ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,411 รายการ

กู่เจ้านายฝ่ายเหนือสายเชียงใหม่กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ เป็นอนุสรณ์สถานหรืออนุสาวรีย์ที่บรรจุพระอัฐิของอดีตเจ้าหลวงและอัฐิของเจ้านายฝ่ายเหนือ โดยกู่เจ้านายฝ่ายเหนือที่วัดสวนดอกเป็นสถานที่บรรจุพระอัฐิและอัฐิของเจ้านายฝ่ายเหนือสายเชียงใหม่ กู่เจ้านายฝ่ายเหนือที่วัดสวนดอก เกิดจากพระดำริของเจ้าดารารัศมี พระราชชายา เมื่อคราวเสด็จกลับเชียงใหม่ เมื่อ ร.ศ. ๑๒๗ - ๑๒๘ (ประมาณ พ.ศ. ๒๔๕๑) ว่าจะรวบรวมพระอัฐิเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่และอัฐิพระญาติวงศ์ในราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน ซึ่งขณะนั้นประดิษฐานกระจัดกระจายในข่วงเมรุ* มาประดิษฐานไว้ที่เดียวกัน ณ บริเวณลานวัดสวนดอก ที่มีอาณาบริเวณกว้างขวาง เมื่อก่อสร้างกู่เรียบร้อยแล้วจึงอัญเชิญพระอัฐิและอัฐิของพระญาติผู้ใหญ่มาประดิษฐานไว้เป็นปฐม ดังจารึกการย้ายพระอัฐิซึ่งประดิษฐานด้านหน้ากู่บรรจุพระอัฐิของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ดังนี้๑. พระเจ้ากาวิละ๒. เจ้าหลวงธรรมลังกา (ช้างเผือก)๓. เจ้าหลวงคำฟั่น (เศรษฐี)๔. เจ้าหลวงพุทธวงษ์๕. พระเจ้ามโหตระประเทศ ๖. พระเจ้ากาวิโลรส๗. พระเจ้าอินทวิชยานนท์๘. แม่เจ้าอุสาอัยกี๙. แม่เจ้าทิพเกสรพระชนนี๑๐. แม่เจ้ารินคำชนนีเจ้าอินทวโรรส๑๑. แม่เจ้าพิณทองนับจากนั้น เมื่อมีการปลงศพเจ้าหลวงและพระญาติแล้วก็ได้มีการนำพระอัฐิและอัฐิไปบรรจุไว้ในกู่ที่สร้างขึ้น ณ สุสานวัดสวนดอกเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ โดยในวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๗ หนานปวงคำ ตุ้ยเขียว ได้สำรวจและบันทึกว่ามีจำนวนกู่ จำนวน ๑๐๕ กู่ ต่อมาใน พ.ศ.๒๕๒๗ ศาสตราจารย์ ดร. อุดม รุ่งเรืองศรี ได้สำรวจและจัดทำบัญชีอีกครั้ง และบันทึกว่ามีจำนวนกู่ทั้งหมด ๑๑๓ กู่ทายาทเจ้านายฝ่ายเหนือได้ร่วมกันจัดงานบุญถวายราชกุศลแด่ดวงพระวิญญาณของเจ้าหลวงเชียงใหม่และเจ้านายฝ่ายเหนืออย่างต่อเนื่อง ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ นครเชียงใหม่อายุครบ ๗๐๐ ปี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และคณะเจ้านายฝ่ายเหนือได้ร่วมกันจัดพิธีสักการะดำหัวกู่เจ้าหลวงเชียงใหม่อย่างยิ่งใหญ่ และเชิญชวนประชาชนร่วมพิธีด้วย ปัจจุบันมีการกำหนดจัดพิธีสักการะกู่เจ้าหลวงเชียงใหม่ ในวันที่ ๑๗ เมษายน ของทุกปี ณ บริเวณกู่เจ้านายฝ่ายเหนือ วัดสวนดอก   ผู้เรียบเรียง : นางเกษราภรณ์ กุณรักษ์ นักจดหมายเหตุชำนาญการ ภาพ : ๑. หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่. ภาพส่วนบุคคล ชุด นายบุญเสริม สาตราภัย๒. หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่. หมายเหตุ : ข่วงเมรุ เป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธีศพเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่มาตั้งแต่อดีต ตั้งอยู่บริเวณท้องทุ่งริมแม่น้ำปิงฝั่งตะวันตกระหว่างคุ้มท่าเจดีย์กิ่วทางตอนเหนือลงมาถึงท่าแพตอนใต้ ปัจจุบันเป็นพื้นที่ตลาดวโรรสอ้างอิง : ๑. พิเชษฐ์ ตันตินามชัย.  ๒๕๖๒. “ดำหัวกู่เจ้านายเชียงใหม่.” ใน วงศ์สักก์ ณ เชียงใหม่ (บรรณาธิการ).  เชียงใหม่ นครแห่งอมต.  เชียงใหม่: วิทอินดีไซน์, ๑๑๙-๑๓๒.๒. วรชาติ มีชูบท. ๒๕๕๔. พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ศรีแห่งนครเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร: เลิฟแอนด์ลิพเพรส.๓. ศิริศักดิ์ อภิศักดิ์มนตรี. ๒๕๕๕. เวียงสวนดอก. เชียงใหม่: ชุติมาพริ้นติ้ง.


เลขทะเบียน : นพ.บ.181/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  46 หน้า ; 4 x 48 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 103 (91-100) ผูก 4 (2565)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันธ์ขันธ์ --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


อุโปสถสีลรกฺขานิสํสกถา (อานิสงสรกฺขาสีลอุโปสถ)  ชบ.บ.61/1-1ก  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อเรื่อง                     มิลินฺทปญฺหาสงฺเขป (มิลินทปัญหา)สพ.บ.                       322/4ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               52 หน้า : กว้าง 4.7 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง                     พุทธศาสนา                              ชาดก                    บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจาก วัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี    


เลขทะเบียน : นพ.บ.283/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4.5 x 55.5 ซ.ม. : ทองทึบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 119  (248-252) ผูก 3 (2565)หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


วัดถัมภาวาส (วัดบางตะโละ) ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี         วัดแห่งนี้สร้างขึ้นราวพ.ศ.๒๓๙๑ (สมัยรัชกาลที่ ๓) โดยมีพ่อท่านลังกาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก อุโบสถของวัดแห่งนี้มีลักษณะพิเศษคือการเขียนภาพจิตรกรรมบนผนังด้านนอกของอุโบสถ จิตรกรรมเหล่านี้เขียนภาพเรื่องพุทธประวัติเช่นตอนแสดงธรรมโปรดพุทธมารดา ตอนเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เรื่องรามเกียรติ์ตอนทศกัณฑ์ลักนางสีดา ตอนพระยาพาลีรบทรพี และเรื่องจันทโครพตอนโจรป่าฆ่าจันทโครพไปจนถึงตอนโจรป่าหนีไป รวมถึงสอดแทรกภาพชาวบ้านไว้ในมุมของภาพต่างๆด้วย ------------------ เรียบเรียง/ภาพถ่าย นายสารัท ชลอสันติสกุล นักโบราณคดีชำนาญการ


ครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๕วันอาทิตย์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ณ สังคีตศาลา บริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครเวลา ๑๗.๓๐ – ๑๙.๓๐ น. การบรรเลงขับร้องดนตรีสากลโดย มูลนิธิสุนทราภรณ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีบัตรราคา ๒๐ บาท (จำหน่ายบัตรก่อนเข้าชมการแสดง ๑ ชั่วโมง)สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒ และ โทร. ๐๒๒๒๑ ๐๑๗๑การจัดการแสดงอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโรคตามแผนมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยและมาตรการที่ทางราชการกำหนด 


บทความวิชาการจดหมายเหตุเรื่อง ภาพเก่าเล่าอดีต : สืบสานสัมพันธไมตรีไทย-เนเธอร์แลนด์ผู้แต่ง : บุศยารัตน์ คู่เทียม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจดหมายเหตุ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรตีพิมพ์ลงนิตยสารศิลปากร ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒ (เดือนมีนาคม-เมษายน ๒๕๔๙)หน้า ๖๓-๗๙


“พระพุทธรูปสามฤทธิ์” แห่งเมืองสวรรคโลกหากมีโอกาสเดินทางมาที่อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย นอกจากจะได้ซึมซับบรรยากาศวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยเรื่องราวความเป็นจังหวัดในอดีตแล้ว ผู้คนที่อำเภอสวรรคโลกยังมีความเชื่อความศรัทธาในพระพุทธรูปที่มีนามมงคลที่คนสวรรคโลกส่วนมากเรียกขานว่า “พระพุทธรูปสามฤทธิ์” พระพุทธเรืองฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียง (วัดพระปรางค์) กระทั่งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๔ พระยาวิชิตภักดี (นก) เจ้าเมืองสวรรคโลกในขณะนั้น อัญเชิญมาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ วัดสว่างอารมณ์วรวิหาร จวบจนปัจจุบัน ถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งของเมืองสวรรคโลกที่มีเจ้านายเสด็จฯ มานมัสการหลายพระองค์ เช่น สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เสด็จฯ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๕ พระพุทธลือฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย ที่พระสวรรค์วรนายก อดีตเจ้าอาวาสวัดสวรรคารามและเจ้าคณะจังหวัดสวรรคโลก รวบรวมไว้ เดิมประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ วัดสวรรคาราม ซึ่งในช่วงสงกรานต์จะมีประเพณีอัญเชิญออกมาให้ผู้คนสรงน้ำ ภายหลังได้ยกเลิกไปเนื่องจากเกรงว่าการสรงน้ำจะทำให้พระพุทธรูปเสียหาย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ ณ ตึกสวรรค์วรนายก ถือเป็นพระพุทธรูปคู่วัดคู่ชุมชนที่ชาวบ้านมักเรียกกันติดปากว่า “หลวงพ่อบุญลือ” และให้ความเคารพศรัทธากราบไหว้มาตลอดหลวงพ่อสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่อุโบสถ วัดคลองกระจง เป็นที่นับถือของชาวบ้านตำบลคลองกระจงและในอำเภอสวรรคโลก ตามประวัติว่ากันว่ามีพรานป่าชื่อนายนวล ยิ่งสกุล เข้าไปล่าสัตว์แถววัดกรงทอง กระทั่งตกเย็นแว่วเสียงพระสวดมนต์จึงได้ตามเสียงไปและพบเจดีย์เก่าที่มีเศียรพระโผล่ออกมา เลยกลับมาตามชาวบ้านไปช่วยกันขุดเอามาเก็บรักษาไว้ที่วัดคลองกระจง บริเวณฐานขององค์พระปรากฏจารึกว่า “แต่แม่ชีเสน โกนเก้า เข้าบวช บ่เคยถูกต้องมือชาย มาเถิงนึกอันมาดบูชา จึงสร้างพระผู้เป็นเจ้า โสงองค์ ถวายไว้ในพระศาสนาสิ้นปัจจัยหกล้านแล”



เรื่องห้ามไม่ให้เจ้าไปเมืองสุพรรณกับอักขรานุกรมภูมิศาสตร์ จังหวัดสุพรรณบุรี.  พระนคร : กรมศิลปากร, 2491.          กล่าวถึงนิทานโบราณคดีเรื่องห้ามไม่ให้เจ้าไปเมืองสุพรรณ พระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ และอักขรานุกรมภูมิศาสตร์ของจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งให้รายละเอียดความรู้เกี่ยวกับชื่อบ้านนามเมือง ภูเขา แม่น้ำ โบราณสถาน และสถานที่สำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี


วัดบูรพาราม อยู่ที่ถนนเขื่อนธานี ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี จากประวัติ วัดบูรพาราม ระบุว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖ เดิมเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์สายวิปัสสนา ภายหลังกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ข้าหลวงต่างพระองค์ สำเร็จราชการมณฑลอีสาน ได้บริจาคทรัพย์และที่ดินสร้างวัดบูรพาราม เพื่อถวายพระสีทา ชยฺเสโน เจ้าอาวาสลำดับที่ ๑ ต่อมา พ.ศ. ๒๔๕๘ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้เดินทางจากวัดบรมนิวาส กรุงเทพมหานคร มาเรียนวิปัสสนาที่วัดบูรพาราม จากประวัติวัดและรูปแบบทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม สร้างขึ้นไม่เก่าไปกว่า พ.ศ. ๒๔๓๖ ในสมัยรัตนโกสินทร์ ภายในวัดมีโบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ อุโบสถ (สิม) และหอไตร วัดบูรพาราม . อุโบสถ (สิม) เป็นสิมโปร่งแบบพื้นถิ่นอีสาน คือ สิมที่ไม่ก่อผนังปิดมิดชิด ยกเว้นเฉพาะผนังด้านหลังพระประธาน เป็นอาคารขนาด ๓ ห้อง หันหน้าลงทางทิศใต้ ส่วนชุดฐานบัว (เอวขัน) ก่ออิฐถือปูน ผนังเป็นโครงไม้ขึ้นรูปด้วยดินเหนียวผสมฟางข้าวสับละเอียดและแกลบข้าว ฉาบผิวด้วยน้ำปูน มีเสาไม้รองรับเครื่องหลังทรงจั่ว ในอดีตน่าจะมุงด้วยแป้นเกล็ดไม้หรือกระเบื้องดินเผา ด้านหน้ามีพาไลและบันไดทางขึ้น ใน พ.ศ. ๒๕๖๒ กรมศิลปากรร่วมกับวัดบูรพาราม ดำเนินการบูรณะอุโบสถ (สิม) หลังนี้ด้วยการทำหลังคาใหม่ครอบอาคารเดิมไว้ เพื่อประโยชน์การใช้งานตามความต้องการของทางวัดและชุมชน และแล้วเสร็จใน พ.ศ. ๒๕๖๓ . หอไตร สร้างด้วยไม้ยกพื้นสูง ในผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า มี ๒ หลัง ตั้งเรียงกัน เดิมมีชานพักเชื่อมอาคารทั้งสองหลัง โครงสร้างหอไตรแต่ละหลังใช้เสาไม้กลม ๘ ต้น รับน้ำหนักหลังคาทรงจั่ว ตีฝาทึบด้วยไม้ระแนงเป็นลายก้างปลา ด้านข้างมีช่องหน้าต่าง ๓ ช่อง เฉพาะด้านที่เคยมีชานพักเชื่อมไม่มีหน้าต่าง ด้านหน้าและหลังมีช่องหน้าต่าง ๑ ช่อง บันไดทางขึ้นอยู่ใต้อาคาร โดยใช้วิธีเปิดบานประตูขึ้นด้านบน หอไตรได้รับการบูรณะครั้งหลังสุดในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ และ พ.ศ. ๒๕๖๓ มีการซ่อมบำรุงในส่วนที่ชำรุดตามสภาพ . กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดขอบเขตที่ดินโบราณสถานวัดบูรพาราม ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘ ตอนพิเศษ ๑๒๔ง หน้า ๗ วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๔๔ พื้นที่ประมาณ ๒ งาน ๗๖ ตารางวา ------------------------------------------ +++อ้างอิงจาก+++ . กองพุทธศาสนสถาน, กรมการศาสนา. ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม ๑๔. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา, ๒๕๓๘. หน้า ๒๑๘ . คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุฯ. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ และภูมิปัญญาจังหวัดอุบลราชธานี. หนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒, ๒๕๔๔.หน้า ๑๓๖-๑๓๗ ข้อมูล : กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี



วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ เวลา ๐๗.๐๐ น. นางปริญญา  สุขใหญ่ หัวหน้าพิพิธภ้ณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เข้าร่วมโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๕ จังหวัดสุรินทร์ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาศวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๕ ณ วัดหนองบัว ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์


สงวน  อั้นคง.  สิ่งแรกในเมืองไทย ชุดพิเศษ.  พระนคร: เฟื้องอักษร, 2505.           เป็นหนังสือรวมเรื่องต่าง ๆ จากหลากหลายสาขาที่เริ่มมีขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เช่น ประวัติฟุตบอลล์ กำเนิดฟุตบอลล์ เทนนิส เครื่องบูชา กระดาษ บุหรี่ ล็อตเตอรี่ เป็นต้น


black ribbon.