ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,894 รายการ
องค์ความรู้ ส่งเสริมการอ่านผ่านออนไลน์ เรื่อง “วันศิลปินแห่งชาติ 24 กุมภาพันธ์”
วันศิลปินแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี เนื่องจากตรงกับวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งราชวงศ์จักรี ผู้ทรงเป็นพระปฐมบรมศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยทรงพระปรีชาสามารถในศิลปกรรมด้านต่างๆ หลายสาขา
ไม่ว่าจะเป็นด้านกวีนิพนธ์ ด้านดนตรี และประติมากรรม และเพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ จึงถือเอาวันพระราชสมภพ (วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2310) เป็น "วันศิลปินแห่งชาติ" เอกอัครศิลปินที่ยิ่งใหญ่ ผู้มีพระอัจฉริยภาพในงานศิลปะหลายสาขาทั้งทางด้านประติมากรรม ได้ทรงร่วมกับช่างประติมากรรมฝีมือเยี่ยมในสมัยนั้นแกะสลักบานประตูไม้พระวิหารวัดสุทัศน์เทพวราราม เป็นลายเครือเถารูปป่าหิมพานต์นับเป็นงานฝีมือชั้นเยี่ยม (ปัจจุบันบานประตูนี้ เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์) ด้านวรรณกรรม ถือว่าทรงเป็นกวีเอกแห่งแผ่นดินพระองค์หนึ่ง ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมไว้จำนวนมากมายหลายเรื่อง เช่น อิเหนา ซึ่งเป็นวรรณคดีที่ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสร ในรัชกาลที่ 6 ว่าเป็นยอดของกลอนบทละครรำ
นอกจากนี้ ยังทรงพระราชนิพนธ์บทละครนอกไว้ถึง 5 เรื่อง ได้แก่ ไกรทอง พระไชยเชษฐ์ คาวี สังข์ทอง และมณีพิชัย และด้วยพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในด้านวรรณกรรม ทรงได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกสาขาวรรณกรรม และเพื่อเป็นการยกย่องศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน ทางสำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติจึงได้มอบรางวัลให้แก่ ศิลปินที่มีผลงานดีเด่นในด้านต่าง ๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกย่องและเชิดชูเกียรติศิลปิน
นายชวน หลีกภัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น ได้มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ซึ่งในเวลานั้นสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปัจจุบันหน่วยงานนี้คือ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม) จัดตั้ง "โครงการศิลปินแห่งชาติ" ใน พ.ศ. 2527
ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กรมส่งเสริมวัฒนธรรม) ได้จัดทำโครงการศิลปินแห่งชาติ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 เพื่อสรรหา ส่งเสริม สนับสนุน และช่วยเหลือศิลปินผู้สร้างสรรค์ ผลงาน ศิลปะล้ำค่า อันทรงคุณค่าของแผ่นดิน ยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ โดยมีสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้พิจารณา ความสำคัญของศิลปินแห่งชาติ ที่นับเป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญทางด้านศิลปะ ที่ได้สืบสานงานศิลปะของชาติให้เชื่อมโยงจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน เป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาของบรรพบุรุษในอดีต ให้มีความรุ่งโรจน์สืบไปยังอนาคตข้างหน้า
ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มโครงการ ศิลปินแห่งชาติ มาเมื่อปี พ.ศ. 2527 และประกาศผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติในปีแรกเมื่อ พ.ศ. 2528 จนถึงปัจจุบัน มีศิลปินสาขาต่าง ๆ มาแล้วหลายคน
ศิลปินแห่งชาติ สามารถถ่ายทอดภูมิปัญญาของบรรพบุรุษในอดีต ให้มีความรุ่งโรจน์สืบไปยังอนาคตข้างหน้า เป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญทางด้านศิลปะ ที่ได้สืบสานงานศิลปะของชาติให้เชื่อมโยงจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มโครงการ ศิลปินแห่งชาติ มาเมื่อปี พ.ศ.2527 และประกาศผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติในปีแรกเมื่อ พ.ศ.2528 จนถึงปัจจุบัน
ทางราชการยังจัดงานนิทรรศการเกี่ยวกับศิลปินแห่งชาติและศิลปะพื้นบ้านขึ้นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในจังหวัดที่มีศิลปินแห่งชาติสังกัดอยู่
อ้างอิง : ประชิด สกุณะพัฒน์, อุดม เชยกีวงศ์. วันสำคัญ. กรุงเทพฯ : ภูมิปัญญา, 2549. บุญเติม แสงดิษฐ์. วันสำคัญ. กรุงเทพฯ : พัชรการพิมพ์. 2541.
ผู้เรียบเรียง : นายประพนธ์ รอบรู้
นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี
ชื่อผู้แต่ง พุทธทาสภิกขุ , ๒๔๔๙-๒๕๓๖
ชื่อเรื่อง คำบรรยายธรรม อบรมพระธรรมทูตในสวนโมกขพลาราม พ.ศ. ๒๕๑๐ (อบรมพระธรรมทูต คำบรรยายสำหรับเตรียมตัว
เพื่อประกาศพรหมจรรย์)
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ อตัมมโย
ปีที่พิมพ์ ๒๕๑๑
จำนวนหน้า ๑๙๙ หน้า
รายละเอียด
พระธรรมทูต คือผู้ประกาศศาสนา หรือประกาศพรหมจรรย์ นำความจริงและแบบอย่างชีวิตอันประเสริฐไปแสดงแก่ชาวโลก หนังสือคำบรรยายธรรม อบรมพระธรรมทูต ในสวนโมกขพลาราม พ.ศ. ๒๕๑๐ นี้ประกอบด้วยสารบาญเรื่องได้แก่คำกล่าวเปิดการอบรม คำอธิบายสภาพความเป็นมาของวัดธารน้ำไหลและเรื่องที่อบรมต่างๆ ได้แก่ ทำวัตรคืออะไร การประกาศพระศาสนา สารบาญคำบรรยายเบ็ดเตล็ด ได้แก่ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับบริขาร บางอย่าง และหารือเรื่องทำวัตร สวดมนต์ เป็นต้น นับว่าเป็นการอบรมที่น่าสนใจสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างบุคลากรทางศาสนาได้ในโอกาสต่อไป
เลขวัตถุ
ชื่อวัตถุ
ขนาด (ซม.)
ชนิด
สมัยหรือฝีมือช่าง
ประวัติการได้มา
ภาพวัตถุจัดแสดง
43/2553
(23/2549)
ชิ้นส่วนภาชนะดินเผา ขอบปากผายออก ส่วนบนเรียบ ไม่มีลวดลาย ส่วนล่างตกแต่งลายขูดขีด
ส.15.6
ก.17
ดินเผา
สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย อายุราว 2,500-2,000 ปีมาแล้ว
ได้จากบ้านเขาเพิ่ม อำเภอบ้านนา จ.นครนายก เมื่อประมาณ พ.ศ. 2539
เลขทะเบียน : นพ.บ.426/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 32 หน้า ; 4 x 59 ซ.ม. : ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 153 (109-119) ผูก 5 (2566)หัวเรื่อง : พระธัมสังคิณี--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.569/5 ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 32 หน้า ; 4 x 56 ซ.ม. : ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 186 (347-356) ผูก 5 (2566)หัวเรื่อง : กถาวัตถุปกรณ์แปล--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
พิพิธภัณฑ์กับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตที่ดี : วันพิพิธภัณฑ์สากล พ.ศ.2566 (IMD2023)
สภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ (ICOM) ได้บัญญัติให้วันที่ 18 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันพิพิธภัณฑสากล (International Museum Day) เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของพิพิธภัณฑ์ในการเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การเพิ่มพูนคุณค่าทางวัฒนธรรม การพัฒนาความเข้าใจ ความร่วมมือและสร้างสันติภาพระหว่างประชาชน ซึ่งในแต่ละปี ICOM จะกำหนดนิยามเพื่อเป็นแนวทางให้พิพิธภัณฑ์สามารถดำเนินการสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน
โดยในปีพ.ศ. 2566 นี้ ICOM ได้กำหนดนิยามว่า “พิพิธภัณฑ์กับความยั่งยืนและคุณภาพชีวิตที่ดี” (Museums, Sustainability and wWell-being) พิพิธภัณฑ์เป็นสถาบันที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการมีสุขภาวะที่ดีพร้อมกับการพัฒนาสังคมได้อย่างยั่งยืน ในฐานะสถาบันที่น่าเชื่อถือและอยู่ร่วมกันสังคมมาอย่างยาวนาน ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างสม่ำเสมอ สามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนได้หลายแนวทาง เช่น ให้การสนับสนุนรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคมและสุขภาพจิต
สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของสังคมไทย
อ้างอิง : https://icom.museum/en/international-museum-day/
#วันพิพิธภัณฑ์สากล #imd2023 #icom #สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ #กรมศิลปากร
เบนเนตต์, ลีโรน จูเนียร์. ดร. มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์=What manner of man, A biography of Martin Luther King, Jr. พระนคร: ก้าวหน้า, ๒๕๑๓.
ว่าด้วยเรื่องราวและประวัติของ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ผู้เป็นศาสนาจารย์ ผู้นำนิโกรอเมริกัน และนักต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองชาวแอฟริกัน-อเมริกัน
วันนี้แอดจะพามาทำความรู้จัก "แข่ว"โดย นางสาวกัญญารัตน์ ฝอฝนนักศึกษาฝึกประสบการณ์สาขาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี//สีแข่วมื้อละ 2 เทื่อ เพื่อแข่วแข็งแฮง แมงบ่มี
เคล็ดลับความร่ำรวยของชนชาติที่ร่ำรวยที่สุด ชาวยิวสอนไว้ว่า การเรียนรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์ที่เหมาะสมที่สุดก็คือ การเรียนรู้ตั้งแต่เด็กนั่นเองอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ สุดป่วนก๊วนกระเป๋าตุง ตอน รวยง่ายๆ สไตล์ชาวยิว ให้บริการที่ห้องหนังสือเยาวชน หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่#เคล็ดลับความรวย#บรรณารักษ์ชวนอ่าน
องค์ความรู้ทางวิชาการ เรื่อง โบราณสถานวัดท้าวโคตร
ที่ตั้ง : ถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช
ประวัติและความสำคัญ
วัดท้าวโคตร เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่นอกกําแพงเมืองนครศรีธรรมราช ทางด้านทิศใต้ เดิมบริเวณนี้มีวัด ตั้งอยู่ ๕ วัด คือ วัดประตูทอง วัดธาราวดี (วัดไฟไหม้) วัดวา วัดศพเดิม และวัดท้าวโคตร
โบราณสถานสําคัญภายในวัดได้แก่ เจดีย์ขนาดใหญ่ก่อด้วยอิฐและหินปะการัง ส่วนยอดพังทลาย ได้รับการขุดแต่งและบูรณะโดย หน่วยศิลปากรที่ ๘ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ อุโบสถหลังเก่ามีลักษณะเป็นอาคารทรงไทย ขนาด ๕ ห้อง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยลงรักปิดทอง จีวรทาสีชาด และมีภาพจิตรกรรมแบบไทยประเพณีเขียนบนไม้กระดานคอสอง เล่าเรื่องพุทธประวัติและทศชาติชาดก บางภาพปรากฏภาพชาวตะวันตกทำให้กำหนดอายุได้ว่าน่าจะเขียนขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมา โดยรอบอุโบสถปักใบเสมา สลักลวดลาย นอกจากนี้ทางด้านทิศใต้ของอุโบสถยังเคยมีเนินโบราณสถาน ปัจจุบันได้สร้างอาคารขนาดเล็ก บนเนินนี้ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่ง ๓ องค์ เรียกว่า วิหารหลวงพ่อสบเดิม.
--------------------------------------------------------------------------
ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๖ ตอนที่ ๑๔๕ หน้า ๒๙๕๔ วันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๒๒
พื้นที่โบราณสถานประมาณ ๒ ไร่ ๒ งาน ๓๑ ตารางวา
อายุสมัย สมัยอยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมา)
--------------------------------------------------------------------------
สิ่งสำคัญ
๑. เจดีย์ ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมย่อมุมบนฐานสี่เหลี่ยม ด้านทิศตะวันออกมีมุขยื่นออกมา ขนาดของฐานกว้าง ๑๓.๓๐ เมตร ยาว ๑๗.๓๐ เมตร ทางด้านมุขหน้ามีการย่อขนาดแล้วตัดตรง ส่วนยอดพังทลาย
๒. อุโบสถหลังเก่า เป็นอาคารทรงไทย ขนาด ๕ ห้อง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีลานปูอิฐบริเวณส่วนหน้าของอาคารภายในกำแพงซึ่งผนังกำแพงเป็นผนังเดียวกันกับผนังของอุโบสถ เสาร่วมในของอุโบสถเป็นเสาไม้แก่น ด้านนอกมีเสาปูนติดอยู่กับส่วนผนังอาคาร ผนังอาคารมีความสูง ๒ เมตร ถัดขึ้นไปเป็นช่องลมทำด้วยบานไม้เกล็ดสูงขึ้นไปจนถึงเชิงชาย เครื่องบนเป็นเครื่องไม้ ไม่ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา หน้าบันไม่มีการตกแต่งลวดลายด้านในของเสาร่วมในทั้งสองแถวประดับด้วยแผงไม้คอสองด้านละ ๑ แถว ภายในอุโบสถประดิษฐาน พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ลงรักปิดทอง จีวรสีทาชาด
๓.วิหารหลวงพ่อสบเดิม ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเจดีย์ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่ง ๓ องค์
--------------------------------------------------------------------------
#ภาพจิตรกรรม:
ภายในอุโบสถหลังเก่ามีภาพจิตรกรรมเขียนบนไม้กระดานคอสอง เขียนด้วยสีฝุ่นบนไม้ มีภาพทั้งหมด ๔๐ ห้อง ฝั่งทิศใต้เขียนเรื่องพุทธประวัติ ฝั่งทิศเหนือเขียนเรื่องทศชาติชาดก
--------------------------------------------------------------------------
จัดทำโดย
นายสรรชัย แย้มเยื้อน และ นายสหภาพ ขนาน นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สาขาการจัดการสารสนเทศ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
--------------------------------------------------------------------------
อ้างอิง
นภัคมน ทองเผือ. โบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนในเขตพื้นที่สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช. นครศรีธรรมราช: สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๖๓
สำนักศิลปากรที่ ๑๔ นครศรีธรรมราช. จิตรกรรมบนคอสองอุโบสถหลังเก่าวัดท้าวโคตร. สำนักศิลปากรที่ ๑๔ นครศรีธรรมราช, ๒๕๕๐.
พระพิมพ์ลีลา
แบบศิลปะ : อยุธยา
ชนิด : โลหะชิน
ขนาด : สูง 31.5 เซนติเมตร กว้าง 9.5 เซนติเมตร
ลักษณะ : พระพิมพ์พระพุทธรูปประทับยืนภายในซุ้มจระนำ พระหัตถ์ซ้ายจีบพระอังคุตกับพระดัชนียกเสมอพระอุระ พระหัตถ์ขวาทอดยาวแนบพระวรกาย ด้านข้างซุ้มจระนำประดับแจกันดอกไม้ กั้นฉัตรเหนือซุ้มจระนำ
สภาพ : ค่อนข้างสมบูรณ์ ผิวโลหะด้านซ้ายผุกร่อนเล็กน้อย
ประวัติ : กรมศิลปากรได้รับคืนจากกระทรวงมหาดไทย เดิมเก็บที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
สถานที่จัดแสดง : ห้องศาสนศิลป์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi/360/model/08/
ที่มา: hhttp://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi
องค์ความรู้สุพรรณบุรี เรื่อง โบราณสถานวัดสนามชัย
ผู้เรียบเรียง :
นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย บรรณารักษ์ชำนาญการ
หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ
บ้องไฟเมืองน่าน จาก สารคดี 5 นาที กองวิทยาการ กรมประชาสัมพันธ์ ปี พ.ศ. 2513เอนก ส่งแสง๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ประเพณีการแห่บ้องไฟของชาวจังหวัดน่านที่ผู้เขียนจะได้นํามาเสนอ ท่านผู้ฟังในวันนี้เก็บความมาจาก พงศาวดารเมืองเหนือ ตอนที่ว่า ด้วยเมืองน่าน และจากรายงานกิจการประจำปีของจังหวัดน่าน ปี ๒๕๐๖ เพราะเห็นว่ามีสาระน่ารู้ควรแก่การที่จะได้นําออกเสนอให้ท่านผู้ฟังได้ทราบบ้าง เท่ากับเป็นการรักษาไว้ซึ่งประเพณีอันดีงามอีกโสดหนึ่งด้วยการแห่บ้องไฟของชาวจังหวัดน่าน มีปรากฏในพงศาวดารเมืองน่านว่า ครั้งพญาการเมืองโปรดให้สมโภชเฉลิมฉลององค์พระธาตุแช่แห้งครั้งแรก (พระธาตุแช่แห้งเป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดน่าน) ซึ่งได้ทรงก่อสร้างและประจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ที่ดอยภูเพียงแช่แห้ง ประชาชนได้จัดทำบ้องไฟนําไปจุดเป็นพุทธบูชามากหลาย การจุดบ้องไฟในครั้งนั้น กล่าวว่าเป็นเวลานานถึง ๗ วัน ๗ คืน จึงหมดสิ้น ด้วยเหตุนี้เมื่อมีงานพิธีทางศาสนา เช่น มีงานสมโภชเฉลิมฉลองวัดวาอาราม จึงนิยมจุดบ้องไฟเป็นพุทธบูชาเสมอมา เฉพาะงานเทศกาลนมัสการพระธาตุแช่แห้ง พระธาตุเขาน้อย พระพุทธรูปทองทิพย์ ซึ่งเป็นปูชนียวัตถุที่สำคัญของจังหวัดน่าน มีการแห่แหนน้องไฟกันอย่างมโหฬาร ซึ่งสมัยเมื่อยังมีเจ้าครองนครด้วยแล้วจะต้องมีบ้องไฟส่วนพระองค์อย่างน้อย ๓ กระบอก และต้องทำให้กระบอกใหญ่กว่าของราษฎร จะต้องไปทรงเป็นประธาน ณ ประรำที่พักซึ่งจัดไว้ และเจ้าครองนครจะต้องทรงจุดบ้องไฟนําก่อนด้วยขบวนแห่บ้องไฟแต่ละคณะและวัดต่าง ๆ นั้น ประกวดประชันกันยิ่งนัก มีกลองยาว ฉิ่ง ฉาบ ฆ้องโหม่งใหญ่ เล็ก หลายลูกตามลำดับ มีประสานเสียงกันอย่างครื้นเครง (ทํานองเดียวกันกับการตีประกอบฟ้อนเล็บเชียงใหม่) มีนักรำ ร่ายรำเข้ากับจังหวะฆ้องกลอง เป็นระเบียบสวยงามและร้องหมู่เป็นคํากลอนเรียกตามภาษาพื้นเมืองว่า “กําฮ่กบ่อกไฟ” เป็นคํากล่าว ยกย่องบูชาสิ่งเคารพในพุทธศาสนาซึ่งต้องนําบ้องไฟไปจุดเป็นพุทธบูชาเมื่อแห่บ้องไฟไปถึงที่จะจุดแล้ว ก็มีผู้นําบ้องไฟขึ้นไปบนห้างหรือค้างซึ่งทำไว้สำหรับจุดบ้องไฟโดยเฉพาะเมื่อนําบ้องไฟขึ้นไปเพื่อเตรียมจุดนั้น ผู้จุดซึ่งอยู่บนค้างจะประกาศให้บรรดาผู้ดูทราบว่าเป็นบ้องไฟของคณะศรัทธาวัดไหน เมื่อได้ประกาศให้ผู้ดูทราบแล้วก็จะถึงเวลาจุด ในการจุดนั้นมีวิธีอยู่ ๒ วิธีคือ จุดทางหัวลงและจุดทางท้ายขึ้น จุดทางหัวลงใช้สายชนวนสอดลงไปตามรูที่เจาะไว้ จุดทางท้ายขึ้นใช้หลอดไม้ไผ่ยาว สอดสายชนวนไปตามหลอดไม้ไผ่แล้วสอดไม้ไผ่เข้าไปตามรูที่เจาะไว้ในการทำบ้องไฟนั้นอุปกรณ์ในการทำก็มี ไม้ไผ่ป่าขนาดพอเหมาะที่จะทำเป็นกระบอกบ้องไฟได้ (ปัจจุบันนิยมใช้กระบอกสังกระสีเป็นกระบอก) ไม้เรี้ย ดินประสิว ถ่าน และหวาย ดินประสิวมากน้อยตามขนาดของบ้องไฟ ตําดินประสิวกับถ่านคลุกกันให้ละเอียดอย่างดินปืนธรรมดา แล้วบรรจุลงในกระบอกไม้กระทุ้งให้แน่นจนได้ที่ ตอนปลายสุดของกระบอกไม้ให้เหลือไว้ประมาณ ๑ ศอก ใช้ดินเหนียวผสม บรรจุลงในกระบอกไม้ที่เหลือไว้ แล้วกระทุ้งให้แน่น ทับดินปืน ใช้เหล็กจี (เหล็กแหลม ) ขนาดต่าง ๆ เจาะเนื้อดินเหนียวและดินปืนที่บรรจุในกระบอกไม้ ตลอดตั้งแต่ท้ายจดหัว แล้วตัดไม้เรี้ยเป็นท่อน ๆ ตามลำดับปล้องสั้นยาว ลดหลั่น กันมากน้อยตามขนาดของบ้องไฟ ตรงปากกระบอกไม้ตกแต่งให้เป็นรูปปากฉลามทั้งหมดนี้รวม เรียกว่า “โหว้บอกไฟ” หางของบ้องไฟต้องใช้ไม้เรี้ยยาวและตรงตลอด ตอนหัวของไม้เรี้ยที่ทำเป็นหาง ตรงปากกระบอกตกแต่งเป็นรูปปากฉลามเช่นเดียวกับ โหว้ เรียกว่า โตน แล้วนําโตนกับโหวมาประกอบกันเอาหวายมัดให้แน่นติดกับลําตัวของบ้องไฟ เมื่อบ้องไฟพุ่งขึ้นไปบนอากาศ จนหมดกําลังดินปืนแล้วจะหันหัวตกลงสู่พื้นดิน เมื่อโหว้และโตนที่ผูกติดกับลําตัวของบ้องไฟถูกลมเป่าตอนกลาง จึงเกิดเสียงดังขึ้นหลายเสียงตามเสียงลดหลั่นของกระบอกไม้เป็นเสียงประสานและดังกึกก้องเป็นที่ชื่นชอบของคนดูและเจ้าของบ้องไฟ ฆ้องกลองจะตีประสานกันอย่างอื้ออึง หนุ่มสาวเฒ่าแก่ก็ฟ้อนรําสลับกันไปด้วย เป็นที่สนุกสนานยิ่งนัก การจุดบ้องไฟเป็นพุทธบูชานี้ ชาวเมืองน่านยังคงกระทำเป็นประเพณีอยู่จนทุกวันนี้ และทำเป็นประจำทุกปีที่ถือกันว่าเป็นงานใหญ่ก็คือ จุดในงานเทศกาลนมัสการพระธาตุแช่แห้ง พระธาตุเขาน้อย และพระพุทธรูปทองทิพย์ โดยถือเอาวันเพ็ญเดือน ๓ วันเพ็ญเดือน ๖ และ วันสงกรานต์ ตามลำดับเป็นวันเริ่มจุด หากท่านผู้ฟังใคร่จะได้เห็นประเพณีดังกล่าวนี้แล้วละก้อ ควรจะได้ไปให้ตรงกับงานเทศกาลดังกล่าวข้างต้น ผู้เขียนขอรับรองว่าท่านจะไม่ผิดหวังภาพงานประเพณีสงกรานต์ เทศบาลเมืองน่าน ปี 2542เอกสารอ้างอิงกรมประชาสัมพันธ์. กองวิทยาการ. สารคดี 5 นาที. โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ : กรุงเทพฯ. 2515 เข้าถึงได้โดย https://digital.library.tu.ac.th/.../Info/item/dc:138634
วันที่ 4-5 เมษายน 2567 นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ และเจ้าหน้าที่หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ เข้าร่วมโครงการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาสมรรถนะด้านดิจิทัลของบุคลากรหอสมุดแห่งชาติ โดยมีนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีเปิด นางสาวเนาวรัตน์ ปัญญางาม ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ กล่าวรายงาน ณ โรงแรมไมด้า เดอ ซี หัวหิน (MIDA DE SEA HUA HIN) จังหวัดเพชรบุรี
บอกกล่าว "ข่าวเมืองชล"
นำเสนอข่าวสารของจังหวัดชลบุรีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาให้ผู้อ่านได้ติดตามกันค่ะ
รวบรวมโดย นางสาวอาทิตยา พิบูลแถว บรรณารักษ์ปฏิบัติการ