ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,443 รายการ
เว็ปไซต์หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี: www.finearts.go.th/chantaburilibrary
หอสมุดแห่งชาติปัจจุบันของไทย สถาปนาขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระมหากษัตราธิราชในพระบรมราชจักรีวงศ์ โดยการรวมหอพระมณเฑียรธรรม หอพระสมุดวชิรญาณ และหอพุทธสาสนสังคหะเข้าด้วยกัน ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระบรมราชโองการประกาศจัดการ หอพระสมุดวชิรญาณ ให้เป็น หอสมุดสำหรับพระนคร เมื่อ วันที่ ๑๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๔๘ และได้วิวัฒนาการเป็นสำนักหอสมุดแห่งชาติปัจจุบัน
หอพระสมุดวชิรญาณ เดิมตั้งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาได้ย้ายมาตั้งอยู่ข้างนอกประตูพิมานไชยศรี คือศาลาสหทัยสมาคม แต่การบริหารและการให้บริการของหอพระสมุดเป็นสมาคม และเป็นสโมสรสำหรับสมาชิกเท่านั้น ในปีพุทธศักราช ๒๔๔๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสยุโรปได้เสด็จทอดพระเนตรกิจการหอสมุดแห่งชาติอังกฤษและหอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศส เมื่อเสด็จนิวัติพระนคร มีพระราชดำริว่า หอพระสมุดวชิรญาณที่ทรงร่วมกันจัดตั้งขึ้นนั้นเป็นหอพระสมุดสำหรับราชสกุล แม้จะก่อให้เกิดประโยชน์ในทางวิชาการความรู้ยังไม่กว้างขวาง เพราะส่วนมากเป็นสมาชิกและอยู่ในวงแคบ หากขยายกิจการหอพระสมุดออกไปให้เป็น หอสมุดสำหรับพระนคร เพื่อพสกนิกรจะได้แสวงหา ประโยชน์ต่างๆจะได้จากการอ่านหนังสือ คงจะเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้นสมตามพระราชประสงค์ที่จะทรงเฉลิมพระเกียรติยศสนองพระเดชพระคุณ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดตั้งหอพระสมุดวชิรญาณ เป็นหอสมุดสำหรับพระนครขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๔๔๘ และพระราชทานนามว่า หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร ตามพระสมณนามาภิไธยในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมา พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ขณะดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นสภานายกหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนครได้พัฒนาและเจริญรุ่งเรืองตามลำดับ เมื่อพระองค์เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกแล้ว จึงโปรดเกล้าฯให้ย้ายหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร มาไว้ที่ ตึกใหญ่ริมถนนหน้าพระธาตุซึ่งเรียกว่าตึกถาวรวัตถุ และพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด เมื่อวันที่ ๖ มกราคม ๒๔๕๙
กิจการของหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนครเจริญก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับได้มีการรวบรวมหนังสืออันมีค่ายิ่งของประเทศไว้ได้เป็นจำนวนมาก และยังได้วางรากฐานการจัดห้องสมุดตามมาตรฐานสากลหลายประการ เช่น การจัดหมวดหมู่หนังสือ ทำบัตรรายการค้นหนังสือ ทำบรรณานุกรม และการจัดพิมพ์หนังสือที่มีคุณค่าต่างๆ จำนวนมาก เป็นต้น
ใน ปีพุทธศักราช ๒๔๖๙ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ โปรดเกล้าฯให้แยกหอพระสมุด วชิรญาณสำหรับพระนครออกเป็น ๒ หอ คือ หอพระสมุดวชิราวุธ ตั้งอยู่ที่ตึกถาวรวัตถุเช่นเดิมให้เป็นที่เก็บหนังสือฉบับพิมพ์และ หอพระสมุดวชิรญาณ ให้ใช้เป็นที่เก็บหนังสือตัวเขียนและตู้พระธรรม
ปีพุทธศักราช ๒๔๗๖ รัฐบาลจัดตั้งกรมศิลปากรขึ้นและมีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกำหนดให้หอพระสมุดสำหรับพระนคร มีฐานะเป็นกองหนึ่งในกรมศิลปากรเรียกว่า กองหอสมุดและได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อหอพระสมุดสำหรับพระนครเป็นหอสมุดแห่งชาติในเวลาต่อมา หอสมุดแห่งชาติได้พัฒนากิจการเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับมี ผู้ใช้บริการจำนวนมากจนถึง พุทธศักราช ๒๕๐๕ รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณก่อสร้างอาคารหอสมุดแห่งชาติเป็นอาคารทรงไทย สูง ๕ ชั้นขึ้น ที่บริเวณท่าวาสุกรี ถนนสามเสน และได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๐๙ สำนักหอสมุดแห่งชาติ เป็นอาคารทรงไทย ๕ ชั้น บนเนื้อที่ประมาณ ๑๗ ไร่ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ท่าวาสุกรี ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร สังกัดกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรีเกิดขึ้นจากดำริของ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประสงค์จะให้มีการจัดตั้หอสมุดแห่งชาติประจำภาคตะวันออกขึ้น เพื่อถวายเป็นราชสดุดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมฉลองปีรัชมังคลาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๓๑ จึงได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ ๑ จังหวัดจันทบุรี รวมทั้งหน่วยราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันดำเนินการวางแนวนโยบายจัดหาทุนในการก่อสร้างอาคารหอสมุดฯ และกรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการ จัดทำโครงการ ออกแบบอาคาร ควบคุมการก่อสร้าง จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ และรับผิดชอบดำเนินงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อว่า “หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษกจันทบุรี”
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดอาคารหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ในวันพฤหัสที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๓๓
อาคารหอสมุดฯ มีลักษณะแบบทรงไทยประยุกต์ รูปสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้าง ๗๕ เมตร ยาว ๗๖ เมตร เป็นอาคาร ๒ ชั้น ๔ หลังเชื่อมติดกัน โดยมีที่ว่างตรงกลางจัดเป็นสวน รวมพื้นที่ใช้สอยประมาณ ๒,๕๕๓ ตารางเมตร และมีเนื้อที่ทั้งหมด ๒ ไร่ ๖๔ ตารางวา
เดิมหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักหอสมุดแห่งชาติ แต่มาวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ กรมศิลปากรได้ปรับปรุงโครงสร้างของกรมใหม่ ให้หอสมุดแห่งชาติฯ จันทบุรี ไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
นิทรรศการ เรื่อง “มรดกล้ำค่าสมเด็จพระปิยมหาราชในมิวเซียมหลวง”
นับตั้งแต่กรมศิลปากรได้สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๕๔ ล่วงเลยมาเป็นเวลานานนับศตวรรษ กรมศิลปากรได้มีการปรับปรุงพัฒนาโครงการสร้างการบริหารจัดการองค์กร มีการถ่ายโอนภารกิจ การขยายส่วนราชการและการแบ่งส่วนราชการภายใน ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ให้กรมศิลปากรมีความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ สืบทอด และธำรงรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติมาอย่างยาวนานก้าวเข้าสู่ปีที่ ๑๐๒ และจะยังคงเป็นสถาบันหลักในด้านการปกป้อง คุ้มครองมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติต่อไป ตามวิสัยทัศน์ และนโยบายในเชิงรุกที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และนโยบายของประเทศ
สำหรับกิจการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร เริ่มมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักดีว่าพิพิธภัณฑสถานเป็นสื่อแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมของชาติ ในวันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๑๗ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอาคารหอคองคอเดีย (Concordia Hall) หรือ ศาลาสหทัยสมาคม จัดเป็นพิพิธภัณฑสถาน เรียกว่า ตั้งมิวเซียม โดยจัดแสดงสิ่งของล้ำค่าและหาชมยากประเภทต่างๆ ทั้งที่ผลิตโดยชาวสยามและของจากห้างร้านของชาวต่างประเทศมาเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมเป็นครั้งแรก ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๓๐ โปรดให้ย้ายพิพิธภัณฑสถานมาตั้ง ณ วังหน้า และเปิดให้ประชาชนได้ชมเป็นการถาวร
กรมศิลปากร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงวางรากฐานการพิพิธภัณฑ์ไทยมาแต่อดีตจนกระทั่งกลายมาเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จึงกำหนดจัดนิทรรศการพิเศษเรื่อง “มรดกล้ำค่าสมเด็จพระปิยมหาราชในมิวเซียมหลวง” ขึ้น โดยนำมรดกอันล้ำค่าในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาจัดแสดงให้ประชาชนได้มีโอกาสชื่นชม โบราณวัตถุทุกชิ้นที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ล้วนแต่เป็นโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่าและหาชมได้ยากยิ่ง อาทิ ตราแผ่นดินประจำรัชกาล หีบทองคำลงยาเหรียญที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ ๑ กล้องเมียร์ชอม เหล็กไหล ไม้กลายเป็นหิน ฯลฯ นิทรรศการนี้จะเปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๘.๐๐ น. ณพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
นอกจากนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้อัญเชิญ พระพุทธรูปคันธารราฐ มาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ให้ประชาชนได้สักการะ เพื่ออำนวยความอุดมสมบูรณ์ และความเป็นสิริมงคลสืบไป พระพุทธรูปคันธารราฐ เป็นพระพุทธรูปปางขอฝน ที่สร้างขึ้นสำหรับพระราชพิธีพิรุณศาสตร์ และงานพระราชพิธีพืชมงคล เพื่ออำนวยให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล พื้นดินอุดมพร้อมพืชพันธุ์ธัญญาหารบริบูรณ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๔๕๓ โดยโปรดให้นายอัลฟอนโซ ทอร์นาเรลลี (Alfonso Tornarelli) ช่างชาวอิตาเลียน ปั้นพระพุทธปฏิมายืน ปางขอฝน เลียนแบบพระพุทธรูปในศิลปะอินเดียแบบคันธารราฐ โดยเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะระหว่างวันที่ ๒๕– ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๘.๐๐ น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒, ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓
การจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น แบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ ๑ อาคารจัดแสดงส่วนหน้า ชั้นล่างและชั้นบน จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดแสดงหลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงเรื่องราวและพัฒนาการทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ การตั้งถิ่นฐาน ประเพณี สังคม ศาสนา การรับอิทธิพลทางศิลปะ พัฒนาการของเมืองและชุมชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดจนพัฒนาการทางศิลปะในประเทศไทย
ส่วนที่ ๒ อาคารจัดแสดงส่วนหลัง จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ประเภทใบเสมาและประติมากรรมศิลา ตลอดจนแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประเพณี วิถีชีวิต ความเชื่อ เครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้านที่แสดงถึงภูมิปัญญาของกลุ่มชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ส่วนที่ ๓ อาคารโรงเก็บใบเสมาและการจัดแสดงภายนอกอาคาร จัดแสดงใบเสมา ใบเสมาศิลาจารึก ชิ้นส่วนประติมากรรมหินทรายและส่วนประกอบสถาปัตยกรรมหินทรายที่พบในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๑. อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น จัดแสดงทั้งหมด ๗ ส่วน คือ
๑.๑ ห้องก่อนประวัติศาสตร์ (ชั้น ๑)
๑.๒ ห้องประวัติศาสตร์ : ทวารวดี (ชั้น ๑)
๑.๓ ห้องประวัติศาสตร์ : ลพบุรี (ชั้น ๒)
๑.๔ ห้องประวัติศาสตร์ : ล้านช้าง (ชั้น ๒)
๑.๕ ห้องประวัติศาสตร์ :รัตนโกสินทร์ ประวัติเมืองขอนแก่น (ชั้น ๒)
๑.๖ ระเบียงอาคารจัดแสดง :กลุ่มประติมากรรมศิลาและใบเสมา
๑.๗ ห้องศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสาน (ชั้น ๑ ด้านหลังปีกทิศตะวันตก)
แบ่งหัวข้อการจัดแสดงได้ดังนี้
๑. ประวัติและวิวัฒนาการ
๑.๑ สมัยก่อนประวัติศาสตร์
จัดแสดงในหัวข้อ การตั้งถิ่นฐาน สังคมและการดำรงชีวิต เครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำด้วยหินและโลหะ ประเพณีฝังศพ ศิลปะถ้ำ แหล่งโบราณคดีที่สำคัญ แหล่งโบราณคดีบ้านสร้างดู่ แหล่งโบราณคดีโนนนกทา แหล่งโบราณคดีโนนชัย แหล่งโบราณคดีบ้านโนนเมืองและแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง
๑.๒ สมัยประวัติศาสตร์
ห้องประวัติศาสตร์ ทวารวดี ชั้น ๑ จัดแสดงในหัวข้อ สถาปัตยกรรม อักษรจารึก ประติมากรรมปูนปั้น ศาสนาและความเชื่อ เสมาหิน อิทธิพลวัฒนธรรมทวารวดี พระพิมพ์ทวารวดี เมืองฟ้าแดดสงยาง
ห้องประวัติศาสตร์ศิลปะในประเทศไทย ชั้น ๒ จัดแสดงในหัวข้อ อีสานในสมัยลพบุรี เมืองและชุมชน ศาสนาและความเชื่อ แผนที่แสดงที่ตั้งโบราณสถานที่สำคัญ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อิทธิพลวัฒนธรรมเขมร เครื่องปั้นดินเผา พระพุทธรูปตั้งแต่สมัยล้านช้างจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ งานศิลปกรรมเนื่องในพระพุทธศาสนา และตัวอย่างเครื่องใช้ที่พบในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ห้องประวัติศาสตร์ขอนแก่น ชั้น ๒ จัดแสดงในหัวข้อ การตั้งเมืองขอนแก่น การย้ายเมืองขอนแก่น ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองขอนแก่นกับศูนย์กลางอำนาจกรุงเทพ
ห้องศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสาน (ชั้น ๑ ปีกด้านหลังทิศตะวันตก)
๑.ประเพณี วิถีชีวิต จัดแสดงในหัวข้อ อีสานยุควัฒนธรรมไทย –ลาว กลุ่มชนในภาคอีสาน ประเพณีสำคัญในภาคอีสาน งานเทศกาลไหมและประเพณีผูกเสี่ยว ขอนแก่นแดนดนตรี โปงลางและเรือนอีสาน
๒.ภูมิปัญญา จัดแสดงในหัวข้อ ผ้าพื้นเมืองอีสาน เครื่องมือในการผลิตเส้นด้าย ศาสนาและประเพณีความเชื่อ ครัวไฟ เครื่องมือในการดักจับสัตว์น้ำและเครื่องมือทำนา
๒. โรงเก็บใบเสมา จัดแสดงใบเสมา ใบเสมาศิลาจารึก ชิ้นส่วนประติมากรรมหินทรายและส่วนประกอบสถาปัตยกรรมหินทรายที่พบในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และจัดแสดงกลุ่มใบเสมาที่ได้จากการสำรวจและขุดค้นในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือภายนอกอาคารจัดแสดง
วันที่5สิงหาคม2558 เวลา 09.00น. นักศักษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ได้มาเยี่ยมชมและศึกษาหาความรู้ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์
วันที่ 27 มีนาคม 2561 เวลาประมาณ 16.00 น. พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์เสด็จพระดำเนินยังวัดป่าแดด ต.ท่าผา อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เพื่อทรงติดตามความคืบหน้าในการติดตั้งหลังคาคลุมวิหารและหอไตร ชั่วคราว เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับภาพจิตกรรมฝาผนังภายในอาคาร โดยทรงถวายเงินที่ได้จากประชาชนที่ร่วมบริจาค เพื่อใช้เป็นงบประมาณสมทบ ตามที่กรมศิิลปากรได้จัดสรรงบประมาณประเภทงบอุดหนุนฯ ให้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ในการนี้นายเทอดศักดิ์ เย็นจุระ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ถวายการบรรยายสรุปความคืบหน้าของโครงการฯ
อยากทราบว่ารับนักศึกษาฝึกงานหรือเปล่าครับ ผมเรียน วัฒนธรรม สาขา ประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณดคี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ครับ
นายช่่างศิลป์ หอสมุดแห่งชาตินครศรีธรรมราช รับรางวัลชนะเลิศ ระดับประชาชน
การประกวดวาดภาพและภาพถ่าย หัวข้อ "มองลุ่มน้ำปากพนัง ผ่านงานศิลป์"
โครงการประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำปี ๒๕๕๔
ในวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๔
จัดโดย สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช
ห้องวัฒนธรรมชาวไทย - มุสลิมจัดแสดงตู้หุ่นจำลองแสดงการละเล่นของชาวไทยมุสลิม จำลองแสดงภาพโรงเรียนปอเนาะ มุมจัดแสดงพิธีละหมาด พิธีการเข้าสุนัต หุ่นจำลองพิธีนิกะฮ์ (แต่งงาน)
***บรรณานุกรม***
หนังสือหายาก
จิตต์สมาน โกมลฐิติ. อาหารชุดประจำวัน จิตต์สมาน โกมลฐิติ พิมพ์เป็นที่ระลึกในงาน ฌาปนกิจ นางทองม้วน วีระพงษ์ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๐๖ ณ เมรุวัดธาตุทอง. พระนคร : บริษัท ศิริพัสตุ์ จำกัด, ๒๕๐๖.