ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,421 รายการ

ความเป็นมาของวันโอโซนโลก (World Ozone Day)           เนื่องจากในยุคสมัยที่ผ่านมา โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ใช้สารเคมีซีเอฟซี หรือคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC : Chlorofluorocarbon) เป็นจำนวนมาก พบมากในโรงงานอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็น และอุตสาหกรรมผลิตโฟม ทำให้สารเคมี ซีเอฟซีระเหยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ และไปทำปฏิกิริยากับก๊าซโอโซน จนก๊าซโอโซนถูกทำลาย และลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งสารเคมีซีเอฟซีเป็นสารที่สลายตัวเองได้ยาก จึงทำให้ตกค้างอยู่ในชั้นบรรยากาศเป็นเวลานาน ร่วมกับก๊าซโอโซนถูกทำลายลงไปมาก จึงทำให้รังสียูวีอุลตราไวโอเลตเข้าสู่พื้นโลกมาขึ้น ซึ่งส่งผลให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ ทั้งสัตว์และ มนุษย์เกิดเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง ด้วยเหตุนี้เองจึงได้มีการกำหนดให้วันที่ 16 กันยายนของทุกปี เป็นวันโอโซโลก นับตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา นานาประเทศได้ร่วมกันจัดทำอนุสัญญาการป้องกันชั้นบรรยากาศโอโซน ขึ้นในปี พ.ศ. 2528 เรียกว่า “อนุสัญญาเวียนนา และพิธีสารว่าด้วยการเลิกใช้สารทำลายชั้นโอโซน” และจัดให้ลงนามใน “พิธีสารมอนทรีออล” ขึ้นในวันที่ 16 กันยายน ปี พ.ศ. 2530          สำหรับประเทศไทยได้ร่วมลงนามในพิธีสารนี้ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2531 และให้สัตยาบัน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2532 มีผลบังคับใช้ต่อประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2532 วัตถุประสงค์ของการกำหนดวันโอโซนโลก 1. เพื่อกระตุ้นให้ประเทศปฏิบัติต่ออนุสัญญา ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก2. เพื่อช่วยกันลดใช้สารซี เอฟ ซี และสารฮาลอน ซึ่งเป็นตัวทำลายบรรยากาศโอโซนในชั้นบรรยากาศ


  ***บรรณานุกรม***     ผดุงถิ่นยุคข่าวเศรษฐกิจ     ปีที่ 18     ฉบับที่ 718    วันที่ 5-15 ธันวาคม 2536


ชื่อเรื่อง : นิราศพระปฐม   ผู้แต่ง  : จขักรปาณี (ฤกษ์) เปรียญ   พิมพ์ครั้งที่ :  ๖   ปีที่พิมพ์ :  ๒๕๒๓   สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ   สำนักพิมพ์ : เจริญวิทย์การพิมพ์   หมายเหตุ : พิมพ์ถวายเป็นอนุสรณ์ในงานทำบุญอายุครบ ๘๓ ปี พระธรรมสิริชัย (ชิต  ชิตวิปุโล ) เจ้าอาวาทวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร               นิราศพระปฐม ให้ความรู้เกี่ยวกับชื่อตำบลและระยะการเดินทางไปจังหวัดนครปฐมในสมัยก่อน สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าหลวงจักรปาณี แต่งนิราศ เรื่องนี้ตอนที่ศึกแล้วไม่นานนัก จัดพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๗ ในงานกฐินพระราชทาน พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นราชศักดิ่สโมสรครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ ๖ และในการพิมพ์ครั้งนี้ถวายเป็นอนุสรณ์ในงานทำบุญอายุครบ ๘๓ ปีของท่านเจ้าคุณพระธรรมสิริชัย (ชิต  ชิตวิปุโล )เจ้าอาวาสวัดปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม


กระทรวงธรรมการ. สามัคคีเภทคำฉันท์. พระนคร: กระทรวงธรรมการ, 2475.กวีนิพนธ์สามัคคีเภทคำฉันท์ กระทรวงธรรมการ ได้มีคำสั่งเมื่อปี พ.ศ. 2474 ให้ใช้เป็นแบบเรียนใช้ในโรงเรียน เนื้อหารวบรวม เรื่องแผนที่ประเทศอินเดียครั้งพุทธกาล ชื่อเมืองแห่งแคว้นสำคัญในแผนที่ ประวัติย่อและอุปนิสัยของผู้ประพันธ์ (นายชิต  บุรทัต) เค้าความ ประวัติสังเขปพระเจ้าอชาตศัตรู พราหมณ์วัสสการ ประวัติย่อแห่งแคว้นมคธ ประวัติย่อแห่งลิจฉวี ความไพเราะของบทประพันธ์ สาธกความสำคัญในบทประพันธ์ สรุปข้อความสำคัญในบทประพันธ์ ข้อแนะนำ วีสอนอ่านและสอนศัพท์ อธิบายศัพท์ และคำถามคำตอบข้อสอบไล่ 895.9114 ช551ส


          เหรียญอาหรับ พบที่เมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องบรรพชนคนอู่ทอง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง           ปัจจุบันมีหลักฐานการพบเหรียญอาหรับจากเมืองโบราณอู่ทอง จำนวนไม่น้อยกว่า ๙ เหรียญ สำหรับเหรียญอาหรับ จำนวน ๒ เหรียญ ซึ่งจัดแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เป็นเหรียญทองแดง ขนาดเล็ก ผ่านศูนย์กลาง ๑.๙ เซนติเมตร ทั้ง ๒ ด้านมีจารึกตัวอักษรอาหรับ ภาษาอาหรับตรงกลางเหรียญและริมขอบเหรียญ จารึกบางส่วนค่อนข้างลบเลือนทำให้เกิดข้อจำกัดของการอ่านและแปลความ จากการอ่านและแปลความของนักวิชาการทำให้ทราบว่า เนื้อหาบนเหรียญทั้ง ๒ ด้าน มีข้อความที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อในศาสนาอิสลาม ดังนี้           ด้านที่ ๑ จารึกข้อความว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ ไม่มีภาคีใดเสมอพระองค์           ด้านที่ ๒ จารึกข้อความว่า มุฮัมมัดศาสนทูตของอัลลอฮ์ อัดล์(ยุติธรรม?)           เหรียญของชาวอาหรับ ผลิตขึ้นหลังการปฏิรูปเหรียญตรา โดยเปลี่ยนจากต้นแบบเหรียญโรมัน-เปอร์เซียที่มีรูปบุคคล เป็นเหรียญแบบที่มีแต่ตัวอักษรอาหรับ ระบุข้อความที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อในศาสนาอิสลาม เช่น ข้อความจากคัมภีร์อัล-กุรอ่าน คำปฏิญาณ รวมถึงปีและสถานที่ผลิตเหรียญ เมื่อปี พ.ศ. ๑๒๓๙ ในสมัยคอลีฟะฮ์อับดุลมาลิค บิน มัรวาน (Caliph Abd al-Malik ibn Marwan) คอลีฟะฮ์หรือกาหลิบแห่งราชวงศ์อุมัยยะฮ์ (Umayyad Dynasty, พ.ศ. ๑๒๐๔ – ๑๒๙๓) ซึ่งเป็นราชวงศ์ของชาวอาหรับที่นับถือศาสนาอิสลาม เหรียญอาหรับที่ผลิตขึ้นในสมัยดังกล่าว ใช้วัสดุแตกต่างกัน ๓ ชนิด ได้แก่ เหรียญทอง ดีนาร์ (Dinar) เหรียญเงิน ดิรฮัม (Dirham) และเหรียญทองแดง ฟิลส์ (Fils)           เหรียญอาหรับที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง กำหนดอายุราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๔ หรือประมาณ ๑,๒๐๐ ปีมาแล้ว โดยสันนิษฐานว่าผลิตขึ้นในสมัยคอลีฟะฮ์อัล-มันซูร (Caliph al-Mansur) แห่งราชวงศ์อับบาสิยะห์ (Abbasid Dynasty, พ.ศ. ๑๒๙๓ – ๑๘๐๑) ทรงครองตำแหน่งในระหว่าง พ.ศ. ๑๒๙๗ – ๑๓๑๘ เป็นผู้ทรงริเริ่มก่อสร้างนครแบกแดด (ปัจจุบันกรุงแบกแดดเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐอิรัก) ซึ่งในเวลานั้นเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าสำคัญที่มีการติดต่อค้าขายทางทะเลกับประเทศจีน และดินแดนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้          การค้นพบเหรียญอาหรับจากเมืองโบราณอู่ทอง ถือเป็นหลักฐานหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่า ผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ มีการติดต่อสัมพันธ์กับผู้คนจากดินแดนตะวันออกกลาง มาตั้งแต่สมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔ หรือประมาณ ๑,๒๐๐ ปีมาแล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากเหรียญที่พบมีจำนวนไม่มากนัก จึงสันนิษฐานว่า เหรียญดังกล่าว อาจไม่ได้ใช้เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนหรือค้าขาย แต่อาจเป็นของที่ระลึก หรือของที่นำติดตัวมากับพ่อค้าชาวตะวันออกกลาง ซึ่งเดินทางเข้ามาในพื้นที่บริเวณเมืองโบราณอู่ทองในช่วงเวลาดังกล่าว --------------------------------------------------ที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง --------------------------------------------------เอกสารอ้างอิง โครงการศิลป์เสวนา ฝ่ายวิชาการ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. (๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑). สุนิติ จุฑามาศ. โบราณคดีอิสลาม การค้าทางทะเลสู่อิสลามานุวัตรในยุคโบราณทวารวดี-ศรีวิชัย สู่รัฐสุลต่านมลายูปาตานี. ศิลป์เสวนาเรื่อง “โบราณคดีอิสลาม จากรัฐทวารวดี ศรีวิชัย ถึงอยุธยา”. [Video file]. สืบค้นจาก https://www.youtube.com/watch?v=8INszwEqcuA วิภาดา อ่อนวิมล. “เหรียญตราในประเทศไทยช่วงพุทธศตวรรษที่ ๙-๑๖”. วิทยานิพนธ์ปริญญา ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดี บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๖๑. สฤษดิ์พงศ์ ขุนทรง. ทวารวดี : ประตูสู่การค้าบนเส้นทางสายไหมทางทะเล. กรุงเทพฯ : ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๘.



ชื่อเรื่อง                           เทศนาสังคิณี-มหาปัฎฐานสพ.บ.                             147/2ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           26 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 53 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พระอภิธรรม                                           บทสวดมนต์  บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด  ได้รับบริจาคมาจากวัดป่าเลไลยก์ ต.รั้วใหญ่ อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี




ชื่อผู้แต่ง             พระธรรมโกศาจารย์ ชื่อเรื่อง              บทสวดมนต์แปล สำนักวัดราชาธิวาส ครั้งที่พิมพ์           พิมพ์ครั้งที่หก สถานที่พิมพ์         พระนคร สำนักพิมพ์           โรงพิมพ์พระจันทร์ ปีที่พิมพ์              ๒๔๗๔ จำนวนหน้า          ๓๐  หน้า หมายเหตุ            พระครูปลัดสุวัฑนสูตคุณ (ชู อรุโณ) วัดราชาธิวาส พิมพ์อุทิศไว้ในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นเครื่องอุปการะ แก่ ภิกษุ สามเณร ผู้สนใจศึกษาเล่าสวด                         หนังสือ บทสวดมนต์แปลนี้ คณะสงฆ์ภิกษุสามเณร ในมณฑลภูเก็ตทุกวัด ทุกชั้น ทุกรูป เล่าจำ สวดมนต์เล่มนี้ ใช้สวดต่อทำวัตรสวดมนต์เช้าและเย็น


ช่อฟ้า  ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๒ สูง ๑๓๓.๕  ได้จากวัดพระธาตุเสด็จ จ.ลำปาง  ช่อฟ้าทรงสูงเพรียว ดินเผาเคลือบสีน้ำตาลเข้ม ปลายยอดทำเป็นรูปนาค ด้านหน้ามีลวดลายประดับ เป็นรูปเทวดายืนพนมมือ ด้านหลังมีจารึกว่าสร้างในปี จ.ศ. ๑๐๐๘ ตรงกับ พ.ศ. ๒๑๘๙ เป็นช่วงที่อาณาจักรล้านนาตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า แสดงให้เห็นว่าในล้านนาก็นิยมประดับศาสนสถานด้วยเครื่องปั้นดินเผาเช่นเดียวกันกับที่อื่นๆ



สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน) เลขที่ ชบ.บ.35/1-4 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)





black ribbon.