ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,443 รายการ
องค์ความรู้สุพรรณบุรี เรื่อง ละว้าสุพรรณ
ผู้เรียบเรียง :
นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย บรรณารักษ์ชำนาญการ
หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ
คนโทรูปพระคเณศ
พุทธศตวรรษที่ ๑๘
นายโยธิน-นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ มอบให้เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔
ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องลพบุรี อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
คนโทดินเผาเคลือบเขียว ปากกลม ฐานกลม ตัวภาชนะแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนล่างเว้ายืดสูง ส่วนบนของภาชนะเป็นรูปพระคเณศ ๒ กร ประทับขัดสมาธิราบบนฐานบัวคว่ำ พระเศียรตกแต่งเป็นลายเส้นตารางซ้อนกันสามชั้น (สันนิษฐานว่าเลียนแบบกรัณฑมงกุฎ) พระเนตรเปิดมองตรง งวงยาวถึงพระนาภี พระกรรณใหญ่ พระหัตถ์ขวาทรงถือทันต์ หรืองาที่หัก พระอุระแสดงการทรงสังวาลไขว้กันเป็นกากบาท ทรงพระภูษาสั้น ลักษณะผ้าเป็นริ้วคล้ายผ้าพลีต รัดองค์ประดับแถบลายสามเหลี่ยม
งาในพระหัตถ์ของพระคเณศนั้น ปุราณะหลายคัมภีร์เล่าต่างกัน อาทิ เกิดจากพระคเณศต่อสู้กับพระศิวะจนถูกขวานพระศิวะตัดงาไปข้างหนึ่ง หรือบางปุราณะกล่าวว่าเศียรช้างที่มาต่อกลับให้กับพระคเณศนั้นมีงาข้างเดียว หรือในอินเดียใต้อธิบายว่าคราวที่พระคเณศต่อสู้กับคชมุขาสูร พระคเณศเสียทีถูกหักงา แต่แย่งงาข้างที่หักได้และใช้เป็นอาวุธขว้างใส่คชมุขาสูร นอกจากนี้บางปุราณะยังกล่าวว่าเมื่อครั้งที่พระคเณศต่อสู้กับปรศุราม (อวตารของพระนารายณ์) ปรศุรามใช้ขวานวิเศษซึ่งได้รับมาจากพระศิวะขว้างใส่พระคเณศ เมื่อพระคเณศเห็นจึงจำได้ว่าเป็นขวานของบิดา จึงไม่ต่อสู้กลับแต่ใช้งาข้างหนึ่งรับขวานไว้ ทำให้งานั้นหักไปเหลืองาข้างเดียว นับแต่นั้นงาข้างที่หักจึงใช้เป็นอาวุธ*ของพระองค์รวมถึงใช้จารหนังสือในฐานะที่เป็นเทพแห่งอักษรศาสตร์ อีกทั้งพระคเณศที่ปรากฏงาข้างเดียวยังมีนามว่า “เอกทันตะ”
รูปเคารพพระคเณศนั้นปรากฏหลักฐานนับตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๓ แล้ว สำหรับประเทศไทย พบประติมากรรมพระคเณศที่พบในช่วงเวลานี้ มีทั้งแบบสองกร และสี่กร อาทิ พระคเณศศิลาประทับมหาราชลีลาสนะ ประดิษฐานในเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ กรุงเทพมหานคร พระคเณศสองกรทรงยืนพบที่เมืองโบราณศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี พระคเณศศิลาประทับมหาราชลีลาสนะเก็บรักษาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มัชฌิมาวาส จังหวัดสงขลา และพระคเณศศิลาพบที่ปราสาทหินพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ปัจจุบันเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย
นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๖ เป็นต้นมา เมื่อวัฒนธรรมเขมรโบราณแพร่กระจายเข้ามาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางของประเทศไทย จึงพบประติมากรรมพระคเณศหลากหลายรูปแบบทั้งประติมากรรมศิลา ประติมากรรมสำริด ประติมากรรมดินเผาเคลือบสีดำ และประติมากรรมนูนสูง เช่นรูปสลักบนทับหลังปราสาทหินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา และทับหลังปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์
*กรณีการใช้งาของพระองค์เป็นอาวุธ มีตัวอย่างในปกรณัมของ “พระจันทร์” ความว่าครั้งหนึ่งพระคเณศเสด็จกลับจากงานเลี้ยง ปรากฏว่าพระองค์เผลอตกจากหลังมูสิกะ (หนูพาหนะของพระองค์) จนพระอุทร (ท้อง) แตก พระองค์จึงทรงโกยขนมคืนพระอุทร ขณะนั้น “พระจันทร์” ผ่านมาเห็นจึงหัวเราะเยาะ พระคเณศพิโรธจึงขว้างงาของพระองค์ปักพระจันทร์ทำให้โลกมืดมิด ต่อมาเทวดาร้องขอให้พระองค์อภัยพระจันทร์ จึงทรงยอมแต่พระจันทร์ยังต้องรับโทษอยู่ให้มีรูปทรงเว้าแหว่งทุกครึ่งเดือน
อ้างอิง
กรมศิลปากร. พระคเณศ เทพเจ้าแห่งศิลปวิทยา. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๔๕.
อรุณศักดิ์ กิ่งมณี. ทิพยนิยายจากปราสาทหิน. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ, ๒๕๕๕.
สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมฟังการเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “ต้นร่างสร้างเมืองเรืองรองศิลปกรรม” กิจกรรมประกอบนิทรรศการพิเศษเนื่องในงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช 2567 เรื่องเอกสารล้ำค่าจารึกสยาม ในวันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2567 เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วิทยากรโดย ดร.วสุ โปษยะนันท์ สถาปนิกเชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสถาปัตยกรรม (บูรณปฏิสังขรณ์หรือสถาปัตยกรรมไทย) นายจักริน อุตตะมะ มัณฑนากรเชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมัณฑนศิลป์ ดร.พรธรรม ธรรมวิมล ผู้อำนวยการกลุ่มภูมิสถาปัตยกรรม สำนักสถาปัตยกรรม และนางพัชรินทร์ ลั้งแท้กุล ผู้อำนวยการกลุ่มเอกสารจดหมายเหตุและบริการ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ดำเนินรายการโดย นางสาวชนาธิป พฤกษ์อุดม มัณฑนากรปฏิบัติการ
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ผ่านการสแกน QR Code หรือกดลิ้งค์ https://forms.gle/UGW6v45Em9D3iygb8 (พร้อมรับของที่ระลึกภายในงาน) รับจำนวนจำกัดเพียง 100 ท่าน สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2567 หรือจนกว่าจะเต็ม ติดตามผลการประกาศรายชื่อผู้เข้าร่วมงานรับฟังการเสวนาได้ที่ Facebook : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
ภาพปูนปั้นรูปบุรุษ
- ทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๔)
- ปูนปั้น
- ขนาด กว้าง ๙๑ ซม. ยาว ๘๕ ซม. หนา ๕ ซม.
เดิมประดับที่ฐานลานประทักษิณด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของเจดีย์จุลประโทน อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ ภาพปูนปั้น แสดงภาพบุรุษคล้ายยืนสนทนากัน คนทางขวามือของภาพไว้ผมยาวเป็นลอน ในมือถือสิ่งของลักษณะคล้ายอาวุธ
แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ https://smartmuseum-v2.finearts.go.th/3d_object/?obj=40100
ที่มา: https://smartmuseum.finearts.go.th
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ขอเชิญทุกท่านร่วมบูชาพระคเณศเนื่องในเทศกาล "คเณศจตุรถี" เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองวันประสูติของพระคเณศ ในวันที่ 7 - 8 และ 11 - 15 กันยายน 2567 เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ภายในงานพบกับการอัญเชิญพระคเณศองค์สำคัญ 3 องค์ ได้แก่ พระคเณศจากปราสาทพนมรุ้ง พระคเณศที่มีอายุใกล้เคียงกับพระคเณศจากเทวาลัยเมืองพระรถ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพระคเณศที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย อายุราว 1,400 ปีมาแล้ว อีกองค์ ได้แก่ พระคเณศจากปราสาทเมืองต่ำ พระคเณศศิลาที่ทรงเครื่องอย่างงดงามและสวยที่สุดองค์หนึ่งของประเทศไทย องค์สุดท้ายนับว่าเป็นองค์ secret เพราะไม่เคยนำออกจัดแสดงมาก่อน ลักษณะเป็นพระคเณศที่สลักอยู่ร่วมกับเทพอีก 2 องค์ พบจากการดำเนินงานทางโบราณคดีในปี 2550 ที่จังหวัดชัยภูมิ นำออกมาให้ประชาชนสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล และขจัดปัญหาอุปสรรคต่างๆ
และยังมีกิจกรรมอีกมากมาย เช่น วาดรูประบายสีพระคเณศและน้องมุสิกะ, เรียนรู้โบราณวัตถุจาก board game ชุด เทพต่างๆในศาสนาฮินดู, สืบค้นกำเนิดพระคเณศ, เลือกเช่าบูชาพระคเณศและพระพุทธสิหิงค์จากกรมศิลปากรเพื่อความเป็นสิริมงคล, พิชิตกาชาปองเมืองพิมาย จากภาคีอนุรักษ์เมืองพิมาย, เลือกซื้อสินค้าและอาร์ตทอยพระคเณศ จาก plant head studio /art toy ฝีมือคนโคราช ซึ่งอาร์ตทอยพระคเณศ ได้แรงบันดาลใจมาจากพระคเณศที่พบจากปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์ จัดทำในเวอร์ชั่นสุดน่ารักมาให้ทุกท่านได้สะสม เปิดตัววันที่ 7 กันยายนวันแรกของเทศกาลคเณศจตุรถี (มีจำนวนจำกัด) และในงานนี้จะเปิดตัวมาสคอตประจำพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย เป็นครั้งแรกอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม "ชวนกัน มาปั้น พระคเณศ" workshop ปั้นพระคเณศจากดินเบา ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมไฮไลท์ในงานคเณศจตุรถี กิจกรรมนี้มีที่มาจาก เทศกาลคเณศจตุรถีในประเทศอินเดีย ซึ่งผู้ศรัทธาจะปั้นรูปพระคเณศจากดิน แล้วนำกลับไปบูชาที่บ้าน 4 - 7 วัน จากนั้นจึงทำพิธีแห่ไปยังแหล่งน้ำ และนำรูปพระคเณศลงในน้ำโดยเชื่อว่ารูปพระคเณศที่ละลายไปกับสายน้ำเป็นการเสด็จกลับไปเคียงข้างพระศิวะและพระนางปารวตีบนเขาไกลาส ร่วมกิจกรรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับพระคเณศกลับบ้านไปบูชาด้วย และอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจคือ การแสดง "ภารตะนาฏยัม" บูชาพระคเณศ ซึ่งจะกระทำในวัน ทูรวา อะษัฏมี ( दूर्वा अष्टमी) ซึ่งถือเป็นวันสำคัญของผู้นับถือพระคเณศ เป็นวันที่ถือพรต อดอาหาร และเป็นวันถวายมาลัยหญ้าทูรรวา (หญ้าแพรก) ต่อพระคเณศ การแสดงจัดขึ้นในวันที่ 11 กันยายน 2567 เวลา 10.45 น. อันถือเป็นฤกษ์แห่งความศุภะมงคลอันอุดม
ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ในวันที่ 7 - 8 และ 12 - 15 กันยายน 2567 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย จังหวัดนครราชสีมา พิเศษสำหรับผู้เข้าชม 50 ท่านแรกในวันที่ 7 และ 11 กันยายน 2567 รับปัญจะเมวาที่ได้รับการประสาทพรแล้ว และของที่ระลึกจากพิพิธภัณฑ์พิมาย ฟรี !!! สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4447 1167 เฟซบุ๊ก Phimai National Museum:พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย
สำหรับผู้มาบูชาพระคเณศ สามารถนำดอกไม้มาวางสักการะในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ให้ ดอกไม้ที่นิยม ได้แก่ ดอกชบาหรือดอกกุหลาบสีแดง และขอความร่วมมืองดจุดธูป เทียนที่ทำให้เกิดควันและไฟ โดยมีให้บริการเทียน LED สำหรับบูชาพระคเณศ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 70/7หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 48 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 80/4หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 52 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54.2 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลานฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 105/5ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 20 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54.9 ซม.หัวเรื่อง พระไตรปิฎกบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ธรรมอีสาน ฉบับล่องชาด มีไม้ประกับ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 69/7หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 40 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก วัดประดู่ทรงธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา