ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,421 รายการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.190/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 46 หน้า ; 4.5 x 55 ซ.ม. : ทองทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 107 (123-132) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : อาการวตฺตสุตฺต(อาการวัตตสูตร)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.291/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 38 หน้า ; 4 x 55.5 ซ.ม. : ทองทึบ-รักทึบ-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 122 (266-274) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : ปญฺญาบารมี(ปัญญาบารมี) --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อผู้แต่ง สุมาลี วีระวงศ์
ชื่อเรื่อง โมรา - ในวงวัฏฏ์ - ปฤถวีเทพ
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์กรมแผนที่ทหาร
ปีที่พิมพ์ ม.ป.ป.
จำนวนหน้า ๑๓๐ หน้า
ในเล่มนี้ แบ่งเนื้อเรื่องเป็นสามส่วน คือ โมรา : รหัสยภาคแห่งอดีตตำนาน กล่าวถึงนิทานเดิม เรื่องจันทโครพ ซึ่งมีตัวละครคือจันทโครพและนางโมรา ส่วนที่สอง คือ ในวงวัฏฏ์ กล่าวถึง ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ไม่มียกเว้น และ ส่วนที่สาม คือ ปฤถวีเทพ เป็นงานแปลจาก งานของ คาฮ์ลิล ยิบราน
จารึกวัดบุนบาน พ.ศ. ๒๐๔๖ ลพ.๒๐ จารึกวัดบุนบาน ทำจากหินทราย จารึกด้วยอักษรฝักขาม มีด้านเดียว จำนวน ๑๙ บรรทัด ตั้งแต่บรรทัดที่ ๑ - ๑๐ โดยเฉพาะส่วนข้อความช่วงต้นบรรทัดกระเทาะหายไป ทำให้การอ่านจารึกไม่สมบูรณ์ เนื้อหาจารึกสามารถสรุปใจความได้ว่าเมื่อศักราช ได้ ๘๖๖ ตัวตรงกับปีพุทธศักราช ๒๐๔๖ ตรงกับรัชกาลพระเมืองแก้ว กษัตริย์ล้านนาในราชวงศ์มังราย ซึ่งครองราชย์ใน พ.ศ. ๒๐๓๘-๒๐๖๘ ได้มีพระสงฆ์ ๒ รูป ได้แก่ พระมหาเถรเจ้าจุล....(ข้อความขาดหาย) อยู่วัดท่าแพ กับ มหาเถรผาสาทหรือมหาเถรปราสาท และเจ้าพันนาหลัง สันนิฐานว่าเป็นชื่อของขุนนางท่านหนึ่ง ได้ถวายข้าคนไว้อุปฐากวัดบุนนาน อัน “มหาราชตนพ่อ” ได้สร้างไว้ ซึ่งมหาราชตนพ่อนี้ สันนิษฐานว่าเป็นการกล่าวถึงวัดนี้สร้างโดยพระเจ้ายอดเชียงราย กษัตริย์ล้านนาพระองค์ที่ ๑๐ แห่งราชวงศ์มังราย อันเป็นพระชนกของพระเมืองแก้ว ครองราชย์ใน พ.ศ. 2030-2038 ข้อความจารึกตอนท้าย กล่าวถึงการถวายทองคำสำหรับวัดแห่งนี้ มีการระบุชื่อขุนนางในตำแหน่งต่างๆ เช่น เจ้าหมื่น พัน แสน และพระสงห์ในตำแหน่งต่างๆ เช่น พระมหาสังฆราชา พระมหาสามี มหาเถร เพื่อเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ จารึกวัดบุนบาน เรียกตามชื่อวัดที่ให้สร้างตามที่ปรากฏในจารึก ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถระบุได้ว่าอยู่ในบริเวณใด แต่เดิมอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งมณฑลพายัพ วัดพระธาตุหริภุญชัย มีเพียงข้อมูลทะเบียนที่ระบุว่าได้มาจากวัดกู่เส้า ปัจจุบันมีชื่อว่าวัดกู่เรือง ตำบลเหมืองจี้ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ห่างออกไปจาตัวเมืองลำพูนทางทิศใต้ราว ๑๕ กิโลเมตร อ้างอิงก่องแก้ว วีระประจักษ์ (และคนอื่นๆ). จารึกล้านนา ภาค ๒ เล่ม ๑-๒ : จารึกจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ :กรมศิลปากร, ๒๕๕๑.คงเดช ประพัฒน์ทอง, วิเคราะห์ศิลาจารึกในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๒๒.
เมืองดงละครเป็นเมืองโบราณเนื่องในวัฒนธรรมทวารวดี ตั้งอยู่ในตำบลดงละคร อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ การทำงานโบราณคดีในเมืองดงละครเริ่มขึ้นในปีพ.ศ. ๒๕๑๕ และ ๒๕๒๙ โดยกองโบราณคดี กรมศิลปากร โดยผลจากการศึกษาพบว่า เมืองดงละครเป็นเมืองที่ขยายตัวจากชุมชนในแผ่นดินออกมาเพื่อสร้างเครือข่ายการค้าทางทะเล มีความสัมพันธ์กับชุมชนอื่นในแถบลุ่มแม่น้ำบางปะกง มีอายุช่วงราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๓๒-๒๕๓๓ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับสั่งให้กรมศิลปากรศึกษา อนุรักษ์ และพัฒนาแหล่งโบราณคดีเมืองโบราณดงละคร เพื่อให้เป็นประโยชน์ในด้านวิชาการและเศรษฐกิจ จึงเกิดโครงการอนุรักษ์เมืองดงละคร โดยฝ่ายวิชาการ กองโบราณคดี กรมศิลปากร มีนักโบราณคดีผู้รับผิดชอบการขุดค้น คือ นายอำพัน กิจงาม และนายอาณัติ บำรุงวงศ์ โดยได้มีการได้มีการสำรวจทางโบราณคดี การขุดแต่งโบราณสถานหมายเลข ๑-๒ และขุดค้นทางโบราณคดี ๘ หลุม แบ่งเป็น หลุมภายในเมือง ๔ หลุม และขุดใกล้กับคูเมืองหรือสระน้ำอีก ๔ หลุม ระหว่างการขุดค้นสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงนำคณะผู้เข้าร่วมสัมมนาวิชาการ เรื่องภาษากับประวัติศาสตร์และความเคลื่อนไหวในวิชาประวัติศาสตร์ไทย จำนวน ๔๐๐ คน ไปทัศนศึกษาที่เมืองโบราณดงละคร ผลการศึกษาทางโบราณคดีครั้งนี้ พบว่าโบราณสถานหมายเลข ๑ เป็นศาสนสถาน เนื่องจากมีการพบเศียรพระพุทธรูปและและแผ่นทองคำ แนวสิ่งก่อสร้างที่พบสันนิษฐานว่าเป็นกำแพงแก้วล้อมรอบ ศาสนสถานขนาด ๓๒x๔๓ เมตร บริเวณกึ่งกลางโบราณสถานพบแท่นอิฐผสมศิลาแลงก่อเป็นรูปสี่เหลี่ยม ยาวด้านละ ๑-๑.๒๐ เมตร คาดว่าเป็นแท่นประดิษฐานรูปเคารพ กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๖ ส่วนโบราณสถานหมายเลข ๒ อยู่ห่างจากโบราณสถานหมายเลข ๑ ไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๑๕ เมตร เป็นกรอบศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสล้อมรอบเนื้อที่ประมาณ ๙ ตารางเมตร ตรงกลางมีการขุดพบแท่งศิลาแลงรูปทรงกระบอกขนาดใหญ่ ภายในบรรจุตุ้มหู แหวน หัวแหวน พื้นที่รอบแท่งศิลาแลงพบลูกปัดหินและลูกปัดแก้วจำนวนมาก สันนิษฐานว่าเป็นการฝังสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือศิลาฤกษ์กลางศาสนสถาน กำหนดอายุโบราณสถานราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๖ หลังจากการศึกษาในปีพ.ศ. ๒๕๓๓ ได้มีการศึกษาทางโบราณคดีอีกหลายครั้ง และได้ข้อมูลที่ช่วยให้ภาพรวมการใช้พื้นที่ของเมืองดงละครเด่นชัดขึ้น สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลการศึกษาทางโบราณคดีของเมืองดงละคร สามารถติดตามได้จากหนังสือ “เมืองโบราณดงละคร” ของกรมศิลปากร ราคาเล่มละ ๖๕๐ บาท สั่งซื้อได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ และสำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา---------------------------------------------------ที่มาข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์---------------------------------------------------อ้างอิง : ธงชัย สาโค. เมืองโบราณดงละคร. นนทบุรี : ไทภูมิ พับลิชชิ่ง, ๒๕๕๘.
กรมศิลปากร ขอเชิญร่วมโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน การเสวนาทางวิชาการ เรื่อง "มิติใหม่การเล่าเรื่อง (คน) ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในนิทรรศการใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร" ในวันอาทิตย์ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๕ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำรองที่นั่ง โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓, ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒ กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดกิจกรรม เผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และงานประณีตศิลป์ของไทยจากส่วนจัดแสดงนิทรรศการไปยังกลุ่มเป้าหมาย ผ่านช่องทางการเสวนาทางวิชาการและระบบออนไลน์ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดเห็นของนักวิชาการ ประชาชนและผู้สนใจเพื่อการปรับปรุงพัฒนาในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการสร้างความตระหนักรัก หวงแหน อนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติอีกทางหนึ่งด้วย การเสวนาทางวิชาการ เรื่อง "มิติใหม่การเล่าเรื่อง (คน) ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในนิทรรศการใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร" ประกอบด้วย การบรรยายพิเศษ เรื่อง บทบาทแหล่งการเรียนรู้จากอดีตถึง ปัจจุบัน : การจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยนายสมชาย ณ นครพนม ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมศิลปากร การเสวนาทางวิชาการ เรื่อง มุมมอง ข้อคิด และการเล่าเรื่องนิทรรศการใหม่ “คนแรกเริ่มยุคก่อนประวัติศาสตร์” การบรรยายนําชมนิทรรศการใหม่ ห้องก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และการเสวนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ความทันสมัยของคนโบราณ (ที่ไม่โบราณ) ในวัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และภัณฑารักษ์ กรมศิลปากร ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน สำรองที่นั่งและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายวิชาการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓, ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒ (วันพุธ - อาทิตย์ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น.)
วันพุธที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๐๙ น. นายดุสิต ทุมมากรณ์ ผู้อำนวยการกลุ่มโบราณคดี นายสรรเพชญ จำปาเทศ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน นางกชพร รัตนภักดี หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น พร้อมคณะ เข้าร่วมพิธีบวงสรวงก่อนดำเนินการบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์โบราณสถานวัดธาตุเมืองพิณ ณ วัดธาตุเมืองพิณ บ้านโนนธาตุ ตำบลฝั่งแดง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมี เจ้าอาวาสวัดธาตุเมืองพิณ วัฒนธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านบ้านโนนธาตุ เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว
นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เรื่อง ๙๐ วัสสา ผืนป่าห่มหล้า ผืนผ้าห่มเมือง องก์ที่ ๑ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นพระธิดาองค์ใหญ่ของพลเอกพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ ขณะดำรงพระยศเป็นพันเอกหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร กับหม่อมหลวงบัว กิติยากร มีพระนามเดิมว่า หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ซึ่งพระนาม “สิริกิติ์” พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาพระราชทาน มีความหมายว่า “ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร” ทรงพระราชสมภพ เมื่อวันศุกร์ ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ณ บ้านพลเอกเจ้าพระยาวงศานุประพัทธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) ผู้เป็นบิดาของหม่อมหลวงบัว พระองค์ทรงตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยความมุมานะ ตรากตรำพระวรกายเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อบรรเทาทุกข์ บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ ด้วยมีพระราชประสงค์รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และพระราชทานพระราชดำริให้จัดทำโครงการพัฒนาที่หลากหลาย ให้ราษฎรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นภายใต้สิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์และยั่งยืน ดังพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๕ “...ข้าพเจ้าไปภาคเหนือคราวที่แล้ว ก็ไปจัดตั้งโครงการหมู่บ้านบ้านเล็กในป่าใหญ่ เพราะได้ไปเห็นว่าชาวไทยภูเขาตามพื้นที่ชายแดนต่าง ๆ โดยมากมักจะไม่มีที่ทำกินหรือว่าไม่มีบ้านพักก็เตร็ดเตร่ไปเรื่อย ๆ ...แล้วก็รับชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ที่จะมาอยู่ในบ้านนั้น แล้วเราก็จะสอนทุกอย่าง วิธีดำเนินชีวิตของเขา ให้เขาเป็นสมาชิกศิลปาชีพ แล้วในที่สุดก็ให้เขาเป็นผู้ดูแลป่าไม้ด้วย ให้เป็นหูเป็นตา และการตั้งหมู่บ้านนี้บางครั้งก็โชคดี หมู่บ้านชาวเขานั่นน่ะกลายเป็นหูเป็นตาในการขัดขวางเส้นทางของการค้ายาเสพติดด้วย คือเขาก็เป็นหูเป็นตาให้...”ผู้เรียบเรียง : นางเกษราภรณ์ กุณรักษ์ นักจดหมายเหตุชำนาญการภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชอ้างอิง :๑. สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. ๒๕๖๐. ๘๔ พรรษา ราชินีศรีแผ่นดิน. กรุงเทพฯ: กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล.๒. คณะอนุกรรมการจัดทำหนังสือไม้ดอกและไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติ. ๒๕๓๖. ไม้ดอกและไม้ประดับ. กรุงเทพฯ: ด่านสุทธาการพิมพ์.๓. กระทรวงศึกษาธิการ. ๒๕๖๑. จดหมายเหตุงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙. กรุงเทพฯ : ศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้นท์.๔. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. ๒๕๔๘. ประมวลพระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่พระราชทานในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.๕. กรมการศาสนา. ๒๕๕๗. พระราโชวาทและพระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.๖. กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงวัฒนธรรม, และ สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์. ๒๕๕๐. ถักร้อยดวงใจมหกรรมทอผ้าไทย เทิดไท้พระบรมราชินีนาถ. กรุงเทพมหานคร: ศรีสยามการพิมพ์. ๗. สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน). ม.ป.ป. ผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ (Online). https://www.sacict.or.th/th/listitem/10223 , สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔.๘. อรุณวรรณ ตั้งจันทร, เกษร ธิตะจารี, และ นิรัช สุดสังข์. ๒๕๕๖. “การพัฒนาผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอจากผ้าปักชาวเขาเผ่าม้ง จังหวัดเพชรบูรณ์.” วารสารวิชาการ ศิลปะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ๔ (๒): ๕๕-๖๗. ๙. กระทรวงวัฒนธรรม. ๒๕๕๘. อัคราภิรักษศิลปิน. กรุงเทพมหานคร: มปท.๑๐. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม. ๒๕๖๔. ครูช่างทอ ผู้ได้ชื่อว่า “๔ ทหารเสือราชินี” แห่งวงการผ้าไหมไทย (Online). https://www.silpa-mag.com/culture/article_67780 , สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔.๑๑. กรมการพัฒนาชุมชน. ม.ป.ป. สืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทยดำรงไว้ในแผ่นดิน. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม(สงฺคิณี-มหาปฏฐาน)
สพ.บ. อย.บ.52/4ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 28 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 58 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนา บทสวด พระวินัย คำสอน
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ล่องชาด ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
กรมศิลปากร โดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรมส่งคลิปสั้นเข้าประกวดในหัวข้อ “ร.ศ.๒๔๒ ชมตู้ลายทองสืบสานงานศิลป์” ชิงเงินรางวัลรวมกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท โดยส่งเป็นคลิปวิดีโอ ความยาวไม่ต่ำกว่า ๑ นาที และไม่เกิน ๓ นาที ดาวน์โหลดใบสมัครและรายละเอียดหลักเกณฑ์การประกวดได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ National Library of Thailand กำหนดส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖
กรมศิลปากรได้จัดนิทรรศการ “ร.ศ.๒๔๒ ชมตู้ลายทองสืบสานงานศิลป์” ชมความงดงามของศิลปะลายรดน้ำจากตู้พระธรรมสมัยรัตนโกสินทร์ ณ อาคารถาวรวัตถุ ถนนหน้าพระธาตุ เขตพระนคร กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๖.๐๐ น. และจัดกิจกรรมเชิญชวนผู้สนใจร่วมส่งคลิปสั้นเข้าประกวด โดยมีเนื้อหาตามหัวข้อที่กำหนดเกี่ยวกับตู้พระธรรมสมัยรัตนโกสินทร์ และต้องมีภาพของตู้ลายทองที่จัดแสดงภายในห้องนิทรรศการเป็นส่วนหนึ่งของผลงาน เนื้อหาของผลงานอาจมีภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและอื่นๆ ประกอบได้เพื่อความสมบูรณ์ของเนื้อหา ไม่จำกัดรูปแบบ วิธีการ และเทคนิคในการนำเสนอ ความละเอียดของไฟล์ผลงานจะต้องไม่ต่ำกว่า ๗๒๐ pixel (๑๒๘๐ x ๗๒๐) ประเภทไฟล์ mp4 ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่เคยผ่านการนำไปเผยแพร่จากที่ใดมาก่อนและไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ผู้จัดประกวดจะพิจารณาผลงานที่ส่งประกวดทุกชิ้น เมื่อผลงานนั้นถูกต้องตามกติกาจะได้รับการเผยแพร่ในเฟซบุ๊กแฟนเพจของสำนักหอสมุดแห่งชาติ “National
Library of Thailand”
ส่งผลงานพร้อมใบสมัครทางไปรษณีย์โดยบันทึกคลิปใส่ HDD หรือ CD ส่งมาที่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทมหานคร ๑๐๓๐๐ ระบุที่ซอง “ส่งผลงานโครงการ ร.ศ. ๒๔๒ ชมตู้ลายทองสืบสานงาน ศิลป์” หรืออัพโหลดคลิปบนเว็บไซต์รับฝากไฟล์เช่น google drive, dropbox เป็นต้น จากนั้นกรอกข้อมูลการสมัครและแนบลิงก์ผลงานใน Google form กำหนดส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖ ประกาศผลการประกวดในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖
ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดหลักเกณฑ์การประกวดและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ลิงก์ shorturl.at/kvDSW หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ National Library of Thailand ของสำนักหอสมุดแห่งชาติ สอบถามเพิ่มเติม นางสาวงามเพ็ญ ยาวงษ์ บรรณารักษ์ชำนาญการ สำนักหอสมุดแห่งชาติ โทร. ๐๖ ๒๖๔๕ ๔๙๕๙