ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,454 รายการ

เลขทะเบียน : นพ.บ.791/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 84 หน้า ; 5 x 48 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 243 (488-496) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : อภิธัมมา--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


       วันเด็กปีนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ขอชวนเด็ก ๆ ร่วมกิจกรรม “สนุกสุขสันต์ พิพิธภัณฑ์หรรษา” พบกับกิจกรรมประคบทอง : การพิมพ์ทองผ่านลายฉลุ, กิจกรรมลายสือไทย (กิจกรรมทำสำเนาจารึก), กิจกรรมห้องเรียนพิพิธภัณฑ์ ตราประทับ "ราชรถ ราชยาน" ร่วมเปิดประสบการณ์เรียนรู้ประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม ผ่านการลงมือทำจริง เสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 08.30 – 15.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มาพบกันในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ทุกคนเข้าถึงได้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายวิชาการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โทร. 0 2224 1402, 0 2224 1333 Facebook : Education.National Museum Bangkok เที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร https://www.facebook.com/eduNMB


ชื่อ : เอื้องคำกิ่ว (เอื้องตีนเป็ด,เอื้องตีนนก) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dendrobium signatum วงศ์ : Orchidaceae ลักษณะ : ลำต้นเจริญแบบแตกกอมีลำต้นกล้วยเป็นกล้วยไม้อิงอาศัย ระบบรากเป็นแบบรากอากาศแผ่นใบค่อนข้างหนา ก้านช่อดอกสั้น บางพันธ์ดอกสีเหลืองล้วน บางพันธ์มีแต้วสีม่วงเข้ม ขอบกลีบเป็นคลื่นเล็กน้อย ออกดอกช่วงเดือน มีนาคม ถึง พฤษภาคม อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เปิดบริการทุกวัน ๐๘:๓๐ - ๑๖:๓๐ น. ๐๔๒๒๑๙๘๓๗, ๐๔๒๒๑๙๘๓๘ (ในเวลาราชการ)


ครบรอบ ๑๑๙ ปี การเสด็จประพาสต้นครั้งที่ ๒ เมืองกำแพงเพชรCircles of Centres นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจก ครั้งที่ ๓จัดแสดงภาพถ่ายฟิล์มกระจกทรงคุณค่าเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมืองกำแพงเพชร ภาพนี้มีคำบรรยายภาพว่า พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการทรงฉายพระรูปและถ่ายรูปร่วมกันที่แม่น้ำปิงฝั่งตะวันออก บ้านวังนางร้าง เมืองกำแพงเพชรระหว่างการเสด็จประพาสต้น ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๔๔๙(จากซ้าย)(๑) พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม(๒) พระยาโบราณบุรานุรักษ์ (พร เดชะคุปต์)(๓) พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช(๔) หม่อมเจ้าทองต่อ ทองแถม(๕) พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสรรพสาตรศุภกิจ(๖) สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร(๗) พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ(๘) พระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ (นพ ไกรฤกษ์)ข้อมูลจากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรCr. Circle of Centres  นิทรรศการภาพถ่ายฟิล์มกระจกครั้งที่ ๓



เผยหลักเกณฑ์และแนวทางการพิจารณากลั่นกรองการจัดทำหนังสือที่ระลึกงานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง            คณะอนุกรรมการจัดทําหนังสือจดหมายเหตุและกลั่นกรองหนังสือที่ระลึก งานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้กําหนดหลักเกณฑ์และแนวทางในการพิจารณากลั่นกรองการจัดทําหนังสือที่ระลึกเนื่องในงานพระบรมศพฯ ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยสามารถแจ้งความประสงค์และส่งคำขอจัดทำหนังสือที่ระลึกฯ ภายในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569          หนังสือที่ระลึกเนื่องในงานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณ พระอัจฉริยภาพ และคุณูปการของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อประเทศชาติ หรือโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริในการบําบัดทุกข์และบํารุงสุขให้แก่ประชาชน พัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า  หนังสือมีเนื้อหาเกี่ยวข้องด้วยพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถ และคุณูปการของสมเด็จพระนาง เจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อประเทศชาติ เนื้อหาด้านสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือเป็นหนังสือกวีนิพนธ์ที่มีเนื้อหาถวายความอาลัย เฉลิมพระเกียรติคุณ แต่งด้วยคําประพันธ์ ลักษณะต่าง ๆ ที่ถูกต้องตามหลักฉันทลักษณ์ หน่วยงานเจ้าของหนังสือต้องเป็นผู้แจกจ่ายเผยแพร่ ห้ามจําหน่าย ระยะเวลาดําเนินการต้องดําเนินการจัดทําหนังสือให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนธันวาคม 2569 หรืออาจแล้วเสร็จภายหลังไม่เกินเดือนกรกฎาคม 2570           ทั้งนี้ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีความประสงค์จะร่วมจัดทำหนังสือที่ระลึกฯ ให้มีหนังสือแจ้งความประสงค์พร้อมแบบสรุปการขอจัดทําหนังสือที่ระลึกฯ โดยหน่วยงานภาครัฐ ให้ผ่านการพิจารณาและกลั่นกรอง จากหัวหน้าส่วนราชการ ระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป หน่วยงานเอกชน ให้ผ่านการพิจารณาและกลั่นกรอง จากหัวหน้าหน่วยงาน/องค์กร จากนั้นส่งไปยังฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการจัดทําหนังสือจดหมายเหตุและกลั่นกรองหนังสือที่ระลึกงานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สํานักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300            กำหนดส่งแบบการขอจัดทำหนังสือที่ระลึกฯ ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 สามารถดูรายละเอียดหลักเกณฑ์ แนวทางการพิจารณากลั่นกรอง ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ www.nat.go.th สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2281 1599 ต่อ 142, 143 E-mail: qs.cremation@gmail.com  .....................................................................................หลักเกณฑ์และแนวทางการพิจารณากลั่นกรองการจัดหนังสือที่ระลึก เนื่องในงานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แบบการขอจัดทำหนังสือที่ระลึก เนื่องในงานพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 


          นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากรได้ดำเนินโครงการปรับปรุงอาคารจัดแสดงนิทรรศการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ.2566 ปัจจุบันดำเนินการเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ 27 พฤษภาคม 2569           อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวว่า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อบริการผู้เข้าชมตามแนวทางการจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มาตั้งแต่ พ.ศ.2536 จัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และความเป็นมาของเมืองพิมาย ซึ่งการปรับปรุงในครั้งนี้นับเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดให้บริการ โดยการปรับปรุงใน พ.ศ. 2566 - 2567 เป็นการปรับปรุงอาคารจัดแสดงและนิทรรศการถาวรชั้นล่าง ที่สะท้อนให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของเมืองพิมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี พ.ศ.2568 - 2569 ได้ปรับปรุงอาคารจัดแสดง ส่วนบริการ และนิทรรศการถาวรชั้นบน มีเนื้อหาบอกเล่าพัฒนาการของมนุษย์ในพื้นที่แอ่งโคราชตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงช่วงระยะเวลาที่วัฒนธรรมเขมรโบราณรุ่งเรือง จัดแสดงโบราณวัตถุที่มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับแอ่งโคราชและเมืองพิมาย ซึ่งบางชิ้นยังไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน พร้อมทั้งนำเอาเทคนิคการจัดแสดงและกิจกรรมต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อให้ผู้เข้าชมได้ความรู้คู่ความสนุก นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มพื้นที่ให้บริการแก่ประชาชนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นห้อง Co-Working Space พื้นที่จัดแสดงผลงานและนิทรรศการหมุนเวียน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ได้ใช้เป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน อันเป็นการยกระดับบทบาทของพิพิธภัณฑ์ให้เป็นมากกว่าการเก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุ แต่ยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญในระดับภูมิภาคอีสานตอนล่าง            ปัจจุบันพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย มีส่วนจัดแสดงแบ่งออกเป็น 2 อาคาร ได้แก่ อาคารจัดแสดงหลักเป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรที่เรียงร้อยเรื่องราวของเมืองพิมายผ่านหลักฐานทางโบราณคดี และอาคารศิลาจำหลัก เป็นอาคารคลังเก็บโบราณวัตถุประเภทองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่พบจากการดำเนินงานทางโบราณคดีในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยอาคารจัดแสดงหลักที่ได้รับการปรับปรุงแบ่งห้องจัดแสดงออกเป็น 9 ห้อง ได้แก่ 1. ภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตยุคก่อนประวัติศาสตร์ในภาคอีสาน 2. ความเชื่อและพิธีกรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ในแอ่งโคราช 3. จากชุมชนสู่รัฐ : ยุคประวัติศาสตร์แรกเริ่มในวัฒนธรรมทวารวดี 4. วัฒนธรรมเขมรโบราณในแอ่งโคราชระยะแรกเริ่ม 5. แอ่งโคราช : ความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมเขมรโบราณ ช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 6. อารยธรรมอันรุ่งเรืองของเมืองพิมาย 7. ศาสนาในเมืองพิมาย 8. เมืองพิมายในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-23 9. พิมาย : ศูนย์กลางความยิ่งใหญ่             ขอเชิญร่วมชมและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย จังหวัดนครราชสีมา เปิดให้บริการทุกวันพุธ-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ต่างชาติ 200 บาท


        สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญรับชมการถ่ายทอดสด กิจกรรมน้อมรำลึกครูกลอนสุนทรภู่ ประจำปี ๒๕๖๙ “เชิดชูครูกลอนสุนทรภู่ด้วยเพลงพื้นบ้าน” ผ่านทาง Facebook Live ของสำนักหอสมุดแห่งชาติ “National Library of Thailand หอสมุดแห่งชาติ” https://www.facebook.com/NationalLibraryThailand วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักหอสมุดแห่งชาติ 


ชื่อเรื่อง                          หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ ปีที่ 9  ฉบับที่ 574 (9 พ.ค. 2510) ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น สถานที่พิมพ์                สุพรรณบุรี สำนักพิมพ์                   มนัสการพิมพ์ ปีที่พิมพ์                        2510 ลักษณะวัสดุ                8 หน้า. : กว้าง 40.5 ซ.ม. ยาว 54.5 ซ.ม. ภาษา                             ไทย




หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ยะลา ได้รับมอบเอกสารโสตทัศนจดหมายเหตุ ประเภท ภาพถ่าย และภาพยนตร์ ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส  จากคุณอนันต์  คำเรืองศรี (อานนท์ เธียเตอร์)  เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2560  ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ยะลา


หนังสือประชุมพงศาวดารเล่ม 1 เล่ม 2 เล่ม 5 และเล่ม 6 ถูกจัดเก็บไว้ที่ห้องสมุดในต่างประเทศ จนเมื่อหนังสือทั้ง 4 เล่ม ลิขสิทธิ์หมดลง ทางห้องสมุดต่างประเทศได้ร่วมมือกับเว็บไซต์ชื่อดัง google ได้สแกนหนังสือดังกล่าวเพื่อให้บริการดาวน์โหลดฟรีบนเว็บไซต์ www.book.google.com ทางหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี ได้เล็งเห็นคุณค่าของหนังสือทั้ง 4 เล่ม จึงได้ทำการดาวน์โหลดจัดเก็บไว้เพื่อให้บริการและเผยแพร่แก่ผู้สนใจได้ศึกษาในโอกาสต่อไป


กรมศิลปากรชี้แจงประเด็นข่าวกุฏิพระโบราณ ที่วัดสิงห์ จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหาย สาเหตุจากช่างที่กรมศิลปากรจ้างมาซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์ เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ กรมศิลปากรแถลงข่าวชี้แจงประเด็นกุฏิพระโบราณที่วัดสิงห์ จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหาย โดยนายเอนก สีหามาตย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร นายประทีป เพ็งตะโก ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี นายช่างโยธาและวิศกรควบคุมงาน เป็นผู้แถลงข่าว ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร ตามที่รายการเรื่องเล่าเสาร์ – อาทิตย์ ประจำวันอาทิตย์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ประจำวันจันทร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓ และหนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ได้เสนอข่าวเกี่ยวกับกุฏิพระโบราณ ที่วัดสิงห์ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหายทั้งหมด สาเหตุจากช่างที่กรมศิลปากรจ้างมาซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์ นั้น   กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ขอชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวดังนี้ ๑. วัดสิงห์ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งยังปรากฏเจดีย์ โบสถ์ วิหารเก่าแก่ ควรค่าแก่การศึกษาด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี พระพุทธรูปสำคัญของวัดคือ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย สมัยกรุงศรีอยุธยา พระพุทธไสยาสน์ (หลวงพ่อเพชร) นอกจากนี้ยังมีโกศบรรจุอัฐิหลวงพ่อพญากราย ซึ่งเป็นพระมอญธุดงค์มาจำพรรษา ที่วัดสิงห์ บนกุฏิของวัดมีพิพิธภัณฑ์ เก็บรักษาของเก่า ได้แก่ ตุ่มสามโคก แท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองสามโคก ใบลานอักษรมอญ ตู้พระธรรม และพระพุทธรูป ด้านหน้าวัดสิงห์มีการขุดค้นพบโบราณสถานเตาโอ่งอ่าง ซึ่งถือ เป็นหลักฐานของการตั้งชุมชนมอญในสมัยแรกในบริเวณนี้นับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดขอบเขตโบราณสถาน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕ เล่มที่ ๑๐๙ ตอนที่ ๑๐๙   ๒. กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้รับการจัดสรรงบประมาณโครงการฟื้นฟูบูรณะโบราณสถานที่ประสบอุทกภัย โครงการบูรณะโบราณสถานวัดสิงห์ จำนวน ๑๒,๐๒๐,๐๐๐ บาท โดยแบ่งเป็น ๒ โครงการ - โครงการงานบูรณะโบราณสถาน จำนวนเงิน ๔,๔๕๐,๐๐๐ บาท - โครงการงานปรับยกระดับ (ปรับดีด) วงเงินสัญญาจ้าง ๗,๕๓๙,๐๐๐ บาท ดำเนินการว่าจ้างบริษัทกันต์กนิษฐ์ ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ดำเนินงาน ตามสัญญาจ้างเลขที่ ๑๒/๒๕๕๕ เริ่มสัญญาวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ สิ้นสุดวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ โดยมีนายเฉลิมศักดิ์ ทองมา นายช่างโยธาชำนาญงาน สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี เป็นผู้ควบคุมงาน   ๓. เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๒๑.๓๐ น. นายเฉลิมศักดิ์ ทองมา ได้รับแจ้งจากตัวแทนบริษัทกันต์กนิษฐ์ ก่อสร้าง จำกัด ในเวลาประมาณ ๑๖.๓๐ น. ขณะที่คนงานอยู่ในช่วงพัก ไม่มีใครอยู่ภายในบริเวณอาคารกุฏิโบราณ ได้ยินเสียงพร้อมทั้งปูนฉาบของตัวอาคารกะเทาะหลุดร่วงลงมา แล้วมุมอาคารด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ เกิดการทรุดตัวลง ทำให้กระเบื้องหลังคาและโครงสร้างหลังคาทั้งหมด ทรุดลงมากองอยู่บริเวณพื้นไม้ชั้นสองของอาคาร ทำให้น้ำหนักบรรทุกของพื้นมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากนั้นผนังด้านทิศใต้ ก็ได้พังทลายตามลงมาเนื่องจากรับหนักของหลังคาที่ทรุดลงมาไม่ไหว   ๔. เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๙.๐๐ น.ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี (นายประทีป เพ็งตะโก) นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ วิศวกรชำนาญการพิเศษ นายจมร ปรปักษ์ประลัย สถาปนิกชำนาญการ นายเฉลิมศักดิ์ ทองมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามโคก และคณะกรรมการวัดสิงห์ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและหาสาเหตุของการพังทลาย ได้ข้อสรุปดังนี้ ๔.๑ การที่อาคารเกิดการทรุดตัว เนื่องจากพื้นดินรับฐานรากอาคารอยู่ในที่ต่ำชุ่มน้ำตลอดทั้งปี ทำให้อ่อนตัวรับน้ำหนักอาคารไม่ไหวทำให้ผนังอาคารทรุดตัวลงมาประมาณ ๑ ใน ๔ ส่วน ๔.๒ ผนังอาคารมีร่องรอยแตกร้าวจำนวนมาก พบร่องรอยนี้จากการสำรวจเพื่อจัดทำรูปแบบรายการการอนุรักษ์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔ ๔.๓ ปูนสอเสื่อมสภาพจากการถูกน้ำแช่ขังและใช้งานอาคารมาเป็นเวลานาน ทำให้การยึดตัวของอิฐและปูนสอไม่ดี เป็นสาเหตุให้ตัวอาคารทรุดลงมา ๔.๔ สภาพอาคารที่ปูนฉาบผนังนอกหลุดร่อน ทำให้น้ำซึมผ่านเข้าไปในผนังทำให้ ปูนสอชุ่มน้ำ ทำให้แรงยึดเกาะระหว่างอิฐต่ำ ๔.๕ ขณะที่อาคารทรุดตัวอยู่ระหว่างการขุดเพื่อตรวจสอบฐานของอาคารส่วนที่ จมดินเพื่อเตรียมการกำหนดระยะที่ทำการตัดผนังเพื่อเสริมคานถ่ายแรง ยังไม่ได้ทำการตัดผนัง จึงยังมิได้มีการรบกวนโครงสร้างของอาคารโบราณ แต่ตัวอาคารก็เกิดการทรุดตัวลงมาเสียก่อน   หลังจากทำการตรวจสอบพื้นที่แล้ว สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้สั่งการให้บริษัทผู้รับจ้างทำการค้ำยันผนังส่วนที่เหลือโดยให้ดำเนินการตามคำแนะนำของวิศวกร และทำการจัดเก็บวัสดุส่วนที่สามารถนำมาก่อสร้างเพื่อคืนสภาพอาคารไปจัดเก็บในที่ให้เรียบร้อย รวมทั้งได้เร่งรัดให้ผู้รับจ้างดำเนินการบูรณะกุฏิให้คืนสภาพโดยเร็ว โดยให้บริษัทผู้รับจ้างร่วมกับสถาปนิก วิศวกร และผู้เกี่ยวข้อง ปรับปรุงรูปแบบรายการ และวิธีปรับดีดให้สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปัจจุบันของกุฏิ และให้ดำเนินการบูรณะกุฏิให้กลับคืนสภาพเดิม โดยให้เป็นไปตามรูปแบบรายการบูรณะที่ได้รับอนุญาต



black ribbon.