ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,234 รายการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.699/ข/4กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 60 หน้า ; 4 x 56 ซ.ม. : ทองทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 221 (243-256) ผูก ข/4ก (2568)หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อเรื่อง วิธีอนุรักษ์ผู้แต่ง สำนักหอสมุดแห่งชาติประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากISBN/ISSN -หมวดหมู่ บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์เลขหมู่ 025.84สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯสำนักพิมพ์ กรมศิลปากรปีที่พิมพ์ 2522ลักษณะวัสดุ 110หัวเรื่อง บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์
ภาษา ไทย
บทคัดย่อ/บันทึก บทความวิธีการอนุรักษ์ พระบฎ กระดาษ หนังสือสมุดไทย ใบลาน และแผนที่
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมการเสวนาทางวิชาการ ภายใต้กิจกรรม “อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย” ในวันเสาร์ และอาทิตย์ เวลา 13.00 น. – 16.00 น. โดยวันที่ 11 มกราคม 2569 ยังมีการจัดกิจกรรมการประกวดแมวไทยโบราณคืนถิ่นกรุงศรี ปีที่ 2 พร้อมชมนิทรรศการโบราณวัตถุและของสะสม การออกร้านของที่ระลึก และการสาธิตการคัดลอกตำราแมวและฤกษ์การเดินเรือ จากสมุดไทยฉบับระยอง ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 16.00 น. และชมนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมสัญจร จากพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 - วันที่ 4 มกราคม 2569 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 3524 1587
กรมศิลปากรขอเชิญร่วมกิจกรรมเสวนาวิชาการ เนื่องในสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๙ พบกับการบรรยายและแลกเปลี่ยนความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ระหว่างวันที่ ๔ - ๘ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีหัวข้อที่น่าสนใจเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ดังต่อไปนี้
- วันที่ ๔ เมษายน เรื่อง “แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง กับการพบกลองมโหระทึกร่วมกับการฝังศพครั้งแรกในจังหวัดเพชรบุรี” โดยวิทยากร ๑. นางสาวกรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชํานาญการ ๒. นางสาวกัญญาภัค โต๊ะเฮง นักโบราณคดีปฏิบัติการ และนางสาวปรียาพร จุมพรม หัวหน้ากลุ่มโบราณคดี ผู้ดำเนินรายการ จัดโดยสำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี
- วันที่ ๕ เมษายน เรื่อง “เปิดเมืองโบราณจากฟากฟ้า: LiDar กับการค้นพบใหม่จากแหล่งมรดกโลกเมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร" โดยวิทยากร ๑. นายวสันต์ เทพสุริยานนท์ ผู้อํานวยการสํานักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย ๒. นายสรธัช โรจนารัตน์ นักโบราณคดีชํานาญการ ๓. นายชาญชัย ศรีกัญญา นักโบราณคดีปฏิบัติการ ๔. นางสาวเมลดา มณีโชติ นักโบราณคดีปฏิบัติการ และนางสาวนาตยา ภูศรี ผู้อํานวยการกลุ่มโบราณคดี ผู้ดำเนินรายการ จัดโดยสํานักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย
- วันที่ ๖ เมษายน เรื่อง “ศิลปกรรมพื้นถิ่นอีสานเนื่องในพุทธศาสนา” โดยวิทยากร ๑. นางสาวมนัชญา วาจวิศุทธิ์ ผู้อํานวยการสํานักศิลปากรที่ 4 ขอนแก่น ๒. นายพิษณุ เตียเป็น นายช่างศิลปกรรมชํานาญงาน ๓. นางสาวทิพย์วรรณ วงศ์อัสสไพบูลย์ นักโบราณคดีชํานาญการ ๔. นางสาวทรัพย์อนันต์ ซื่อสัตย์ จ้างเหมาปฏิบัติงานด้านโบราณคดีและวัฒนธรรม ๕. นางสาววราพร รัตยวงษ์ นักโบราณคดีชํานาญการ และนายกิตติพงษ์ สนเล็ก ผู้อํานวยการกลุ่มโบราณคดี, นางสาวประวินัส ภารสุวรรณ นักวิชาการวัฒนธรรม ผู้ดำเนินรายการ จัดโดยสำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น
- วันที่ ๗ เมษายน เรื่อง “เปิดหน้ากระดาษเล่าประวัติศาสตร์ ภาษา เอกสาร หนังสือแห่งชาติ” โดยวิทยากร ๑. นายเทิม มีเต็ม ผู้ทรงคุณวุฒิกรมศิลปากร ๒. นางพัชรินทร์ ลั้งแท้กุล นักจดหมายเหตุชํานาญการพิเศษ ๓. นางสาวสุธีรา สัตยพันธ์ นักอักษรศาสตร์ชํานาญการพิเศษ และนางอัจฉรา จารุวรรณ บรรณารักษ์ชํานาญการพิเศษ ผู้ดำเนินรายการ จัดโดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ และสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์
- วันที่ ๘ เมษายน เรื่อง “เล่าเรื่องปราสาทชายแดนหลังควันปืน” โดยวิทยากร ๑. นายสมเดช ลีลามโนธรรม ผู้อํานวยการกลุ่มโบราณคดี ๒. นายธงชัย มหา ผู้อํานวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน และนายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชํานาญการ ผู้ดำเนินรายการ จัดโดยสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมฟังเสวนาได้ ตาม QR Code หรือกดลิงก์นี้ https://docs.google.com/forms/d/1ojXUnScDHPROxu-vnBI80J-KgpXJU9A0s5pqmnxAKOI/preview หรือติดตามชมถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม https://www.facebook.com/FineArtsDept และ Facebook: กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/prfinearts มาร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการอนุรักษ์มรดกไทยไปด้วยกัน
วัดบวรสถานสุทธาวาส หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า “วัดพระแก้ววังหน้า” เป็นวัดตั้งอยู่ในเขตพระราชวังบวรสถานมงคล เช่นเดียวกับวัดพระศรีรัตนศาสดารามตั้งอยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง วัดบวรสถานสุทธาวาส แห่งนี้จึงไม่มีพระภิกษุจำพรรษาเช่นกัน สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ สร้างถวายเพื่อเป็นพุทธบูชา เดิมบริเวณนี้สมเด็จ
พระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ ๑ โปรดให้สร้างวัดประทานแก่หลวงชีนักนางแม้น ผู้เป็นมารดาของนักองค์อีและนักองค์ภาพระสนมเอกของพระองค์ ซึ่งเป็นพระธิดาของสมเด็จพระอุไทยราชา พระเจ้ากรุงกัมพูชา พร้อมทั้งชีอื่นที่เป็นบริวารอยู่จำศีลภาวนา ครั้งนั้นเรียกว่า “วัดหลวงชี” ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ ๒ ไม่มีชีอันสมควรแก่การอุปการะ วัดนี้จึงชำรุดทรุดโทรมลง สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ ๒ จึงโปรดให้รื้อวัดหลวงชี ทำเป็นสวนเลี้ยงกระต่าย สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ ๓ ทรงอุทิศบริเวณสวนกระต่าย โปรดให้สร้างวัดขึ้นใหม่ พระราชทานนามว่า“วัดบวรสถานสุทธาวาส” เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และเพื่อทรงแก้บน หรือเฉลิมพระเกียรติเมื่อครั้งได้เสด็จยกกองทัพไปปราบกบฏเวียงจันทน์ในปีพุทธศักราช ๒๓๖๘
พระอุโบสถนี้แต่เดิมนั้นสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ มีพระดำริสร้างเป็นยอดปราสาท แต่พระบาท สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงโปรดห้ามไว้ เพราะไม่มีธรรมเนียมการสร้างยอดปราสาท ในพระราชวังบวรสถานมงคลมาก่อน สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ จึงทรงเปลี่ยนเป็นหลังคาทรงจตุรมุข และทรงสร้างพระประธานปางประธานอภัยประดิษฐานในพระอุโบสถ แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จสมบูรณ์ พระองค์เสด็จสวรรคต
ในปีพุทธศักราช ๒๓๗๕ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ ๔ ได้ทรงดำเนินการก่อสร้างวัดบวรสถานสุทธาวาสต่อ พระองค์มีพระราชดำริโปรดให้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ มาประดิษฐานในพระอุโบสถแห่งนี้ จึงโปรดให้พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอิศราพงศ์ สร้างฐานชุกชีสำหรับตั้งบุษบกกลางพระอุโบสถ และให้เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่อง ตำนานพระพุทธสิหิงค์ และเรื่องอดีตพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ บนผนังทั้งสี่ด้าน หลังบานประตูหน้าต่างเขียนภาพเทพเจ้าฮินดูปางต่าง ๆ เหมือนกับวัดสุทัศนเทพวราราม แต่การยังไม่แล้วเสร็จพระองค์เสด็จสวรรคตเสียก่อน ในปีพุทธศักราช ๒๔๐๘ พระราชดำริที่จะอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาสแห่งนี้ก็ล้มเลิกไป หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการสร้างเพิ่มเติมจนแล้วเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์
เว็ปไซต์หอสมุดแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตรัง: www.finearts.go.th/nlttrang
เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๕ รอบ ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๓๕ เป็นมหามงคลสมัยที่สำคัญยิ่งอีกวาระหนึ่ง ในการจัดพระราชพิธีถวายชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย กรมศิลปากร โดยหอสมุดแห่งชาติในฐานะที่มีภารกิจในการสนับสนุนส่งเสริมทางด้านการศึกษา จึงมีโครงการจัดสร้างหอสมุดแหงชาติสาขาขึ้น เพื่อให้เป็นศูนย์รวมแห่งความรู้ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และด้วยการสนับสนุนของ นายชวน หลีกภัย ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๐ ที่เห็นสมควรให้จัดตั้งหอสมุดแห่งชาติขึ้นที่จังหวัดตรัง และได้รับพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ชื่อว่า “หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตรัง”
ประวัติ
เนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๕ รอบ ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๓๕ เป็นมหามงคลสมัยที่สำคัญในการจัดพระราชพิธีชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติเพื่อเป็นการน้อมระลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย กรมศิลปากร โดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งมีส่วนสนับสนุนทางด้านการศึกษา จึงมีโครงการสร้างถาวรวัตถุที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะชนซึ่งไม่มีสถานที่ใดจะเหมาะสมกับการจัดตั้งหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งเป็นศูนย์รวมแห่งความรู้ที่เป็นมรดกทางด้านวัฒนธรรมของชาติ และด้วยการสนับสนุนของ ฯพณฯ นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี (คนที่ ๒๐) ที่เห็นสมควรให้จัดตั้งหอสมุดแห่งชาติขึ้นที่จังหวัดตรัง และได้รับพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ชื่อว่า “หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตรัง”
โดยกรมศิลปากรได้รับความร่วมมือจากจังหวัดตรังและเทศบาลเมืองตรัง ที่มีส่วนช่วยในการจัดหาสถานที่ซึ่งมีความเห็นตรงกันว่า บริเวณที่เดิมเคยเป็นโรงเรียนช่างไม้อยู่ใกล้สถานีรถไฟตรัง มีจำนวนเนื้อที่ ๖ ไร่ ๑ งาน ๘๒ ตารางวา เป็นสถานที่ที่เหมาะสม โดยจังหวัดตรังแจ้งว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุ แต่เมื่อกรมศิลปากรได้ประสานงานขอใช้ที่ไปยังกรมธนารักษ์ จึงมีการตรวจสอบแล้วพบว่าที่ดินอยู่ในเขตวัดมัชฌิมภูมิ กรมศิลปากรจึงประสานงานกับทางวัดมัชฌิมภูมิ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากพระครูปวัดปิยะศักดิ์ ปัญญาวชิโร รักษาการเจ้าอาวาสวัดมัชฌิมภูมิในขณะนั้น อนุญาตให้ใช้สถานที่ดังกล่าว เป็นที่ก่อสร้างอาคารหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตรัง
ในปีงบประมาณ ๒๕๕๙ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง ได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อการปรับปรุงอาคาร งบประมาณทั้งสิ้น ๖,๑๓๗,๐๐๐.๐๐ บาท (หกล้านหนึ่งแสนสามหมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน) เพื่อซ่อมแซมบำรุงรักษาอาคารให้อยู่ในสภาพมั่นคง แข็งแรง และมีป้ายชื่อหน่วยงานที่จัดทำด้วยหินแกรนิตแกะสลักอักษรที่มีความแข็งแรงถาวร
พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.๒๕๕๘