ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,258 รายการ





สังคโลกสู่การเป็นสินค้าส่งออก  การค้าสังคโลกเริ่มต้นขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐ โดยเริ่มจากการติดต่อค้าขายกับเมือง ที่ได้รับอิทธิพลจากสุโขทัยและเมืองท่าริมชายฝั่งทะเลในภาคใต้ และเริ่มเฟื่องฟูมากขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การส่งออกเครื่องถ้วยของจีนซบเซาลงเนื่องจากนโยบายทางการค้าและการเมืองภายในของราชวงศ์หมิง ทำให้เครื่องสังคโลกและเครื่องถ้วยจากเวียดนามก้าวขึ้นมาครองตลาดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทนเครื่องถ้วยจีน เราจึงพบเครื่องถ้วยทั้งสองกลุ่มในแหล่งโบราณคดีและแหล่งเรือจมจากหลาย ๆ พื้นที่ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ก่อนที่การผลิตและการค้าสังคโลกจะค่อย ๆ ลดปริมาณลง จนหายไปในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๒  ศูนย์กลางสำคัญในการส่งออกเครื่องสังคโลก คือ กรุงศรีอยุธยาซึ่งในขณะนั้นเป็นเมืองท่าสำคัญแห่งหนึ่งในภูมิภาคและมีอำนาจเหนืออาณาจักรสุโขทัย ส่งผลให้อาณาจักรสุโขทัยกลายเป็นฐานในการผลิตสังคโลกให้กับกรุงศรีอยุธยา โดยสังคโลกที่เป็นสินค้าส่งออกมีหลายรูปแบบ อาทิ เครื่องเคลือบสีเขียวที่เรียกว่า เซลาดอน เครื่องเคลือบสีน้ำตาล เครื่องถ้วยเขียนลายสีดำหรือสีน้ำตาลใต้เคลือบ มีแหล่งผลิตทั้งจากเมืองศรีสัชนาลัยและเมืองสุโขทัย สิ่งเหล่านี้บอกเล่าให้เราทราบว่าการผลิตสังคโลกมีการขยายตัวมากขึ้น  จากการผลิตเพื่อใช้ในท้องถิ่นมาสู่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่เพื่อการส่งออก อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงการติดต่อสัมพันธ์กันของดินแดนต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้




          กรมศิลปากร ประกาศปิดการให้บริการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในกรุงเทพมหานคร หอสมุด แห่งชาติ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ และโรงละครแห่งชาติ เป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ ๒๐ กรกฎาคม – ๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ ตามประกาศกรุงเทพมหานคร เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)          นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ที่มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว กรุงเทพมหานครได้ออกประกาศเรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ ๓๗) โดยอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ ประกอบกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒๘) ออกประกาศปิดสถานที่ต่าง ๆ ในท้องที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ ๒๐ กรกฎาคม – ๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 กรมศิลปากรในฐานะหน่วยงานที่ดูแลแหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติทั่วประเทศ จึงได้ออกประกาศ กรมศิลปากรปิดการให้บริการและการเข้าชมแหล่งเรียนรู้มรดกศิลปวัฒนธรรมในความดูแลของกรมศิลปากรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ ๒๐ กรกฎาคม – ๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ พร้อมทั้งได้ออกมาตรการให้หน่วยงานในสังกัดปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) เต็มรูปแบบ ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของแต่ละหน่วยงานโดยนำเทคโนโลยีออนไลน์เข้ามาช่วยในการสั่งการและการดำเนินงานไม่ให้กระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินตามภารกิจของหน่วยงานและการบริการประชาชน พร้อมทั้งกำชับให้มีวินัยในการปฏิบัติตน หลีกเลี่ยงการไปในสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด          นอกจากนี้ กรมศิลปากรได้พัฒนาระบบการให้บริการออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้ง่ายๆ ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเสมือนจริง ชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ๔๑ แห่งและโบราณวัตถุ ๓๖๐ องศา อุทยานประวัติศาสตร์เสมือนจริง เรียนรู้มรดกโลก โบราณสถาน โบราณคดีที่สำคัญ สืบค้น ย้อนดูอดีต ผ่านเอกสารจดหมายเหตุ ภาพเก่าอันทรงคุณค่าและเรื่องราวในอดีตที่น่าค้นหา ท่องห้องสมุดดิจิทัล อ่านหนังสือหายาก เอกสารโบราณ หนังสือพิมพ์เก่าและหนังสือจากสำนักพิมพ์ชั้นนำ พร้อมคลังหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และวีดิโอที่น่าสนใจ เสพศาสตร์งานศิลป์กับข้อมูลศิลปกรรม ประณีตศิลป์จากช่างชั้นครู เลือกซื้อหนังสือที่จัดพิมพ์โดยกรมศิลปากรผ่านระบบออนไลน์ ทำให้สามารถซื้อง่าย จ่ายสะดวก ที่สำคัญยังส่งตรงหนังสือถึงบ้าน ตลอดจน เพลิดเพลินกับการดูโขนละครออนไลน์ และองค์ความรู้จากครูกรมศิลป์ ผ่านช่องทาง YouTube กรมศิลปากร โดยสามารถติดตามรายละเอียดบริการต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์กรมศิลปากร finearts.go.th


องค์ความรู้ของกลุ่มภาษาและวรรณกรรม สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร เรื่อง มัทนะพาธา หรือ ตำนานแห่งดอกกุหลาบจัดทำโดยนางสาววกุล มิตรพระพันธ์ นักอักษรศาสตร์ปฏิบัติการ กลุ่มภาษาและวรรณกรรม สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์





      ปราสาทหนองหงส์ – ปราสาทเขาโล้น บนเส้นทาง... ช่องตะโก      ช่องตะโกเป็นหนึ่งในช่องเขาระหว่างแนวเทือกเขาบรรทัด ที่ถูกใช้เป็นเส้นทางคมนาคมเชื่อมระหว่างชุมชนที่ราบสูงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย กับ ชุมชนพื้นที่ราบในเขตจังหวัดสระแก้ว ประเทศไทยและชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำโตนเลสาบ ประเทศกัมพูชา จากภาพถ่ายทางอากาศ พบว่าทั้งปราสาทหนองหงส์ และปราสาทเขาโล้น ตั้งอยู่บนเส้นทางของช่องตะโก โดยแต่ละแห่งมีรายละเอียดดังนี้      ปราสาทหนองหงส์ ตั้งอยู่บนพื้นราบในพื้นที่หมู่ ๙ ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ลักษณะเป็นปราสาทก่ออิฐตั้งเรียงกันสามหลังบนฐานไพที ปราสาททั้งสามหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านหน้าปราสาทองค์ทิศใต้มีอาคารบรรณาลัยตั้งอยู่ รูปแบบศิลปกรรมปราสาทแห่งนี้ตรงกับศิลปะเขมรแบบบาปวน กำหนดอายุอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๖ (ประมาณ ๑,๐๐๐ ปีมาแล้ว)      ปราสาทเขาโล้น ตั้งอยู่บนเขาลูกโดด เตี้ยๆ ในเขตตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ลักษณะเป็นปราสาทก่ออิฐตั้งเรียงกันสามหลังบนฐานไพที ปราสาททั้งสามหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านหน้าปราสาท มีอาคารบรรณาลัยตั้งอยู่ หลักฐานที่สำคัญในการกำหนดอายุปราสาทแห่งนี้คือจารึกที่กรอบประตู ปรากฏศักราชตรงกับ ปี พ.ศ. ๑๕๕๙ จึงกำหนดอายุปราสาทแห่งนี้อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ตรงกับศิลปะเขมรแบบบาปวน (ประมาณ ๑,๐๐๐ ปีมาแล้ว)      นอกจากนี้จากการสำรวจของกรมศิลปากร พบว่ามีร่องรอยของแหล่งโบราณคดีอื่น ๆ ที่พบใกล้เคียงกับช่องตะโกทั้งพื้นที่อำเภอโนนดินแดง อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ และอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว กล่าวคือ ในพื้นที่อำเภอโนนดินแดงพบแหล่งตัดหินบ้านโคกขี้เหล็ก และปราสาทหนองบัว ถัดออกไปในพื้นที่อำเภอปะคำ พบปราสาทขอมหลายแห่ง เช่น ปราสาทโคกงิ้ว ปราสาทหนองตาสี ส่วนในพื้นที่อำเภอตาพระยา เช่น แหล่งตัดหินสระเพลง เนินโบราณสถานโคกบัลลังก์ เนินโบราณสถานหนองแท่น และ เนินโบราณสถานหนองไผ่ล้อม      เส้นทางช่องเขาตะโก ยังคงเป็นเส้นทางที่ใช้สัญจรอย่างต่อเนื่อง จากแผนที่เดินทัพสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ระวางนี้มีชื่อว่า “เขมรในนี้” (Khmer Nai Ni) ซึ่งเป็นแผนที่แสดงเส้นทางเดินทัพจากกรุงเทพฯ ไปถึงกัมพูชา จัดทำขึ้นในช่วงรัชกาล ที่ ๑–๓* ปรากฏเส้นทางจากเมืองนางรองลงมาทางทิศใต้ แยกเป็น ๒ เส้นทาง โดยเส้นทางหนึ่งผ่านช่องตะโกใกล้กับเขาวงมายังบ้านไทละออ บ้านช่องกุ่ม มีเส้นทางต่อลงไปยังหนองสาลิกา** ใกล้กับด่านพระจารึก ส่วนอีกเส้นทางผ่านชุมชนกระแหนะ ตาอิ่ม ลงมายังวัด “พุธไทสมัน” (สันนิษฐานว่าคือปราสาทบันทายมาร์) ดังนั้นเส้นทางนี้น่าจะเป็นเส้นทางช่องตากิ่วในปัจจุบัน      เส้นทางช่องตะโกในสมัยรัชกาลที่ ๕ ยังใช้เป็นเส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปสู่หัวเมืองทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยกตัวอย่างบันทึกการเดินทางตรวจราชการมณฑลนครราชสีมา ของพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นสรรพสิทธิประสงค์ ในปี พ.ศ. ๒๔๓๖ และพระพรหมภิบาล ใน ปี พ.ศ. ๒๔๓๙ ได้ใช้เส้นทางจากกรุงเทพฯ ผ่านเมืองฉะเชิงเทรา เมืองปราจีนบุรี เมืองกบินทร์บุรี ข้ามลำน้ำพระปรง ด่านสระแก้ว เมืองวัฒนานคร บ้านละลมติน ขึ้นช่องเขาตะโกไปสู่ชุมชนในเขตเมืองนางรอง และเดินทางต่อไปยังเมืองนครราชสีมา และในคราวที่ราชสำนักสยามเปลี่ยนข้าหลวงต่างพระองค์มณฑลลาวกาว เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๖ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร (ข้าหลวงมณฑลลาวกาวเดิม) ได้เสด็จออกจากเมืองอุบลราชธานี พร้อมด้วยข้าราชการในพระองค์กลับมายังกรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางช่องเขาตะโกด้วยเช่นกัน      แผนที่อินโด-ไชน่า (Carte de l'Indo-Chine ) มาตราส่วน ๑ : ๒,๐๐๐,๐๐๐ จัดทำขึ้นในปี ค.ศ. ๑๘๙๕ (ตรงกับปี พ.ศ. ๒๔๓๘) โดย MM. les Capitaines Cupet, Friquegnon และ de Malglaive (เป็นส่วนหนึ่งในรายงานของ Auguste Pavie นักสำรวจชาวฝรั่งเศสและอดีตกงสุลฝรั่งเศสประจำกรุงเทพมหานครเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๓๕)***      ตัวอย่างแผนที่ในสมัยรัชกาลที่ ๕ แผนที่ระวางนี้แสดงเส้นทางการคมนาคมทั้งเส้นทางหลัก (เส้นทึบ) และเส้นทางสายรอง (เส้นประ) จากในภาพเส้นทางสายหลักคือ เส้นทางจากเมืองวัฒนานคร ไปยังเมืองอรัญประเทศและ เมืองศรีโสภณ ส่วนเส้นทางสายรองเป็นเส้นทางที่ตัดผ่านช่องเขา โดยเส้นทางที่ผ่านระหว่างเทือกเขาสันกำแพง กับเทือกเขาพนมดงรัก คือ เส้นทางช่องตะโก จากเมืองอรัญประเทศ ผ่านบ้านละลมตินผ่านช่องตะโกไปสู่บ้านปะคำและเมืองนางรอง      แผนที่ระวางนครราชสีมา พิษณุโลก อุดรธานี ปราจีนบุรี มาตราส่วน ๑ : ๕๐๐,๐๐๐ จัดทำขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๐ (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๗) โดย ขุนบรรจงเจริญรัตน์ นายตรวจฝิ่นกองมณฑลเป็นผู้เขียน**** แผนที่ระวางนี้แสดงให้เห็นถึงเส้นทางคมนาคมในฝั่งพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่ามีเพียงเส้นทางเกวียนปราสาทหนองหงส์ทางเดียวเท่านั้น เนื่องด้วยบริเวณดังกล่าวมีสภาพพื้นที่เป็นป่า แต่เมื่อถัดออกมาจากช่องตะโกแล้วพบว่าเส้นทางเกวียนแยกออกเป็นหลายทาง เช่นเส้นทางไปเขาตาพรม เส้นทางไปบ้านหนองไม้ใหญ่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ราบ มีชุมชนตั้งถิ่นฐานกระจายอยู่หลายแห่ง      ในช่วงทศวรรษ ๒๕๑๐***** เป็นต้นมา ช่องตะโกได้รับการพัฒนาจากภาครัฐส่วนกลาง โดยการตัดถนนเชื่อมระหว่างพื้นที่อำเภอละหานทราย (ปัจจุบันคือ อำเภอโนนดินแดง) จังหวัดบุรีรัมย์ กับ อำเภอตาพระยา จังหวัดปราจีนบุรี (ปัจจุบันคือจังหวัดสระแก้ว) การตัดถนนครั้งนี้ได้ตัดผ่านช่องตะโก เพื่อพัฒนาเส้นทางคมนาคมให้สามารถสัญจรได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชนบท อีกทั้งยังเป็นแนวทางหนึ่งในการป้องกันภัยคอมมิวนิสต์ในช่วงเวลาดังกล่าว ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการออกราชกิจจานุเบกษา “ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดให้ทางหลวงจังหวัด สายอรัญประเทศ - ตาพระยา - ละหานทราย เป็นทางหลวงที่มีความจำเป็นต้องสร้างโดยเร่งด่วน” ในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ อย่างไรก็ตามการสร้างถนนตัดผ่านช่องตะโกนั้น ต้องเผชิญปัญหาจากการต่อต้านของกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ในพื้นที่ แรงงานและเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างถนนถูกโจมตีได้รับความเสียหาย ทำให้ฝ่ายความมั่นคงและราษฎรในพื้นที่ต้องช่วยกันต่อต้านการโจมตีดังกล่าว กระทั่งสามารถตัดถนนได้สำเร็จและได้มีการสร้างอนุสาวรีย์เราสู้ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ เพื่อระลึกถึงความเสียสละของราษฎร ตำรวจ ทหาร ที่มีส่วนช่วยให้การสร้างถนนนั้นสำเร็จลุล่วงตามแผนงานที่กำหนด      ในปัจจุบันเส้นทางผ่านช่องตะโกคือ ถนนหมายเลข ๓๔๘ หรือ ถนนธนะวิถี ถนนเส้นนี้ตัดตามถนนเส้นเดิมที่ข้ามช่องเขา เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ กับ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว มีระยะทางประมาณ 143 กิโลเมตร *การกำหนดอายุดังกล่าวพิจารณาได้จากชื่อชุมชนที่ยังคงใช้ชื่อเดิมก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อในสมัยรัชกาลที่ ๓ เมื่อเลื่อนสถานะขึ้นเป็นเมือง เช่น บ้านหินแร่ (ต่อมาจึงเป็นเมืองอรัญประเทศ)    ค้นคว้าและเรียบเรียง : นายพนมกร นวเสลา      **ปัจจุบันอยู่ภายในค่ายไพรีระย่อเดช ตำบลท่าเกษม อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว      ***ที่มา: แผนที่ Carte de l'Indo-Chine สืบค้นจาก : https://collections.lib.uwm.edu/digital/collection agdm/id/5839/rec/7?fbclid=IwAR3mFO3qkT2JDA9bT6T4ee9aLj5kPl20Axpp2UHFA_LOtTtrUM6zna43PXg      ****ที่มา : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ หมายเลขเอกสาร ผ.สบ.๑-๗      *****ภาพประกอบ : แผนที่ L509 หมายเลขระวางแผนที่ ND 48-5 พิมพ์ครั้งที่ 1. ชื่อระวาง NAKHON RACHASIMA จัดทำขึ้นโดยเหล่าทหารช่างกองทัพบกของสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ พบว่ายังคงเป็นเส้นทางลูกรัง ที่มา : http://legacy.lib.utexas.edu/maps ams/indochina_and_thailand/txu-oclc-6535632-nd48-5.jpg   บรรณานุกรม เอกสารที่ไม่ได้ตีพิมพ์ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ ๕ กระทรวงมหาดไทย. ร.๕ ม.๔๖/๗. เรื่อง กรมหมื่นสรรพสิทธ์เสด็จขึ้นไปเมืองนครราชสีมา ศก ๑๑๒ และพระหลวงกรมการราษฎรออกเงินทูลเกล้าฯ ถวายในการแผ่นดิน (๑๕ กรกฎาคม ๒๔๓๖–๑๑ มิถุนายน ๒๔๔๐). หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ ๕ กระทรวงมหาดไทย. ร.๕ ม.๒.๑๔/๑๓. เรื่อง พระพรหมาภิบาลออกไปตรวจราชการมณฑลนครราชสีมา (๔ กันยายน ๒๔๓๙). หนังสือ กรมศิลปากร. ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนภิเษก เล่ม ๙. กรุงเทพฯ : กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, ๒๕๔๕. คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดบุรีรัมย์. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา, ๒๕๔๔. Santanee Phasuk and Philip Stott. Royal Siamese Maps : War and Trade in Nneteenth Century Thailand. Bangkok : River Books, 2006. บทความ ศานติ ภักดีคำ. “จากด่านพระปรง สู่สระแก้ว”. ศิลปวัฒนธรรม ๓๖, ๖ (เมษายน ๒๕๕๘), ๓๖-๔๑. สิขรินทร์ ศรีสุวิทธานนท์. “ปราสาทเขาโล้น อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว”. ศิลปากร ๖๓, ๓ (พฤษภาคม-มิถุนายน ๒๕๖๓), ๖๕-๗๘. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดให้ทางหลวงจังหวัด สายอรัญประเทศ - ตาพระยา - ละหานทราย เป็นทางหลวงที่มีความจำเป็นต้องสร้างโดยเร่งด่วน (๒๕๑๗, ๑๓ สิงหาคม) เล่มที่ ๙๑ ตอนที่ ๑๓๗ง.




ชื่อเรื่อง                                อสีติมหาสาวกนิพฺพาน (พระอสีติมหาสาวกนิพพาน) สพ.บ.                                  265/7ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           64 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 58 ซม.หัวเรื่อง                                 พุทธสาวก--ชีวประวัติ                                           สงฆ์--ชีวประวัติ บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ  ได้รับบริจาคมาจากวัดทุ่งอุทุมพร ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


          คุ้ม โฮง หรือที่อยู่ของเจ้านายเมืองน่านส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณรอบคุ้มหลวง ซึ่งเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครน่าน ต่อมาตกทอดสู่ทายาทโดยในปัจจุบันมีเพียงไม่กี่หลังที่ยังคงลักษณะของตัวอาคารเดิม บางหลังประโยชน์ใช้สอยเปลี่ยนไป หลายหลังถูกรื้อออกแล้วขายที่ดินให้แก่ส่วนราชการและเอกชน ในปัจจุบันหากเที่ยวชมบริเวณเมืองเก่าน่าน ยังสามารถชมความสวยงามของอาคารคุ้มที่ยังหลงเหลืออยู่ได้------------------------------------------------------------------ที่มาของข้อมูล : Nan national Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน https://www.facebook.com/NanNationalMuseum1987/posts/3553275231467892


เสด็จพระราชดำเนินทรงงานในพื้นที่ภาคเหนือ : ตอนที่ ๒ เชียงรายตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงครองสิริราชสมบัติ พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อรับทราบปัญหาและทรงหาแนวทางการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชน ทรงอุทิศพระวรกายบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการในการพัฒนาประเทศเพื่อความผาสุก ความเจริญรุ่งเรือง และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพสกนิกรชาวไทย๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๔ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาสนี้ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่เสด็จพระราชดำเนินทรงงานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ ภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช


black ribbon.