ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,150 รายการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.612/3 ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4.5 x 51 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 199 (33-36) ผูก 3 (2568)หัวเรื่อง : ปัญญาชาดก--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.674/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 28 หน้า ; 4.5 x 56 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 215 (185-195) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : ปัญญาบารมี--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.745/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 34 หน้า ; 4 x 56 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 231 (349-354) ผูก 4 (2568)หัวเรื่อง : พระธัมมสังคิณี--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ขอเชิญสักการะพระคเณศ เทพเจ้าแห่งศิลปวิทยา ปัญญา และความสำเร็จ เนื่องเทศกาลคเณศจตุรถี ระหว่างวันที่ ๒๗ สิงหาคม - ๖ กันยายน ๒๕๖๘ ซึ่งเทศกาลคเณศจตุรถี เป็นเทศกาลในศาสนาฮินดูที่เฉลิมฉลองการประสูติของพระคเณศ โดยตามคติองค์พระคเณศจะเสด็จจากสวรรค์เพื่อมาประทานพรยังโลกมนุษย์
ทั้งนี้ ท่านผู้มีศรัทธาที่จะมากราบสักการะพระคเณศ ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ความเจริญรุ่งเรือง และความสำเร็จในชีวิต ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี สามารถนำพวงมาลัย ดอกไม้มาบูชาได้ โดยยกเว้นนำขนม อาหาร น้ำดื่มการจุดธูป เทียน เครื่องหอม ภายในอาคารจัดแสดง และงดเว้นการทำพิธีอื่นใดนอกเหนือจากนี้
อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ๓๐ บาท ชาวต่างชาติ ๒๐๐ บาท นักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุเกิน ๖๐ ปี พระภิกษุ สามเณร เข้าชมฟรี สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๗ ๒๑ ๑๕๘๖ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี เปิดให้บริการ วันพุธ - อาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. (และเปิดเป็นกรณีพิเศษในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๘ เป็นต้นไป) ปิดวัน จันทร์ - อังคาร
กระทรวงวัฒนธรรมชี้แจงเหตุการณ์ “พระธาตุโนนตาล” พังทลาย - เร่งบูรณะฟื้นฟูคืนคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมอีสาน
กระทรวงวัฒนธรรม โดย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยถึงกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนเกี่ยวกับเหตุการณ์ พระธาตุโนนตาล โบราณสถานเก่าแก่ในพื้นที่บ้านธาตุ หมู่ 9 ตำบลโนนตาล อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม พังทลายลงทั้งองค์ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้รับรายงานเบื้องต้นจาก กรมศิลปากร ซึ่งได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พร้อมประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการในขั้นตอนเร่งด่วนทั้งด้านการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ การเก็บรวบรวมวัตถุโบราณ และการวางแนวทางฟื้นฟูบูรณะองค์พระธาตุให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด
นางสาวซาบีดา กล่าวว่า พระธาตุโนนตาลถือเป็นโบราณสถานที่มีอายุเก่าแก่กว่า 121 ปี มีความสำคัญยิ่งต่อชุมชนและชาวจังหวัดนครพนม เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ และเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนความศรัทธาและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวอีสาน โดยกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นโบราณสถานที่สำคัญของชาติ
ก่อนเกิดเหตุ กรมศิลปากรได้สำรวจพบว่าองค์พระธาตุมีรอยร้าวซึ่งน่าจะมีผลต่อโครงสร้าง จึงได้ดำเนินการเสริมความมั่นคงชั่วคราวไว้ก่อน และในปีงบประมาณนี้ กรมศิลปากรได้รับงบประมาณเพื่อบูรณะซ่อมแซมองค์พระธาตุ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งจัดพิธีบวงสรวงเพื่อเริ่มต้นการดำเนินงานและติดตั้งนั่งร้านเตรียมการบูรณะ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภายในองค์พระธาตุมีความชื้นสะสมและอุ้มน้ำจำนวนมาก จนเกิดการพังทลายลงก่อนที่จะเริ่มกระบวนการบูรณะอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับโบราณสถานเก่าแก่ในหลายพื้นที่เช่นเดียวกัน
ภายหลังเกิดเหตุ กรมศิลปากรได้ประสานให้อำเภอท่าอุเทนและฝ่ายปกครองท้องถิ่นเข้าดำเนินการเบื้องต้นทันที โดยได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจ กั้นพื้นที่บริเวณโดยรอบเพื่อป้องกันอันตรายและมิให้ผู้ใดเข้าไปเคลื่อนย้ายสิ่งของจากซากพระธาตุ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เวรยามดูแลความเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด จากนั้นในเวลา 16.00 น. สำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี ได้จัดประชุมชี้แจงร่วมกับวัดพระธาตุ หน่วยงานท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจและวางแนวทางดำเนินงานร่วมกัน โดยมีการประสานเจ้าหน้าที่จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด เข้าร่วมสำรวจและเก็บรวบรวมวัตถุโบราณที่อยู่ภายในซากพระธาตุทั้งหมด
นอกจากนี้ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครพนมได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ร่วมกับอำเภอท่าอุเทน และสำนักศิลปากรที่ 9 เพื่อรายงานผลการดำเนินงานต่อกระทรวงวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กรมศิลปากรได้เริ่มกระบวนการสำรวจความเสียหายโดยละเอียด เพื่อจัดทำแบบแปลนการบูรณะใหม่ตามรูปแบบเดิม โดยมีแนวทางใช้กรอบงบประมาณเดิมที่ได้รับในปีนี้ประกอบกับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในปี 2570 เพื่อดำเนินการบูรณะให้แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์และคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมไว้ครบถ้วน โดยอาศัยแนวทางที่เคยใช้ในการบูรณะพระธาตุพนม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียทางจิตใจของพี่น้องประชาชนชาวนครพนมและชาวไทยทั้งประเทศ แต่ในขณะเดียวกัน ก็สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์โบราณสถานและมรดกทางวัฒนธรรมที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชนทั่วไป กระทรวงวัฒนธรรมจะเร่งดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเคารพต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เพื่อให้การบูรณะพระธาตุโนนตาลครั้งนี้เป็นแบบอย่างของการฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมที่ยั่งยืน
“ดิฉันขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะเร่งฟื้นฟูพระธาตุโนนตาลให้กลับมาเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนดังเดิม พร้อมส่งเสริมให้พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของภาคอีสานต่อไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวในตอนท้าย
"แม้ดอกไม้อาจจะแห้งเหี่ยวและเฉาไป แต่ความทรงจำในหัวใจยังคงเบ่งบานและสวยงามเสมอ"
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ขอเชิญชวนนักท่องท่องเที่ยวมาเก็บภาพความทรงจำแสนประทับใจของดอกไม้ที่บานสะพรั่ง ทั่วบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี ในช่วงโค้งสุดท้ายดอกลั่นทมบานที่เขาวัง ก่อนถึงฤดูใบไม้ผลิ ทุกท่านสามารถแวะชมความงามได้ที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ (ไม่มีวันหยุด) ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ชาวไทย 20 บาท และชาวต่างชาติ 200 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวที่ขึ้นชมทางรถรางไฟฟ้า มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ชาวไทย 60 บาท และชาวต่างชาติ 80 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3242 5600 Facebook: พระนครคีรี กรมศิลปากร / Phra Nakhon Khiri, The Fine Arts Department
องค์ความรู้เรื่อง...
ปูนขาวจากกระบวนการศึกษาทางด้านโบราณคดี: #ตอนที่๑
การขุดค้นแหล่งโบราณคดีเตาเผาปูนขาวบ้านภูเขาทอง
หมู่ ๗ ตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย
โดย: นางสาวกุลวดี สมัครไทย
นักโบราณคดีชำนาญการ
สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น
***รายการบรรณานุกรม***
หนังสือหายาก
กรมศิลปากร. ละคอน เรื่อง ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา. พระนคร : โรงพิมพ์พระจันทร์, ๒๔๙๕.
สำริด ศิลปะสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ ๑๙ – ๒๐ เทวรูปองค์นี้ถูกเคลื่อนย้ายจากเมืองโบราณสุโขทัย ไปประดิษฐานไว้ ณ เทวสถาน กรุงเทพมหานคร และนำกลับมาจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ในปี พุทธศักราช ๒๕๐๗ พระหริหระ เทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ที่เป็นการรวมพระวิษณุ (หริ) และพระศิวะ (หระ) ให้อยู่ในองค์เดียวกัน โดยนำลักษณะเด่นของแต่ละองค์มารวมไว้ด้วยกันอย่างเหมาะสม พระองค์มี ๔ กร พระหัตถ์ขวาบนทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายบนทรงสังข์ พระหัตถ์ซ้ายล่างทรงดอกบัว สัญลักษณ์ของพระวิษณุ พระหัตถ์ขวาล่างแสดงปางกรัณฑมุทรา เครื่องประดับพระเศียรตกแต่งด้วยลายพันธุ์พฤกษา ยอดเป็นทรงกระบอกคอดเว้า คล้ายมุ่นมวยผม ประดับด้วยรูปพระจันทรืเสี้ยว มีพระเนตรที่ ๓ บริเวณกลางพระนลาฏ ทรงสวมสายธุรำรูปนาค ซึ่งเป็นสัญลักษ์ของพระศิวะ ลักษณะของพระพักตรเป็นรูปไข่ พระเนตรยาวรี พระขนงโก่ง พระนาสิกโด่งงุ้ม พระโอษฐ์บางพระหนุเป็นปมตามรูปแบบพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย พระกรรณสวมกุณฑล ทรงกรองศอ พาหุรัดและทองพระกร พระภูษายาวที่เรียกว่า "โธตี" (ผ้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าพันรอบตัว) ด้านหน้าจีบเป็นริ้วแฉก คาดปั้นเหน่งชักชายภูษาโค้งลงมาปิดหัวปั้นเหน่งประทับยืนบนฐานบัวคว่ำ - บัวหงาย การสร้างเทวรูปซึ่งเป็นรูปเคารพในศาสนาพราหมณ์ เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของศาสนาพราหมณ์ที่มีบทบาทในสังคมพุทธศาสนาในสุโขทัย โดยได้สร้างสรรค์รูปแบบงานศิลปกรรมตามคตินิยมและสุนทรียภาพตามแบบศิลปะไทยที่นิยมในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๐ หรือในสมัยของพระมหาธรรมราชาลิไทซึ่งตามหลักฐานศิลาจารึก วัดป่ามะม่วง พุทธศักราช ๑๙๐๔ ได้ระบุว่าพระมหาธรรมราชาลิไททรงโปรดให้ประดิษฐานเทวรูป พระศิวะและพระวิษณุไว้ที่หอเทวาลัยมหาเกษตรในป่ามะม่วงนอกกำแพงเมืองสุโขทัยทางด้านตะวันตกเพื่อให้พราหมณ์และดาบสได้บูชา โดยเทวรูปพระหริหระนี้อาจเป็นหนึ่งในเทวรูปที่พระองค์ทรงโปรดให้นำไปประดิษฐานในหอเทวาลัยมหาเกษตร
วันจันทร์ ที่ ๑๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม เพื่อนำมาจัดสร้างพระบรมโกศจันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้างานโหรพราหมณ์ เป็นผู้อ่านโองการบวงสรวง มีข้าราชการและประชาชนร่วมงานเป็นจำนวนมาก
อนึ่ง ไม้จันทน์หอมนี้ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช ได้คัดเลือกต้นไม้จันทน์หอมที่ยืนต้นตายตามธรรมชาติ จำนวน ๑๒ ต้น โดยจะดำเนินการตัด และแปรรูป พร้อมนำส่งมอบให้แก่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เพื่อนำไปจัดสร้างพระบรมโกศจันทน์ เพื่อใช้ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในลำดับต่อไป