ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 48,916 รายการ


         สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา จัดนิทรรศการพิเศษ "พิมาย ใต้ร่มบารมีพระพันปีหลวง" เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีต่อประชาชนชาวพิมาย ภายในงานจัดแสดงบันทึกเหตุการณ์เมื่อคราวพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรอำเภอพิมาย เมื่อ พ.ศ. 2498 นอกจากนี้ยังจัดแสดงพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง หลายสิบภาพ โดยได้ความอนุเคราะห์จาก นายอรรถพล ศรีสันติธรณ์ ​ร้านรองเท้าทวีโชค อำเภอพิมาย ทุกท่านสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ตลอดงานเทศกาลเที่ยวพิมาย 2568 ระหว่างวันที่ 5 - 9 พฤศจิกายน 2568 บริเวณลานจอดรถหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จังหวัดนครราชสีมา


         วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามราตรี “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” ณ วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา           นางสาวซาบีดา กล่าวว่า อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลก จากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) มาตั้งแต่ พุทธศักราช 2534 โดยเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ในแต่ละปี มีผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและต่างประเทศไม่ต่ำกว่าปีละสามล้านคน ก่อให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวแก่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและประเทศไทย ปีละหลายหมื่นล้านบาท และเพื่อเป็นการเพิ่มมิติการท่องเที่ยวโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรจึงได้จัดโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานยามราตรี กิจกรรม “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมบรรยากาศโบราณสถานอันสวยงามยามค่ำคืนของแหล่งมรดกโลกแห่งนี้ พร้อมทั้งน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกำหนดให้โบราณสถานวัดไชยวัฒนารามซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามพระตำหนักสิริยาลัยเป็นสถานที่จัดกิจกรรมหลัก ร่วมด้วยโบราณสถานวัดพระราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา แบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ช่วงเวลา ได้แก่ วันที่ 26 ธันวาคม 2568 - วันที่ 4 มกราคม 2569 เป็นเวลา 10 วันต่อเนื่อง และวันที่ 9 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2569 ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.30 น. - 21.30 น. ซึ่งนอกจากจะได้ชมไฟประดับโบราณสถานแล้ว ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้          วัดไชยวัฒนาราม มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการละเล่นไทยโบราณสลับสับเปลี่ยนกันไป เช่น การแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ละครนอก ละครพันทาง รำวงย้อนยุค การแสดงดนตรีไทย ดนตรีสากล การขับร้องเพลงลูกทุ่ง การลอยประทีปถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระพันปีหลวง เลือกซื้อสินค้าที่ตลาดโบราณนานาชาติ ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยังได้จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เพื่อเป็นมงคลเนื่องในโอกาสปีใหม่ 2569 อีกด้วย          โบราณสถานวัดพระราม แต่งชุดไทยชมไฟประดับโบราณสถานและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม Night at the Palace ย้อนเวลา ชมวัง 4 ศตวรรษ พระราชวังจันทรเกษม พบกับกิจกรรมชาววังพาชม ชาววังชวนขึ้นหอ สายมู ยูต้องมา และการสาธิตงานศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. - 21.00 น.           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ร่วมจัดกิจกรรมในภาคกลางวัน โดยจัดแสดงนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมสัญจร จากพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 - วันที่ 4 มกราคม 2569 และจัดกิจกรรมการเสวนาทางวิชาการ ในวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 13.00 น. - 16.00 น. นอกจากนี้ ในวันที่ 11 มกราคม 2569 ยังมีการจัดกิจกรรมการประกวดแมวไทยโบราณคืนถิ่นกรุงศรี ปีที่ 2 พร้อมนิทรรศการโบราณวัตถุและของสะสม การออกร้านของที่ระลึก และการสาธิตการคัดลอกตำราแมวและฤกษ์การเดินเรือ จากสมุดไทยฉบับระยอง ตั้งแต่เวลา 09.00 น. - 16.00 น.          นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า การส่งเสริมการท่องเที่ยวโบราณสถานในภาคกลางคืน ทำให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานขึ้น ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการด้านที่พัก ร้านอาหาร และบริการอื่น ๆ สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริม “พลังวัฒนธรรม” ให้เกิดเป็น “รายได้จริง” ภายใต้แนวคิด “ไท ไทย” ยกระดับและส่งเสริมภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางมรดกศิลปวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงง่ายมากขึ้น จึงขอเชิญนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมกิจกรรม “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” สัมผัสเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยพร้อมแต่งชุดไทย ชุดนานาชาติ เพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสวยงามของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ยามค่ำคืน




หนังสือทุ่งตึก เมืองท่าการค้าโบราณ เป็นหนังสือที่ว่าด้วยพัฒนาการของดินแดนภาคใต้ โดยเฉพาะระบบการค้าในสมัยศรีวิชัยที่มีแหล่งโบราณคดีทุ่งตึก เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นความเคลื่อนไหวของผู้คน ไม่เฉพาะในดินแดนภาคใต้ของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังได้เชื่อมโยงความสัมพันธ์การติดต่อของผู้คนไปยังดินแดนที่เป็นแหล่งโบราณคดีที่คนไทยควรภาคภูมิใจ หนังสือเล่มนี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการศึกษาเรื่องการติดต่อทางการค้าทางทะเลระหว่างดินแดนในประเทศไทยกับดินแดนภายนอก ทั้งในทางกว้างและทางลึกให้มากยิ่งขึ้นในอนาคต   ติดต่อซื้อได้ที่กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๔๗๐๒, ๐ ๒๒๒๔ ๒๐๕๐



วันพุธที่ 22 มิถุนายน 2559 นางวัญญา ประคำทอง ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดการสัมมนาวิชาการ "เทคโนโลยีสารสนเทศกับงานมรดกศิลปวัฒนธรรม" ครั้งที่ 1/2559 ณ ห้องประชุมสำนักสถาปัตยกรรม ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดขึ้นวันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2559 ณ โรงละครแห่งชาติ(โรงเล็ก) เวลา 9.00น.


                การจัดการความรู้: กระบวนการเสริมสร้างเครือข่ายมรดกศิลปวัฒนธรรม ทำการถอดประสบการณ์เป็นบทเรียนจากผู้ปฏิบัติงานเสริมสร้างเครือข่ายมรดกศิลปวัฒนธรรมในแต่ละสำนักศิลปากรพื้นที่จำนวน 10 คน 14 โครงการ ที่ดำเนินงานอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2550-2554 เพื่อเรียบเรียงเป็นองค์ความรู้หนึ่งของกรมศิลปากร ด้วยการตอบแนวคำถามประกอบการสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งพบว่า              ผู้ปฏิบัติงานเริ่มต้นโครงการด้วยเห็นความสำคัญและอยากจะอนุรักษ์โบราณสถาน โบราณวัตถุหรือแหล่งโบราณคดีในพื้นที่เป็นสำคัญ ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มคนในท้องถิ่นนั้น เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วัด ชาวบ้านและโรงเรียน เป็นต้น อยากจะร่วมอนุรักษ์และพัฒนามรดกศิลปวัฒนธรรมดังกล่าวให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบของแหล่งเรียนรู้หรือแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม แต่ยังขาดความรู้และทิศทางที่ชัดเจน               กิจกรรมสำคัญในโครงการจึงเริ่มด้วยการให้ความรู้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงเป็นการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ กำหนดแนวทางปฏิบัติงานเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนามรดกศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่นร่วมกัน การสามารถสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน การมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน การร่วมกันปฏิบัติและร่วมรับผลที่เกิดขึ้น ได้นำไปสู่ความเป็นเครือข่ายมรดกศิลปวัฒนธรรมระหว่างกรมศิลปากรและชุมชนท้องถิ่นนั้น            ผลผลิตที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการอนุรักษ์และพัฒนามรดกศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่น มักจะเห็นได้ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่น และย่านประวัติศาสตร์โบราณคดี ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการที่ดีและเป็นระบบโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นหลัก             ความเป็นเครือข่ายระหว่างกันจะดำรงอยู่ได้จากการมีปฏิสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องด้วยความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทั้งนี้กรมศิลปากรควรมีนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมในการสนับสนุนกลุ่มเครือข่ายมรดกศิลปวัฒนธรรมในชุมชนท้องถิ่นเพื่อการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นหรือย่านประวัติศาสตร์โบราณคดี และมีการติดตามประเมินผลความเป็นเครือข่ายมรดกศิลปวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง


ประวัติศาสตร์เมืองสุรินทร์(History of Surin)           เนื้อหาในส่วนนี้นำเสนอเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุรินทร์ โดยเริ่มจากชาวกวยช่วยกันจับช้างเผือกส่งกลับคืนสู่กรุงศรีอยุธยา และได้รับความดีความชอบตั้งเป็นบ้านเมือง การปฏิรูปการปกครองมาเป็นระบบเทศาภิบาลและระบอบประชาธิปไตยตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ สังคม ประชากร และการศึกษา ในการจัดแสดงได้จำลองภาพเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์เมืองสุรินทร์ เช่น การจับช้างเผือก การเดินรถไฟมาถึงจังหวัดสุรินทร์ สภาพตลาดการค้าในยุคแรกๆ สภาพการศึกษาในอดีต เพื่อให้ผู้ชมสามารถซึมซับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมืองสุรินทร์ในอดีตจนมาเป็นจังหวัดสุรินทร์ปัจจุบันได้อย่างชัดเจนขึ้น History of Surin           Displays in this section illustrate the history of Surin province. One story describes how the Kuay people caught a white elephant that had escaped from the Royal Palace in Ayutthaya – because of this feat, the village was promoted to town status. The town later became the seat of the lieutenant governor, as part of the country’s move to democracy. Exhibits also depict the history of local economics, social customs, population and education. Models of important events in the history of Surin are displayed: the catching of the white elephant, the train to Surin province, and the first market. These models give visitors a sense of the history of Surin province from ancient times to the present.




ช้างแฝดเพศผู้คู่แรกของโลก             เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ข่าวใหญ่ที่ทำให้ชาวสุรินทร์และชาวไทยทั้งประเทศมีความสุขและปลาบปลื้มใจ เป็นที่สุดก็คงเป็นการให้กำเนิดช้างแฝดเพศผู้คู่แรกของโลก จากแม่ช้างชื่อพังทองคูณ อายุ ๒๖ ปี ซึ่งเป็นช้างของนายประไพ โมกหอม บ้านเลขที่ ๑๕๒ หมู่ ๓ บ้านท่าลาด ตำบลศรีณรงค์ อำเภอชุมพลบุรี ช้างแฝดเพศผู้คู่นี้เกิดเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๓ แฝดพี่ชื่อพลายทองคำ เกิดเวลา ๐๓.๐๙ น. และแฝดน้องชื่อพลายทองแท่ง เกิดเวลา ๐๑.๐๙ น. โดยแฝดน้องคลอดออกมาก่อน ปัจจุบันได้มาอาศัยอยู่ที่ศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์             สำหรับจังหวัดสุรินทร์เคยมีช้างแฝดมาแล้วเมื่อ ๑๕ ปีที่ผ่านมา เป็นช้างเพศเมียชื่อ พังจุ๋ม และพังจิ๋ม เจ้าของชื่อป้าเหลือง (คนที่เดินทางไปกับรถบรรทุกช้างชื่อพังกำไลที่รถพลิกคว่ำจนป้าเหลืองเสีย ชีวิต และพังจุ๋มตาย ส่วนพังจิ๋มยังไม่ตาย ปัจจุบันอยู่ที่สวนสัตว์เขาเขียว และพังจิ๋มก็ตกลูกเมื่อเร็วๆ นี้   ข้อมูลที่น่ารู้เกี่ยวกับช้างไทย   ช้าง                         ช้างเป็นสัตว์บกเลี้ยงลูกด้วยนมที่ใหญ่ที่สุดในโลก   อายุช้าง                     ช้างมีอายุเฉลี่ยประมาณ ๘๐ ปี   น้ำหนักช้าง                 ช้างเมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักประมาณ ๓,๐๐๐ – ๔,๐๐๐ กิโลกรัม/เชือก   ส่วนสูงช้าง                  ช้างเมื่อโตเต็มที่จะมีความสูงเฉลี่ยประมาณ ๘ – ๙ ฟุต(ประมาณ ๒.๕ เมตร)   ช้างกินอาหาร              ช้างจะกินอาหารประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว/เชือก/วัน หรือประมาณวันละ ๒๐๐ – ๔๐๐ กิโลกรัมต่อเชือก   ช้างนอน                    ช้างจะหลับนอนเพียงวันละ ๓ – ๔ ชั่วโมงเท่านั้น อีก ๒๐ ชั่วโมงจะใช้เวลาในการออกหากินในเวลา ๑ วัน   ช้างต้องการน้ำ             ช้างจะกินน้ำวันละประมาณ ๖๐ แกลลอน หรือ ๑๕ ปี๊บ/วัน   เริ่มผสมพันธุ์                ช้างเริ่มผสมพันธุ์ เมื่ออายุประมาณ ๑๓ – ๑๕ ปี จนถึงอายุ ๕๐ ปี   ฤดูกาลผสมพันธุ์            ช้างจะผสมพันธุ์ไม่เป็นฤดูกาล สุดแท้แต่โอกาสและบรรยากาศแวดล้อม   การผสมพันธุ์               ช้างตัวผู้จะขึ้นทับตัวเมียครั้งหนึ่งใช้เวลา ๓๐ – ๖๐ วินาที และใช้เวลาในการผสมพันธุ์จริงๆ(สอดเครื่องเพศ) เพียง ๑๐ – ๑๕ วินาทีเท่านั้น   การเป็นสัด                 ช้างตัวเมียจะเป็นสัดปีละ ๓ – ๔ รอบ (ถ้าไม่มีการตั้งท้อง) เป็นสัดครั้งหนึ่งอยู่นาน ๒ – ๘ วัน (เฉลี่ย ๔ วัน)   ช้างตั้งท้อง                  ช้างจะตั้งท้องนานประมาณ ๑๘ – ๒๒ เดือน (ลูกช้างตัวผู้จะอยู่ในท้องนานกว่าลูกช้างตัวเมีย)   การตกลูก                  ปกติช้างจะตกคราวละ ๑ ตัว อาจมีแฝดได้   ระยะเวลาการมีลูก        เมื่อช้างออกลูกมาแล้วจะดูแลและอยู่ร่วมกันกับแม่ประมาณ ๓ ปี แล้วแม่ช้างจึงจะเริ่มผสมพันธุ์ อีกครั้งหนึ่ง รวมระยะเวลา ๕ ปี กว่าแม่                                  ช้างจะมีลูกแต่ละครั้ง ดังนั้น แม่ช้าง ๑ เชือกตลอดชีวิตจะตกลูกได้ ๔  - ๖ ตัว     ลึงค์                        ลึงค์หรืออวัยวะสืบพันธุ์ช้าง ช้างตัวผู้จะมีลึงค์ยาวประมาณ ๑ – ๒ เมตรในสภาพปกติ และยาว ๒ – ๒.๕ เมตร ขณะแข็งตัวเต็มที่ และจะ                                โค้งงอเป็นรูปตัว “ S”   ลูกอัณฑะช้าง              ช้างตัวผู้จะมีลูกอัณฑะอยู่ในช่องท้องใกล้ๆ กับไต เมื่อโตเต็มวัยลูกอัณฑะจะมีน้ำหนัก ๑ – ๔ กิโลกรัม   อากาศที่ช้างชอบ          ปกติช้างชอบอยู่ในป่าดงดิบทึบ มีอากาศร่มเย็น อุณหภูมิประมาณ ๑๘ – ๒๐ องศาเซลเซียส ไม่ชอบอากาศร้อนจัด   การตกมัน                 ช้างพลายและช้างพังที่โตเต็มวัยหรือเรียกว่าอยู่ในวัยฉกรรจ์ ซึ่งมีอายุระหว่าง ๑๕ – ๘๐ ปี ถ้า มีร่างกายอ้วนท้วนแข็งแรงสมบูรณ์มีโอกาส                                ตกมันได้ตลอด (บางเชือกขณะตกมันจะมีนิสัยดุร้ายและจำเจ้าของไม่ได้)   ระบบปราสาท             ช้างจะรับรู้ทางระบบประสาทตาประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่จะมีระบบการรับรู้ จำเสียง จำกลิ่นได้เป็นอย่างดี   ผิวหนัง                     ช้างจะมีผิวหนังหนาประมาณ ๑.๙ – ๓.๒ เซนติเมตร   การเต้นของหัวใจ          ท่ายืน ๒๕ – ๓๐ ครั้งต่อนาที                                ท่านอนตะแคง ๗๒ – ๙๘ ครั้งต่อนาที                                ขณะออกกำลัง ๖๐ ครั้งต่อนาที   อัตราการหายใจ           ช้างหายใจ ๔ – ๖ ครั้งต่อนาที   อุณหภูมิในร่างกาย        ปกติอุณหภูมิในร่างกายช้างประมาณ ๓๖ – ๓๗ องศาเซลเซียส   ฟันช้าง                     ตลอดชีวิตของช้างจะมีฟันกรามถึง ๖ ชุด   ซี่โครงช้าง                  ช้างมีซีโครงจำนวน ๑๙ คู่   ข้อกระดูกหาง             ช้างมีข้อกระดูกหาง ประมาณ ๒๖ – ๓๓ ข้อ   เล็บเท้าช้าง                เท้าหน้าของช้างมี ๕ เล็บ                                เท้าหลังของช้างมี ๔ เล็บ   หมายเหตุ :                ศัพท์นิยม                                ลักษณะนามของช้างป่าใช้ ตัว                                ลักษณะนามของช้างบ้านใช้ เชือก                                ลักษณะนามของการรวมกลุ่มเป็นหมู่ของช้างป่าใช้ ฝูง                                ลักษณะนามของการรวมกลุ่มเป็นหมู่ของช้างบ้านใช้ โขลง


กิจกรรม "ลานวัฒนธรรม นำน้องน้อยย้อนรอยอดีต" ครั้งที่ ๖   ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  พระปฐมเจดีย์


วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ข้าราชการหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระพุทธรูปสำคัญประจำจังหวัดนครราชสีมา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๖๖ พรรษา ณ พระวิหารหลวง วัดพระนารายณ์มหาราช อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา



black ribbon.