ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,234 รายการ
ชื่อเรื่อง สมบัติอมรินทร์คำกลอน ผู้แต่ง พระคลัง (หน), เจ้าพระยา, 2429-2503ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ วรรณกรรมเลขหมู่ 895.9112 พ323สสถานที่พิมพ์ นครหลวงฯสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์อาศรมอักษร ปีที่พิมพ์ 2506ลักษณะวัสดุ 32 หน้าหัวเรื่อง กวีนิพนธ์ไทย ภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก หนังสือสมบัติอมรินทร์คำกลอน ขึ้นต้นกลอนตามแบบเพลงยาว คือขึ้นที่วรรคหลังและแต่งด้วยกลอน 8 กล่าวถึง “องค์อมเรศอดิศร” คือ พระอินทร์ว่าครองสุทัสนนครซึ่งเป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่กลางสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และพรรณนาความงามวิจิตรของสวรรค์ชั้นนี้ เริ่มจากปราสาทวิชยันต์ (เวชยันต์ ไพชยนต์) โรงเทวสภา ท้องพระลานทอง พระเจดีย์จุฬามณี ไม้ปาริกชาติ แท่นทิพยอาสน์ สระโบกขรณี (นันทวันโบกขรณี) และนันทวนอุทยาน ต่อจากนั้นจึงเล่าเรื่องเดิมที่พระอินทร์มีชายา 4 องค์ คือ นางสุธรรมา สุจิตรา สุนันทา และสุชาดา
ชื่อเรื่อง มหานปาตวณฺณนาฉ (เวสฺสนฺตรชาตก) ชาตกฎฐกถา ขฺทฺทกนิกายฏฐกถา (ทสพร-มหาราช)สพ.บ. 150/11ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 58 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 58 ซ.ม. หัวเรื่อง พระอภิธรรม บทสวดมนต์
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดป่าเลไลยก์ ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี
เลขทะเบียน : นพ.บ.65/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 44 หน้า ; 4 x 56.6 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 42 (6-13) ผูก 1 (2564)หัวเรื่อง : สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (ธัมสังคิณี-มหาปัฏฐาน)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.94/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 16 หน้า ; 4.4 x 53 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 55 (129-134) ผูก 1 (2564)หัวเรื่อง : สลองสังฮอมธาตุ --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อผู้แต่ง จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว , พระบาทสมเด็จพระ
ชื่อเรื่อง พระราชพิธีสิบสองเดือน เล่ม ๓
ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง
สถานที่พิมพ์ -
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์คุรุสภา
ปีที่พิมพ์ ๒๕๐๖
จำนวนหน้า ๒๒๒ หน้า
หมายเหตุ -
หนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เป็นพระราชพิธีสำหรับพระนครที่เคยมีมาแต่ก่อนอาศัยที่มาจากตำราไสยศาสตร์จากศาสนาพราหมณ์ทางหนึ่งและจากพระพุทธศาสนาทางหนึ่ง
องความรู้ เรื่อง "เศียรพระพุทธรูปเมืองซับจำปา" จัดทำข้อมูลโดย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์)------------------------------------------------------เผยแพร่ข้อมูล : กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
องค์ความรู้ เรื่อง "สมอเรือ" จัดทำข้อมูลโดย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พาณิชย์นาวี จังหวัดจันทบุรี
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺมเทศนา (เทศนาสังคิณี-มหาปัฎฐาน)
เลขที่ ชบ.บ.2/1-2
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
ชื่อเรื่อง : ปรียทรรศิกา
ชื่อผู้แต่ง : ศรีหรรษวรรธนะ, พระเจ้า
ปีที่พิมพ์ : 2468
สถานที่พิมพ์ : พระนคร
สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร
จำนวนหน้า : 204 หน้า
สาระสังเขป : ปริยทรรศิกา เป็นวรรณคดีสันสกฤต แต่งโดยพระเจ้าศรีหรรษวรรธนะพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย มีเนื้อหาแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นบทนำมีทั้งหมด 7 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 ว่าด้วยประวัติและรัชชสมัยของพระเจ้าศรีหรรษวรรธนะ ตอนที่ 2 ว่าด้วยพระเจ้าศรีหรรษเทพทรงเปนกวีและบำรุงกวี ตอนที่ 3 ว่าด้วยเรื่องกาละเวลาในเรื่องปริยทรรศิกา ตอนที่ 4 ว่าด้วยท้าวอุทัยน์วัตสราช ตอนที่ 5 ว่าด้วยภาษาที่ใช้ในเรื่องปริยทรรศิกา ตอนที่ 6 ว่าด้วยบุษปชาติและพฤกษชาติที่ออกนามในเรื่องปริยทรรศิกา และตอนที่ 7 ว่าด้วยละคอนภายในเรื่องละคอน เนื้อหาส่วนที่ 2 เป็นบทละครเรื่องปริยทรรศิกา จำนวน 4 องก์
หมายเหตุ : สะกดคำตามต้นฉบับ
โบราณสถานปราสาทโคกงิ้ว ตั้งอยู่ภายในวัดโคกงิ้ว บ้านโคกงิ้ว ตำบลปะคำ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทโคกงิ้ว เป็นศาสนสถานประจำสถานพยาบาล หรือ อโรคยศาล ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้สร้างขึ้นในดินแดนของพระองค์ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 แผนผังของตัวโบราณสถานประกอบด้วยปราสาทประธานตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปราสาทประธานเป็นที่ตั้งของวิหาร หรือบรรณาลัย ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว มีประตูเข้าออกด้านหน้าเพียงด้านเดียว มีซุ้มประตูทางเข้าหรือโคปุระอยู่ทางด้านทิศตะวันออก นอกกำแพงแก้วทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของปราสาทประธานเป็นสระน้ำประจำศาสนสถาน พ.ศ.2554 สำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา ในขณะนั้น ได้ดำเนินโครงการขุดแต่งโบราณสถานแห่งนี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลจากการดำเนินการขุดแต่งโบราณสถาน พบโบราณวัตถุสำคัญหลายประเภท เช่น ทับหลังสลักภาพคชลักษมี ศิลปะคลัง – บาปวนตอนต้น, เสาประดับกรอบประตู ,ประติมากรรมรูปพระโพธิสัตว์วัชรปาณีทรงครุฑ นอกจากนั้นยังมีเครื่องมือเครื่องใช้ และภาชนะดินเผาอีกจำนวนหนึ่ง ทับหลังหินทรายสลักภาพคชลักษมีชิ้นนี้ พบจากการขุดแต่งบริเวณบรรณาลัย หรือ วิหาร ลักษณะองค์พระลักษมีประทับนั่งขัดสมาธิบนฐานดอกบัว พระหัตถ์ทั้ง 2 ข้างถือดอกบัว ด้านข้างทั้งสองของพระองค์มีช้างยืนสองขาชูงวงเหนือพระเศียร ใต้ฐานพระลักษมีเป็นรูปเกียรติมุขหรือหน้ากาลคายท่อนพวงมาลัย มือของหน้ากาลยึดชายท่อนพวงมาลัยไว้ พวงอุบะเป็นลายใบไม้ม้วน เหนือท่อนพวงมาลัยเป็นลายใบไม้ ขอบด้านข้างทั้งสองด้านของทับหลังมีรูปสิงห์ยืนจับปลายท่อนพวงมาลัยไว้ ลักษณะดังกล่าวเป็นศิลปะขอมแบบคลังหรือแบบบาปวน อายุสมัยประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีอายุเก่ากว่าปราสาทโคกงิ้ว จึงสันนิษฐานว่าในช่วงเวลาก่อสร้างมีการเคลื่อนย้ายทับหลังจากปราสาทหลังอื่นมาประดับตกแต่ง ณ ปราสาทโคกงิ้ว จากรูปแบบของโบราณสถานที่ปรากฏ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของศาสนสถานประจำสถานพยาบาลที่สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ.1724 – 1761) แต่ลักษณะทางศิลปกรรมของทับหลังชิ้นนี้แสดงในรูปแบบขอมแบบคลังหรือแบบบาปวน อายุสมัยประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ดังนั้นอาจเป็นไปได้ว่า ทับหลังชิ้นนี้เป็นทับหลังที่ไม่ใช่ของที่นี่โดยตรง อาจนำมาจากปราสาทในวัฒนธรรมเขมรอื่นที่อยู่ใกล้ หรือ อาจนำมาใช้ประดับสถาปัตยกรรมในโบราณสถานแห่งนี้ ปี 2563-2564 สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา กำลังดำเนินงานบูรณะปราสาทโคกงิ้ว ประกอบด้วย บูรณะปราสาทประธาน บรรณาลัยหรือวิหาร กำแพงแก้ว ด้วยวิธีอนัสติโลซิส ----------------------------------------------------------ข้อมูลโดย : นางสาวสุภาวดี อินทรประเสริฐ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา----------------------------------------------------------
องค์ความรู้ เรื่อง พระพุทธรูปทรงเครื่อง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร
พระพุทธรูปทรงเครื่อง ปรากฏหลักฐานการสร้างในศิลปะอินเดีย พุทธศตวรรษที่ ๑๔–๑๗ ในประเทศไทยนิยมสร้างในช่วงสมัยอยุธยาตอนกลางจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยแรกเริ่มเป็นการสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อย สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๑–๒๒ ต่อมาในสมัยอยุธยาตอนปลาย พุทธศตวรรษที่ ๒๓ ได้เปลี่ยนจากเครื่องทรงน้อยชิ้นเป็นเครื่องทรงจำนวนมาก หรือที่เรียกกันว่า พระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่
คติการสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องสันนิษฐานว่ามีหลายคติ เช่น พระพุทธเจ้าเคยเป็นเจ้าชายมาก่อน จึงมีศักดิ์ที่สามารถทรงเครื่องอย่างจักรพรรดิราชได้ หรือเชื่อว่าพระพุทธเจ้าเปรียบได้กับพระจักรพรรดิราชาธิราช คือเป็นพระราชาแห่งพระราชาทั้งหลาย นอกจากนี้ยังมีคติเรื่องชมพูบดีสูตร กล่าวคือพระพุทธเจ้าทรงเนรมิตพระองค์ทรงเครื่องอย่างจักรพรรดิเพื่อสั่งสอนพญามหาชมพู รวมทั้งหมายถึงพระศรีอารยเมตไตรย หรือพระอนาคตพุทธเจ้า
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร ได้จัดแสดงพระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะอยุธยา ซึ่งนิยมสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องน้อย ประดับตกแต่งด้วยเครื่องอาภรณ์ ได้แก่ เทริดหรือกระบังหน้า กรรเจียก กุณฑล กรองศอ สังวาล ทับทรวง พาหุรัด ในส่วนของพระพักตร์ยังคงเค้าอิทธิพลศิลปะสุโขทัย แต่ส่วนที่เป็นลักษณะเด่นของศิลปะอยุธยา คือ การสร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องทรงศิราภรณ์ที่มีกรรเจียกยื่นเป็นครีบออกมาเหนือพระกรรณ กำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๒-๒๓
ในสมัยรัตนโกสินทร์ได้จัดแสดงพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ในลักษณะปางต่าง ๆ เช่น ปางสมาธิ ปางอุ้มบาตร และปางป่าเลไลยก์ สร้างด้วยโลหะผสมลงรักปิดทอง เป็นงานประติมากรรมขนาดเล็ก มีลักษณะรูปแบบคล้ายคลึงกัน กล่าวคือ เป็นพระพุทธรูปประดับตกแต่งด้วยเครื่องอาภรณ์ ประกอบด้วยมงกุฎ กรรเจียกจร กรองศอ สังวาล ทับทรวง ทองพระกร พาหุรัดตกแต่งด้วยกระหนกเหน็บ เป็นต้น กำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕
บรรณานุกรม
- กรมศิลปากร. นำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร. กรุงเทพฯ : รุ่งศิลป์การพิมพ์, ๒๕๕๗.
- รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. รู้เรื่องพระพุทธรูป. พิมพ์ครั้งที่ ๓. นนทบุรี : มิวเซียมเพรส, ๒๕๖๐.
- ศักดิ์ชัย สายสิงห์. พระพุทธรูปในประเทศไทย : รูปแบบ พัฒนาการ และความเชื่อของคนไทย. กรุงเทพฯ : ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๖.
องค์ความรู้มรดกศิลปวัฒนธรรม ตอนที่ ๒ "จากกัมพุชสู่กัมพูชา ที่มาและความหมายในการรับรู้ของเขมร"
โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ศานติ ภักดีคำ
อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
และคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย