ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,421 รายการ
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 155/2 เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)
มงฺคลตฺถทีปนี (มงฺคลตฺถทีปนีเผด็จ) ชบ.บ 181/16เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
ชุมชนบ้านฮ่อ ชุมชนชาวจีนยูนนานที่นับถือศาสนาอิสลามดั้งเดิมของเมืองเชียงใหม่ มากมายด้วยเรื่องราวครั้งอดีต ที่ยังคงอัตลักษณ์มาถึงปัจจุบัน ตามถนน ตรอกซอกซอยประกอบไปด้วยอาคารบ้านเรือน ศาสนสถาน และกาดนัดจีนยูนนาน หรือกาดบ้านฮ่อ ที่ยังคงบอกเล่าเรื่องราวครั้งอดีต ผ่านวัฒนธรรมประเพณี อาหารการกิน รวมทั้งสีสันของชุมชน ถ่ายทอดให้คนภายนอกได้เข้ามาสัมผัสอย่างใกล้ชิด เข้าสู่ศูนย์กลางชุมชนครั้งอดีต ณ บ้านขุนชวงเลียง (เจิ้งชงหลิ่ง) หรือบ้านลือเกียรติ คือสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวยูนนาน ครั้งมีชาวมุสลิมเพิ่มขึ้นจึงมีการสร้างมัสยิดขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. ๒๔๕๘ ซึ่งเป็นอาคารมัสยิดหลังแรกของชาวยูนนาน ณ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่รู้จักในนาม มัสยิดเฮดายาตูลอิสลามบ้านฮ่อ และมีการรื้อถอนอาคารหลังเดิมและก่อสร้างอาคารใหม่ (หลังปัจจุบัน) เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๙ จากจุดเริ่มต้นของชาวมุสลิมที่มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ณ บ้านไม้ของขุนชวงเลียง ชักชวนกันตั้งร้านค้าตลาดชุมชนเล็ก ๆ บอกเล่าปากต่อปาก จนกลายเป็นศูนย์รวมของผู้คนทั้งภายในและภายนอกชุมชน พ่อค้าแม่ค้าต่างนำสินค้าที่ดูแปลกตา พืชผักผลไม้จากพื้นที่สูง วัตถุดิบการปรุงอาหารหลากหลายชนิด อาหารการกินที่ชวนให้ได้ลิ้มลอง อาทิ ข้าวแรมฟืน ข้าวโพดทอดสูตรยูนนาน ข้าวหมกหลากหลายสีสัน ฯลฯ ปัจจุบันกาดบ้านฮ่อได้กลายเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนชาวมุสลิมจีนยูนนานที่อยู่คู่เมืองเชียงใหม่มายาวนานกว่า ๓ ทศวรรษ ผู้เรียบเรียง : นายวีระยุทธ ไตรสูงเนิน นักจดหมายเหตุชำนาญการ ภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่ #กาดบ้านฮ่อ #เชียงใหม่อ้างอิงคณะทำงานฝ่ายรวบรวมประวัติและพัฒนาการของศาสนาในเชียงใหม่. ๒๕๓๙. มรดกศาสนาในเชียงใหม่. เชียงใหม่ : นพบุรีการพิมพ์.
ยักษ์ยักษ์ ภาษาสันสกฤตว่า ยกฺษ (yakṣa) ภาษาบาลี คือ ยกฺข(yakkha) จัดเป็นอมนุษย์กึ่งเทพพวกหนึ่ง มีกล่าวถึงทั้งในทางศาสนาและวรรณคดี ปรากฏในคัมภีร์ศาสนาพุทธ พราหมณ์ และศาสนาเชน มีฐานะเป็นเทพบริวารผู้พิทักษ์รักษาศาสนาและศาสนสถาน เพศชายเรียกว่า ยักษะ(yakṣa) เพศหญิงเรียกว่า ยักษี (yakṣī) หรือ ยักษิณี (yakṣiṇī) บางทีใช้ปะปนกับคําว่า อสูร (asūra)กุมภัณฑ์ (kumbhaṇḍa) คุหยัก (guhyaka) แทตย์ (daityas) หรือทานพ (Danavas) รากษส (rākṣasas) และมาร (māra) ก็มียักษ์แปลตามศัพท์หมายถึง บุคคลที่ควรบูชา ผู้ที่มีคนเซ่นสรวง สัตว์ผู้รับของเซ่นไหว้ ตามความเชื่อดั้งเดิมในประเทศอินเดีย ยักษ์เป็นจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติ จัดเป็นเทวดาพวกหนึ่ง อาศัยอยู่ในป่าและภูเขา มักใจดีมีเมตตา กรุณา แต่บางครั้งก็ซุกซน เอาแต่ใจ เป็นผู้มีราคะจริตมาก มีความสามารถเชิงมายากล และแปลงร่างได้ มีความเกี่ยวข้องกับน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ ป่า ดิน ภูเขา และทรัพย์สมบัติ อีกลักษณะหนึ่ง จัดเป็นพวกดุร้าย มีจิตริษยา อาฆาต เบียดเบียนมนุษย์ เป็นภูติ ผี ปีศาจ วิญญาณร้ายที่หลอกหลอนอยู่ตามท้องถิ่นทุรกันดาร ทางสัญจร จับมนุษย์และสัตว์กิน คล้ายกับรากษสยักษ์มักได้รับการสักการบูชาในฐานะเทพผู้ปกครองเมือง เขต แขวง ทะเลสาบ หรือบ่อน้ำ ร่วมกับความนิยมนับถือนาค และพระแม่ธรณี อาจมีต้นกำเนิดมาจากชนพื้นเมืองดั้งเดิมของอินเดีย มีการบูชายักษ์อยู่ร่วมในการสังเวยของนักบวชในยุคเวทต่อมายักษ์จึงถูกมองว่าเป็นเทพผู้พิทักษ์โลก เป็นผู้อารักขาทรัพย์ (แร่ธาตุและอัญมณี) ที่ซ่อนอยู่ในดินYakshaYaksha or ‘Yakṣa’ in Sanskrit language and ‘Yakkha’ in Pali language is a semi-deity mentioned in both religion and literature. According to Buddhist, Hindu, and Jain scriptures, yaksha is the attendant of gods, and the guardian of religion and religious sites. A male yaksha is called ‘Yaksha’, a female one is called ‘Yakshi’ or ‘Yakshini’. Sometimes Yaksha is referred to in combination with the words ‘Asura’, ‘Kumbhanda’, ‘Guhyaka’, ‘Daitya’, or ‘Danava’, ‘Rakshasa’ and ‘Mara’.Yaksha literally means a person who deserves an act of worship, one whom people give offerings to, and a being who that receives offerings. According to traditional belief in India, yakshas are the nature-spirits and classified as one of the deities. They live in forests and mountains.They are often benevolent, but sometimes mischievous, capricious, and very sensual. Also, they have magical abilities and can transform themselves into different appearance. They are associated with water, fertility, trees, forests, soil, mountains, and wealth. From another point of view, they are fierce, envious, and malicious. They persecute humans and appear as ghosts, demons, and evil spirits that haunt rural areas, roads and capture humans and animals to eat in a similar manner to rakshasas.Yakshas are often given homage as guardian deities of a city, district, lake or well like Nagas and Earth goddess. This may have its roots in the indigenous peoples of India. Yaksha worship coexisted with the sacrifices of priests in the Vedic era. Later, yakshas are regarded as the guardian deities of the world and the custodians of treasures (minerals and gems) that are hidden in the earthภาพ: ประติมากรรมยักษ์เมืองปาร์ขัม (Parkham)ศิลปะอินเดียสมัยโบราณราชวงศ์ศุงคะ (พ.ศ. ๒๕๐ - ๓๕๐)มีขนาดใหญ่หนาหนัก แข็งกระด้าง จัดเป็นประติมากรรมศิลารุ่นแรกของอินเดียปัจจุบันเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมถุรา รัฐอุตรประเทศ อินเดียข้อมูล: สมุดภาพมรดกศิลปวัฒนธรรม เรื่อง ภูมิบริรักษ์ : ครุฑ ยักษ์ นาค
เลขทะเบียน : นพ.บ.419/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 38 หน้า ; 4 x 54 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ชื่อชุด : มัดที่ 149 (86-89) ผูก 4 (2566)หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.559/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 26 หน้า ; 4.5 x 55 ซ.ม. : ชาดทึบ-รักทึบ-ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 182 (2) (324-328) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : แทนน้ำนมแม่--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ส่งเสริมการอ่านผ่าน Facebook กับหอสมุดแห่งชาติชลบุรี
เรื่อง วันเต่าโลก
องค์กร American Tortoise Rescue ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์เต่า และเต่าทะเล ต้องการปลูกฝังจิตสำนึก และสร้างองค์ความรู้เรื่องเต่าให้กับประชาชนทั่วโลก จึงกำหนดให้วันที่ 23 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันเต่าโลก (World Turtle Day)และเริ่มเฉลิมฉลองมาตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2545 เป็นปีแรก
เต่าทะเล (Turtle) และเต่าบก (Tortoise) ทั้ง 2 สายพันธุ์มีลักษณะเด่นที่แตกต่างกัน คือ เต่าทะเลจะอาศัยอยู่ในน้ำเพียงบางครั้ง มีอายุขัยประมาณ 40 ปี ในขณะที่เต่าบกจะอาศัยอยู่บนพื้นดินเท่านั้น มีขนาดใหญ่กว่าเต่าทะเลและมีอายุขัยได้มากถึง 300 ปี ในประเทศไทยมีการแพร่กระจายของเต่าทะเลจำนวน 5 ชนิด ได้แก่ เต่าตนุ เต่ากระ เต่าหญ้า เต่าหัวค้อน และเต่ามะเฟือง แต่กลับพบการวางไข่ของเต่าทะเลเพียง 4 ชนิด ได้แก่ เต่ามะเฟือง เต่าหญ้า เต่าตนุ และเต่ากระ ปัจจุบันเต่าทะเลได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี 2535 ว่าด้วยการห้ามล่า ห้ามค้า ห้ามครอบครอง ห้ามเพาะพันธุ์ โดยมีผลครอบคลุมไปถึงไข่ ซาก ตลอดจนชิ้นส่วนต่างๆ ของสัตว์เหล่านั้นด้วย
ที่มา 23 พฤษภาคม – วันเต่าโลก. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2566, จาก: https://thestandard.co/onthisday23may/
ทำไมต้อง "วันเต่าโลก" 23 พ.ค.ของทุกปี. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2566, จาก: https://www.thaipbs.or.th/news/content/327990
หอสมุดแห่งชาติ แจ้งปิดบริการ ในวันเสาร์ที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เนื่องจากการไฟฟ้านครหลวงเขตสามเสน จะดำเนินการดับกระแสไฟฟ้า บริเวณถนนศรีอยุธยา เพื่อปรับปรุงระบบไฟฟ้า จึงขออภัยในความไม่สะดวก
"วันนวมินทรมหาราช" (วันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 9)
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็น "วันนวมินทรมหาราช" โดยมีรายละเอียดความว่า
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมแก่อาณาประชาราษฎร์ ตลอดรัชสมัยของพระองค์ ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการเพื่อความวิวัฒน์พัฒนาของชาติบ้านเมือง
เป็นคุณประโยชน์อเนกอนันต์และยังความผาสุกร่มเย็นแก่ผองพสกนิกรชาวไทย พระเกียรติคุณเป็นที่แช่ซ้องก้องประจักษ์ทั้งแก่ปวงชนชาวไทยและนานาอารยประเทศ แม้การเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 จะล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบัน พสกนิกรทุกหมู่เหล่ายังล้วนคำนึงถึงด้วยความสำนึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างไม่รู้ลืมเลือน
เพื่อให้วันคล้ายวันสวรรคต เป็นวันแห่งการร่วมรำลึกและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แห่งพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีคุณูปการอันยิ่งใหญ่แก่แผ่นดิน ประกอบกับวันที่ 13 ตุลาคม พุทธศักราช 2566 จะเป็นวันแห่งการเสด็จสวรรคตครบ 7 ปี หรือ "สัตตมวรรษ"
รัฐบาลจึงได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับการกำหนดชื่อวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำริประทานชื่อวันดังกล่าวเพื่อประกอบพระบรมราชวินิจฉัย ว่า "วันนวมินทรมหาราช" (อ่านว่า นะ-วะ-มิน-ทระ-มะ-หา-ราด) แปลว่า วันที่ระลึกถึงพระมหาราชรัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่
การนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดชื่อวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ว่า "วันนวมินทรมหาราช" ตามที่รัฐบาลได้ขอพระราชทานพระมหากรุณา จึงกำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็น "วันนวมินทรมหาราช"
บัดนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566 รับทราบการกำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็น "วันนวมินทรมหาราช"
ประกาศ ณ วันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2566 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี
บทละครพูดคำกลอน เรื่อง พระร่วง พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ผู้แต่ง : กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร
ต้นฉบับอยู่ที่ : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี (ห้องกรมศิลปากร)
โรงพิมพ์ : บริษัท ไทยร่มเกล้า จำกัดปีที่พิมพ์ : 2529
รูปแบบ : PDF
ภาษา : ไทย
เลขทะเบียน: น36 ซ10330 จบ (ร)
เลขหมู่ : 895.9112 ม113บ ฉ.1สาระสังเขป : บทละครพูดคำกลอนเรื่องพระร่วง เป็นละครเรื่องหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์เพื่อปลุกใจให้รักชาติ ทรงผูกเรื่องพระร่วงตามตำนาน ประกอบแนวทางที่ทรงสันนิษฐานจากหลักฐานโบราณคดีที่สุโขทัย เป็นเรื่องของพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกแห่งอาณาจักรสุโขทัย คือ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ เรื่องพระร่วงนี้เดิมได้เคยทรงพระราชนิพนธ์เป็นบทละครรำมาก่อน ภายหลังได้ดัดแปลงแก้ไขมาเป็นบทละครพูดคำกลอน เพื่อให้สมาชิกเสือป่ารักษาดินแดนได้ใช้แสดงละคร
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากร โดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ ได้ดำเนินโครงการความร่วมมือระหว่างวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามกับกรมศิลปากร เพื่อเผยแพร่ผลงานการอนุรักษ์จัดเก็บคัมภีร์ใบลานวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม โดยมีอาสาสมัครและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวม 25 คน ทำการสำรวจ อนุรักษ์ ลงทะเบียน จัดเก็บคัมภีร์ใบลานตามหลักวิชาการ ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 30 เมษายน 2567 ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในการส่งเสริม และสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรม
วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เป็นวัดสำคัญแห่งกรุงรัตนโกสินทร์และมีคัมภีร์ใบลานพระไตรปิฎกบรรจุกล่องอยู่ในหอพระไตรปิฎก ซึ่งคัมภีร์ใบลานวัดราชประดิษฐฯ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคมเดิมภายในพระบรมมหาราชวัง ภายหลังในสมัยรัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริให้อัญเชิญคัมภีร์ใบลานพระไตรปิฎกดังกล่าวไปประดิษฐาน ณ หอพระไตรปิฎกวัดราชประดิษฐฯ โดยบรรจุไว้ในกล่องพระธรรม ทำด้วยไม้มีขนาดพอเหมาะกับคัมภีร์ชุดหนึ่งๆ หรือหมวดหนึ่งๆ ตามพระไตรปิฎก ด้านสันกล่องได้จารึกหมวดหมู่ชื่อเรื่องด้วยอักษรขอม ภาษาบาลี และภาษาบาลี-ไทย ลักษณะคล้ายประดับเกล็ดหอยฝังเนื้อไม้ วางเรียงไว้ตามชั้นต่างๆ ในตู้พระธรรมซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 อยู่ในฐานะเอกสารโบราณที่ควรอนุรักษ์จัดเก็บอย่างเป็นระบบเพื่อการศึกษา ค้นคว้าและเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทั้งนี้ นักภาษาโบราณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้นำอาสาสมัครเข้าสำรวจตรวจสอบปริมาณกล่องคัมภีร์อย่างละเอียด พบกล่องคัมภีร์ใบลานจำนวนทั้งสิ้น 87 กล่อง สภาพกล่องชำรุดเสียหาย ภายในกล่องพบคัมภีร์อยู่ในสภาพชำรุดมาก แยกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ คัมภีร์ใบลานที่จับผลึก ติดแน่น แข็งเป็นท่อน คัมภีร์ใบลานชำรุด พลัดผูก หัก งอ ผิดรูป และคัมภีร์ใบลาน ถูกแมลงสัตว์กัดกิน เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ป่นเป็นผง เมื่อประเมินปริมาณงานที่ต้องดำเนินการแล้ว มีคัมภีร์ใบลานที่ชำรุดไม่สามารถจัดหมวดหมู่ ชื่อเรื่อง ลงทะเบียนได้ประมาณ 80% ของคัมภีร์ที่มีอยู่ทั้งหมด ส่วนอีก 20% สามารถดำเนินการต่อในขั้นตอนตามหลักวิชาการได้ เช่น ทำความสะอาด เปลี่ยนสายสนอง อ่านวิเคราะห์ชื่อเรื่อง ออกเลขทะเบียน สำหรับแนวทางในการดำเนินงาน สำรวจ อนุรักษ์ จัดเก็บ คัมภีร์ใบลานชำรุดมากทั้ง 3 ลักษณะนั้น จะมีการทำความสะอาด เขียนป้ายบอกลักษณะชำรุด ห่อ มัด และจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษาลักษณะทางกายภาพของคัมภีร์ ส่วนคัมภีร์ใบลานที่สามารถอ่านศึกษาเนื้อหาได้ จะได้ดำเนินการตามหลักวิชาการในการอนุรักษ์ ทำทะเบียน และจัดเก็บต่อไป
อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือและสร้างการรับรู้ระหว่างคณะสงฆ์ กรมศิลปากร และภาคส่วนประชาชน เพื่ออนุรักษ์สืบสานคัมภีร์ใบลานซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาของบรรพชนให้มีอายุยืนยาว อีกทั้งยังเกิดเครือข่ายอาสาสมัครอนุรักษ์เอกสารโบราณ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลและส่งต่อมรดกภูมิปัญญาให้สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นสืบไป