ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,635 รายการ







องค์ความรู้ เรื่อง การเวียนเทียนในวันอาสาฬหบูชา ผู้เรียบเรียง : นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย บรรณารักษ์ชำนาญการ ผู้ออกแบบ : นางสาววารุณี วิริยะชูศรี บรรณารักษ์


เริ่มแล้ว “๔ วัด ๑ วัง เมื่อครั้งต้นกรุงฯ” ชวนย้อนเวลา ส่องวิถี ปลุกแสงสี พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ ๙ - ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ณ วัดไชยวัฒนาราม วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดพระราม และพระราชวังจันทรเกษม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา               วันอาทิตย์ที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๗เวลา ๑๙.๐๐ น. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดการจัดงาน “๔ วัด ๑ วัง เมื่อครั้งต้นกรุงฯ” โดยมี  นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร  นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนางสุกัญญา เบาเนิด ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๓ พร้อมด้วยองค์กรภาคีและเครือข่ายทางวัฒนธรรมและสื่อมวลชน ณ วัดพระราม ตำบล ประตูชัย อำเภอ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา             นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่าจากนโยบาย “วัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” โดยใช้ “ทุนทางวัฒนธรรม”  ด้านต่าง ๆ มาผลักดัน Soft Power ของไทยนั้นเป็นหนึ่งในนโยบายหลัก ที่รัฐบาลและกระทรวงวัฒนธรรมจะขับเคลื่อนผลักดัน คือ การท่องเที่ยวโบราณสถานยามราตรี ซึ่งกรมศิลปากรดำเนินงานมาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๖๖ จนประสบความสำเร็จ นำไปสู่การต่อยอดกิจกรรมในปีนี้ ภายใต้ชื่องาน “๔ วัด ๑ วัง เมื่อครั้งต้นกรุงฯ”  ภายในงานจะมีการแสดงและกิจกรรมทางด้านศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย อาทิ การแสดงโขน การละเล่นย้อนยุค และการสาธิตช่างฝีมือ การจัดงานครั้งนี้จึงมุ่งหวังที่จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และกระตุ้นเศรษฐกิจสู่ผู้ประกอบการภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น            โดยงาน “๔ วัด ๑ วัง เมื่อครั้งต้นกรุงฯ” จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๙ - ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ณ วัดไชยวัฒนาราม วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดพระรามและพระราชวังจันทรเกษม ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายใต้แนวคิด “ย้อนเวลา ส่องวิถี ปลุกแสงสีพระนครศรีอยุธยา” ชวนสัมผัสมนต์เสน่ห์วิถีไทย กรุงศรีอยุธยาช่วงต้นในยุคที่รุ่งเรืองทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม และการค้าขาย วิถีชีวิตของผู้คนในยุคนั้นมีความสุข และมีเสน่ห์อย่างไร ผ่านกิจกรรมการแสดง การละเล่น พร้อมทั้งการประดับไฟ Lighting Art Installation และ Projection Mapping โบราณสถานอันทรงคุณค่าให้ประชาชนได้เที่ยวชมความงดงามยามค่ำคืน            ภายในงานพบกับกิจกรรมไฮไลต์ Lighting Art Installation – การประดับตกแต่งไฟให้โบราณสถานสวยงามพร้อมสัมผัสบรรยากาศที่มีมนต์เสน่ห์เมื่อครั้งต้นกรุงฯ ยามค่ำคืน ในวันที่ ๙ - ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๘.๓๐ น.  เป็นต้นไป Projection Mapping – พบกับการฉายภาพเรื่องราวด้วยแสงสีอันวิจิตรตระการตา ณ วัดพระราม    ในวันที่ ในวันที่ ๙ - ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๘.๓๐ น. เป็นต้นไป และ วัดไชยวัฒนาราม ในวันที่ ๙ - ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๙.๐๐ น.  เป็นต้นไป พิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ – ณ วิหารหลวง วัดมหาธาตุ ในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป การประกวดนางนพมาศ ประจำปี ๒๕๖๗ – ยลโฉมสาวงามนางนพมาศแห่งกรุงฯ ในวันลอยกระทง ณ วัดพระราม ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๙.๐๐ น. เป็นต้นไป             นอกจากนี้ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมและละเล่นไทยโบราณ เชิญชวนแต่งชุดไทย ชุดสไบ พร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสวยงามของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ในยามค่ำคืน พร้อมเชิญชวนชิมอิ่มอร่อยจากการออกบูธอาหารจากทุกภูมิภาคตลอดการจัดงานฯ             ทั้งนี้ ภายหลังการจัดงาน “๔ วัด ๑ วัง เมื่อครั้งต้นกรุงฯ” กรมศิลปากรยังคงเปิดให้เข้าชมโบราณสถานทั้ง ๕ แห่งในทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ รวมถึงในวันหยุดนักขัตฤกษ์และช่วงเทศกาลสำคัญ ต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี ๒๕๖๘ เพื่อให้ทุกท่านได้ชื่นชมบรรยากาศโบราณสถานยามค่ำคืนในช่วงฤดูหนาว และให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แหล่งมรดกโลกแห่งนี้ เป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวที่ต้องมาเยือน ให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีกับการชมโบราณสถานในเวลาค่ำคืน ซึ่งไม่ได้เปิดให้เข้าชมบ่อยนัก             อย่าพลาดโอกาสสำคัญในครั้งนี้ มาร่วมเดินทางย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงต้นกรุงศรีอยุธยา พร้อมทั้งดื่มด่ำกับบรรยากาศโบราณสถานยามค่ำคืน ได้ที่งาน “๔ วัด ๑ วัง เมื่อครั้งต้นกรุงฯ”ในวันที่ ๙ - ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗  ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่เวลา ๑๗.๐๐ น. เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา Ayutthaya Historical Park และ Ayutthaya Sundown


องค์ความรู้ เรื่อง แหล่งเรียนรู้ศูนย์ราชการกรมศิลปากร จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้เรียบเรียง : นางสาวทิพย์สุดา อาจดี เจ้าพนักงานห้องสมุดปฏิบัติงาน


ชื่อผู้แต่ง                 โลกนิติ ชื่อเรื่อง                  โคลงโลกนิติ ครั้งที่พิมพ์              พิมพ์ครั้งที่ ๑ สถานที่พิมพ์            กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์              ห้างหุ้นส่วนจำกัด เกษมสุวรรณ ปีที่พิมพ์                 ๒๕๑๒ จำนวนหน้า             ก-ฉ , ๘๘ หน้า , ภาพประกอบ ISBN                     - เลขเรียกหนังสือ       ๙๒๐.๗๒   อ ๒๓๑ อจ เลขทะเบียนหนังสือ   ๐๒๒๖๐๘ หมายเหตุ               พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ  พระนนทปัญญา (โต  มกรานนท์) ณ เมรุหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่  ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๒                            หนังสือโคลงโลกนิติ นี้ เป็นสุภาษิตเก่าแก่ แต่งมาแต่โบราณครั้งกรุงเก่า เดิมนักปราชญ์ผู้แต่งเลือกหาคาถา สุภาษิต ภาษาบาลี และสันสกฤต อันมีอยู่ในคัมภีร์ต่าง ๆ คือ คัมภีร์โลกนิติบ้าง คัมภีร์โลกนัยบ้าง คัมภีร์พระรรามก็มี ครั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร ทรงรวบรวมโคลงโลกนิติของเก่ามาชำระแก้ไขใหม่ให้เรียบร้อยประณีต และไพเราะ โปรดเกล้าฯ ให้จารึกไว้ในวัดพระเชตุพนฯ โคลงโลกนิติจึงแพร่หลายแต่นั้นมา


องค์ความรู้ เรื่อง งู ผู้เรียบเรียง : นางสาวพัณณ์วรัทย์ ผิวเผือก นักศึกษาฝึกงาน




ได้มาจากวัดราษฎร์ประชุมชนาราม ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2533


             สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา แจ้งแนวทางการขออนุญาตใช้พื้นที่ในเขตโบราณสถานและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเพื่อจัดกิจกรรมระยะเวลาในการยื่นคำขออนุญาตผู้ขออนุญาต ต้องยื่นหนังสือขออนุญาตและเอกสารประกอบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ณ หน่วยงานกรมศิลปากรในพื้นที่ ระยะเวลาก่อนจัดกิจกรรมไม่ต่ำกว่า 30 วันทำการ 


             หนังสือเสภาขุนช้างขุนแผน นี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชนิพนธ์ ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้กวีในรัชสมัยของพระองค์ร่วมกันแต่งขึ้นเป็นวรรณคดีที่มีคุณค่าทั้งในด้านความไพเราะและลีลาในการแต่งตลอดจนเค้าโครงเรื่อง ได้รับการยกย่องตามพระราชบัญญัติวรรณคดีสโมสรในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าเป็นยอดของหนังสือประเภทกลอนเสภาและได้รับประทับราชลัญจกรรูปพระคเณศร์ไว้เป็นเครื่องหมายของการยกย่องนั้นด้วย อีกทั้งยังเป็นวรรณคดีที่ให้ความรู้ในด้านความเป็นอยู่ของผู้คนและบ้านเมืองในสมัยรัตนโกสินทร์เป็นอย่างดี โดยหนังสือเล่มนี้จะเริ่มด้วยตอนที่ ๑ กำเนิดขุนช้างขุนแผน จนถึงตอนที่ ๔๓จระเข้เถรขวาด   บรรณานุกรมพุทธเลิศหล้านภาลัย, พระบาทสมเด็จพระ.  เสภา เรื่อง ขุนช้าง – ขุนแผน.  พระนคร: บรรณาคาร, ๒๕๑๔.


black ribbon.