ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,524 รายการ
มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. ประมวลนิทาน. พิมพ์ครั้งที่ ๓. พระนคร: บรรณาคาร, ๒๕๑๕.
หนังสือที่รวบรวมประมวลนิทาน พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยรวมนิทาน ๒๗ เรื่อง แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ได้แก่ ๑. นิทานชวนขัน เป็นนิทานประเภทตลกขบขัน ทรงใช้นามแฝงต่าง ๆ กัน เช่น พระขรรค์เพชร มหานาค เป็นต้น ๒. นิทานทหารเรือ เป็นนิทานที่ทรงแปลจากเรื่องของคอนราด เคโต ทรงใช้พระนามแฝงว่า พันแหลม โปรดให้ลงพิมพ์ในหนังสือดุสิตสมิต และ ๓. นิทานทองอิน เป็นนิทานประเภทนักสืบ มีทั้งหมด ๒ ชุดคือ ชุดที่ ๑ และชุดที่ ๒ รวมนิทานที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ๑๑ เรื่อง โปรดให้ลงพิมพ์ในหนังสือทวีปัญญา
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครนายก หอการค้าจังหวัดปราจีนบุรีและ YEC จังหวัดปราจีนบุรี ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ตลอดจนชวนชมพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน "ฟรี" ในงานเทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน PRACHINBURI Night at The Museum ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์สิ้นเดือนนี้ ตั้งแต่วันศุกร์ - อาทิตย์ ที่ ๒๘ - ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๕.๐๐ - ๒๐.๐๐ นาฬิกา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี
โดยภายในงานจะได้พบกับกิจกรรมมากมาย ได้แก่
...........................................................
การจัดทำถุงผ้า DIY ถุงผ้าตราครั่ง (‘พิธภัณฑ์)
ประทับตรารูปสัตว์มงคลจากขอบสระน้ำ (โบราณสถานสระแก้ว) เมืองศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี และลวดลายจากโบราณวัตถุ ฟรีสำหรับผู้ลงทะเบียน ๑๕๐ ชุด และจัดจำหน่ายสำหรับผู้สนใจ
...........................................................
Curator Tour
ประสบการณ์ใหม่ในการชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ในยามค่ำคืน จำนวน ๒ รอบ
รอบที่ ๑ เวลา ๑๘.๐๐ - ๑๙.๐๐ นาฬิกา
รอบที่ ๒ เวลา ๑๙.๐๐ - ๒๐.๐๐ นาฬิกา
โดย นายเพิ่มพันธ์ นนตะศรี ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ ไม่จำกัดผู้เข้าร่วมกิจกรรม แต่หากมีจำนวนมากกว่า ๒๕ คน ต่อรอบสามารถเพิ่มรอบ หรือเพิ่มกลุ่มการบรรยายได้
*Check in พร้อมแชร์ความประทับใจ ลุ้นรับของรางวัลพิเศษ
...........................................................
นิทรรศการพิเศษ เรื่อง "โบราณสถานสระแก้ว สระศักดิ์สิทธิ์เมืองศรีมโหสถ" นิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราว โบราณสถานสระแก้ว ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญอีกแห่งของจังหวัดปราจีนบุรี จัดแสดงบริเวณโถงทางเข้าห้องจัดแสดง
...........................................................
กาชาปองเพื่อการเรียนรู้
ชุด ๕ สหายผจญภัย สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ โบราณสถานสระแก้ว เมืองศรีมโหสถ สระน้ำโบราณ ๑,๕๐๐ ปี
ตู้กดกาชาปองบริเวณโถงทางเข้าห้องจัดแสดง ๑ ชุดมี ๕ แบบ หมุนครั้งละ ๕๐ บาท ราคาพิเศษเฉพาะช่วงกิจกรรม “PRACHINBURI” Night at The Museum เท่านั้น
...........................................................
การแสดงผลงานกลุ่มเครือข่ายศิลปิน ART TOYS
ออกบูธแสดงผลงาน จำหน่ายสินค้าของที่ระลึกของกลุ่มศิลปินบริเวณโถงทางเข้าห้องจัดแสดง โดยกลุ่มศิลปิน ART TOYS กลุ่มศาลาอันเต และเพจ Little Turtle Studio
...........................................................
สักการะพระคเณศ เมืองศรีมโหสถ พระคเณศองค์เก่าแก่ อายุกว่า ๑,๔๐๐ ปี
ในช่วงกิจกรรม “PRACHINBURI” Night at The Museum เปิดให้ผู้ร่วมกิจกรรมสักการะพระคเณศเป็นกรณีพิเศษ (ไม่มีค่าใช้จ่าย)...........................................................
Craft & Handmade
ออกร้านสินค้าสร้างสรรค์ สินค้า DIY ศิลปะ ของทำมือ ตลอดจน งานฝีมือ เครื่องดื่ม และกิจกรรม Workshop
...........................................................
ที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ : https://maps.app.goo.gl/ZReq8B727nwkvzp17?g_st=ic
-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : ย้อนรอยอดีตกิ่งอำเภอแห่งเมืองตาก -- การศึกษาข้อมูลจากเอกสารจดหมายเหตุของหน่วยงานราชการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานระดับกระทรวงที่สำคัญอย่างกระทรวงมหาดไทย นอกจากจะทำให้เราได้เห็นถึงขั้นตอน กระบวนการ ตลอดจนมุมมองและแนวคิดในการดำเนินงานต่างๆ ตามภารกิจของกระทรวงมหาดไทยตลอดระยะเวลาร้อยกว่าปีแล้ว เรายังได้รู้เกี่ยวกับเกร็ดทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในเนื้อหาของเอกสารที่อาจไม่เคยรู้ เช่น การจัดตั้งหรือยุบเลิกอำเภอและกิ่งอำเภอในอดีตซึ่งปรากฏชื่ออำเภอหรือกิ่งอำเภอที่ไม่มีแล้วในปัจจุบัน ดังปรากฏในเอกสารจดหมายเหตุชุด กรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 7 กระทรวงมหาดไทย ที่กล่าวถึง “อดีต” กิ่งอำเภอสองแห่งในจังหวัดตาก. เมื่อปี พ.ศ. 2471 สมุหเทศาภิบาลมณฑลนครสวรรค์ ได้มีใบบอกกราบทูลสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ความว่า กิ่งอำเภอเชียงเงิน ในท้องที่อำเภอระแหง จังหวัดตาก (ปัจจุบันคืออำเภอเมืองตาก - ผู้เขียน) มีการคมนาคมระหว่างที่ว่าการอำเภอกับตำบลทั้งสามแห่งของกิ่งอำเภอ (วังหิน ประดาง และหนองบัวใต้) ที่สะดวกแก่การตรวจตราของเจ้าหน้าที่มากขึ้น ในขณะเดียวกัน ท้องที่บ้านท่าปุย อำเภอบ้านตาก มีพื้นที่กว้างใหญ่ ไม่สะดวกแก่การปกครอง จึงเสนอให้ยุบเลิกกิ่งอำเภอเชียงเงิน และย้ายกิ่งอำเภอมาตั้งที่บ้านท่าปุย เรียกว่า “กิ่งอำเภอท่าปุย” ประกอบด้วย 4 ตำบลคือ สามเงา บ้านนา ยกกระบัตร์ และยางโอง ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาอนุญาตและสั่งการให้มณฑลนครสวรรค์ดำเนินการจัดการตามที่มีใบบอกมาดังกล่าว. หากเราสืบค้นชื่อของกิ่งอำเภอท่าปุยในปัจจุบัน จะพบว่าไม่มีอยู่ในสารบบของชื่ออำเภอในประเทศไทยแล้ว สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากในเวลาต่อมา กิ่งอำเภอท่าปุยได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น “กิ่งอำเภอสามเงา” เมื่อปี พ.ศ. 2482 และได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเมื่อปี พ.ศ. 2501 ในขณะที่ชื่อ “ท่าปุย” ปัจจุบันกลายเป็นเพียงชื่อหมู่บ้านแห่งหนึ่งในตำบลสามเงา ส่วนอดีตกิ่งอำเภอเชียงเงินนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีการยกฐานะกลับมาเป็นกิ่งอำเภอหรืออำเภออีกเลย โดยปัจจุบัน “เชียงเงิน” เป็นชื่อตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองตาก.ผู้เขียน: นายธัชพงศ์ พัตรสงวน (นักจดหมายเหตุปฏิบัติการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา).เอกสารอ้างอิง: 1. สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 7 กระทรวงมหาดไทย. ร.7 ม. 4.3/1 เรื่องปันแขวงปกครองและยุบย้ายที่ว่าการต่างๆ [ 18 ธ.ค. 2468 – 9 ก.ค. 2475 ].2. เทศบาลตำบลสามเงา. ประวัติการจัดตั้งเทศบาลตำบลสามเงา. สืบค้นเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566. จาก http://samngaolocal.go.th/site/page/VFdwUlBRPT0= 3. “แจ้งความกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ใบบอกสมุหเทศาภิบาลมณฑลนครสวรรค์.” (2471). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 45, ตอน ง (30 กันยายน): 1965-1966.4. “พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนนามอำเภอ กิ่งอำเภอ และตำบลบางแห่ง พุทธศักราช 2482.” (2482). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 56, ตอน ก (17 เมษายน): 354-363.#จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ
ชื่อเรื่อง ธมฺมปทวณฺณนา ธมฺมปทฏธกถา ขุทฺทกนิกายฏธกถา (ธมฺมปทขั้นต้น, คาถาธมฺมปท)อย.บ. 244/19ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 56 หน้า : กว้าง 4.7 ซม. ยาว 53.5 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
องค์ความรู้ ส่งเสริมการอ่านผ่านออนไลน์ เรื่อง “วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม”
วันปิยมหาราช ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่อย่างล้นเหลือของพสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ พระองค์จึงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” ซึ่งมีความหมายว่า “พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน” ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม เป็น “วันปิยมหาราช”
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ประสูติเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2396 พระนามเดิมว่า “สมเด็จ เจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์” เมื่อพระชนม์ 9 พรรษาได้รับสถาปนาเป็นกรมหมื่นพิฆเนศวรสุรสังกาศ ต่อมาอีก 4 ปี ได้เลื่อนเป็น “กรมขุนพินิตประชานาถ”
เสด็จขึ้นครองราชย์ มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411 ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากขณะนั้นมีพระชนมายุเพียง 16 ปี ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ จึงเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน และสถาปนากรมหมื่นบวรวิชัยชาญ พระโอรสองค์ใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ พระมหาอุปราช
เมื่อมีพระชนมายุใกล้บรรลุนิติภาวะได้ทรงผนวชเป็นภิกษุ เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2416 และลาผนวช เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2416 แล้วโปรดให้มีกสารราชาภิเษกอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2416 เพื่อแสดงให้ประชาชนและชาวต่างชาติทราบว่าพระองค์ทรงรับผิดชอบในการปกครองบ้านเมืองด้วยพระองค์เองแล้ว
พระราชกรณียกิจที่สำคัญ ได้แก่ การเลิกทาส การปฏิรูประเบียบบริหารราชการ การศึกษา การศาล การคมนาคม การสุขาภิบาล ฯลฯ
การเลิกทาส พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ให้มีการเลิกทาสให้เป็นไทตั้งแต่พระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ ด้วยทรงไม่ต้องการให้มีการกดขี่เหยียดหยามคนไทยด้วยกันเอง และทรงเห็นว่าการมีทาสเป็นสิ่งที่ล้าสมัย ไม่เหมาะกับประเทศที่เจริญแล้ว พระองค์ได้ทำการปรึกษาราชการแผ่นดินในหลายฝ่ายเพื่อหาวิธีไม่ให้มีเหตุกระทบกระเทือนต่อตัวทาสและเจ้าของทาส ดังนั้นในปี พ.ศ. 2416 พระองค์ได้ทรงตราพระราชบัญญัติทาส ห้ามคนที่เกิดในรัชกาลปัจจุบันเป็นทาส และต่อมาพระองค์ทรงตราพระราชบัญญัติพิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไท ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2417 ด้วยพระวิริยะอุตสาหะทำให้ทรงประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการปลดปล่อยทาสให้เป็นไทโดยไม่ต้องสูญเสียเลือดเนื้อแม้แต่หยดเดียว
นอกจากนี้ การเสด็จประพาสต้น ก็เป็นพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากพระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะดูแลทุกข์สุขของราษฎรอย่างใกล้ชิด ดังนั้น จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดการเสด็จพระราชดำเนินเป็นการลับทางรถไฟหรือไม่ก็ทางเรือ ทรงแต่งพระองค์อย่างสามัญชน เพื่อทอดพระเนตรชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 สิริรวมพระชนมายุได้ 58 พรรษา ครองราชสมบัตินานถึง 42 ปี นับเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ ด้วยทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่พระปรีชาสามารถ และเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรไทย สมกับพระราชสมัญญา "พระปิยมหาราช” ซึ่งแปลความหมายว่า "พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน”
อ้างอิง : บุญเติม แสงดิษฐ์. วันสำคัญ. กรุงเทพฯ : พัชรการพิมพ์. 2541.
ผู้เรียบเรียง : นายประพนธ์ รอบรู้ นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี
ชื่อเรื่อง เรื่องพระร่วงผู้แต่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ ประวัติศาสตร์ทวีปเอเชียเลขหมู่ 959.302 ด495รสถานที่พิมพ์ พระนครสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์พระจันทร์ปีที่พิมพ์ 2503ลักษณะวัสดุ 64 หน้า หัวเรื่อง ไทย -- ประวัติศาสตร์ -- กรุงสุโขทัยภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึกหนังสือเรื่องพระร่วง เป็นเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาติไทย อันความรู้เรื่องราวต่างๆ ของชาติที่มาแล้วในอดีต ว่าเคยเจริญเคยเสื่อมมาอย่างไรไร เคยมีขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม
กาเมลัน : เครื่องดนตรีชวาในสมัยรัชกาลที่ ๗
หากใครได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้านคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คงสะดุดตากับชุดเครื่องดนตรีภายในคลังโบราณวัตถุศิลปวัตถุ ประเภทโลหะ อันมีลักษณะคล้ายคลึงกับปี่พาทย์ไทย แต่มีรูปแบบแปลกตาไป เรียกว่า “กาเมลัน”
ตามประวัติระบุว่าเจ้าฟ้าสุสุฮูนัน ปากูบูโวโนที่ ๑๐ (Raden Mas Sayyidin Malikul Kusna : Sri Susuhunan Pakubuwana X) ผู้ครองนครสุระการ์ตา ได้ถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จประพาสชวา พุทธศักราช ๒๔๗๒
ในพระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า “...สุนันพาเราไปดูเครื่องกำมะลังที่ถวายฉัน ว่าเป็นของเก่ากว่าร้อยปีแต่ทาสีใหม่ มีฆ้องต่างๆอย่างที่เล่าแล้ว มีระนาดทองหลายอัน มีแปลกกว่าที่เคยเห็นคือกระจับปี่แกมขิม มีสายไม่สู้มาก วางเท ๆ กับพื้นดีดด้วยเล็บเสียงแหลมเบา ๆ สุนันว่าเล่นเองได้และว่าเล่นซอซิงเรียกว่าระบับก็ได้ ฉันบอกว่าฉันก็เล่นระบับได้เหมือนกัน แกฮาตังชี้หน้าว่านั่นแน่ สนุกใหญ่โต...”
การเสด็จประพาสชวาครั้งนี้ทางราชสำนักสุระการ์ตาได้ประพันธ์บทเพลงพร้อมกับบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีกาเมลัน ถวายสำหรับเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีชื่อว่า “เพลงลา-ดรังสิเยม (Ladrang Siyem) โดยนำเพลงสรรเสริญพระบารมีของไทยมาประพันธ์ขึ้นใหม่ในรูปแบบของเพลงกาเมลันชวา และบันทึกด้วยอักษรชวาโบราณไว้ในจดหมายเหตุดนตรีชวา เรียกว่า “Serat Saking Gotek”
เมื่อเดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๒ เครื่องดนตรีกาเมลัน (ชุดเครื่องใหญ่) นี้เดินทางมาถึงไทย ทางราชสำนักได้ดำเนินการจัดแบ่งเครื่องดนตรีชุดนี้เป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนหนึ่งมอบให้สำนักการสังคีต กรมศิลปากร และอีกส่วนมอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ ณ คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
ด้วยเหตุนี้ทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าราชสำนักเคยได้รับเครื่องดนตรีกาเมลันมา ๒ ชุด โดยการแบ่งเครื่องดนตรีชุดเครื่องใหญ่ออกเป็น ๒ ส่วนนั้น ไม่สอดคล้องกับหลักการบรรเลงดนตรี เนื่องจากมีระดับเสียงแตกต่างกันทำให้รูปแบบการประสมวงไม่สมบูรณ์
เครื่องดนตรีกาเมลันนี้ เป็นรูปแบบฝีมือช่างสุระการ์ตา มีอักษรย่อ “P.B X” มาจากคำว่า Pakubuwono X ใช้เรียกลำดับของผู้ครองนครสุระการ์ตา ทั้งนี้มีข้อน่าสังเกตของเครื่องดนตรีกาเมลันระหว่างราชสำนักสุระกาตาร์กับยอร์กยากาตาร์ คือการแกะสลักลวดลายบนเครื่องดนตรี โดยเครื่องดนตรีกาเมลันของสุระกาตาร์มักมีความซับซ้อนของลวดลาย มีเอกลักษณ์เป็นการฉลุโปร่งลายเถาวัลย์พืชและมังกร ส่วนทางยอร์กยากาตาร์จะนิยมสลักลวดลายพรรณพฤกษา นอกจากนี้ยังมีลูกระนาดของเครื่องดนตรีซารอน และจำนวนเครื่องดนตรีประกอบวงที่แตกต่างกันด้วย
คำว่า “ระเด่นมาส” หมายถึง ผู้มีสายเลือดอันสูงศักดิ์ ใช้สำหรับเจ้าฟ้าและพระมหากษัตริย์
คำว่า Pakubuwana คือ พระนามอันเป็นธรรมเนียมของผู้สืบเชื้อสายจากราชวงศ์มาตาราม นิยมเรียกตามด้วยลำดับของผู้ปกครอง ส่วนคำว่า Susuhunan ใช้นำหน้านามของชนชั้นสูง
อ้างอิง
ปกเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระธิดาสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิตในคราวเสด็จประพาสเกาะชวา เมื่อปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๗๒. พระธิดาฯ ทรงพิมพ์แจกในงานอัญเชิญพระบรมอัฐิกลับคืนสู่กรุงเทพมหานคร เมื่อปีฉลู พ.ศ. ๒๔๙๒. พระนคร: โรงพิมพ์อักษรนิติ. ๒๔๙๒.
ยุทธนาวรากร แสงอร่าม. ดุริยางค์แห่งราชสำนัก : นิทรรศการร่าลีก ๑๔๐ ปีพิพิธภัณฑ์ไทย. ศิลปากร. ๕๗ ,๕ (กันยายน-ตุลาคม ๒๕๕๗).
สุรศักดิ์ จำนงค์สาร. การลดทอนดนตรีชวาในกระบวนการยอมรับของดนตรีไทย. ใน เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติ เวทีวิจัยมนุษยศาสตร์ไทย ครั้งที่ ๑๑ เปิดโลกสุนทรีย์ในวิถีมนุษยศาสตร์. กรุงเทพฯ : มีดี กราฟิก, ๒๕๖๐.
อาทิตย์ โพธิ์ศรีทอง. กาเมลัน : วงดนตรีประจำชาติของอินโดนีเซีย. วารสารสถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ๑๙,๑ (กรกฎาคม-ธันวาคม ๒๕๕๙).
KAMASETRA- Keluarga Mahasiswa Seni Tradisi. Analisis Perbedaan Gamelan Yogyakarta dan Surakarta เข้าถึงเมื่อ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เข้าถึงได้จาก
https://kamasetra.wordpress.com/.../analisis-perbedaan.../
กรมศิลปากร ตอบรับกระแสเรียกร้องเพิ่มรอบการแสดง ละครเรื่อง เลือดสุพรรณ ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี ในวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2567 รอบ 14.00 น. บัตรราคา 80 บาท 60 บาท และ 40 บาท สอบถามรายละเอียดการจองบัตรได้ที่โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี Line OA ID : @840rbrjv หรือกดลิงค์ https://lin.ee/Wz0nlWs โทร. 0 3553 5114 , 0 3553 5116 (วันและเวลาราชการ) เฟสบุ๊ก เพจ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่กรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต ได้เปิดจองบัตรเข้าชมการแสดงละครเรื่อง เลือดสุพรรณ บทประพันธ์ของ พลตรี หลวงวิจิตรวาทการ ในวันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2567 ณ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 800 ที่นั่ง ได้รับการตอบรับจากแฟนละครอย่างมาก จนบัตรเต็มทุกที่นั่งอย่างรวดเร็ว และยังมีผู้ที่ต้องการชมละคร ซึ่งพลาดการจองบัตรในครั้งแรกอีกเป็นจำนวนมาก กรมศิลปากรจึงตัดสินใจเพิ่มรอบการแสดงอีกหนึ่งรอบ ในวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2567 เวลา 14.00 น. โดยสามารถจองบัตรได้แล้วที่โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จังหวัดสุพรรณบุรี
ละคร เรื่อง เลือดสุพรรณ เป็นละครที่มีเนื้อหาจูงใจให้ผู้ชมเกิดความสมัครสมานสามัคคี มีไมตรีต่อกัน และเสียสละชีวิตเพื่อชาติ รูปแบบละครเป็นการผสมผสานทั้งการพูดแบบละครพูด การรำแบบละครรำ การบรรเลงและขับร้องเพลงไทย และเพลงไทยสากล โดยเฉพาะเพลงร้องในละคร คือ เพลงเลือดสุพรรณ และเพลงดวงจันทร์ เป็นบทเพลงที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย นำแสดงโดยนาฏศิลปินรุ่นใหม่ของสำนักการสังคีต อาทิ ปริญเมศร์ จูไหล รับบท มังราย นงลักษณ์ กลีบศรี รับบทดวงจันทร์ วัชรวัน ธนะพัฒน์ รับบทมังมหาสุรนาท กำกับการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ อำนวยการแสดงโดย ลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต
ภาพปูนปั้นรูปนรสิงห์
- ทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๔)
- ปูนปั้น
- ขนาด กว้าง ๙๓.๓ ซม. ยาว ๘๒ ซม. หนา ๕ ซม.
เดิมประดับที่ฐานลานประทักษิณด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของเจดีย์จุลประโทน อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ นรสิงห์ มีร่างกายท่อนบนเป็นสิงโต และร่างกายท่อนล่างเป็นมนุษย์ นั่งชันเข่า หันหน้าตรง แขนทั้งสองข้างท้าวอยู่บนเข่า ข้อศอกกางออกคล้ายท่าแบก
แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ https://smartmuseum-v2.finearts.go.th/3d_object/?obj=40072
ที่มา: https://smartmuseum.finearts.go.th
การขออนุญาตทําการซ่อมแซม แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว