ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,295 รายการ

            สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญเข้าร่วมโครงการพัฒนาและส่งเสริมหอสมุดแห่งชาติเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปี 2568 กิจกรรมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ครั้งที่ 2 การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง "งานประดับกระจก" วิทยากรจากกลุ่มงานปิดทองประดับกระจกและช่างสนะไทย กลุ่มประณีตศิลป์ สำนักช่างสิบหมู่ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ อนุรักษ์ และส่งเสริมงานประณีตศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบไป ในวันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม 2568 ระหว่างเวลา 13.00 - 16.30 น. ณ อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง) และอาคารดำรงราชานุภาพ 2490 ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ              ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนออนไลน์ด้วยการสแกน QR-Code (บนโปสเตอร์) หรือลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://forms.gle/xffCSVqsvdTHgnw8A *รับจำนวนจำกัด เพียง 30 ท่าน สอบถามรายละเอียด โทร. 08 9545 3194 ในวันและเวลาราชการ





ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       107/6ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               36 หน้า กว้าง 5.2 ซม. ยาว 54.5 ซม.หัวเรื่อง                     พระไตรปิฎกบทคัดย่อ/บันทึก           เป็นคัมภีร์ใบลาน ธรรมอีสาน ฉบับล่องชาด มีไม้ประกับ


ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                                  124/7 หมวดหมู่                               พุทธศาสนาประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                           38 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 57 ซม.                                       บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                     ตำรายาเกร็ดสพ.บล.                     111ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   เวชศาสตร์ลักษณะวัสดุ               72 หน้า : กว้าง 6 ซม. ยาว 35.5 ซม.หัวเรื่อง                     ตำรายาภาษา                       บาลี-ไทยบทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม-ไทย เส้นจาร ฉบับลานดิบ ไม่มีไม้ประกับ ได้รับมอบจาก พระครูธวัชวุฒิคุณ เจ้าอาวาสวัดปทุมสราวาส อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี โดยส่งมอบผ่านพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2559


เลขทะเบียน : นพ.บ.641/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 54 หน้า  ; 5 x 57 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 205 (84-93) ผูก 2 (2568)หัวเรื่อง : อภิธัมมา--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.700/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 50 หน้า ; 4 x 53 ซ.ม. : ชาดทึบ-ทองทึบ-รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 222 (257-269) ผูก 3 (2568)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.773/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 42 หน้า ; 4 x 51 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 239 (424-436) ผูก 5 (2568)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขันธ์--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน  นม.บ.15/ข/1


        กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมการถ่ายทอด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน "โบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร" วิทยากร นางสาวพรรณลักษณ์ พันธ์วนิชดำรง ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร ผู้ดำเนินรายการ นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร


การประโคมย่ำยามเนื่องในการพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่ดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง   การประโคมย่ำยาม จัดเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์อย่างหนึ่ง โดยคำว่า “ประโคม” หมายถึง การบรรเลงดนตรีเพื่อเป็นสัญญาณในพิธีบางอย่างในการสักการะบูชาหรือยกย่อง เป็นต้น ส่วนคำว่า “ย่ำ” หมายถึง การตีกลองหรือฆ้องถี่ ๆ หลายครั้งเพื่อบอกเวลา สำหรับเปลี่ยนยาม เรียกว่า ย่ำกลอง ย่ำฆ้อง เป็นต้น ส่วนคำว่า “ยาม” หมายถึง ชื่อส่วนแห่งวัน ยามหนึ่งมี ๓ ชั่วโมง รวมวันหนึ่งมี ๘ ยาม    การประโคมย่ำยามประกอบด้วยการประโคมของ ๒ หน่วยงาน ได้แก่ ๑) งานเครื่องสูง สำนักพระราชวัง และ ๒) วงปี่พาทย์นางหงส์เครื่องใหญ่ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร แต่โบราณสมัยจะประโคมทั้งหมด ๘ ครั้ง  ได้แก่ เวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกา เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา เวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา เวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา และเวลา ๐๓.๐๐ นาฬิกา กล่าวโดยรวมคือ ๓ ชั่วโมง  จะประโคมครั้งหนึ่ง สำหรับการประโคมย่ำยามเนื่องในการพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่ดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ได้งดการประโคมย่ำยามในเวลา ๒๔.๐๐ น. และเวลา ๐๓.๐๐ นาฬิกา    วงดนตรีประโคมย่ำยาม ของงานเครื่องสูง สำนักพระราชวัง ประกอบไปด้วย สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ไฉน กลองชนะและเปิงมาง ส่วนวงประโคมย่ำยาม ของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ใช้วงปี่พาทย์นางหงส์เครื่องใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยเครื่องดนตรี ดังนี้ ๑) ปี่ชวา ๑ เลา ๒) ระนาดเอก ๑ ราง ๓) ระนาดทุ้ม ๑ ราง  ๔) ระนาดเอกเหล็ก ๑ ราง ๕) ระนาดทุ้มเหล็ก ๑ ราง ๖) ฆ้องวงใหญ่ ๑ วง ๗) ฆ้องวงเล็ก ๑ วง ๘) กลองทัด  ๒ ใบ และ ๙) ฉิ่ง ๑ คู่ วงปี่พาทย์นางหงส์นี้ เป็นวงดนตรีปี่พาทย์ของไทยซึ่งใช้ประโคมในงานอวมงคลเท่านั้น โดยโบราณาจารย์ได้ปรับเปลี่ยนเครื่องดนตรีบางชิ้นในวงปี่พาทย์ เช่น ใช้ปี่ชวาแทนปี่ใน ไม่ใช้ตะโพนแต่ใช้กลองทัด ตีพร้อมกัน ๒ ใบ เป็นเสียงครึ่ม ๆ ครึ่ม ๆ ครึ่ม ๆ ในเพลงเรื่องนางหงส์ ส่วนเพลงอื่น ๆ จะใช้กลองมลายูในการตีประกอบหน้าทับ    เพลงที่ใช้ประโคมย่ำยามของวงปี่พาทย์นางหงส์ คือ เพลงเรื่องนางหงส์ เป็นเพลงเรื่องชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยเพลง ดังนี้ ๑) เพลงพราหมณ์เก็บหัวแหวน  ๒) เพลงสาวสอดแหวน ๓) เพลงกระบอกทอง ๔) เพลงคู่แมลงวันทอง และ ๕) เพลงแมลงวันทอง และลงจบด้วยทำนองตอนท้ายของเพลงวา สำหรับการเรียกชื่อเพลงของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร จะเรียกชื่อเพลงตามที่ปรากฏในโน้ตเพลงที่มาจากการจดบันทึกเพลงไทยเป็นโน้ตสากลระหว่างพุทธศักราช ๒๔๗๙ – ๒๔๘๓ ของกรมศิลปากร   การประโคมย่ำยามในแต่ละครั้ง มีวิธีการประโคม ดังนี้ ๑) สังข์ แตรงอน แตรฝรั่งประโคมเพลงสำหรับบท  ๒) ปี่ไฉน กลองชนะ ประโคมเพลงพญาโศกลอยลม   ๓) สังข์ แตรงอน แตรฝรั่งประโคมเพลงสำหรับบท  ๔) ปี่ไฉน กลองชนะ ประโคมเพลงพญาโศกลอยลม   ๕) สังข์ แตรงอน แตรฝรั่งประโคมเพลงสำหรับบท  ๖) ปี่พาทย์นางหงส์เครื่องใหญ่บรรเลงเพลงเรื่องนางหงส์   เสร็จสิ้นการประโคม รวมระยะเวลาทั้งสิ้นประมาณ ๒๕ นาที  ******************************** เรียบเรียงโดย  นายธำมรงค์ บุญราช นักวิชาการละครเเละดนตรีชำนาญการ นายสุกิตติ์  ทำบุญ นักวิชาการละครเเละดนตรีชำนาญการ


รายงานโครงการบูรณะพระอุโบสถวัดโคกพระตำบลหนองพลวง อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมาปีงบประมาณ ๒๕๖๒


วิหารโพธิ์พระเดิมเป็นหนึ่งในวิหารต้นโพธิ์ (โพธิฆระ) สองแห่งในวัดพระมหาธาตุ โดยวิหาร    หลังแรกคือวัดโพธิ์ลังกาซึ่งได้อธิบายไปก่อนหน้านี้ ตั้งอยู่ทางเหนือของพระเจดีย์ใหญ่ แต่ไม่ได้ตั้งอยู่บนแนวเดียวกับพระบรมธาตุเจดีย์อย่างเคร่งครัด ซึ่งบ่งบอกว่าน่าจะไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งการก่อสร้างของกลุ่มสถาปัตยกรรมเดียวกันเมื่อแรกเริ่ม สาเหตุอาจเกิดจากส่วนเหนือของวัดพระมหาธาตุเคยเป็นที่ตั้งของวัดหรือคณะสงฆ์สายอื่น ซึ่งเรียกว่า วัดพระเดิม ต่อมาได้รวมเข้ากับวัดพระมหาธาตุในสมัยอยุธยา เป็นเหตุผลที่ทำให้วิหารนี้มีชื่อว่า  โพธิ์พระเดิม ซึ่งหมายถึงต้นโพธิ์ของวัดพระเดิม ซึ่งปรากฏตำนานความศักดิ์สิทธิ์ของต้นโพธิ์ในวัดทั้งสอง ซึ่งเชื่อกันว่าสืบหน่อโดยตรงมาจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าได้บรรลุ  พระสัมมาสัมโพธิญาณที่โพธคยา ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย           วิหารโพธิ์พระเดิมและวิหารโพธิ์ลังกาที่ตั้งอยู่ทางใต้ เป็นตัวอย่างของวิหารต้นโพธิ์ (โพธิฆระ)   ที่มีอายุยืนยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่าที่มีหลักฐานในขณะนี้ การขุดค้นทางโบราณคดีที่ฐานของวิหารนี้แสดงผลแบบ TL สอดคล้องกันที่ช่วง พ.ศ. 1355 - 1463, 1380 – 1488 และ 1382 - 1486 บ่งบอกว่ามีการสร้างครั้งแรกประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 14 - 15 ในช่วงเดียวกับที่มีการก่อสร้าง     พระบรมธาตุเจดีย์และวิหารโพธิ์ลังกาซึ่งได้รับอิทธิพลจากพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ในแง่ของคติทางศาสนาและรูปแบบสถาปัตยกรรม วิหารนี้มีแนวโน้มว่าได้รับอิทธิพลจากวิหารต้นโพธิ์ในอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา ซึ่งพุทธศาสนามหายานเจริญรุ่งเรืองเช่นกัน และมีการใช้มัญชุศรีภาษิตวาสตุวิทยาศาสตรา ซึ่งเป็นตำราสันสกฤตสำคัญเกี่ยวกับการสร้างรูปปั้นและสถาปัตยกรรมของพุทธศาสนา เช่น วิหารต้นโพธิ์ ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13 - 16           ต้นโพธิ์ของวิหารโพธิ์พระเดิมเป็นเช่นเดียวกับวิหารโพธิ์ลังกา คือปลูกอยู่บนเนินดินแบบเปิดโล่งกลางวิหาร ซึ่งทำให้ต้นโพธิ์เจริญเติบโตเช่นในปัจจุบัน และมีระเบียงคดที่มีหลังคาเพื่อให้ผู้ศรัทธาสามารถเดินเวียนรอบ มีพระพุทธรูปเรียงรายตามแนวผนังด้านใน สำหรับหลังคากระเบื้องดินเผานั้นมีความลาดเอียงออกเพื่อช่วยระบายน้ำฝนที่ตกหนัก           แม้ว่าระเบียงรอบต้นโพธิ์จะใช้เป็นห้องสมุดสำหรับการศึกษาพุทธศาสนา แต่ประชาชนทั่วไปยังคงให้ความเคารพและเดินเวียนรอบต้นโพธิ์อย่างมีสมาธิ ทำให้วิหารนี้ยังคงสืบสานประเพณีการสักการะต้นไม้ซึ่งดำรงอยู่ในความเชื่อพื้นเมืองและพุทธศาสนาเป็นเวลาหลายพันปี


black ribbon.