ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,729 รายการ

ชื่อเรื่อง : จักรทีปนี ตำราโหราศาสตร์ ชื่อผู้แต่ง : สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ปีที่พิมพ์ : 2508 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : กรมศิลปากรจำนวนหน้า : 48 หน้า สาระสังเขป : เป็นหนังสืออนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางบริรักษ์ชวการ (นางอมร เมนะเศวต) ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม ในวันที่ 17 มีนาคม 2508 และในหนังสือเล่มนี้ได้จัดพิมพ์หนังสือเรื่องจักรทีปนี ตำราโหราศาสตร์ พระนิพธ์สมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตชิโนรสไว้ด้วย





      พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) กับเจ้าจอมมารดา หม่อมราชวงศ์ย้อย (สกุลเดิม อิศรางกูร) (พระนามเดิม : พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอรพินทุ์เพ็ญภาค) ดำรงพระอิสริยยศ “พระเจ้าพี่นางเธอ พระองค์เจ้าอรพินทุ์เพ็ญภาค” เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๓ สิ้นพระชนม์วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๔๗๘ พระชันษา ๖๒ ปี (ดูเพิ่มเติมใน กรมศิลปากร, ราชสกุลวงศ์, พิมพ์ครั้งที่ ๑๔, (กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, ๒๕๕๔), ๘๒.)       Cigarette Cards ชุดเจ้านายไทย (๑ สำรับ ประกอบด้วย พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระฉายาสาทิสลักษณ์ และรูปเขียนคล้ายพระรูปพระบรมวงศานุวงศ์บนแผ่นกระดาษ จำนวน ๕๐ รูป) ลำดับที่ ๓๘ โดยบริษัท ยาสูบซำมุ้ย จำกัด (SUMMUYE & CO) ผลิตราวปี พ.ศ. ๒๔๗๗ (หมายเลขทะเบียน ๒/๒๕๑๖/๑) มีประวัติระบุว่า คุณหลวงฉมาชำนิเขต มอบให้เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๑๖         (เผยแพร่โดย ศรัญ กลิ่นสุคนธ์ ภัณฑารักษ์ / เทคนิคภาพ อริย์ธัช นกงาม ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ กลุ่มทะเบียน คลังพิพิธภัณฑ์และสารสนเทศ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร)  




ถนนช้างม่อยการขยายตัวของย่านการค้าจากถนนท่าแพเชื่อมโยงสู่ถนนช้างม่อย         ชื่อถนนที่คุ้นหูสำหรับนักท่องเที่ยว อันมีพัฒนาการจากชุมชนเล็ก ๆ เงียบสงบ นอกคูเมือง เริ่มต้นจากประตูช้างม่อย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีถนนช้างม่อยเก่าเส้นทางดั้งเดิมผ่านวัดหนองหล่มผ่านหมู่บ้านเชียงเรือก ที่ค่อย ๆ พัฒนาสู่ชุมชนการค้า และถนนศูนย์รวมกิจการของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน         เมื่อครั้ง พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ได้ย้ายพระอัฐิของเจ้าหลวงเชียงใหม่และเชื้อพระวงศ์จากข่วงเมรุไปวัดสวนดอก และมีการใช้ทุนทรัพย์จากเจ้าอินทวโรรส นำมาสร้างตลาดขึ้นในบริเวณข่วงเมรุอันมีชื่อว่า กาดวโรรส หรือ กาดหลวง ต่อมามีแนวคิดที่จะพัฒนาให้กาดหลวงเดิมเจริญเหมือนย่านท่าแพ โดยตัดถนนช้างม่อยใหม่ ส่งผลต่อการขยายตัวของชุมชนย่านเศรษฐกิจ อาคารร้านรวงเกิดขึ้นอย่างหนาแน่นตามเส้นทางสัญจรมุ่งตรงสู่ศูนย์กลางตลาดการค้า          ย่านช้างม่อยเต็มไปด้วยอาคารที่พัก ร้านค้า อาคารแบบยุโรป อาคารเรือนไม้และเรือนแถว โรงแรม แหล่งบันเทิง จนได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของกิจกรรม การค้า แหล่งพบปะของวัยรุ่นในยุคนั้น บอกเล่าผ่านภาพถ่ายในอดีต เช่น โรงภาพยนตร์ศรีนครพิงค์ ตั้งอยู่บนถนนช้างม่อยต่อกับถนนราชวงศ์ และภาพขบวนแห่นางงามในงานฤดูหนาว จังหวัดเชียงใหม่ นำขบวนโดยรถเวสป้านับร้อยคัน และผู้คนที่เนืองแน่นตลอดสองข้างทาง          ช้างม่อยในวันนี้ยังคงถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ของเชียงใหม่ ผ่านชุมชนที่ยังคงมีชีวิต ร้านเครื่องจักสานอันกลายเป็นมุมถ่ายภาพที่ห้ามพลาด ที่พัก ร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านของที่ระลึกงานโฮมเมด โดยคนรุ่นใหม่ซึ่งยังคงเอกลักษณ์โครงสร้างอาคารเดิมที่ยืนหยัดบอกเล่าเรื่องราวครั้งอดีตส่งต่อมาถึงปัจจุบันได้อย่างงดงามผู้เรียบเรียง : นายวีระยุทธ ไตรสูงเนิน นักจดหมายเหตุชำนาญการ ภาพ : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เชียงใหม่. ภาพส่วนบุคคล ชุด นายบุญเสริม สาตราภัย.#ถนนช้างม่อย#เอกสารจดหมายเหตุ#หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถเชียงใหม่#สำนักศิลปากรที่๗#เวสป้าเอกสารอ้างอิงจิรันธนิน กิติกา,  “การวางผังแนวคิดเรื่องภูมิทัศน์ วัฒนธรรม ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชน กรณีศึกษาพื้นที่ชุมชนช้างม่อย จังหวัดเชียงใหม่,”  วารสารหน้าจั่ว ว่าด้วยประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมและสถาปัตยกรรมไทย ปีที่ ๑๗ ฉบับที่ ๑ (มิถุนายน ๒๕๖๓) : ๑๕๒ - ๑๔๘.ชูสิทธิ์ ชูชาติ. (๒๕๓๘).  กาดงัว (ตลาดวัว) : มิติหนึ่งของการสะท้อนความเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของสังคมชาวนาในภาคเหนือของประเทศไทย. [ม.ป.ท. : ม.ป.พ.]สรัสวดี อ๋องสกุล. (๒๕๔๓). ชุมชนโบราณในแอ่งเชียงใหม่ – ลําพูน. กรุงเทพฯ : บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.อนุ เนินหาด, พ.ต.ท. (๒๕๔๖). สังคมเมืองเชียงใหม่ เล่ม ๕. เชียงใหม่: นพบุรีการพิมพ์.


          ยูเนสโกและกรมศิลปากร เปิดรับสมัครให้เข้าร่วมการศึกษาดูงานโครงการอนุรักษ์ตำหนักทอง วัดไทร ซ.เอกชัย 53 เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ที่เพิ่งบูรณะเสร็จเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (สงวนสิทธิ์ให้ผู้ที่เคยเข้าร่วมการอบรมของกรมศิลปากรและยูเนสโกเท่านั้น) โดยส่งใบสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2565 ทางลิ้งนี้ https://bit.ly/watsai-trip และจะประกาศรายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วม ในวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ทางอีเมล์    หมายเหตุ : 1. ผู้เข้าร่วมเดินทางไปที่วัดไทร ด้วยตนเอง 2. รับผู้เข้าร่วมจำนวนจำกัด กรุณากรอกแบบฟอร์มสมัครเข้าร่วมนี้ก่อน แล้วทางยูเนสโกจะติดต่อท่านกลับไปเพื่อยืนยันว่าท่านสามารถเข้าร่วมได้ 3. กรุณาแน่ใจก่อนกรอกว่า ท่านสะดวกเดินทางมาเข้าร่วมการศึกษาดูงานนี้จริงๆ ในวันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน เวลา 13:30 - 16:00 น. ท่านสามารถดูกำหนดการการศึกษาดูงานได้ทาง https://bit.ly/watsai-agenda 4. ท่านที่ได้เข้าร่วมการศึกษาดูงาน จะได้รับประกาศนียบัตรดิจิตัล ฉบับพิเศษจากยูเนสโก ส่งให้ท่านทางอีเมลหลังจากการศึกษาดูงาน


          อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ขอเชิญเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (เขตในกำแพงเมือง : วัดพระแก้ว - วัดพระธาตุ) พร้อมระบบไฟส่องสว่างโบราณสถานยามค่ำคืน ตั้งแต่เวลา ๑๖.๓๐ น. - ๒๐.๐๐ น. เพื่อให้ประชาชนได้สัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ที่สวยงามในช่วงกลางคืน           อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปี พ.ศ.๒๕๓๔ ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย - ศรีสัชนาลัย ภายใต้ชื่อ “เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร” (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns) เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฏแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ด้านศิลปกรรม สถาปัตยกรรมที่มีความงดงามและเป็นผลงานชิ้นเอกที่ได้รับการสร้างสรรค์จากอัจฉริยภาพด้านศิลปะอย่างแท้จริง รวมทั้งยังเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากยิ่ง หรือเป็นพยานหลักฐานที่แสดงขนบธรรมเนียมประเพณี หรืออารยธรรมซึ่งยังคงหลงเหลือและปรากฏให้เห็น            ขอเชิญชวนผู้สนใจไปชมความสวยงามยามค่ำคืนของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๑๖.๓๐ น. - ๒๐.๐๐ น. ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๖ อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย ๒๐ บาท ชาวต่างชาติ ๑๐๐ บาท


สิ่งของเครื่องใช้ในอดีตจากเอกสารจดหมายเหตุ เครื่องรับวิทยุสาธารณะ แบบ ๔ หลอด ณ ที่ว่าการอำเภอขลุง ใน พ.ศ.๒๔๙๔ กรมมหาดไทยได้แจ้งถึงคณะกรมการจังหวัดว่า ได้จัดซื้อเครื่องรับวิทยุเพื่อติดตั้งเป็นวิทยุสาธารณะในส่วนภูมิภาค จำนวน ๕๐ เครื่อง หากอำเภอใดยังไม่มีเครื่องรับวิทยุติดตั้ง ณ ที่ว่าการ ให้แจ้งเพื่อขอรับไปติดตั้ง ขุนคำณวนวิจิตร คณะกรมการจังหวัดจันทบุรี ได้แจ้งว่าที่ว่าการอำเภอขลุงยังไม่มีเครื่องรับวิทยุสาธารณะติดตั้ง จึงขอรับมาใช้ ด้วยเหตุนี้ทางกรมมหาดไทยจึงได้มอบเครื่องรับวิทยุ “เมอร์ฟี่” ขนาด ๔ หลอด แบบ ที.บี.๑๕๑ ชนิดใช้กับแบตเตอรี่แห้ง พร้อมด้วยแบตเตอรี่จำนวน ๑ แท่ง รวม ๑ เครื่อง ให้ไว้เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๔๙๕ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นวิทยุสาธารณะหมายเลขทะเบียนที่ ร/๔๗๒๔ เครื่องรับวิทยุดังกล่าว ถูกนำไปติดตั้ง ณ ที่ว่าการอำเภอขลุง เพื่อใช้รับฟังข่าวที่ทางราชการสั่งปฏิบัติเป็นการด่วนและเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับฟังโดยทั่วกัน สำหรับเครื่องรับวิทยุรุ่นเมอร์ฟี่ ขนาด ๔ หลอด แบบ ที.บี.๑๕๑ ชนิดใช้กับแบตเตอรี่แห้งนั้น พบว่าผลิตโดยบริษัท Murphy Radio ซึ่งก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ.๒๔๗๒ โดย Frank Murphy และ EJ Power ซึ่งผลิตเครื่องวิทยุที่ใช้ในบ้านเรือน มีโรงงานอยู่ที่เมือง Welwyn Garden City ประเทศอังกฤษ ทั้งนี้ภายหลังบริษัทได้มีบทบาทสำคัญในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เนื่องจากเป็นผู้ออกแบบและผลิตชุดวิทยุสำหรับกองทัพอังกฤษ ผู้สนใจสามารถค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี และระบบสืบค้นเอกสารจดหมายเหตุ https://archives.nat.go.th/ ผู้เขียน นางสาวสุจิณา พานิชกุล นักจดหมายเหตุปฏิบัติการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี


แนะนำ E-book หนังสือหายาก เรื่อง พระราชหัตถเลขาทรงสั่งราชการในรัชกาลที่ 5และ 6 กับเรื่องประกอบ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, 2396-2454. พระราชหัตถเลขาทรงสั่งราชการในรัชกาลที่ 5 และ 6 กับเรื่องประกอบ. พระนคร: โรงพิมพ์พระจันทร์, 2507.


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           41/2ประเภทวัดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                              26 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ส่งเสริมการอ่านผ่าน Facebook กับหอสมุดแห่งชาติชลบุรี แนะนำหนังสือหมวดหมู่ปรัชญา โดย นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพสาขาวิชาศาสนาและปรัชญา คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ปรัชญาปฏิบัตินิยม ในบทความที่ว่าด้วยความคิดของจอห์นดิวอี้ เป็นการประยุกต์ความคิดแบบปฏิบัตินิยม กับการศึกษา ปรัชญาปฏิบัตินิยมเป็นความคิดที่รู้จักกันแพร่หลายในวงการปรัชญาตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ความคิดแนวใหม่นี้ถูกโจมตีและถูกวิพากษ์วิจารณ์มากพอสมควร ทั้งนี้อาจเป็นเพราะปรัชญาปฏิบัตินิยมพยายามมองโลกในแง่มุมใหม่ที่ต่างไปจากปรัชญาคลาสสิกที่เคยรู้จักกันมา ตัวอย่างมุมมองด้านอภิปรัชญา : ชาวปฏิบัตินิยมเชื่อว่า ความเป็นจริงคือ โลกธรรมชาติ ซึ่งเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความเป็นจริงไม่ได้มีลักษณะเป็นสาระที่มีแก่นแท้แน่นอนตายตัวเหมือนในปรัชญาสสารนิยม หรือมีลักษณะเป็นความจริงสูงสุดดังที่ปรากฎในปรัชญาจิตนิยม แต่มีลักษณะเป็นกระบวนการไหล (flux) ต่อเนื่องกันไปของกระแสเหตุการณ์ ในกระบวนการนี้เองที่มนุษย์ดำเนินชีวิตอยู่ เผชิญปัญหา คิดแก้ปัญหา และนำไปปฏิบัติเพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของตน ทั้งนี้ทั้งนั้น การเรียนรู้ความคิดและวิธีการของปรัชญาปฏิบัตินิยมคงจะช่วยเพิ่มความหมายให้แก่ประสบการณ์ทางปรัชญาสำหรับผู้สนใจได้บ้างไม่มากก็น้อย


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 139/5 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 174/3 เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)


black ribbon.