ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,404 รายการ
ในเดือนสิงหาคมนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ขอเชิญทุกท่านร่วมชมนิทรรศการ New - Three - Life โดยอาจารย์จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
สำหรับนิทรรศการ New - Three - Life เป็นการรวมตัวของอาจารย์จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จํานวน 3 คน ได้แก่ ผศ. ดร.วัชราพร ศรีสุข, สถาพร เครือวัลย์, พิเชษฐ์ อยู่สด ซึ่งได้รับทุนสร้างสรรค์นักวิจัยหน้าใหม่ สาขาทัศนศิลป์ โดยทั้ง 3 คน ต่างก็มีแนวทางและประสบการณ์ในการสร้างสรรค์ผลงาน ตามความถนัดเฉพาะตน แต่มีแนวรวมทางความคิด ที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ตนเองชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ในการสื่อสารออกมาในผลงาน การตั้งชื่อกลุ่ม ทวี - คูน หมายถึง การเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน และจะมีการเพิ่มพูน งอกงาม ต่อไปเรื่อยๆ ในวันข้างหน้า คำว่า คูน ที่ใช้มีที่มาจาก ต้นคูน ที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งเหลืองอร่าม อยู่ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ชื่อนิทรรศการ New - Three - Life เป็นการสื่อความหมาย ถึงชีวิตใหม่ของศิลปินทั้ง 3 คน ที่ได้มาเริ่มต้นการเป็นเพื่อนร่วมงาน ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ในปีเดียวกัน และเป็นกำลังใจสนับสนุนกัน ร่วมกันสร้างสรรค์งานศิลปะ ซึ่งหวังว่าจะได้เกื้อกูลประโยชน์แก่ผู้อื่นในวันข้างหน้า
นิทรรศการ New - Three - Life เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 6 – 30 สิงหาคม 2568 ณ อาคารนิทรรศการ 6 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ตั้งเเต่เวลา 09.00 - 16.00 น. ทุกวันพุธ - อาทิตย์ (ปิดให้บริการวันจันทร์ - อังคาร) โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.มาโนช บุญทองเล็ก คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น.
---------------------------------------------------------------
New - Three - Life
Exhibition dates 6th - 30th August 2025 : 9 AM. - 4 PM.
Closed on Monday - Tuesday.
At Building 6, The National Gallery of Thailand
Opening Reception 21th August 2025 : 2.00 PM.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ขอเชิญชวนไปทายกลิ่นสนุก ๆ ในเทศกาลฮาโลวีน ผ่านกิจกรรม Scent of the Month - หอมทุกเดือน ตอน “จะหอมหรือจะหลอก” ร่วมสัมผัสกลิ่นลึกลับ 8 ขวด ที่รอให้ทุกคนมาลองดมแล้วทาย…บางขวดอาจหอมหวานเหมือนขนมเวทมนตร์ แต่บางขวดก็แอบหลอกให้นึกถึงควันจากหม้อปรุงยาลึกลับ ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ตลอดเดือนตุลาคมนี้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3553 6100 ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ทาง Facebook : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี Suphanburi National Museum
กรมศิลปากร สำนักช่างสิบหมู่ โดยศูนย์ศิลปะและการช่างไทย เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมอบรมโครงการฝึกอาชีพระยะสั้น ด้านงานศิลปกรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรงานเขียนภาพจิตรกรรมไทย เทคนิคสีฝุ่น และหลักสูตรงานแกะสลักโฟม ระยะเวลาการรับสมัคร วันที่ 19 - 21 พฤศจิกายน 2568 กำหนดจัดอบรม ณ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ผู้สนใจสามารถเลือกสมัครเข้ารับการอบรมได้เพียงท่านละ 1 หลักสูตรเท่านั้น รับผู้สมัครที่มีอายุ 18 - 50 ปี หลักสูตรละ 40 คน โดยรับสมัครผ่านทางระบบออนไลน์
หลักสูตรที่ 1 การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “งานเขียนภาพจิตรกรรมไทย เทคนิคสีฝุ่น” อบรมระหว่างวันที่ 15 - 19 ธันวาคม 2568 สมัครโดยการ สแกน QR Code หรือ กดลิงก์ https://forms.gle/7NbxCaJ4gYyDyTGC9 เพื่อเข้าระบบสมัคร
หลักสูตรที่ 2 การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “งานแกะสลักโฟม” อบรมระหว่างวันที่ 22 - 26 ธันวาคม 2568 สมัครโดยการสแกน QR Code หรือ กดลิงก์ https://forms.gle/E6c3XxGcFdGo1zju5 เพื่อเข้าระบบสมัคร
ติดตามการประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมฝึกอบรมได้ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ทางเพจ Facebook : สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/officeoftraditionalarts ทั้งนี้ ผลการคัดเลือกจากคณะกรรมการถือเป็นสิทธิ์ขาด และเป็นอันสิ้นสุดทุกกรณี
มณฑปพระพุทธบาท ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระมหาธาตุ สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2513 โดยน่าจะตั้งอยู่บนเนินดินที่เคยเป็นเทวาลัยฮินดูโบราณ ส่วนทางตอนเหนือของวัดพระมหาธาตุแห่งนี้ เคยเป็นของวัดอีกแห่งหนึ่งชื่อว่า วัดพระเดิม ซึ่งผนวกเข้ากับวัดพระมหาธาตุในสมัยอยุธยา เนินดินนี้มีความสำคัญอย่างมาก เชื่อกันว่ามีการค้นพบจารึกหินแกรนิตหายากซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ของ วัด จารึกนี้ได้รับหมายเลข 28 และมีตัวอักษรปัลลวะ 10 ตัว อายุต่างกันไปตามที่นักวิชาการต่าง ๆ ได้ระบุตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 10 – 14 โดยมีการตีพิมพ์ครั้งแรกโดย Étienne Lunet de Lajonquière ใน พ.ศ. 2455 และต่อมา George Coedès กำหนดอายุจากอักษรตรงกับช่วงพุทธศตวรรษที่ 10 - 11 (อ้างใน Assavavirulhakarn and Skilling 2006 - 2007: 19) แม้ว่าจารึกนี้จะอ่านยาก แต่มีการเห็นพ้องต้องกันว่า คำว่า “-อิศวร” ที่อยู่ตอนท้ายเกี่ยวข้องกับพระศิวะและศาสนาฮินดู โดยซากของเทวาลัยโบราณยังคงมีอยู่และมองเห็นได้ที่เนินดินนี้ อาจมีอายุตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 - 14 รวมถึงฐานเสาหินปูนและองค์ประกอบสถาปัตยกรรมทำจากหินแกรนิตซึ่งมีการแกะสลักลวดลายดอกไม้และลูกปัดอย่างประณีต ลักษณะของส่วนประกอบทางสถาปัตยกรรมจากหินนี้ไม่พบในอารามพุทธศาสนา แต่เป็นเรื่องปกติในเทวาลัยฮินดูในคาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไทยซึ่งดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลจากทางตอนใต้ของอินเดีย โดยใช้วัสดุในท้องถิ่น งานแกะสลักเหล่านี้อาจจะทำโดยช่างฝีมือที่เดินทางมาจากทางตอนใต้ของอินเดียหรือช่างฝีมือในท้องถิ่นที่ได้รับการฝึกฝนจากอินเดีย ในขณะเดียวกัน โยนิ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเนินดินที่สร้างขึ้นในทางตอนใต้ของวัด อาจย้ายไปจากเนินดินนี้ซึ่งเป็นที่ตั้งอยู่ของมณฑป พระพุทธบาท ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมหินโบราณส่วนใหญ่ถูกรวมเข้าไปอยู่ทางเข้าถ้ำที่สร้างขึ้นใหม่ใต้มณฑปพระพุทธบาทบนยอดเนินดิน แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดก็ตาม
มณฑปพระพุทธบาท มีหลังคาแหลมซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของมณฑป ฐานของมณฑปแบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ชั้นล่างกว้าง 5.30 เมตร และยาว 8.40 เมตร ขณะที่ชั้นบนกว้าง 4.15 เมตร และยาว 6.30 เมตร พระรัตนธัชมุนี (เมือง) พระครูกาแก้ว (สี) และพระยารณชัยชาญยุทธ (ถนอม บุญยเกตุ) ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นผู้สั่งการให้ก่อสร้างวิหารนี้พร้อมกับรอยพระพุทธบาท
การเข้าไปในมณฑปทำได้โดยใช้บันไดด้านทิศตะวันออกและตะวันตก ด้านตะวันออกมีบันไดโค้งคู่ 35 ขั้น ส่วนด้านตะวันตกมีบันไดตรง 27 ขั้น ฐานของมณฑปเป็นฐานสี่เหลี่ยม แต่ละด้านของผนังชั้นบนมีหน้าต่าง 2 บาน หน้าต่างเหล่านี้ประดับด้วยระเบียงดินเผา และมณฑปมีประตู 4 บาน
บริเวณฐานของมรฑปพระพุทธบาทมีถ้ำจำลอง ซึ่งขุดลงไปในเนินดินและประดับด้วยชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมจากเทวาลัยฮินดูโบราณ มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิราบชื่อ “พระบุญมาก” อยู่ภายในถ้ำ ด้านหน้าถ้ำมีรูปปั้นพระพุทธรูปมารวิชัยสลักจากหินหยกสีขาวรูปแบบศิลปะพม่า
มณฑปนี้สะท้อนแนวคิดการเคารพรอยพระพุทธบาท ซึ่งเป็นประเพณีโบราณที่มีต้นกำเนิดในอินเดียและได้รับความนิยมในศรีลังกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการให้เกียรติพระพุทธเจ้าผ่านการสักการะรอยพระพุทธบาทและสัญลักษณ์มงคลโบราณที่ถูกประทับไว้ภายในเป็นการปฏิบัติทางศาสนาที่ลึกซึ้ง การก่อสร้างแบบจำลองของรอยพระพุทธบาทภายในสถานที่นี้ใช้เป็นสถานที่สำหรับการปฏิบัติธรรม และสนับสนุนประเพณีการสักการะรอยพระพุทธบาทซึ่งพบได้ในหลายดินแดนที่นับถือพุทธศาสนา เช่น ภูเขาสุมนกูฏ (ยอดเขาอดัม) ในศรีลังกา รอยพระพุทธบาทเป็น การยืนยันถึงการมีอยู่ของพระพุทธองค์ รวมถึงคติการเสด็จไปยังดินแดนต่าง ๆ ทำให้สถานที่นั้น ๆ มีความน่าเลื่อมใสด้วยการเสด็จมาของพระพุทธองค์ ด้วยเหตุนี้จึงช่วยส่งเสริมทวีความศักดิ์สิทธิ์ของหาดทรายแก้วและวัดพระมหาธาตุ
มณฑปนี้ได้ถูกใช้ประโยชน์หลายประการ นอกจากเป็นสถานที่สำหรับการสักการะพระพุทธเจ้าแล้ว ยังเป็นสถานที่สำหรับการทำบุญและถวายอาหารแด่พระสงฆ์ในช่วงออกพรรษา ซึ่งเรียกว่า ตักบาตรเทโวโรหณะ ประเพณีนี้เป็นการระลึกถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับสู่โลกมนุษย์ โดยประทับรอยพระพุทธบาทไว้บนแผ่นดินหลังจากเสด็จโปรดพระพุทธมารดาของพระองค์ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มณฑปพระพุทธบาทจึงเป็นการส่งเสริมประเพณีทางศาสนาและการเผยแผ่ศาสนาในคาบสมุทรภาคใต้ของไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด พระสงฆ์ และชาวบ้าน ต่างให้การสนับสนุนประเพณีอย่างมาก จึงทำให้การปฏิบัติเหล่านี้ยังคงดำรงอยู่สืบมาจนถึงปัจจุบัน
" ปราสาทภูโคกใหญ่ "
โบราณสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี
โบราณสถานปราสาทภูโคกใหญ่ ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่บริเวณหน้าผาในแนวเทือกเขาพนมดงรักในเขตประเทศไทย ปัจจุบันตั้งอยู่ในพื้นที่ของเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่ายอดโดม
โบราณสถานภูโคกใหญ่ถูกค้นพบโดยหน่วยลาดตะเวนของทหารพรานเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๒ และจากการสำรวจของสำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานี กรมศิลปากร พบว่าเป็นปราสาทศิลปะเขมรในประเทศไทย หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตัวอาคารปรากฏแนวกำแพงก่อด้วยหินทรายแผนผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้างประมาณ ๑๗ เมตร ยาวประมาณ ๔๓ - ๔๕ เมตร มีทางเข้าด้านทิศตะวันออกและตะวันตก พื้นที่ภายในมีแนวกำแพงแบ่งพื้นที่ออกเป็น ๒ ส่วน พื้นที่ด้านในใกล้กับศาลาที่สร้างขึ้นใหม่ พบชิ้นส่วนแท่นฐานรูปเคารพหินทรายขนาดใหญ่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งที่ปราสาทภูโคกใหญ่แห่งนี้เคยมีการค้นพบประติมากรรมรูปพระคเณศ กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๓ ปัจจุบันเก็บรักษาและจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี
จากหลักฐานที่ปรากฏสันนิษฐานในเบื้องต้นได้ว่า ปราสาทภูโคกใหญ่สร้างขึ้นในศาสนาฮินดู ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๖ – ๑๘ หรือประมาณ ๑,๐๐๐ - ๘๐๐ ปีมาแล้ว โดยอาจมีการสร้างปราสาทขึ้นมาก่อนช่วงเวลาดังกล่าว เป็นโบราณสถานสำคัญอีกแห่งหนึ่งในพื้นที่ของประเทศไทยที่แสดงให้เห็นถึงการตั้งถิ่นฐานของชุมชนในบริเวณเทือกเขาพนมดงรักหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างที่มีมาตั้งแต่อดีต
#ปราสาทภูโคกใหญ่ #ตำบลโดมประดิษฐ์
#อำเภอน้ำยืน #จังหวัดอุบลราชธานี
#สำนักศิลปากรที่9อุบลราชธานี
#หนังสือกรมศิลป์น่าอ่าน วันนี้ขอนำเสนอหนังสือเรื่อง "#จารึกตำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร"
.
เปิดขุมทรัพย์ “#ตำรายาไทยโบราณ” สมัยรัชกาลที่ 3
เป็นวิทยาการโบราณ หายาก ทรงคุณค่า และเต็มไปด้วยภูมิปัญญาบรรพชน
.
รวบรวม–เรียบเรียงโดยผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร
ทั้งความรู้ด้านภาษา วรรณกรรม และการแพทย์แผนไทย
เหมาะสำหรับสายสุขภาพ นักวิชาการ และผู้สนใจภูมิปัญญาไทย
.
เล่มเดียว ได้ทั้งความรู้และคุณค่าทางวัฒนธรรม
ร่วมสืบสานมรดกไทยให้คงอยู่สืบไปอย่างยั่งยืน
.
ผู้สนใจอ่านได้ที่ #ห้องค้นคว้า ชั้น 2 หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา นะคะ หรืออ่านได้เลยที่ https://mobile.nlt.go.th/ebook-detail/378608
.
บรรณานุกรม
กรมศิลปากร. จารึกตำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร. กรุงเทพฯ: ศิลปากร, 2545.
เลขเรียกหนังสือ: ศก 615.11593 ศ528จ
.
แนะนำโดย นางแพรว ธนภัทรพรชัย เจ้าพนักงานห้องสมุดชำนาญงาน
กราฟิกโดย นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย บรรณารักษ์ปฏิบัติการ
#NLTKORAT #แพทย์แผนไทย #วัดราชโอรสาราม #ภูมิปัญญาไทย #เอกสารโบราณ #กรมศิลปากร #องค์ความรู้ #หนังสือแนะนำ #หนังสือน่าอ่าน #แนะนําหนังสือน่าอ่าน #หนังสือดีบอกต่อ
virtualhistoricalpark.finearts.go.th/phimai
ปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนั้นก็คือ ปราสาทหินพิมาย ในเขตจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งย่อมแสดงให้เห็นถึงความเป็นศูนย์กลางและเป็นปากประตูสําคัญจากลุ่มแม่น้ํามูลไปสู่เมืองพระนครของอาณาจักรกัมพูชา และบ้านเมืองในเขตลุ่มแน่น้ําเจ้าพระยา โบราณสถานที่ปรากฏอยู่ในเมืองพิมายนั้นปรากฏมีอยู่หลายแห่งทั้งนอกเมืองและในเมืองโบราณพิมาย แต่ที่สําคัญได้แก่ ปราสาทหินพิมาย เกือบทั้งหมดมีสภาพปรักหักพังทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ในพุทธศักราช 2507 กรมศิลปากรได้รับความร่วมมือจากรัฐบาลประเทศฝรั่งเศส สนับสนุนองค์ปรางค์ประธานของปราสาทหินพิมายจนแล้วเสร็จในพุทธศักราช 2511 ปราสาทหินพิมายนับเป็นพุทธศาสนสถานในลัทธิมหายานที่สร้างขึ้นในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 16
พบเครื่องถ้วยชามลายน้ำทอง มีพระบรมฉายาลักษณ์ ร.5 ที่กาน้ำ และจาน
ไม่ทราบว่ามีจริงหรือไม่ เนื่องจากไม่เคยเห็นในหนังสือ รวมทั้งภาพใน Internet
ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ
การประชุมคณะผู้บริหารกรมศิลปากร ครั้งที่ 9/2557 (สัญจร)
วันที่ 25 - 26 กันยายน 2557 นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร และคณะผู้บริหารกรมศิลปากรร่วมประชุมผู้บริหาร
กรมศิลปากร ครั้งที่ 9/2557 (สัญจร) ณ ห้องประชุมโรงแรมสุโขทัย เทรเชอร์ รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย
โดยได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร ในการนี้ อธิบดีกรมศิลปากรและคณะผู้บริหาร อธิบดีกรมศิลปากรและคณะผู้บริหาร ได้เดินทางไปตรวจราชการและเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง และอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
โดย : กลุ่มอำนวยการและประสานราชการ สำนักบริหารกลาง