2. วัดคีรีวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้ดำเนินการอนุรักษ์คัมภีร์ใบลานเบื้องต้น ด้วยการปัดฝุ่น ทำความสะอาดแห้ง กำจัดเชื้อรา เปลี่ยนสายสนอง เสริมปกหน้าและปกหลัง อ่านวิเคราะห์ชื่อเรื่อง ลงทะเบียน และมัด ห่อ จัดเก็บ - พบคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ไทยน้อย ขอม และไทย ภาษาบาลี, ไทย จำนวน 140 รายการ/ผูก ลงทะเบียนได้ 15 เลขที่ จัดมัดได้ 8 มัด เก็บคัมภีร์ใบลานชำรุดไม่สามารถนำมาลงทะเบียนได้ จำนวน 11 มัด 3. วัดท่าข่อย อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก สำรวจเอกสารโบราณเบื้องต้น พบคัมภีร์ใบลานและหนังสือสมุดไทย อักษรธรรมอีสาน อักษรขอม ภาษาบาลี, ไทย 4. วัดหนองคันจาม อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก สำรวจเอกสารโบราณเบื้องต้น พบคัมภีร์ใบลานและหนังสือสมุดไทย อักษรธรรมอีสาน อักษรขอม ภาษาบาลี, ไทย การดำเนินงานครั้งนี้สำเร็จลงได้ด้วยดี จึงขอขอบพระคุณและขอบคุณทุกท่านที่ได้เมตตาและอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง - พระครูอุดมกิจจานุกุล เจ้าอาวาสวัดคีรีวัน จังหวัดนครนายก ที่อนุญาตให้เข้าปฏิบัติงาน และนางสุมาลี นาคสุข ที่ช่วยประสานงานและดูแลความเรียบร้อยต่าง ๆ จนทำงานสำเร็จ - พระครูสมุห์พงษ์พสิทธิ์ สุขวฑฺฒโน เจ้าอาวาสวัดท่าข่อย จังหวัดนครนายก - พระอธิการถวิล กนฺตผโล เจ้าอาวาสวัดหนองคันจาม และพระมหากิตติธัช สิริภทฺโท - นายเธียรณริศ เรืองทวีทรัพย์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ - ท่านอธิบดีกรมศิลปากร ท่านผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ และผู้บริหารตามสายงาน คณะผู้ปฏิบัติงานหวังว่าจะได้รับความเมตตาอนุเคราะห์ในโอกาสต่อไป


        หอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญน้อง ๆ อายุตั้งแต่ 4 - 10 ปี เข้าร่วมกิจกรรม Adventures Before Bed กับคุณซาร่า แพทริเซีย เคลลี่ นักเขียนหนังสือเด็กชาวออสเตรเลีย ร่วมรับฟังนิทานเรื่อง The Girl on the Star พูดคุยเกี่ยวกับ Superhero ที่เด็กๆชื่นชอบ พร้อมการประดิษฐ์และตกแต่งผ้าคลุม Superhero ของตนเอง หลังจากนั้นเด็ก ๆ จะได้สวมผ้าคลุมและเพลิดเพลินกับการแสดงบทกวี เรื่อง Adventures Before Bed ในวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ มุมหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชน ห้องหนังสือทั่วไป อาคาร 1 ชั้น 2 สำนักหอสมุดแห่งชาติ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ https://forms.gle/8jebdspNyUtp4MYu5 หรือสแกน QR Code เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม (รับจำกัด 20 คน) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2280 9828-30 ต่อ 669 อีเมล nltkids2024@gmail.com


องค์ความรู้ชุด “The Kingdom’s Blacksmith : ลัวะทำเหล็กแห่งอาณาจักรล้านนา”⚔️⚔️EP. 4 เปิดหลักฐานสำคัญชิ้นที่ 2 : จารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวงสมัยพระเจ้ามโหตรประเทศ กับความต่อเนื่องของกฎหมายพิเศษที่ใช้คุ้มครองดูแล “ลัวะทำเหล็กแห่งบ้านบ่อหลวง” ...เรียบเรียงโดย นายยอดดนัย สุขเกษม นักโบราณคดีชำนาญการ...นอกจากจารึกหลาบเงินสมัยพระยาพุทธวงษ์ เจ้าหลวงเชียงใหม่ลำดับที่ 4 เดิมทีชุมชนชาวลัวะบ้านบ่อหลวง ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ยังปรากฏข้อมูลจารึกหลาบเงิน อีก 1 ฉบับ ที่ถูกตราขึ้นในสมัยของพระเจ้ามโหตรประเทศ เจ้าหลวงเชียงใหม่ลำดับที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2395 ซึ่งปรากฏข้อมูลในบทความเรื่อง An inscribed silver-plate grant to the Lawa of Bo Luang ของ ไกรศรี นิมมานเหมินท์ ตีพิมพ์ใน Felicitation Volumes of Southeast Asian-Studies, Presented to H. H. Prince Dhaninivat on his 80th Birthday  ของสยามสมาคม เมื่อปี พ.ศ. 2508 มีเนื้อความอธิบายกล่าวถึง ระบุว่า ได้รับสำเนาคัดลอกหลาบเงินนี้มาจากหม่อมเจ้าสนิทประยูรศักดิ์ รังสิต ซึ่งได้เคยเดินทางไปศึกษาทางมานุษยวิทยา เมื่อปี พ.ศ. 2481 ต้นฉบับจารึกเป็นแผ่นเงิน พบที่หมู่บ้านละว้า ตำบลบ่อหลวง ตั้งอยู่บนถนนสายฮอด - แม่สะเรียงในปัจจุบัน แผ่นจารึกเงินนั้นถูกฝังไว้ใต้บ้านของผู้นำหมู่บ้าน ต้องมีการนำหมู ไก่ และอื่น ๆ มาเซ่นไหว้วิญญาณผู้ดูแลรักษาก่อน จึงจะนำออกมาให้ชมและคัดลอกได้  (Krisri Nimmanahaeminda, 1965, pp.233) โดยจารึกหลาบเงินฉบับดังกล่าว มีรายละเอียดใจความสำคัญ ดังนี้...พระเจ้ามโหตรประเทศ เจ้าหลวงเชียงใหม่ กลุ่มเจ้านายและขุนนางในราชสำนักเชียงใหม่ร่วมกันออกกฎหมายเฉพาะกิจ พระราชทานหลาบแผ่นเงิน ประทับตราลัญจกรรูปเทวดาถือดาบ ให้ปฏิบัติตามจารีตธรรมเนียมเก่าแก่ในการส่งส่วยเหมือนกับบรรพบุรุษทำต่อ ๆ กันมา ..กำหนดให้ส่งส่วยค่าภาษีที่ไปหาทรัพยากรแร่เหล็กในแผ่นดินเป็นเงินบริสุทธิ์ 220 เงิน จ่ายเงินตราแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน 600 เงิน มาส่งถวายเข้าพระคลังทุกปี ..เมื่อได้ส่งส่วยถวายเจ้าหลวงเชียงใหม่แล้ว ให้ยกเว้นการถูกเกณฑ์แรงงานไปใช้ในงานราชการทุกประเภท ห้ามมิให้ขุนนางมูลนายทั้งหลายบังคับให้ทำงาน ปล่อยให้ชาวลัวะกลุ่มนี้ทั้งหลาย ทำไร่ทำสวน เก็บรวบรวมส่วยและภาษีมาส่งเข้าพระคลังของเจ้าหลวงให้เต็มเปี่ยม ..ทั้งนี้ขอให้มูลนายรักกลุ่มไพร่ส่วยชาวลัวะ กลุ่มไพร่ส่วยชาวลัวะก็ขอให้รักมูลนายผู้ดูแล ขอให้ทั้งสองฝ่ายช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไพร่ขอให้เคารพเชื่อฟังมูลนาย มูลนายควรเคารพและเชื่อฟังผู้นำชาวลัวะ ขอให้ปฏิบัติตามจารีตธรรมเนียมที่กำหนดมาตั้งแต่สมัยพระยาธรรมลังกา (เจ้าหลวงเชียงใหม่ลำดับที่ 2) ผู้เป็นบิดา เมื่อไพร่มีข้อพิพาทกัน ให้ขุนผู้นำไพร่ตัดสินอย่างเป็นธรรมตามกฎหมาย หากยังไม่เป็นที่ยุติให้มูลนายที่ดูแลเป็นผู้ตัดสินตามกฎหมาย ขอให้ทุกคนประพฤติตนตามจารีตครรลองครองธรรมของตนเอง อย่าแตกแยกกัน มูลนายอย่าละทิ้งไพร่ ไพร่ก็อย่าละทิ้งมูลนาย ขอให้อยู่ด้วยกัน มูลนายขอให้ปฏิบัติตนตามจารีตประเพณีโบราณ ไม่รังแกไพร่ ..หากไพร่ลัวะหนีจากมูลนายผู้ดูแล จะต้องจ่ายค่าปรับให้รัฐบ้านเมือง เป็นเงินเจียง 3,300 เงิน และสาปแช่งให้ไพร่ลัวะพบภัยพิบัติต่าง ๆ นา ๆ  แต่ถ้าหากมูลนาย ขุนผู้นำ และไพร่ลัวะ ปฏิบัติตามกฎหมายในแผ่นหลาบเงิน ขอให้เจริญรุ่งเรือง อุดมสมบูรณ์ อายุยืนยาวทุกคน ..ปี พ.ศ. 2395 ได้พระราชทานหลาบแผ่นเงิน ประทับตราลัญจกรรูปเทวดาถือดาบนี้แก่ขุนนางและไพร่ชาวลัวะ ค่าธรรมเนียมในการบังคับใช้กฎหมาย 50 เงิน ค่าธรรมเนียมรับกฎหมายหลาบเงินฉบับนี้ 100 เงิน...จากเนื้อความในจารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวงสมัยพระเจ้ามโหตรประเทศ ซึ่งถือเป็นหลักฐานชั้นต้น ที่ต้นฉบับถูกเขียนขึ้นปี พ.ศ. 2395 มีลักษณะเป็นการออกกฎหมายประเภทคำสั่งเฉพาะกิจและทบทวนกฎหมายของเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ก่อน ๆ ในอดีต  เพื่อมอบให้แก่มูลนายและกลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ โดยอ้างอิงแนวปฏิบัติจากพระยาธรรมลังกา เจ้าหลวงเชียงใหม่ ลำดับที่ 2 สะท้อนให้เห็นภาพการบริหารจัดการระบบส่วยและระบบการปกครองดูแลไพร่ส่วย ที่เกิดขึ้นในช่วงสภาพทางการเมืองเชียงใหม่แตกต่างจากห้วงเวลาก่อนหน้า มีการทำสงครามเชียงตุง ทั้งยังมีความแตกแยกในเมืองเชียงใหม่แรงขึ้น จนรัฐบาลกลางกรุงเทพฯ จำเป็นต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาภายในเมืองเชียงใหม่ (สรัสวดี อ๋องสกุล, 2566, น.240) มีรายละเอียดประเด็นที่น่าสนใจดังนี้... 1) ประเด็นระบบส่วย จากหลักฐานจารึกหลาบเงิน รัฐบ้านเมืองเชียงใหม่ช่วงแผ่นดินเจ้าหลวงพระเจ้ามโหตรประเทศ (พ.ศ. 2390 – 2397) น่าจะได้รับผลประโยชน์จาก “ไพร่ส่วย” กลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวง สัดส่วนหลักเป็นส่วยประเภทภาษีเงินตรา ซึ่งกลุ่มลัวะบ้านบ่อหลวงจะต้องจ่ายทั้งค่าภาษีที่ไปหาทรัพยากรในแผ่นดิน และเงินแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน ให้กับพระคลังเมืองเชียงใหม่ จำนวนรวม 820 เงิน ในทุก ๆ ปี ซึ่งสามารถนำมาสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและเสริมความพร้อมทางด้านยุทธปัจจัยให้ราชธานีเชียงใหม่ในห้วงระยะเวลาดังกล่าวอีกด้วย...2) ประเด็นระบบการปกครองดูแลไพร่ส่วย จารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวงบ่งชี้ให้เห็นชัดเจนว่า พระเจ้ามโหตรประเทศ เจ้าหลวงเชียงใหม่ลำดับที่ 4 มีการออกกฎหมายเฉพาะกิจเพื่อบริหารจัดการชุมชนชาวลัวะบ้านบ่อหลวง ตามแนวทางหรือนโยบายแบบจารีตที่มีมาตั้งแต่สมัยพระยาธรรมลังกา เจ้าหลวงเชียงใหม่ลำดับที่ 2 (ผู้เป็นพระราชบิดา) ซึ่งจะใช้อำนาจคุ้มครองไม่ให้ฝ่ายบ้านเมืองและฝ่ายศาสนามาเกณฑ์ไพร่ลัวะกลุ่มนี้ไปใช้แรงงานใดๆ ปกป้องไม่ให้มูลนายข่มเหงรังแก เพื่อเปิดโอกาสให้ไพร่ส่วยชาวลัวะกลุ่มนี้ได้ทำการผลิตทรัพยากรและเงินตราให้รัฐอย่างเต็มที่ ทั้งนี้รัฐจะเรียกร้องเงินตราเป็นการตอบแทนในรูปแบบของส่วย..นอกจากนี้เนื้อความในจารึกหลาบเงินฉบับนี้ ยังแสดงถึงนัยถึง ความพยายามควบคุมไพร่ส่วย หรือ กำลังคน ให้อยู่ในการปกครองของมูลนายรัดกุมกว่าช่วงรัชกาลก่อนหน้า ดังจะเห็นได้จาก การกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาข้อพิพาทของไพร่ส่วย การกำชับแนวทางการปกครอง การดูแลเกื้อกูลกันระหว่างมูลนายและไพร่ส่วย ที่มีแนวทางปฏิบัติและลำดับขั้นที่ชัดเจนมากขึ้น ..ทั้งนี้ยังระบุมาตรการกรณีไพร่ส่วยหนีหรือเปลี่ยนมูลนาย จะต้องจ่ายค่าปรับให้รัฐบ้านเมือง เป็นเงินเจียงจำนวนมากถึง 3,300 เงิน ซึ่งมีอัตราสูงกว่ารัชกาลก่อนหน้าถึง 22 เท่า ขณะที่อัตราส่วยและภาษีอื่น ๆ มีการผันแปรไม่มากนัก นัยข้างต้นนี้แสดงให้เห็นว่า กลุ่มไพร่ส่วยลัวะบ้านบ่อหลวง ถูกควบคุมราชสำนักเชียงใหม่อย่างเข้มงวดมากขึ้น ให้อยู่ในโครงสร้างระบบศักดินาและภายใต้การดูแลของมูลนายอย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจสอดคล้องกับสภาวะการณ์สงครามและความขัดแย้งทางการเมืองที่เชียงใหม่ประสบอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว.เอกสารอ้างอิง- สรัสวดี อ๋องสกุล. (2566). ประวัติศาสตร์ล้านนา. พิมพ์ครั้งที่ 13. เชียงใหม่: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.- อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว. (2560). หลาบ (ตราสาร) : คำจารึกอาชญาของกษัตริย์ล้านนา. ใน สำนักศิลปะและวัฒนธรรม, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, งานเสวนาวิชาการ หลาบ (ตราสาร) : คำจารึกอาชญาของกษัตริย์ล้านนา. เชียงใหม่: สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.- วิชญา มาแก้ว. (2559). ระบบเศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในยุคทองของอาณาจักรล้านนา (ค.ศ.1355-1525). (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, สาขาวิชาประวัติศาสตร์.- Nimmanhaeminda, K. (1965). An inscribed silver-plate grant to the Lawa of Bo Luang. In Felicitation Volumes of Southeast Asian-Studies, Presented to H. H. Prince Dhaninivat on his 80th Birthday, vol. 2, 185-205..ที่มาของภาพ- หม่อมเจ้าสนิทประยูรศักดิ์ รังสิต- Nimmanhaeminda, K. (1965). An inscribed silver-plate grant to the Lawa of Bo Luang. In Felicitation Volumes of Southeast Asian-Studies, Presented to H. H. Prince Dhaninivat on his 80th Birthday, vol. 2, 185-205.“Courtesy of the Journal of the Siam Society".ขอขอบพระคุณ- The Journal of the Siam Society- สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์.#ลัวะทำเหล็ก #เหล็กล้านนา #โบราณโลหะวิทยาดินแดนล้านนา


แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง จ.เพชรบุรี พบเครื่องประดับทองคำเพิ่ม ขณะทำการเคลื่อนย้ายโครงกระดูกชุดแรก ซึ่งเป็นโครงเดียวกับที่พบแหวนตราประทับมีจารึก          นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ว่าเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ขณะทำการเคลื่อนย้ายโครงกระดูกชุดที่ 1 (โครงที่ 1 - 4) ออกจากหลุมเพื่อเคลื่อนย้ายโครงกระดูกจากแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง จังหวัดเพชรบุรี นำส่งศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ จังหวัดปทุมธานี ได้ค้นพบเครื่องประดับทองคำ สันนิษฐานว่าเป็นต่างหูชนิดเกลียว จำนวน 1 รายการ ต่างหูทรงกระบอก จำนวน 1 รายการ และลูกปัดทองคำจำนวนหนึ่งในโครงกระดูกที่ 4 ซึ่งเป็นโครงเดียวกันกับที่พบแหวนตราประทับมีจารึกโบราณตัวอักษรพราหมี ส่วนต่างหูชนิดเกลียวที่ค้นพบครั้งนี้ มีขนาดใหญ่กว่าเครื่องประดับแบบเดียวกันที่พบก่อนหน้านี้               อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ ทางสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้ทำการเคลื่อนย้ายโครงกระดูกชุดที่ 1 (โครงที่ 1 - 4) ไปยังศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ กรมศิลปากร ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีนักโบราณคดีจากสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ภัณฑารักษ์จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี และเจ้าหน้าที่กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร่วมตรวจสอบในการรับมอบและส่งมอบโบราณวัตถุดังกล่าว โดยจะได้ดำเนินการทำความสะอาดและอนุรักษ์ตามหลักวิชาการต่อไป ส่วนโครงกระดูกชุดที่ 2 (โครงกระดูกที่ 5 - 8) และโครงกระดูกชุดที่ 3 ซึ่งเป็นโครงกระดูกเด็กที่มีภาชนะสำริดขนาดใหญ่วางบนลำตัว จะได้มีการหารือแนวทางการจัดตั้งแท่นรองรับและวิธีการเคลื่อนย้ายโครงกระดูกดังกล่าว ให้มีความปลอดภัยต่อหลักฐานทางโบราณคดีทั้งหมด ต่อไปภาพ: ต่างหูชนิดเกลียว จำนวน 1 รายการ  ภาพ: ต่างหูทรงกระบอก จำนวน 1 รายการ ลูกปัดทองคำ ภาพ: ลูกปัดทองคำ จำนวน 2 เม็ด  



ชื่อเรื่อง                          หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 9  ฉบับที่ 580 (20 มิ.ย. 2510) ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น สถานที่พิมพ์                สุพรรณบุรี สำนักพิมพ์                   มนัสการพิมพ์ ปีที่พิมพ์                        2510 ลักษณะวัสดุ                8 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม. ภาษา                             ไทย


        เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจการเข้าชมจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) เป็นจำนวนมาก กรมศิลปากร โดยกองโบราณคดี จึงปรับรอบการนำชมภายในพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม “รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์” ที่กรมศิลปากรจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปกรรมของวัดพระแก้ววังหน้า โบราณสถานสำคัญแห่งพระราชวังบวรสถานมงคล โดยมีรอบการนำชม ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 ดังนี้   วันจันทร์  รอบที่ 1 เวลา 13.00 น. รอบที่ 2 เวลา 15.00 น. วันอังคาร รอบที่ 1 เวลา 13.00 น. วันพุธ รอบที่ 1 เวลา 9.30 น. รอบที่ 2 เวลา 11.00 น. รอบที่ 3 เวลา 13.00 น. รอบที่ 4 เวลา 15.00 น. วันพฤหัสบดี รอบที่ 1 เวลา 9.30 น. รอบที่ 2 เวลา 11.00 น. รอบที่ 3 เวลา 13.00 น. รอบที่ 4 เวลา 15.00 น. วันศุกร์ รอบที่ 1 เวลา 13.00 น. รอบที่ 2 เวลา 15.00 น. วันเสาร์ - วันอาทิตย์ รอบที่ 1 เวลา 9.30 น. รอบที่ 2 เวลา 11.00 น. รอบที่ 3 เวลา 13.00 น. รอบที่ 4 เวลา 15.00 น.ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมเข้าชมตามรอบการนำชมได้ตามวันเวลาดังกล่าว โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ไม่ต้องจอง สามารถ walk in ได้ตามรอบเวลาดังกล่าว นำชมโดย นายนรามินท์ พุ่มพวง หมายเหตุ:  เพื่อร่วมกันอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของชาติ ไม่อนุญาตให้สัมผัสภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ และขอความร่วมมืองดใช้แฟลชในการถ่ายภาพ เพื่อช่วยถนอมรักษางานศิลปกรรมอันทรงคุณค่าให้คงอยู่เป็นมรดกแก่ลูกหลานไทยต่อไป  



black ribbon.