ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,807 รายการ

           สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ หัวเมืองที่ตั้งอยู่ในบริเวณแหลมมลายูนั้น ถูกแบ่งออกเป็น ๒ เขต คือ หัวเมืองบริเวณชายทะเลอ่าวสยาม (หัวเมืองปักษ์ใต้) ได้แก่ มณฑลชุมพร มณฑลนครศรีธรรมราช มณฑลปัตตานี และหัวเมืองบริเวณชายทะเลอ่าวเบงกอล (หัวเมืองทะเลตะวันตก) ได้แก่ มณฑลภูเก็ต นอกจากนี้ยังมีหัวเมืองมลายูประเทศราช ซึ่งได้แก่ เมืองไทรบุรี เมืองกลันตัน เมืองตรังกานู โดยหัวเมืองต่างๆ เหล่านี้เดินทางไปได้ยากมาก ยังมิได้ปรากฏว่าพระเจ้าแผ่นดินองค์ใดได้เสด็จประพาส จนกระทั่งสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้เสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๑ (ร.ศ. ๗๗)           ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จประพาสเมืองแหลมมลายูครั้งแรกเมื่อคราวเสด็จประพาสสิงคโปร์และชวา พ.ศ. ๒๔๑๓ (ร.ศ. ๘๙) หลังจากนั้นก็ทรงเว้นว่างไปถึง ๑๗ ปี จนมาถึงปี พ.ศ. ๒๔๓๑ (ร.ศ. ๑๐๗) จึงได้เสด็จประพาสหัวเมืองแหลมมลายูอีกครั้งทั้งในดินแดนไทยและอังกฤษ ซึ่งเป็นการเสด็จตามมณฑลปักษ์ใต้ในพระราชอาณาเขตเป็นหลัก           ในปีพ.ศ. ๒๔๓๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสเมืองปัตตานี โดยเสด็จพระราชดำเนินไปตามถนนสายอาเนาะรู ไปยังศาลเจ้าซูกง (ศาลเจ้าเล่วจูเกียหรือศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวในปัจจุบัน) ตามหลักฐานที่ระบุในจดหมายเหตุรายวันของสมเด็จพระบรมราชปิตุลาธิบดี เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ตอนหนึ่งว่า “เวลาสี่โมงเช้าเรือทอดสมอที่หน้าเมืองปัตตานี เจ้าเมืองกรมการเมืองตานีมาคอยรับเสด็จถึงเรือโดยเร็ว เสด็จไปประทับที่เรือเวสาตรี ทรงครึ่งยศทหาร เราก็แต่งครึ่งยศตามเสด็จไป ผู้ที่มาเยือนนั้น พระยาตานีตาย พระศรีบุรีรัฐพินิต ๑ พระพิพิธภักดี ๑ เมืองยิหริ่งพระยายิหริ่ง ๑ พระโยธานุประดิษฐ ๑ เมืองสายพระยาสาย ๑ พระวิเศษวังชา ๑ ประทางตราภัทราภรณ์ ผู้ช่วยทั้งสี่คนคนละดวง แล้วเสด็จกลับมาเรืออุบล วันนี้เป็นวันคล้ายวันประสูติสมเด็จแม่ ที่เรือเวสาตรีได้ยิงสลุต ๒๑ นัด สองโมงเศษเสด็จขึ้นเมืองตานี เมื่อถึงท่าเขาลงมาคอยรับเสด็จทั้งผู้ชายผู้หญิง ทรงพระดำเนินไปตามตลาดจนถึงพลับพลาซึ่งปลูกไว้รับเสด็จ ทำดี ดูเข้าใจไทยมาก การรับรองแข็งแรง ของถวายก็มาก ข้างในพวกผู้หญิงก็มาถวายของมาก มีฝนตกเล็กน้อย แล้วเสด็จมาทรงเรือพระที่นั่งมาประทับที่วัดของจีนจูหลาย กัปตันจีนสร้าง มีพระสงฆ์อยู่ ๑๔ รูป โบสถ์ทำอย่างจีน พระเข้าบ้านแขกไม่ได้ รับสั่งให้นิมนต์มาถวายเงิน สมเด็จแม่ก็ถวายด้วย แล้วประทานเงินกัปตันจีนไว้ห้าชั่ง ให้ทำศาลาการเปรียญ เป็นที่สำหรับเด็กเรียนหนังสือ ให้เป็นที่สำหรับเจ้าเมืองกรมการประชุมถือน้ำด้วย”          ต่อมาเมื่อคราวเสด็จเมืองหนองจิก วันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๓๒ ขณะที่ประทับอยู่ในเรือพระที่นั่งหน้าเมืองหนองจิกนั้น ทรงทราบว่าศาลาการเปรียญที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นที่วัดบางน้ำจืด เมื่อคราวเสด็จตรังกานูเกือบเสร็จแล้วจึงอัญเชิญพระราชหัตถเลขาฉบับที่ ๓ ซึ่งกล่าวถึงเหตุการณ์ดังนี้ “พระยาตานีมาคอยอยู่ ๔ วันแล้วพึ่งกลับไปพระยาหนองจิกให้ไปบอก ก็ขึ้นมาพร้อมกับพระศรีบุรีรัฐ พระพิพิธภักดี หลวงจีนคณานุรักษ์ ทราบว่าศาลาการเปรียญที่วัดตานี ซึ่งฉันสร้างไว้นั้น เกือบเสร็จแล้ว จึงคิดว่าเป็นโอกาสดีพอที่จะฉลองได้ จึงปล่อยให้พวกเมืองตานีกลับไปจัดการรับที่เมืองตานี”          วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๓๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ วัดบางน้ำจืด โดยเรือพระที่นั่งบูรทิศในการพระราชพิธีฉลองศาลาการเปรียญ ทรงมีพระราชหัตถเลขา ในการพระราชพิธีดังกล่าวถึงเหตุการณ์ในการฉลองศาลาการเปรียญและได้พระราชทานนามวัดว่า "วัดตานีนรสโมสร" และได้รับยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรีชนิดสามัญ นับเป็นอารามหลวงแห่งแรกของจังหวัดปัตตานี ตั้งแต่วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๙--------------------------------------------------------------ที่มาของข้อมูล : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ยะลา https://www.facebook.com/751655098538170/posts/1332154277154913/ --------------------------------------------------------------เอกสารอ้างอิง : ห้องสมุดดิจิทัลวชิรณาญ (ออนไลน์). แหล่งที่มา http://vajirayana.org/.../%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0... ห้องสมุดดิจิทัลวชิรณาญ (ออนไลน์). แหล่งที่มา http://vijirayana.org/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8... มาฆีตานิง : ท่องไปในวงแหวนพหุวัฒนธรรมเมืองปัตตานี. สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ออนไลน์). แหล่งที่http://xn--pattaniheritagecity-z70dtn.psu.ac.th/.../%E0.../ South deep outlook.com (ออนไลน์). แหล่งที่มา http://southdeepoutlook.com/.../detail_south_editorial/77/ จุฬาลงกรณ์ราชบรรณาลัย. สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ออนไลน์). แหล่งที่มา http://rama5.flexiplan.co.th/th/timeline/detail/4859


ชื่อเรื่อง                     มหานิปาตวณฺณนา (เวสฺสนฺตรชาตก) ชาตกกฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา (หิมพานต์-ฉกษัตริย์)สพ.บ.                       417/6ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               28 หน้า : กว้าง 4.6 ซม. ยาว 55.5 ซม.หัวเรื่อง                     พุทธศาสนา                              ชาดกบทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทย-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ-รักทึบ-ลานดิบ-ลองชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี          


ชื่อเรื่อง                                ปญฺญาปารมี (ปัญญาปารมี) สพ.บ.                                  416/1คประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           34 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับชาดทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


เลขทะเบียน : นพ.บ.174/11ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  18 หน้า ; 5 x 52 ซ.ม. : ล่องชาด-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับ, มีฉลากไม้ไผ่ชื่อชุด : มัดที่ 98 (49-66) ผูก 11 (2565)หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา(เวสสันดรชาดก) ชาตกฎฐกถา ขุทฺทกนิกายฎฐกถา(ทสวร,หิมพานต์,วนปเวสน์ ฉกกษัตริย์)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)  ชบ.บ.47/1-3ง  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


ปฐมสมฺโพธิ (ปถมสมฺโพธิ)  ชบ.บ.89/1-6  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


เลขทะเบียน : นพ.บ.230/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  50 หน้า ; 4 x 54.5 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 112 (170-179) ผูก 5 (2565)หัวเรื่อง : ธมฺมปทวณฺณนา ธมฺมปทฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา(ธรรมบท) --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.361/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 74 หน้า ; 4.5 x 50.5 ซ.ม. : ทองทึบ-รักทึบ-ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 139  (411-419) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : ปพฺพชฺชากถา (ปัพพัชชากถา)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


      อิฐซึ่งตกแต่งด้วยลวดลายจากนิ้วมือของช่างสมัยทวารวดี       พบจากโบราณสถานหมายเลข ๑๔ (บ้านศรีสรรเพชญ์ ๓) เมืองโบราณอู่ทอง อิฐมีการตกแต่งด้วยรอยลูบจากนิ้วมือ พบจากการขุดแต่งโบราณสถานหมายเลข ๑๔ (บ้านศรีสรรเพชญ์ ๓) เมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี จัดแสดงอาคารจัดแสดง ๒ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง       ก้อนอิฐรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง ๒๑ เซนติเมตร ยาว ๓๑.๕ เซนติเมตร หนา ๑๐ เซนติเมตร เนื้ออิฐมีรูพรุน เห็นร่องรอยแกลบข้าวในเนื้ออิฐ บนผิวหน้าอิฐมีการตกแต่งด้วยรอยลูบจากนิ้วมือ ส่วนปลายทั้งสองด้านตกแต่งด้วยเทคนิคเดียวกันโดยทำเป็นร่องยาว ๒ เส้นขนานกันตามด้านกว้างของหน้าอิฐ และมีรอยลูบเป็นร่องโค้งคล้ายเกือกม้า ๓ เส้นขนานกัน โดยมีส่วนปลายทั้งสองเชื่อมติดกับรอยลูบที่เป็นร่องยาว ๒ เส้นขนานกัน กำหนดอายุสมัยทวารวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔ – ๑๕ หรือประมาณ ๑,๑๐๐ – ๑,๒๐๐ ปีมาแล้ว       อิฐที่ตกแต่งลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ พบที่โบราณสถานหมายเลข ๑๔ (บ้านศรีสรรเพชญ์ ๓) จำนวนหลายชิ้น แต่จะมีรอยลูบบนผิวหน้าอิฐในลักษณะแตกต่างกัน พบทั้งลวดลายที่เป็นเส้นตรง เส้นทแยง เส้นโค้ง เส้นคลื่น รอยเหล่านี้เกิดจากการลูบด้วยนิ้วมือในขณะที่อิฐยังไม่แห้งก่อนนำไปเผาให้สุก นอกจากพบที่เมืองโบราณอู่ทองแล้ว ยังพบอิฐที่ตกแต่งแบบนี้ตามเมืองโบราณในสมัยทวารวดีอื่น ๆ เช่น เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี เมืองศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี และยังพบตามเมืองโบราณในวัฒนธรรมปยู-มอญ ซึ่งมีอายุร่วมสมัยกับทวารวดี เช่น เมือง  ไบร์ถาโนก์ เมืองศรีเกษตร เมืองฮาลิน เมืองสะเทิม และเมืองพะโค ซึ่งตั้งอยู่ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ในปัจจุบัน แสดงถึงการติดต่อสัมพันธ์กันระหว่างผู้คนจากทั้งสองวัฒนธรรม หรืออาจเกิดจากการรับรูปแบบมาจากแหล่งเดียวกันคืออินเดียก็เป็นได้       นักวิชาการสันนิษฐานว่าการตกแต่งผิวหน้าของอิฐด้วยการลูบด้วยนิ้วมือ อาจเพื่อช่วยในการยึดติดกันระหว่างอิฐแต่ละก้อน หรืออาจใช้เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มคนผู้ผลิตอิฐหรือเป็นสัญลักษณ์ประจำตัว ทั้งยังอาจใช้เป็นสัญลักษณ์ในการนับจำนวนอิฐก็เป็นได้   เอกสารอ้างอิง เด่นดาว  ศิลปานนท์. โบราณสถานบ้านศรีสรรเพชญ์ ๓ ปริศนาวิหารถ้ำเมืองอู่ทอง. กรุงเทพ : อรุณการพิมพ์, ๒๕๕๙. วิภาดา  อ่อนวิมล. “อิฐมีลวดลายในสมัยทวารวดี”. เอกสารการศึกษาเฉพาะบุคคล ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๖.





เนื่องในโอกาสวันฉัตรมงคล ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕ เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ขอนำภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ จัดสร้างโดยกลุ่มจิตรกรรม รวมถึงผลงานศิลปกรรมเทิดพระเกียรติ ที่จัดสร้างโดยกลุ่มประติมากรรม กลุ่มศิลปประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา และกลุ่มประณีตศิลป์ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ที่จัดแสดงในงานนิทรรศการ ช่างศิลป์ไทย เทิดไท้องค์ราชัน เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันมีคุณอนันต์แก่ปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร


          วันเสาร์ที่ ๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานเปิดการแข่งขัน Fit Game Jam เป็นการแข่งขันสร้างสรรค์เกมส์มรดกวัฒนธรรม Fit Game Jam 2022 (Fine Arts Game Jam) ภายในระยะเวลา ๔๘ ชั่วโมง ระหว่างวันที่ ๒ - ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ชิงเงินรางวัลรวม ๔๐,๐๐๐ บาท โดยมีนางวัญญา ประคำทอง ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม ให้การต้อนรับ ณ อาคารกรมศิลปากร เทเวศร์ ชั้น ๕ ทั้งนี้จะมีพิธีมอบรางวัลในวันจันทร์ที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๕ 


กิจกรรมทำบุญตักบาตร ฟังพระธรรมเทศนา และเวียนเทียนรอบพระอุโบถ สถูปเจดีย์พุทธสถานในวันอาสาฬหบูชาหรืออาสาฬหปูรณมีบูชา เป็นศาสนพิธีที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนานเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในประเทศไทยนั้นปรากฏหลักฐานการประกาศให้วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางศาสนา และการประกอบพิธีอาสาฬหบูชาในพุทธศักราช 2501 การประกาศให้วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางศาสนาของประเทศไทย ได้ปรากฏในเอกสารจดหมายเหตุ ชุดกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รหัสเอกสาร ศธ.15.12/11 เรื่อง พิธีอาสาฬหบูชา ใจความสำคัญว่า คณะสังฆมนตรีได้พิจารณาและออกประกาศสำนักสังฆนายกกำหนดให้วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางศาสนา พร้อมทั้งกำหนดแบบแผนการประกอบพิธีอย่างเป็นทางการขึ้น เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2501 เนื่องจาก วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 อาสาฬหมาส เป็นวันที่พระบรมศาสดาทรงแสดงพระธรรมจักกัปปวัตตนสูตรเป็นปฐมเทศนา และเป็นวันที่พระอริยสงฆ์สาวกองค์แรกบังเกิดขึ้นในโลก คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ จึงเป็นวันที่บังเกิดรัตนะครบองค์สาม คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ และพระสังฆรัตนะ นับว่าเป็นวันสำคัญยิ่งวันหนึ่งในพระศาสนา สมควรกระทำการบูชาเพื่อเตือนใจพุทธศาสนิกชนทั้งหลายให้ซาบซึ้งในคุณพระรัตนตรัย สำนักสังฆนายกจึงได้ออกประกาศกำหนดพิธีอาสาฬหบูชาไว้ ดังนี้ ก่อนถึงวันพิธีอาสาฬหบูชา ในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 8 ให้เจ้าอาวาสทุกวัดแจ้งแก่ภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกาในวัดให้ทราบล่วงหน้าว่าวันพระขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันทำพิธีอาสาฬหบูชา เมื่อถึงวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 8 ให้ภิกษุสามเณรตลอดจนศิษย์วัด คนวัด ช่วยกันทำความสะอาด ปัดกวาด ปูลาดเสนาสนะ จัดตั้งเครื่องสักการะ ถวายน้ำใช้น้ำฉัน ประดับธงธรรมจักรรอบพระอุโบสถเท่าที่สามารถจะจัดได้ เพื่อประกาศวันธรรมจักรให้ปรากฏแก่มหาชน เตือนใจให้ระลึกถึงสัจธรรมอันวิเศษที่ทรงแสดงไว้ในพระธรรมจักกัปปวัตตนสูตร วันพิธีอาสาฬหบูชา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 มีธรรมสวนะ เวลาค่ำให้ภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา มาประชุมพร้อมกันที่หน้าพระอุโบสถหรือพระเจดีย์ จุดธูป เทียน แล้วถือรวมกับดอกไม้ ยืนประนมมือสำรวมจิต พระสงฆ์ผู้เป็นประธานนำกล่าวคำบูชา จบแล้วทำประทักษิณ (เวียนขวา) สามรอบ จากนั้นภิกษุสามเณรเข้าในพระอุโบสถบูชาพระรัตนตรัย ทำวัตรค่ำ แล้วสวดพระธรรมจักกัปปวัตนสูตร จบแล้วหยุดพักให้อุบาสก อุบาสิกา ทำวัตรค่ำ พระสังฆเถระแสดงพระธรรมเทศนาธัมมจักกัปปวัตนสูตร หากภิกษุสามเณรในวัดสามารถสวดสรภัญญะได้ ก็ให้สวดสรภัญญะเพื่อเจริญศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชน จากนั้นจึงให้พุทธศาสนิกชนเจริญภาวนามัยกุศล สวดมนต์และสนทนาธรรมตามเหมาะสม โดยดำเนินพิธีการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 24 นาฬิกา เนื่องจากวันรุ่งขึ้นเป็นเทศกาลเข้าปุริมพรรษาของพุทธศาสนิกชนและเป็นวันประชุมอธิษฐานพรรษาของพระสงฆ์ (วันเข้าพรรษา) ทั้งนี้ ภายหลังจากประกาศดังกล่าว พลเอก ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในประกาศสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง ระเบียบการชักธงชาติ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2501 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2501 เพื่อแก้ไขความในข้อ 8 กำหนดให้ชักและประดับธงชาติ ณ อาคารและยานพาหนะ ในวันอาสาฬหบูชา เพิ่มเติมเนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้รับรองให้เป็นวันสำคัญของทางราชการ พิธีอาสาฬหบูชานั้น คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวไทยยังคงปฏิบัติสืบทอดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน อาจมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไปบ้างตามยุคสมัยและตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 แต่สิ่งหนึ่งที่ยังมั่นคงเสมอมาคือความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนา ผู้เรียบเรียง นางสาวณัฐณิชา พูลสุมล เจ้าพนักงานจดหมายเหตุปฏิบัติงาน -------------------- อ้างอิง หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารจดหมายเหตุชุดกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ศธ.15.12/11 เรื่อง พิธีอาสาฬหบูชา (14 - 24 ก.ค. 2501) หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพเหตุการณ์ร่วมสมัย ฉ/จ/28769 เรื่อง พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา (2514) หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพเหตุการณ์ร่วมสมัย ฉ/ร/223 เรื่อง พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา (2519) หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ภาพเหตุการณ์ร่วมสมัย ฉ/ร/5381 เรื่อง พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา (2535) #จดหมายเหตุ


black ribbon.