ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,562 รายการ

สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 143/1เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 177/1ฏ เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อเรื่อง                    90 ปี ยมราช โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรีผู้แต่ง                      รพ.เจ้าพระยายมราชประเภทวัสดุ/มีเดีย      หนังสือท้องถิ่นISBN/ISSN                -หมวดหมู่                  รัฐศาสตร์ การเมือง การปกครองเลขหมู่                     362.18 ก831สถานที่พิมพ์              สุพรรณบุรี สำนักพิมพ์                โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราชปีที่พิมพ์                   2559ลักษณะวัสดุ              220 หน้า : ภาพประกอบ ; 29 ซม.หัวเรื่อง                    โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช                              สุพรรณบุรี – ชีวประวัติ                              ประวัติ ภาษา                      ไทย บทคัดย่อ/บันทึก           หนังสือครบรอบ 90 ปี ของโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชที่มีประวัติความเป็นมายาวนานในการให้บริการ


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           13/7ประเภทวัดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                              36 หน้า : กว้าง 4.6 ซม. ยาว 54.8 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


เลขทะเบียน : นพ.บ.377/12ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 30 หน้า ; 5 x 54.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา มีฉลากไม้ชื่อชุด : มัดที่ 142  (7-25) ผูก 12 (2566)หัวเรื่อง : เวสฺสนฺตรชาตก --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.514/6ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 46 หน้า ; 4 x 49 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 172  (248-253) ผูก 6 (2566)หัวเรื่อง : ฉลองสร้างหนทาง--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม




        ประติมากรรมปูนปั้นรูปครุฑ สมัยทวารวดี         ประติมากรรมปูนปั้นรูปครุฑ สมัยทวารวดี จัดแสดง ณ ห้องนิทรรศการชั่วคราว พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง ประติมากรรมปูนปั้นนูนสูงรูปครุฑ กว้าง ๑๗ เซนติเมตร สูง ๑๔ เซนติเมตร อยู่ในสภาพชำรุด มีเพียงส่วนศีรษะและลำตัวท่อนบน ส่วนลำตัวท่อนล่าง ปีก และแขนขาหักหายไป ด้านหลังแบนเรียบมีอิฐติดอยู่ เนื้ออิฐมีรูพรุนที่เกิดจากการผสมแกลบข้าว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอิฐในสมัยทวารวดี  ประติมากรรมมีลำตัวอวบอ้วน หน้าท้องใหญ่ ใบหน้ากลมแบน คิ้วเป็นสันนูนต่อกันเป็นปีกกา ตาโปนเหลือบต่ำ จมูกและปากแหลมยื่นยาวออกมาด้านหน้าคล้ายจะงอยปากนก ผมเรียบ สวมตุ้มหูที่มีลักษณะเป็นห่วงกลม มีส่วนบนเรียวเล็ก ส่วนล่างใหญ่และหนาซึ่งเป็นลักษณะตุ้มหูที่พบเป็นจำนวนมากตามเมืองโบราณสมัยทวารวดี โดยพบเป็นตุ้มหูหล่อด้วยโลหะ และยังปรากฏในประติมากรรมดินเผาและปูนปั้นรูปบุคคลในสมัยทวารวดีด้วย กำหนดอายุสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๖ หรือประมาณ ๑,๐๐๐ - ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว         สันนิษฐานว่าประติมากรรมชิ้นนี้เป็นส่วนประกอบสำหรับตกแต่งสถาปัตยกรรม เนื่องจากเป็นประติมากรรมนูนสูงมีด้านหลังแบนเรียบ และมีอิฐติดอยู่ สอดคล้องกับเทคนิคการก่อสร้างสถาปัตยกรรมของช่างพื้นเมืองสมัยทวารวดีที่มักสร้างสถาปัตยกรรมด้วยอิฐ และนำประติมากรรมปูนปั้นหรือดินเผาที่เป็นภาพนูนสูงตกมาแต่งพื้นผิวภายนอก โดยประติมากรรมชิ้นนี้อาจประกอบเป็นภาพเล่าเรื่องของสถาปัตยกรรม หรืออาจประดับในช่องสี่เหลี่ยมบริเวณส่วนฐานของสถาปัตยกรรม ตามคติผู้พิทักษ์และค้ำจุนศาสนา ในลักษณะเดียวกับประติมากรรมรูปคนแคระแบกที่มีศีรษะเป็นสัตว์ ซึ่งพบที่โบราณสถานเขาคลังใน เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ก็เป็นได้  นอกจากประติมากรรมชิ้นนี้ ยังพบประติมากรรมรูปครุฑสำหรับประดับสถาปัตยกรรมตามแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดีแห่งอื่น เช่น ประติมากรรมดินเผารูปครุฑจากเมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี และประติมากรรรมปูนปั้นรูปครุฑ พบที่เจดีย์จุลประโทน จังหวัดนครปฐม เป็นต้น   เอกสารอ้างอิง ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, ๒๕๖๒. วรพงศ์  อภินันทเวช. “ประติมากรรมคนแคระในวัฒนธรรมทวารวดี: รูปแบบและความหมาย”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๕.


          นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 4 กำหนดจัดโครงการสังคีตสัญจร “กิจกรรมโขนพบโนรา มรดกวัฒนธรรมบนวิถีสืบสานและสร้างสรรค์” ณ ศูนย์ประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง โดยมี ผศ.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2564 เป็นผู้แสดงในบทบาทโนราพระอินทร์แปลง และนายปกรณ์ พรพิสุทธิ์ นาฏศิลปิน กรมศิลปากร ร่วมแสดงเป็นพระราม เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมฟรี           กรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต ได้ดำเนินโครงการจัดการแสดงนาฏศิลป์และดนตรีสัญจรไปยังภูมิภาค ดุจเดียวกับ “ยกโรงละครแห่งชาติออกไปหาประชาชน” โดยการวิวัฒน์ปรับปรุงบทสำหรับการแสดงโขนให้รัดกุมขึ้น เพื่อดำเนินเรื่องไปอย่างรวดเร็ว และมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้านฉาก แสง สี เสียง มาประกอบการแสดง เพื่อเพิ่มพูนอรรถรสให้งดงามตระการตา รวมทั้งขยายโอกาสในการแสดงออกสู่สายตาประชาชนมากขึ้น ซึ่งในการจัดกิจกรรมครั้งต่อไปจะเป็นการแสดงครั้งใหญ่ของสำนักการสังคีต ที่บ่งบอกถึงการขยายบทบาทและวิสัยทัศน์ของกรมศิลปากรที่ก้าวล้ำกว่าเดิม โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง และสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 4 นำ “โขน” และ “โนรา” ซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรมอันจับต้องไม่ได้ (Intangible Heritage) ของมวลมนุษยชาติที่ได้รับการประกาศรับรองอย่างเป็นทางการจากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) มาต่อยอดเป็นสื่อวัฒนธรรมในการยึดโยงเชื่อมไทยให้เป็นหนึ่งเดียว ภายใต้แนวคิด “โขนเชื่อมไทย” ความหลากหลายของวัฒนธรรมพื้นถิ่นบนแผ่นดินเดียวกัน            โครงการสังคีตสัญจร “กิจกรรมโขนพบโนรา มรดกวัฒนธรรมบนวิถีสืบสานและสร้างสรรค์” กำหนดจัดการแสดงระหว่างวันที่ 4 - 5 สิงหาคม 2566 ณ ศูนย์ประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง โดยวันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม 2566 เวลา 14.00 น. การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด พระจักรีปราบกลียุค วันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม 2566 เวลา 14.00 น. การแสดงโขนพบโนรา เรื่อง  รามมกุฎอยุธยา ผู้สนใจเข้าชมติดตามกำหนดการสำรองที่นั่งได้ที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง โทร. 0 7520 1712 หรือ facebook page: Prince of Songkla University, Trang Campus 



ชื่อเรื่อง: อธิบายเรื่องเครื่องมะโหรีปี่พาทย์  ผู้แต่ง: พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ ปีที่พิมพ์: พ.ศ. ๒๔๗๑สถานที่พิมพ์: พระนครสำนักพิมพ์: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากรจำนวนหน้า: ๔๘ หน้า เนื้อหา: "อธิบายเรื่องเครื่องมะโหรีปี่พาทย์" พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์ โดยเจ้าจอมสมบุญรัชชกาลที่ ๕ พิมพ์ใน          การปลงศพสนองคุณ นายซุ้ย มันประเสริฐ ผู้บิดา ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ทำฌาปนกิจที่สุสานหลวงวัดเทพศิรินทราวาส เมื่อปีมะโรง พ.ศ. ๒๔๗๑ ราชบัณฑิตยสภาได้เลือกหนังสือเล่มนี้ ซึ่งกรมพระยาดำรงราชานุภาพฯ ได้แต่งไว้ในสมัยรัชกาลที่ ๖ เป็นหนังสือที่มีผู้ขออนุญาตเอาไปแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษแล้ว เนื้อหาว่าด้วยเครื่องมะโหรีปี่พาทย์ อาทิ เครื่องดีดสีตีเป่าตามตำราสังสกฤต เครื่องสังคีตไทยได้แบบจากอินเดีย ตำนานเครื่องมะโหรี ตำนานเครื่องปี่พาทย์ เครื่องมะโหรีชั้นกรุงรัตนโกสินทร์ เครื่องปี่พาทย์ชั้นกรุงรัตนโกสินทร ตำนานกลองแขก ตำนานแคนและขลุ่ยซอ บัญชีเครื่องมะโหรี และบัญชีเครื่องปี่พาทย์ เป็นต้น เลขทะเบียนหนังสือหายาก: ๔๔๖เลขทะเบียนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์: E-book ๒๕๖๖_๐๐๐๕หมายเหตุ: โครงการจัดเก็บและอนุรักษ์หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ สื่อโสตทัศนวัสดุ และเอกสารโบราณ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖




ชื่อเรื่อง                     ย้อนตำนาน “ขุนแผนแสนสะท้าน” รุ่นเสน่หา : เปิดตำนานขุนแผนผงอาถรรพ์พันธุ์เสือผู้แต่ง                       -ประเภทวัสดุ/มีเดีย        หนังสือท้องถิ่นISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                   ศาสนาเลขหมู่                      294.31218 ย178ลักษณะวัสดุ               48 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม.หัวเรื่อง                     เครื่องรางของขลัง                              พระเครื่องภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก            หนังสือการทำพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร รุ่น “เสน่หาหน้าทอง”  


black ribbon.