ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,829 รายการ
แผ่นไม้แกะสลักเล่าเรื่อง ทศชาติชาดกพระครูสิริปุญญากร (คำปัน อนาลโย ป.ธ.๔) อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีบุญยืน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน มอบให้เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๘แผ่นไม้ทศชาติชาดกที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ได้รับมอบมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๘ เป็นแผ่นภาพที่อยู่ในสภาพชำรุด พบว่าเป็นแผ่นไม้แกะสลักปิดทอง มีตัวละครสำคัญที่ปรากฏในทศชาติชาดก ซึ่ง ทศชาติชาดกนี้ คือ ๑๐ พระชาติ สำคัญของพระโพธิสัตว์ก่อนที่จะเสด็จมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะพระชาติสุดท้ายคือพระเวสสันดรชาดกเป็นพระชาติสุดท้ายที่มีความนิยมแพร่หลายผ่านงานวรรณกรรม จิตรกรรมฝาผนังและบนผืนผ้าที่เรียกว่าพระบฏ หรือตุงค่าวธรรมในภาษาท้องถิ่นภาคเหนือ สุวรรณสามชาดก เป็นชาดกในพระชาติที่ ๓ ของพระพุทธเจ้าที่ประสูติเป็นพระสุวรรณสามซึ่งคอยปรนนิบัติดูแลบิดามารดาตาบอดจากการถูกพิษงู ในระหว่างที่ออกบวชในป่า ขณะที่พระสุวรรณสามออกไปหา พระเจ้ากบิลยักขราช กษัตริย์เมืองพาราณสี เสด็จออกล่าสัตว์ยิงศรอาบยาพิษต้องพระสุวรรณสามบาดเจ็บสาหัส เมื่อสอบถามเรื่องราวจึงทราบเรื่องราวของพระสุวรรณสามทั้งหมดและนำไปพบบิดามารดา บิดามารดาจึงอธิษฐานขอให้พระสุวรรณสามหายจากการต้องศรนี้ เมื่อพระสุวรรณสามฟื้นขึ้นมาจึงได้เทศนาโปรดแก่พพระเจ้ากบิลยักขราชและกลับไปกครองบ้านเมืองอย่างสงบสุข ภาพแกะสลักไม้เป็นภาพของพระสุวรรณสามขณะทูนหม้อน้ำนำไปให้บิดามารดาพร้อมกับฝูงกวางในป่านั้นเต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด และเป็นภาพแกะสลักรูปพระเจ้ากบิลยักขราชขณะกำลังแผลศร ซึ่งเป็นฉากที่พบได้ทั่วไปในงานจิตรกรรมฝาผนังที่มีการวาดภาพทศชาติชาดก อ้างอิง ชาญคณิต อาวรณ์. จิตรกรรมล้านนา : พุทธประวัติ ทศชาติ ชาดกนอกนิบาต. นนทบุรี : มิวเซียมเพรส, ๒๕๖๓.นิดดา หงส์วิวัฒน์. ทศชาติชาดกกับจิตรกรรมฝาผนัง : มโหสถชาดก เตมิยชาดก มหาชนกชาดก สุวรรณสามชาดก เนมิราชชาดก. กรุงเทพฯ : แสงแดดเพื่อนเด็ก, ๒๕๔๘.
เครื่องมือเครื่องใช้ในพิธีกรรมตอน ขันแก้วทั้งสาม ขัน ในภาษาล้านนา หมายถึง พาน ในภาษาภาคกลาง ขันเป็นภาชนะที่ใช้บรรจุสิ่งของในแง่ของความเชื่อ ความศักดิ์สิทธิ์ และถูกใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ ขันแบ่งออกเป็นหลายชนิด ขึ้นอยู่กับการใช้งานและวัตถุประสงค์ของผู้ใช้งาน ขันแก้วทั้งสาม (ขันแก้วตังสาม) หรือ ขันแก้ว คือ พานใส่ดอกไม้ของชาวล้านนาเพื่อบูชาพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีใช้ทั่วไปในภาคเหนือ ลักษณะคือ เป็นกระบะทรงสามเหลี่ยม ที่มีขาตั้งสามขา ปากพานเป็นรูปสามเหลี่ยม บ้างเป็นทรงกลม นิยมทาด้วยรักและสีชาด ปิดทองและเขียนด้วยลายรดน้ำให้สวยงาม ลักษณะทรงสูง มักสูงจากพื้นประมาณ ๓๐ นิ้ว การทำขันแก้วทั้งสามขึ้นนั้น ในสมัยโบราณชุมชนต้องการให้ชาวบ้านร่วมใจกันนำดอกไม้และธูปเทียนมาถวายรวมกันในที่เดียวกันเพื่อความสามัคคีและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยวิธีการใส่ดอกไม้ต้องให้รู้ความหมายและลำดับวิธีใส่จึงจะเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ขั้นตอนแรก เตรียมธูปสามดอกใส่ลงมุมที่สมมติว่าถวายบูชาแก่พระพุทธเจ้าก่อนจะวางธูปลงไปให้กล่าวว่า พุทธคุณัง ปูเชมิ. แปลว่า ข้าพเจ้าขอบูชาคุณของพระพุทธเจ้า จากนั้นวางเทียนสองเล่มที่อีกมุมหนึ่ง แทนการบูชาพระธรรมกับพระวินัย และกล่าวว่า ธัมมคุณัง ปูเชมิ แปลว่า ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรม จากนั้น วางดอกไม้ในมุมสุดท้ายเพื่อถวายบูชาคุณพระสงฆ์ และกล่าวว่า สังฆคุณัง ปูเชมิ. แปลว่า ข้าพเจ้าขอบูชาคุณพระสงฆ์ ขันแก้วทั้งสามที่ใช้ประเคนเมื่อถึงเวลาไหว้พระรับศีลหรือสวดมนต์ถวายไทยทานนั้น ผู้รับหน้าที่ของทายิกาคนใดคนหนึ่งจะยกขันแก้วทั้งสามไปไว้หน้าพระพุทธรูปประธาน โดยการประเคนคือ ยกขันแก้วไปบริเวณฐานชุกชีหรือแท่นแก้ว แล้ววางไว้บริเวณนั้น กราบ ๓ หน จึงเสร็จพิธีผู้เรียบเรียง : นางสาวอริสรา คงประเสริฐ นักจดหมายเหตุภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่ ชุดพิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดเกตการามอ้างอิง :๑. ยุทธภูมิ นามวงศ์. ๒๕๖๒ ต.ค. ๒๘. นักข่าวพลเมือง (คนเหนือ), พบกันเช้าวันใหม่ จันทร์ ๒๘ ต.ค. ๒๕๖๒ – ขันแก้วตังสามของชาวพุทธล้านนา. [ไฟล์วิดิโอบนสื่อออนไลน์]. https://www.youtube.com/watch?v=QMAqUDMCBjQ&ab_channel=ยุทธภูมินามวงศ์.๒. จักรพงษ์ คำบุญเรือง. ๒๕๖๑. “เครื่องใช้ในพิธีกรรม...ของคนล้านนา.” เชียงใหม่นิวส์ (Online). https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/664587/, สืบค้นเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๔.๓. พระครูมหาสิงค์. ๒๕๕๕. เก่าดี. เชียงใหม่: วนิดาการพิมพ์.
ชื่อเรื่อง มหานิปาตวณฺณนา (ทสชาติ) ชาตกฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา(สุวรรณสาม)สพ.บ. 420/1หมวดหมู่ พระพุทธศาสนาภาษา บาลี-ไทยอีสานหัวเรื่อง พระพุทธศาสนา ชาตกประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัดุ 46 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 59 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “เซรามิกแห่งแหลมทองและแดนอาทิตย์อุทัย: สานตำนานสายใยไม่เสื่อมคลายในพาณิชยวัฒนธรรมโลก” The Endless Epic of Japanese -Thai Ceramic Relationship in the World’s Trade and Culture โดยมีนายกิตติพันธ์ พานสุวรรณอธิบดีกรมศิลปากร และ Dr. Ayako Yamamoto, Curator of the Kyushu Ceramic Museum ร่วมแถลงข่าว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๕ เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ประเทศไทย โดยกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดซากะ ประเทศญี่ปุ่น จัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “เซรามิกแห่งแหลมทองและแดนอาทิตย์อุทัย: สานตำนานสายใยไม่เสื่อมคลายในพาณิชยวัฒนธรรมโลก” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมงานหัตถกรรมไทยจากวิถีพาณิชยวัฒนธรรมพื้นบ้านสู่ระดับประเทศและสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผา และฉลองวาระครบรอบ ๑๓๕ ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น โดยนำโบราณวัตถุเครื่องเคลือบเซรามิกจากพิพิธภัณฑสถานเซรามิกแห่งคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และเครื่องปั้นดินเผาของไทยจากหลากหลายแหล่ง มาจัดแสดงร่วมกัน ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระหว่างวันที่ ๑๔ กันยายน ถึงวันที่ ๑๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เพื่อให้ชาวไทยได้รับความรู้ ความเข้าใจด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และศิลปะของญี่ปุ่นโดยเฉพาะช่วงสมัยเอโดะ และสมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ รวมทั้งเพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างญี่ปุ่นและไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวถึงรายละเอียดของการจัดนิทรรศการพิเศษในครั้งนี้ว่า กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้ประสานความร่วมมือกับจังหวัดซากะ ประเทศญี่ปุ่น ในการแลกเปลี่ยนกิจกรรมทางวัฒนธรรม และได้มีการเตรียมการจัดทำนิทรรศการร่วมกันกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดซากะ และพิพิธภัณฑสถานเซรามิกแห่งคิวชู มาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๖๑ ปัจจุบันสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดซากะ และพิพิธภัณฑสถานเซรามิกแห่งคิวชู ได้อนุญาตให้กรมศิลปากรนำโบราณวัตถุเครื่องเคลือบดินเผา (porcelain) สำคัญจากจุดกำเนิดที่เมืองอาริตะ ประเทศญี่ปุ่น จำนวน ๘๒ รายการ ๙๗ ชิ้น มาจัดแสดงร่วมกับเครื่องปั้นดินเผาไทย จำนวน ๙๐ รายการ จากแหล่งโบราณคดี-ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมไทย และได้รับความร่วมมือนำโบราณวัตถุมาร่วมจัดแสดงจาก วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้อำนวยการโรงเรียนถนอมบุตร และนายวราห์ โรจนวิภาต ซึ่งรังสรรค์พัฒนาสืบมาในประวัติศาสตร์จวบจนปัจจุบัน แบ่งเนื้อหาการจัดแสดงออกเป็น ๖ หัวเรื่อง คือ
๑. น้อมสำนึกพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง: เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
๒. วิวัฒนาการเซรามิกแห่งสองสายใย (ญี่ปุ่น-ไทย) ในโลกพาณิชยวัฒนธรรม
๓. ภูมิปัญญาชาวแหลมทองและชาวอาทิตย์อุทัย ในดิน-น้ำ-ลม-ไฟ: “ปั้นดินทราย ฉาบไล้ด้วยน้ำ นำผึ่งลม โหมฟืนไฟในเตาเผา” บอกเล่าเรื่องราวภูมิปัญญาการผลิตเครื่องปั้นดินเผาของญี่ปุ่นและไทย
๔. สูงสุดแห่งภูมิปัญญา: ภาพฉายาในพาณิชยวัฒนธรรมโลก สะท้อนเรื่องราวการค้า ศิลปะและวัฒนธรรมผ่านเครื่องปั้นดินเผาญี่ปุ่นและไทยที่ไปไกลยังต่างแดน
๕. แรงบันดาลใจไม่หยุดยั้งคือพลังสร้างสรรค์ใหม่ โดยสืบทอดวัฒนธรรมและพัฒนากระบวนการผลิตสู่ความคิดใหม่
๖. สำรับคาวหวาน อาหารญี่ปุ่น – ไทย ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมอาหารควบคู่กับภาชนะ ที่มีบทบาทสำคัญมาแต่อดีต
โบราณวัตถุเครื่องปั้นดินเผาอาริตะชิ้นสำคัญจากพิพิธภัณฑสถานเซรามิกแห่งคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ที่นำมาจัดแสดง อาทิ เด็กชายจับปลาดุกด้วยน้ำเต้า ตกแต่งด้วยการเขียนสีบนเคลือบ พุทธศักราช ๒๒๑๓ – ๒๒๕๒ จานลายครามแบบคารากขนาดใหญ่เขียนลายนกฟินิกซ์และตราวีโอซี พุทธศักราช ๒๒๓๓ – ๒๒๖๒ ขวดทรงแปรงตีชาเขียนลายบนเคลือบ เป็นลายดอกโบตั๋น พุทธศักราช ๒๑๙๓ – ๒๒๐๓ สำหรับโบราณวัตถุของไทย ที่นำมาจัดแสดง อาทิ ชุดชามเบญจรงค์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔ กระปุกสังคโลกสองหู พุทธศตวรรษที่ ๑๙ – ๒๑ จากแหล่งเตาศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย กุณฑีสังคโลก พุทธศตวรรษที่ ๒๐ – ๒๑ ได้จากการขุดค้นที่วัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้ผู้เข้าชมนิทรรศการได้ร่วมกิจกรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้แก่ วันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๕ เวลา ๑๔.๐๐ น. การบรรยายทางวิชาการ เรื่อง “เซรามิกแห่งแหลมทองและแดนอาทิตย์อุทัย: สานตำนานสายใยไม่เสื่อมคลายในพาณิชยวัฒนธรรมโลก” ณ โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก) วันที่ ๑๔ – ๑๖ กันยายน ๒๕๖๕ กิจกรรมจากจังหวัดซากะ ได้แก่ เวิร์คช็อป (Workshop) กิจกรรมลงสีเครื่องปั้นดินเผาอาริตะยากิ ทดลองลงสีบนจานอาริตะยากิ ผู้ร่วมกิจกรรม ๒๐ ท่านต่อวัน ซึ่งจานที่ลงสีแล้วจะนําไปเผาอบให้สีอยู่ตัวก่อนจะมอบให้ผู้ร่วมกิจกรรมต่อไป กิจกรรมทําเครื่องประดับจากเศษกระเบื้องที่เกิดจากกระบวนการเผาเครื่องปั้นดินเผาอาริตะยากิ ผู้ร่วมกิจกรรม ๖๐ ท่านต่อวัน โดยสามารถเข้าร่วมในแต่ละกิจกรรมท่านละ ๑ ครั้งเท่านั้น และยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมโบราณที่สืบทอดกันมาของญี่ปุ่น การจัดแสดงและจําหน่ายของดีจังหวัดซากะอีกด้วย
กิจกรรมเวิร์คช็อป (Workshop) จากสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ได้แก่ การขึ้นรูปชิ้นงานจาน ๓
ครั้งๆ ละ ๔ รอบ ในวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๕ วันที่ ๙ และ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๕ และการเขียนสีใต้เคลือบ ๓ ครั้งๆ ละ ๔ รอบ ในวันที่ ๖ และ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ และ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๕ ผู้ร่วมกิจกรรมรอบละ ๓๐ ท่าน
นิทรรศการพิเศษ เรื่อง “เซรามิกแห่งแหลมทองและแดนอาทิตย์อุทัย: สานตำนานสายใยไม่เสื่อมคลายในพาณิชยวัฒนธรรมโลก” เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ ๑๔ กันยายน ถึงวันที่ ๑๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วันพุธ – อาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์ – อังคาร ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมศิลปากร finearts.go.th
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง จัดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี ๒๕๖๕ เรื่อง “ชวนอ่านเรื่องเมืองถลาง” หลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองถลางในช่วงกรุงธนบุรีถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๖๕ เป็นต้นไป นิทรรศการนี้จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับการค้าของเมืองถลาง และสำเนาจดหมายการติดต่อกันระหว่างเจ้าเมืองและขุนนางเมืองถลางและเมืองใกล้เคียง กับพระยาราชกปิตันผู้สำเร็จราชการเกาะปีนัง หรือกัปตันฟรานซิสไล้ท์ กัปตันเรือสังกัดบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ ที่มีบทบาทสำคัญต่อการค้าในพื้นที่ทะเลอันดามัน และเป็นผู้บุกเบิกการตั้งอาณานิคมบนเกาะปีนัง ในช่วงกรุงธนบุรีถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จดหมายได้รับการรวบรวมโดยนายวิลเลียม มาร์สเดน (William Marsden) ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออก และได้ถูกส่งให้วิทยาลัยบูรพคดีศึกษาและการศึกษาแอฟริกา (SOAS) มหาวิทยาลัยลอนดอน ใน ค.ศ.๑๙๑๖
ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “ชวนอ่านเรื่องเมืองถลาง” ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง จังหวัดภูเก็ต เปิดทุกวันพุธ - อาทิตย์ ปิดวันจันทร์ - อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๗๖๓๗ ๙๘๙๕
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม(สงฺคิณี-มหาปัฏฐาน)
สพ.บ. อย.บ.4/6ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 42 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนา ชาดก
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๕วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร.สถิตกลางใจประชาราษฎร์ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์.พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎร ณ จังหวัดน่าน เป็นครั้งแรก เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๑.เสด็จฯ ไปยังศาลากลางจังหวัดน่าน (ปัจจุบัน คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน) แล้วเสด็จฯ ขึ้นที่ประทับบนศาลากลางจังหวัดน่าน เสวยพระกระยาหารกลางวัน บริเวณท้องพระโรง .จากภาพด้านหลังโต๊ะเสวยจะเห็นแท่นแก้วหรือสัตภัณฑ์ ด้านหน้ามีงาช้างดำ ของคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดน่าน ปัจจุบันจัดแสดง ณ อาคารหอคำ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน บริเวณท้องพระโรง
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ. 49/1ประเภทวัดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 80 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺต (ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสูตร) ชบ.บ 114/1
เอกสารโบราณ
(คัมภีร์ใบลาน)
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 159/3 เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)