ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 53,369 รายการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.641/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 54 หน้า ; 5 x 57 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 205 (84-93) ผูก 2 (2568)หัวเรื่อง : อภิธัมมา--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.700/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 50 หน้า ; 4 x 53 ซ.ม. : ชาดทึบ-ทองทึบ-รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 222 (257-269) ผูก 3 (2568)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.773/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 42 หน้า ; 4 x 51 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 239 (424-436) ผูก 5 (2568)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมการถ่ายทอด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน "โบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร" วิทยากร นางสาวพรรณลักษณ์ พันธ์วนิชดำรง ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร ผู้ดำเนินรายการ นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร
การประโคมย่ำยามเนื่องในการพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่ดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
การประโคมย่ำยาม จัดเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์อย่างหนึ่ง โดยคำว่า “ประโคม” หมายถึง การบรรเลงดนตรีเพื่อเป็นสัญญาณในพิธีบางอย่างในการสักการะบูชาหรือยกย่อง เป็นต้น ส่วนคำว่า “ย่ำ” หมายถึง การตีกลองหรือฆ้องถี่ ๆ หลายครั้งเพื่อบอกเวลา สำหรับเปลี่ยนยาม เรียกว่า ย่ำกลอง ย่ำฆ้อง เป็นต้น ส่วนคำว่า “ยาม” หมายถึง ชื่อส่วนแห่งวัน ยามหนึ่งมี ๓ ชั่วโมง รวมวันหนึ่งมี ๘ ยาม
การประโคมย่ำยามประกอบด้วยการประโคมของ ๒ หน่วยงาน ได้แก่ ๑) งานเครื่องสูง สำนักพระราชวัง และ ๒) วงปี่พาทย์นางหงส์เครื่องใหญ่ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร แต่โบราณสมัยจะประโคมทั้งหมด ๘ ครั้ง ได้แก่ เวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกา เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา เวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา เวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา และเวลา ๐๓.๐๐ นาฬิกา กล่าวโดยรวมคือ ๓ ชั่วโมง จะประโคมครั้งหนึ่ง สำหรับการประโคมย่ำยามเนื่องในการพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่ดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ได้งดการประโคมย่ำยามในเวลา ๒๔.๐๐ น. และเวลา ๐๓.๐๐ นาฬิกา
วงดนตรีประโคมย่ำยาม ของงานเครื่องสูง สำนักพระราชวัง ประกอบไปด้วย สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ไฉน กลองชนะและเปิงมาง ส่วนวงประโคมย่ำยาม ของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ใช้วงปี่พาทย์นางหงส์เครื่องใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยเครื่องดนตรี ดังนี้ ๑) ปี่ชวา ๑ เลา ๒) ระนาดเอก ๑ ราง ๓) ระนาดทุ้ม ๑ ราง ๔) ระนาดเอกเหล็ก ๑ ราง ๕) ระนาดทุ้มเหล็ก ๑ ราง ๖) ฆ้องวงใหญ่ ๑ วง ๗) ฆ้องวงเล็ก ๑ วง ๘) กลองทัด ๒ ใบ และ ๙) ฉิ่ง ๑ คู่ วงปี่พาทย์นางหงส์นี้ เป็นวงดนตรีปี่พาทย์ของไทยซึ่งใช้ประโคมในงานอวมงคลเท่านั้น โดยโบราณาจารย์ได้ปรับเปลี่ยนเครื่องดนตรีบางชิ้นในวงปี่พาทย์ เช่น ใช้ปี่ชวาแทนปี่ใน ไม่ใช้ตะโพนแต่ใช้กลองทัด ตีพร้อมกัน ๒ ใบ เป็นเสียงครึ่ม ๆ ครึ่ม ๆ ครึ่ม ๆ ในเพลงเรื่องนางหงส์ ส่วนเพลงอื่น ๆ จะใช้กลองมลายูในการตีประกอบหน้าทับ
เพลงที่ใช้ประโคมย่ำยามของวงปี่พาทย์นางหงส์ คือ เพลงเรื่องนางหงส์ เป็นเพลงเรื่องชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยเพลง ดังนี้ ๑) เพลงพราหมณ์เก็บหัวแหวน ๒) เพลงสาวสอดแหวน ๓) เพลงกระบอกทอง ๔) เพลงคู่แมลงวันทอง และ ๕) เพลงแมลงวันทอง และลงจบด้วยทำนองตอนท้ายของเพลงวา สำหรับการเรียกชื่อเพลงของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร จะเรียกชื่อเพลงตามที่ปรากฏในโน้ตเพลงที่มาจากการจดบันทึกเพลงไทยเป็นโน้ตสากลระหว่างพุทธศักราช ๒๔๗๙ – ๒๔๘๓ ของกรมศิลปากร
การประโคมย่ำยามในแต่ละครั้ง มีวิธีการประโคม ดังนี้
๑) สังข์ แตรงอน แตรฝรั่งประโคมเพลงสำหรับบท
๒) ปี่ไฉน กลองชนะ ประโคมเพลงพญาโศกลอยลม
๓) สังข์ แตรงอน แตรฝรั่งประโคมเพลงสำหรับบท
๔) ปี่ไฉน กลองชนะ ประโคมเพลงพญาโศกลอยลม
๕) สังข์ แตรงอน แตรฝรั่งประโคมเพลงสำหรับบท
๖) ปี่พาทย์นางหงส์เครื่องใหญ่บรรเลงเพลงเรื่องนางหงส์
เสร็จสิ้นการประโคม รวมระยะเวลาทั้งสิ้นประมาณ ๒๕ นาที
********************************
เรียบเรียงโดย
นายธำมรงค์ บุญราช นักวิชาการละครเเละดนตรีชำนาญการ
นายสุกิตติ์ ทำบุญ นักวิชาการละครเเละดนตรีชำนาญการ
รายงานโครงการบูรณะพระอุโบสถวัดโคกพระตำบลหนองพลวง อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมาปีงบประมาณ ๒๕๖๒
วิหารโพธิ์พระเดิมเป็นหนึ่งในวิหารต้นโพธิ์ (โพธิฆระ) สองแห่งในวัดพระมหาธาตุ โดยวิหาร หลังแรกคือวัดโพธิ์ลังกาซึ่งได้อธิบายไปก่อนหน้านี้ ตั้งอยู่ทางเหนือของพระเจดีย์ใหญ่ แต่ไม่ได้ตั้งอยู่บนแนวเดียวกับพระบรมธาตุเจดีย์อย่างเคร่งครัด ซึ่งบ่งบอกว่าน่าจะไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งการก่อสร้างของกลุ่มสถาปัตยกรรมเดียวกันเมื่อแรกเริ่ม สาเหตุอาจเกิดจากส่วนเหนือของวัดพระมหาธาตุเคยเป็นที่ตั้งของวัดหรือคณะสงฆ์สายอื่น ซึ่งเรียกว่า วัดพระเดิม ต่อมาได้รวมเข้ากับวัดพระมหาธาตุในสมัยอยุธยา เป็นเหตุผลที่ทำให้วิหารนี้มีชื่อว่า โพธิ์พระเดิม ซึ่งหมายถึงต้นโพธิ์ของวัดพระเดิม ซึ่งปรากฏตำนานความศักดิ์สิทธิ์ของต้นโพธิ์ในวัดทั้งสอง ซึ่งเชื่อกันว่าสืบหน่อโดยตรงมาจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าได้บรรลุ พระสัมมาสัมโพธิญาณที่โพธคยา ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย
วิหารโพธิ์พระเดิมและวิหารโพธิ์ลังกาที่ตั้งอยู่ทางใต้ เป็นตัวอย่างของวิหารต้นโพธิ์ (โพธิฆระ) ที่มีอายุยืนยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่าที่มีหลักฐานในขณะนี้ การขุดค้นทางโบราณคดีที่ฐานของวิหารนี้แสดงผลแบบ TL สอดคล้องกันที่ช่วง พ.ศ. 1355 - 1463, 1380 – 1488 และ 1382 - 1486 บ่งบอกว่ามีการสร้างครั้งแรกประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 14 - 15 ในช่วงเดียวกับที่มีการก่อสร้าง พระบรมธาตุเจดีย์และวิหารโพธิ์ลังกาซึ่งได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ในแง่ของคติทางศาสนาและรูปแบบสถาปัตยกรรม วิหารนี้มีแนวโน้มว่าได้รับอิทธิพลจากวิหารต้นโพธิ์ในอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา ซึ่งพุทธศาสนามหายานเจริญรุ่งเรืองเช่นกัน และมีการใช้มัญชุศรีภาษิตวาสตุวิทยาศาสตรา ซึ่งเป็นตำราสันสกฤตสำคัญเกี่ยวกับการสร้างรูปปั้นและสถาปัตยกรรมของพุทธศาสนา เช่น วิหารต้นโพธิ์ ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13 - 16
ต้นโพธิ์ของวิหารโพธิ์พระเดิมเป็นเช่นเดียวกับวิหารโพธิ์ลังกา คือปลูกอยู่บนเนินดินแบบเปิดโล่งกลางวิหาร ซึ่งทำให้ต้นโพธิ์เจริญเติบโตเช่นในปัจจุบัน และมีระเบียงคดที่มีหลังคาเพื่อให้ผู้ศรัทธาสามารถเดินเวียนรอบ มีพระพุทธรูปเรียงรายตามแนวผนังด้านใน สำหรับหลังคากระเบื้องดินเผานั้นมีความลาดเอียงออกเพื่อช่วยระบายน้ำฝนที่ตกหนัก
แม้ว่าระเบียงรอบต้นโพธิ์จะใช้เป็นห้องสมุดสำหรับการศึกษาพุทธศาสนา แต่ประชาชนทั่วไปยังคงให้ความเคารพและเดินเวียนรอบต้นโพธิ์อย่างมีสมาธิ ทำให้วิหารนี้ยังคงสืบสานประเพณีการสักการะต้นไม้ซึ่งดำรงอยู่ในความเชื่อพื้นเมืองและพุทธศาสนาเป็นเวลาหลายพันปี
โนนสัง-โนนตาล แหล่งพบขวานสำริดแห่งเดียวในจังหวัดยโสธร
ผู้เรียบเรียง : นางสาวเลิศลักษณ์ สุริมานนท์
#องค์ความรู้ : หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา
เรื่อง #สะบ้า : ย้อนการละเล่นถิ่นโคราช สืบสานวิถีสงกรานต์บ้านเอ็ง
.
สะบ้า คือการละเล่นพื้นบ้านอันทรงคุณค่าที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ พบความนิยมอย่างแพร่หลายในแถบภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย โดยเฉพาะในชุมชนชาวมอญและชาวไทยรามัญ นิยมจัดขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ เพื่อสร้างความบันเทิงและความสามัคคีในกลุ่มเด็กและผู้ใหญ่ อีกทั้งเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้ทำความรู้จักกันภายในชุมชน
.
การเริ่มเล่นสะบ้าเริ่มเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานอย่างแน่ชัด แต่พบว่ามีการเล่นสะบ้าในสมัยรัชกาลที่ 1 ในหนังสือเรื่อง เล่าเรื่องพม่ารามัญ โดยผู้เขียน ส.พลายน้อย ซึ่งเสน่ห์ของการเล่นสะบ้าอยู่ที่ความหลากหลายของลักษณะการเล่นและชื่อเรียกตามแต่ละพื้นที่ ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ได้อย่างชัดเจน เช่น อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เรียกว่า สะบ้าบ่อน หรือ สะบ้าว่อน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของประเพณีสงกรานต์ไทยรามัญ จังหวัดยโสธรมีชื่อเรียกว่า สีบ้า ส่วนจังหวัดนครราชสีมา จะรู้จักกันดีในชื่อการละเล่นสะบ้าสีลอย
.
ปัจจุบัน การเล่นสะบ้า เป็นการละเล่นยอดนิยมในเทศกาลสงกรานต์ในชุมชนชาวมอญและชาวไทยรามัญ นิยมเล่นเพื่อความสนุกสนานและสร้างความสามัคคี แม้จะหาชมได้ยากแต่ยังมีการอนุรักษ์ในหลายพื้นที่ เช่น ที่อำเภออำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี การละเล่นสะบ้าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ และสำหรับจังหวัดนครราชสีมานั้น ชาวบ้านในอำเภอพิมาย เช่น ชาวบ้านตำบลดงใหญ่ยังคงรวมตัวเล่นสะบ้าก่อนเทศกาลสงกรานต์ในทุกปีเพื่อเป็นการอนุรักษ์การละเล่นที่มีเอกลักษณ์นี้ไว้ไม่ให้สูญหายตามกาลเวลา
.
บรรณานุกรม
• พิชญ์ สมพอง. “สะบ้า: การละเล่น.” สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน. 13 (2542): 4491-4494.
• กระทรวงวัฒนธรรม. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประจำปีพุทธศักราช 2561. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 8 เมษายน 2569, จาก:
https://book.culture.go.th/ich61/mobile/index.html#p=58
• ระบบฐานข้อมูลศิลปวัฒนธรรมและวัฒนธรรมจังหวัดชัยภูมิ. การละเล่นสะบ้า. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 8 เมษายน 2569, จาก:
https://culture.cpru.ac.th/2022/01/11/สะบ้า/
• หลวงศรีโยธา และคนอื่น ๆ. ท้าวสุระนารี. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 8 เมษายน 2569, จาก: https://www.finearts.go.th/nlt-korat/view/55783
• "สงกรานต์โคราช" ชาวพิมายรวมตัวเล่นสะบ้าพื้นบ้าน รับปีใหม่ไทย | เรื่องดีดีทั่วไทย. ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (TNN LIVE). 7 เมษายน 2569. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 9 เมษายน 2569, จาก: https://www.facebook.com/watch/?v=1569835560779050
.
เรียบเรียงโดย นางสาวกุลริศา รัชตะวุฒิ นักภาษาโบราณ
กราฟิกโดย นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย บรรณารักษ์ปฏิบัติการ
#NLTKORAT #สงกรานต์ #โคราช #นครราชสีมา #การละเล่นพื้นบ้าน #ภูมิปัญญาไทย
ชื่อเรื่อง หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 8 ฉบับที่ 557 (10 ม.ค. 2510)
ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
สถานที่พิมพ์ สุพรรณบุรี
สำนักพิมพ์ มนัสการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ 2510
ลักษณะวัสดุ 8 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม.
ภาษา ไทย
ชื่อเรื่อง หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 7 ฉบับที่ 446 (24 พ.ย. 2507)ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสถานที่พิมพ์ สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์ มนัสการพิมพ์ปีที่พิมพ์ 2507ลักษณะวัสดุ 16 หน้า. : กว้าง 28 ซ.ม. ยาว 39 ซ.ม.ภาษา ไทย
รวบรวมและเรียบเรียง : ประวิทน์ ตันตลานุกุล, ครูภูมืปัญญาไทย (ด้านภาษาและวรรกรรม) ปีที่พิมพ์ : 2552สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่สำนักพิมพ์ : หจก.เชียงใหม่โรงพิมพ์แสงศิลป์ วัดสำคัญต่างๆ ในเมืองเชียงใหม่ล้วนแล้วแต่สถาปนาขึ้น โดยพระมหากษัตริย์แทบทั้งสิ้น วัดเหล่านั้นมีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ ควรที่จะพิมพ์เผยแพร่ให้อนุชนได้ศึกาา และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมล้านนาในวันอนุรักษ์มรดกไทย